로그인
ถึงพี่หญ้าหวานที่รักของกันตา
ทันทีที่พี่หญ้าหวานได้อ่านจดหมายฉบับนี้ จงรู้เอาไว้ว่าตอนนี้มีเรื่องใหญ่มหาใหญ่เกิดขึ้น แต่พี่ไม่ต้องกังวลนะคะ กันตาจะเป็นด่านหน้าสกัดเอาไว้ให้ก่อน พี่หญ้าหวานรีบเดินทางกลับปักษ์ใต้โดยด่วนนะคะ ไม่อย่างนั้นกันตาอาจหมดลมปราณที่จะสกัดนางมารร้ายม่านฟ้า ตอนนี้พี่กระทิงกับนางร้ายม่านฟ้าตกลงปลงใจเข้าหอ เอ๊ย! ไม่ใช่ค่า หมายถึงตัดสินใจเป็นแฟนกันแล้วค่ะ พี่หญ้าหวานก็รู้ว่าพี่ชายของกันตาเป็นคนซื่อ (บื้อ) คงตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของนังจิ้งจก เอ๊ย! นังจิ้งจอกเก้าหาง รีบมาอย่างด่วนนะคะ กันตาจะรอว่าที่พี่สะใภ้อย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ
รักเสมอ
จาก กันตา (ว่าที่น้องสามี) ในอนาคตของพี่
ปล. อย่าลืมของฝากน้องรักคนนี้นะคะ จุ๊บๆ
กรี๊ดดดด!!!!!!!!
“ไม่ยอมๆๆ พี่กระทิงต้องเข้าพิธีแต่งงานกับหญ้าหวานตอนนี้ แขกเหรื่อกำลังจะมา ถ้าไม่ทำตาม หญ้าหวานจะไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
เด็กหญิงญารินดา วัย 10 ขวบ ลงไปนั่งดิ้นพราดๆ อยู่กับพื้น เด็กหนุ่มนามว่ากริชไท ไตรอิทธิฤทธิ์ในวัยสิบห้าถึงกับกุมขมับ แทบเอาเท้าก่ายหน้าผาก แต่เพราะเป็นคนไม่เรื่องมาก ไม่ชอบขัดใจใครเลยต้องทำตามยัยเด็กแสบญารินดากับน้องสาวกันตาที่เข้าขากันดี ยังกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมา แทนที่จะเป็นน้องสาวสายเลือดเดียวกันกับเขา
“พี่กระทิงคะ แต่งงานกับพี่หญ้าหวานนะคะ เดี๋ยวกันตาจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้” กันตาอ้อนวอนพี่ชายแทบลงไปดิ้นพราดๆ เหมือนยัยเด็กแสบญารินดา
เขาเคยสงสัยว่าญารินดาทำยังไง ทำไมน้องสาวเขาถึงยอมเชื่อฟังโดยง่าย ทั้งๆ ที่เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ กันตากลับเชื่อฟังอีกฝ่ายมากกว่า บางครั้งคิดไปว่าความเป็นผู้หญิงด้วยกันสายสัมพันธ์เลยแน่นแฟ้นตามไปด้วย ญารินดาเองตามใจน้องสาวของเขาไม่ใช่น้อย มีอะไรแทบประเคนให้กันจนหมด นี่คงเป็นสาเหตุที่กันตาติดญารินดามาก ทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันเลย ญารินดาว่าอะไร กันตาว่าตามนั้น เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“ก็ได้ ยุ่งจริงๆ เชียวเด็กๆ นี่” กริชไทพูดตัดรำคาญเพราะไม่ชอบให้ใครเซ้าซี้น่าเบื่อหน่าย
“เย้! แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ รอเพื่อนเจ้าบ่าวก่อน” กันตารีบบอกก่อนจะชะเง้อหาเพื่อนเล่นอีกคนที่อายุเท่ากับเธอ
“มาแล้วๆๆ”
เด็กชายพนาวัยแปดขวบรีบปั่นจักรยานมาจอดหน้าแก๊งเด็กที่ตนเล่นด้วยในทันที กันตาตบมือเปาะแปะดีใจที่มากันครบทีม พนาเป็นลูกของคนงานในไร่ เป็นเด็กขยันขันแข็งช่วยเหลืองานครอบครัว เป็นคนมีน้ำใจ เรียนโรงเรียนวัดใกล้ๆ บ้าน
“ขอโทษที่มาช้า พอดีไม้ซักผ้าล้างจานอยู่ เพิ่งจะเสร็จน่ะ” พนาหอบแฮกๆ รีบบอกทุกคนเพราะเพิ่งช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านจนเสร็จ
“ไม้มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้พี่กระทิงกับพี่หญ้าหวานเร็ว สองคนนี้กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกัน” กันตารีบบอกเสียงใส กวักมือเรียกเพื่อนหย็อยๆ
กริชไทเป็นคนเดียวที่อายุมากกว่าใครเพื่อน เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมา พวกน้องๆ ของเขานั้นเพียงแค่ไม่กี่ขวบเลยคิดแบบเด็กๆ เล่นแบบเด็กๆ เขาเป็นวัยรุ่นแล้วจึงชอบอยู่กับเพื่อนทำกิจกรรมร่วมกัน เตะบอล ว่ายน้ำ เล่นดนตรีมากกว่าเล่นขายของหรือแสดงละครสมมุติแบบนี้
“เราไม่มีชุดสวยๆ ใส่ เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวได้เหรอ” พนาเอ่ยถามกันตาที่จัดแจงทุกอย่างอยู่ตรงหน้า ก้มมองเสื้อผ้ามอมแมมของตัวเอง เป็นเสื้อยืดสีมอที่ถูกซักจนซีด คอเสื้อย้วยๆ กางเกงมีรอยเย็บ รอยปะเต็มไปหมด
“สมมุติว่าสวยแล้วไง คิกๆ มาเร็วๆ มาเข้าพิธีแต่งงานกัน” กันตาจับมือเพื่อนรักเอาไว้ ไม่ได้สนใจเรื่องเสื้อผ้าของพนา และไม่เคยรังเกียจฐานะทางบ้านของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
พนายิ้มออก เด็กชายตัวน้อยเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่เสมอว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร รู้สึกซาบซึ้งเมื่อลูกๆ เจ้านายของบิดามารดาไม่ถือตัวยอมมาเป็นเพื่อนเล่นด้วย
“ต้องมีผู้ใหญ่ด้วยไม่ใช่เหรอ” พนาเกาหัวแกรกๆ เอ่ยถามอย่างสงสัย
กลายเป็นพนาและกันตาที่ปรึกษาหารือกันไป กริชไทนั้นกรอกตาไปมา ส่วนญารินดานั้นเกาะเด็กหนุ่มแจไม่ยอมไปไหน
“สมมุติว่าต้นขนุนสองต้นนั่นเป็นพ่อแม่ของพวกเราแล้วกัน คิกๆ” กันตาตอบเสียงใส พยักพเยิดให้พี่ชายและญารินดาเพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทมากที่สุด
“ทีนี้พี่กระทิงยกแขนขึ้นนะคะ ให้พี่หญ้าหวานสอดแขนเข้าไปจับ” กันตาคอยกำกับเหมือนผู้กำกับหนังเรื่องดัง
กริชไทไม่อยากขัดน้องๆ เลยทำตาม ญารินดารีบจับแขนของว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตไว้ทันที ยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ขัดใจหรือวิ่งหนีไปเหมือนครั้งก่อน
“ดีมาก คราวนี้ก็เดินไปหาพ่อกับแม่ค่ะ ไม้ๆ นายเดินขนาบข้างกับฉันไปที่พ่อแม่ของเรา สมมุติเอาต้นขนุนเป็นพ่อแม่”
กริชไทได้แต่ทอดถอนใจ พวกผู้หญิงมักมีกิจกรรมน่าเบื่อหน่ายและหน่อมแน้มเล่นกันเสมอๆ ส่วนพนานั้นยินดีและเต็มใจที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข
“ดีมากเลยค่ะ ทีนี้หันหน้าเข้าหากัน เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาวค่ะ”
กันตารีบยกแหวนแต่งงานขึ้นมาตรงหน้า เป็นแหวนที่ได้มาจากตู้หมุนไข่ กริชไทเรียกว่าตู้หมุนไข่จอมดูดเงิน เขาไม่เคยเล่น พนาไม่เคยเล่น แต่กันตาเล่นเป็นประจำ เงินค่าขนมของน้องหมดไปกับไข่พวกนี้ พอหมุนออกมา จะได้ไข่หนึ่งฟองเป็นสีๆ แล้วด้านในไข่พอแกะออกมาจะเป็นแหวนบ้าง สัตว์ประหลาดตัวเล็กๆ ทำจากพลาสติกบ้าง แหวนมีลักษณะเป็นหัวสวยๆ สีสันสดใสเหมือนเพชรพลอย ตัวแหวนทำจากโลหะราคาถูก เด็กๆ เอามาใส่เล่นแล้วดูสวยงามตามประสาเด็กบ้านนอก แต่ผู้ใหญ่ดูก็รู้ว่าเป็นของเก๊
“สวมเลยค่ะ ซึ้งสุดๆ ไปเลย” กันตาตบมือเชียร์ยกใหญ่ กระทุ้งข้อศอกให้พนาทำตาม เด็กชายรีบตบมืออย่างไม่อิดออด
ก่อนที่กริชไทจะสวมแหวนไปที่นิ้วนางข้างซ้ายเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อย แต่เขามักเรียกเธอว่าเด็กแสบญารินดา และเป็นเด็กแสบคนเดียวของเขา กริชไทไม่ชอบให้ใครคนไหนเรียกซ้ำกับเขา ชื่อนี้เขาหวงมากๆ สงวนเอาไว้ให้ตัวเองเรียกคนเดียวเท่านั้น
“ทีนี้ก็ถึงทีที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวต้องหอมแก้มกันแล้วค่ะ” กันตายังทำตัวเป็นคนจัดการงานแต่งหลอกๆ ได้อย่างไหลลื่นไม่ขาดตอน
“พอแล้วกันตา” กริชไทปราม แต่เขาต้องตาโตเมื่อญารินดาหอมแก้มเขาเสียฟอดใหญ่
“พี่กระทิงหอมแก้มพี่หญ้าหวานด้วยสิคะ พี่หญ้าหวานหอมแก้มพี่กระทิงแล้วนะคะ ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องอายหรอกค่ะ คนกันเองทั้งนั้น” กันตารีบบอกพี่ชายด้วยรอยยิ้มเป็นประกาย
ดูเหมือนคำพูดของกริชไทจะไม่มีผลอะไรกับน้องๆ ของเขาเลย เด็กหนุ่มวัยสิบห้าได้แต่เกาหัวไปมาให้กับความเจ้ากี้เจ้าการของยัยน้องตัวแสบ
ส่วนพนาซึ่งมีอายุเท่ากับกันตา เป็นลูกไล่กันอยู่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เขาเห็นพนาไม่เคยขัดใจกันตาเลย มักตามใจน้องสาวของเขาทุกครั้ง
กันตามักแบ่งปันข้าวของให้เพื่อนเสมอ เนื่องจากครอบครัวของพนาฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บิดามารดาของอีกฝ่ายเป็นแค่คนงานในไร่เท่านั้น คอยรับจ้างถางหญ้า ปลูกพืชผัก หาเลี้ยงครอบครัวต
“เฮ้ย! ทำอะไรกันอยู่วะ พวกสวะ” สืบสาย หลานกำนันเพิ่มลาภอายุเท่าๆ กับกริชไทและสมุนเด็กๆ อีกหลายคนที่ติดตามตะโกนถามด้วยน้ำเสียงยียวนก่อนจะโยนมังคุดใส่ญารินดาด้วยความหมั่นไส้
“โอ๊ย!” แต่คนที่ร้องด้วยความเจ็บและเข้าขวางเอาไว้คือกริชไท
“พี่กระทิง” ญารินดาตกใจที่เห็นกริชไทร้องด้วยความเจ็บ หันขวับไปมองสืบสายอย่างเอาเรื่อง
..กล้าดียังไงมาทำให้พี่กระทิงของเธอเจ็บตัว
“หนอย... ไอ้สืบ เอ็งนี่มันนักเลงอันธพาล หมาลอบกัดจริงๆ เลย” ญารินดาเท้าสะเอวหน้าแดงก่ำ ไม่เคยคิดจะเรียกสืบสายว่าพี่เลยสักครั้ง แม้อีกฝ่ายจะอายุเท่าๆ กับกริชไท
ยิ่งเห็นสีหน้ายียวนของสืบสาย เด็กหญิงตัวน้อยยิ่งอยากจะเอาคืนให้หายเจ็บใจนัก ก่อนจะหาอะไรแถวนั้นขว้างกลับ กลายเป็นเหตุชุลมุนกันในเวลาต่อมา
แม้ญารินดากับกันตาจะเป็นเด็กผู้หญิงแต่แสบหน้าดู ทั้งดึงผม ดึงหู ดึงกางเกง กัดแขน จนพวกของสืบสายปั่นป่วนพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า
“หือ...” เขาเบี่ยงหน้ามอง“ไม่เชื่อเหรอ”“เพราะท้องนะเหรอ” เขากระซิบถาม เธอพยักหน้า“เบาๆ ได้ไหม กลัวเจ็บ”“อือ...” รับคำในลำคอ เริ่มเสียงสั่นเพราะเขาสอดมือเข้าในกระโปรงนอนตัวยาว“ไม่สวมชั้นในเหรอ” เขากระซิบถามเสียงพร่า“กลัวเสียเวลาถอด” ตอบแล้วหัวเราะน่ารักพนาโน้มใบหน้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แก้มสาวขึ้นจุดแดงทันตาเห็น“ไม่หรอก ไม้ยินดีถอดให้ ขาเป็นไงบ้าง ไม้เป็นห่วง” เขาแยกขาเธอออก ลูบขาอ่อนด้านในบางเบา มองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง กลีบกายสาวปริ่มน้ำหวานปรากฏอยู่ตรงหน้า“ไม่เจ็บแล้วจ้ะ ทาโลชั่นไม่ให้เสียดสีกันมาก กันตาน้ำหนักขึ้น”“น้ำหนักขึ้นไม่เป็นไร แต่ห้ามอดนะ เดี๋ยวกันตากับลูกจะหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ถ้าเดินไม่ไหว ไม้จะอุ้ม ไม่ให้เมียกับลูกเหนื่อยหรอก”“ไม่อดหรอก ไม้เล่นทำอาหารให้กินวันนึงตั้งห้ามื้อแน่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” พอเธอเอ่ยแซวเขาก็ยิ้มเขิน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย กิริยาที่เขาชอบทำ ทำให้กันตารู้ว่าเขาอายเล็กๆ กับประโยคของเธอ“ไม่ลืมจ้ะ”“กันตาจะอ้วนขึ้นๆ น้ำหนักเยอะด้วย ไม้อุ้มไหวเหรอ”“ไหวสิ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็อุ้มไหว สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตแล้วไง” พนาขยับเข้าแนบชิด เขาถอดชุดนอนของเธอออ
เธอซุกใบหน้าเข้ากับหมอน โก่งสะโพกให้เขาเต็มอารมณ์ เขาบีบเคล้นแก้มก้นขาวผ่องมองความเป็นชายที่วิ่งเข้าออกควบขี่เธออย่างหนักหน่วงกริชไทร้องครางจากการบีบรัดของร่องรักคับแคบ เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงเมื่อเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ทำให้เขาขยับจังหวะเข้าออกได้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างอ้อนแอ้นสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วเรือนร่าง ความเสียวซ่านสุดยอดที่ได้รับทำให้เธอครางไม่เป็นภาษาเสียงห้าวแหบลึกของเขาครางรับประสานกับเธอเมื่ออยู่ในอารมณ์เดียวกัน ร่างกายของญารินดาไถลไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของสามีกริชไทคิดว่าจะนุ่มนวลแต่เขากลับยับยั้งอารมณ์สวาทที่ก่อเกิดเอาไว้ไม่ได้มือบางของหญิงสาวรีบคว้าหัวเตียงเอาไว้เป็นที่ยึด เด้งสะโพกรับการกดคลึงของเขาอย่างซ่านใจ เสียงจังหวะรักร้อนแรงประสานกับเสียงเตียงที่ไหวโยกไปมาน่าฟังนัก อีกทั้งเสียงหอบหายใจระงมที่ประสานกันเหมือนออกกำลังกายหักโหม ทำให้หนุ่มสาวอารมณ์เร่าร้อนพร่างพรายไปด้วยความรัญจวนยากจะต้านทาน“ทีหลังอย่าให้ผู้ชายคนไหนมากอดหรือจับมือถือแขนอีก ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ” คนขี้หึงบอกเสียงหอบโยนขณะขยับสะโพกสอบเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ชิ้นเนื้อแข็งกร้
“สามีของหญ้าหวานไม่เคยกินอาหารหรูๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ ลิ้นเลยไม่คุ้น พี่เห็นเอาแต่นั่งนิ่ง สงสัยจะกินไม่เป็น” คำพูดของธรรณธรทั้งดูถูกและเหยียดหยาม สายตานั่นก็มองไม่ต่างกัน“โอ๊ะ! สงสัยผมจะกินไม่เป็นนั่นแหละ ไม่ถนัดใช้ช้อนกับมีดอยู่ด้วย มันเลยกระเด็น”คำขอโทษไม่มี แต่ทุกคนเห็นว่ากริชไทกำลังพยายามใช้มีดเฉือนเนื้อในจานและจิ้มทานเหมือนคนอื่นๆ อาการเก้กังของเขาทำให้เนื้อกระเด็นไปโดนธรรณธรเต็มๆ“แก ไอ้บ้านนอก แกแกล้งฉัน”“คุณบอกเองว่าผมกินอาหารพวกนี้ไม่เป็น บ้านผมไม่กินกันแบบนี้ แต่กินแบบนี้” กริชไทยื่นมือไปหยิบน่องไก่ทอดหอมกรุ่นขึ้นกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “กินด้วยกันสิครับ อร่อยนะ” กริชไทยัดน่องไก่ทอดที่กัดแล้วใส่มือธรรณธร“ไอ้ต่ำ วันนี้ฉันขอสั่งสอนแกหน่อย” เพราะไม่เคยถูกหยามเช่นนี้มาก่อน ธรรณธรปรี่เข้าไปทำท่าจะต่อยกริชไทชายหนุ่มสวนหมัดกลับมาเต็มแรง ทำให้หงายหลังไปในทันทีผัวะ! โอ๊ย!ว้าย!เสียงของญารินดาร้องขึ้นด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ เอกอนันต์ที่หลุดขำกับอาการหึงหวงภรรยาของกริชไทคราแรกก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย” เสียงของกริช
และพรุ่งนี้ก็จะไปทำบุญถวายสังฆทานกันค่ะ”“ดีเหมือนกันครับ ได้ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก”“อยากเจอหญ้าหวานอีกจริงๆ เหรอคะ”“แล้วหญ้าหวานล่ะ ไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้“อยากเจอทุกวันเลยค่ะ แต่ตอนนี้หญ้าหวานง่วงจังเลย” เธอผละออกห่าง คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกริชไทตบก้นนิ่มเบาๆ ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนเคียงข้าง“ใครบอกให้พี่กระทิงขึ้นมานอนบนเตียงคะ ที่นอนพี่กระทิงอยู่ที่โซฟามุมห้องโน้นต่างหาก”กริชไทหน้างอบูดบึ้งเมื่อโดนไล่ไปนอนที่โซฟามุมห้อง แต่เพราะดวงตาเอาเรื่องของเธอทำให้เขายอมถอยทัพหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เกรงใจ เพราะคนแสนงอนแผนการมากมายทำให้หัวหมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ“เมียพี่ใจร้ายจังเลย”“กล้าว่าเมียใจร้ายเหรอคะ” เธอโต้ตอบมาจากเตียงเมื่อเขาอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนมุมห้อง“ให้พี่นอนหนาวคนเดียว”“ห้ามมายุ่งกับหญ้าหวานนะคะ ไม่งั้นไม่ยกโทษให้ ตอนนี้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมค่ะ ถ้าผ่านก็จะอภัยให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน...”“ไม่ผ่านแล้วยังไงครับ” กริชไทผงกศีรษะมองภรรยาที่ลุกขึ้นพิงศีรษะไปที่หัวเตียง“ไม่ผ่านก็ทางใครทางมันไงคะ”“ใจแข็งจังเลยหญ้าหวาน ไหนบอกว่ามีอะไ
ญารินดาครางรับชอบใจ นอกจากเป็นคนเฝ้าไข้แล้วยังเป็นหมดนวด นักโภชนาการและอีกมากมายทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างอมยิ้มด้วยกันทั้งนั้น กริชไทเองคงไม่รู้ตัวว่าตนเองน่ารักแค่ไหน เนื่องจากเขาดูแลภรรยาจากใจจริง“พ่อกระทิงดูแลยัยหนูดีจริงๆ เลย” คุณหญิงรัชนีพูดอย่างชอบใจเมื่อเห็นกริชไทคอยดูแลญารินดาเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมา จนวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว“ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยที่พวกเราเข้าใจหนูหญ้าหวานผิดไปนะคะ” รุ้งรติมาที่ตามมาเยี่ยมสะใภ้หลังจากกริชไทไม่นานเอ่ยขึ้น และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเมื่อญารินดาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ใช่ทำตามมารยาทพูดทั่วๆ ไปว่าไม่โกรธ แต่ดวงตาของเธอบอกเช่นนั้นจริงๆหลังจากเยี่ยมสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวไตรอิทธิฤทธิ์ก็พักที่คฤหาสน์รัศมีดาว คุณหญิงรัชนีไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอันใดมาก อาจจะมีการเทศนาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเข้าใจดีว่าหากเป็นท่าน เจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดเป็นธรรมดา“พี่กระทิงขา... อยากกินข้าวผัดปู”“หือ... ข้าวผัดปูเหรอ วันนี้ทำไมกินอะไรง่ายๆ จัง”“อยากกินไปซื้อให้หน่อยสิคะ” น้ำเสียงไม่ได้อ้อนแต่สายตาออดอ้อนเต็มอารมณ์กริชไทไม่ต้องรอให้อีก
“กินข้าวสักนิดนะครับคนดีของพี่ ถ้าหญ้าหวานกินข้าวเยอะๆ แล้วก็กินยาจะได้หายป่วย หายปวดหัวยังไงครับ” เขากล่อมคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับแขนของเขาไม่ยอมลืมตา“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าหายแล้วหญ้าหวานอยากไปไหน พี่จะพาไป”“อยากไปเล่นน้ำ แต่คุณแม่บอกว่าป่วยอยู่ เล่นน้ำไม่ได้”“ได้สิ พี่จะพาไปเล่นน้ำ ขี่ม้าด้วยดีไหม” เขาลูบศีรษะเล็กๆ กระซิบบอก“พี่กระทิงสัญญาแล้วนะ” เด็กหญิงตัวน้อยขอคำมั่นสัญญา“สัญญาสิครับ สัญญาว่าจะตามใจทุกอย่าง” กริชไทยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวกับนิ้วก้อยของน้องน้อย ก่อนจะป้อนข้าวต้มและให้เธอกินยาจนหลับไปในที่สุด...กริชไทหัวหมุนตลอดวันเมื่อคนป่วยร่ำๆ อยากจะกินโน่นกินนี่ ตลอดวัน สิ่งที่เขาทำได้คือวิ่งโร่ไปซื้อเอง หลังๆ เลยให้ลูกน้องไปซื้อให้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอก โดยไม่ให้แม่เมียจอมเผด็จการของเขารู้ เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าออกไปซื้อเองและกลับมารับมือกับยัยตัวแสบขี้โมโห เขาคงต้องสลบเหมือดแน่ๆ“หญ้าหวาน” กริชไทอ้าปากค้างเมื่อเธอกำลังทานซุปจากสาวใช้ของเธออย่างเอร็ดอร่อย ส่วนของที่เธอใช้ให้เขาไปซื้อกำลังจะเป็นหมัน“อร่อยจังเลยค่ะ พี่กระทิงมาช้า หญ้าหวานก็เลยกินไปก่อน”อาหารที่เธอสั่
จริงๆ แล้วอยากจะงอนง้อเอ่ยถามเธอว่าอะไรเป็นยังไง แต่ถ้าทำแบบนั้นเธอจะยิ่งงอนให้เขาง้อ คงไม่ต้องได้รู้ความจริงกันเพราะมัวแต่ง้ออยู่แบบนี้“ยัยม่านบังตาบอกว่าพี่กิ๊กกับเค้า จริงหรือเปล่า”“ไม่จริง”“ชิ! แก้ตัว เมื่อก่อนเคยกิ๊กกั๊กกันไม่ใช่เหรอ ถ่านไฟเก่ามันคุ” แม้จะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาตอบปฏ
“จริงเหรอคะ” น้ำเสียงของกันตาตื่นเต้นและดีใจ กอดแขนพี่ชายเสียแน่นเพื่อเขย่าไปมา“จริงสิ ไม้เป็นคนดี พี่ไม่ห้าม แต่ต้องให้อยู่ในขอบเขต”“ยังไงคะ” กันตาถามอย่างไม่เข้าใจ“เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวนะกันตา อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว”“อ้าว... เห็นพี่กระทิงกับพี่หญ้าหวานยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวได้เลยนี่คะ”
เธอคิดว่าแค่ห้าโมงเย็น เวลาเดี๋ยวนี้มืดช้า บางทีเกือบทุ่มในชนบทแบบนี้ยังไม่มืดด้วยซ้ำพนาลงมือรีดอย่างคล่องแคล่วเช่นเดิม กันตารู้ดีว่าแฟนหนุ่มเป็นคนรักศักดิ์ศรีเช่นไร เขาจะไม่ขอความช่วยเหลือจากใครพร่ำเพรื่อ จะใช้ความสามารถของตัวเองอย่างถึงที่สุดเพื่อพยุงครอบครัวไปตลอดรอดฝั่ง ข้าวของทุกอย่างในบ้านเข
“ใครจะให้เมียทำให้ตัวดำล่ะครับ ให้อยู่ทำกับข้าวให้พี่ก็พอแล้ว ของพวกนี้แปลว่าความเจริญงอกงามครับ นั่นขันใส่น้ำฝนเย็นๆ คือความสดชื่นชุ่มฉ่ำ”“น้ำฝนในชนบทแบบนี้สะอาดและดื่มกินได้นะคะ เพราะมีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ถ้าในเมืองมีแต่อากาศเสียควันพิษ”“เด็กช่างสงสัยอยากอาบน้ำหรือยังครับ”“อยากอาบมากๆ เลยค่ะ หญ้าห







