Home / โรแมนติก / แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ / บทที่ 4 การลอบสังหารครั้งแรก

Share

บทที่ 4 การลอบสังหารครั้งแรก

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:29:52

งานเลี้ยงฉลองชัยดำเนินต่อไปจนดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ

เสียงดนตรีในพระราชวังยังคงบรรเลงอย่างครึกครื้น ขุนนางต่างผลัดกันลุกขึ้นกล่าวแสดงความยินดีกับกองทัพที่ได้รับชัยชนะกลับมา

แต่หลินเสี่ยวอวี่กลับไม่มีสมาธิฟังแม้แต่คำเดียวสายตาของเธอเอาแต่มองไปยังบุรุษในชุดเกราะสีดำที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของท้องพระโรง

เซียวจิ่นอัน...แม้จะถอดหมวกเกราะออกแล้ว แต่ความสง่างามของเขากลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย เขานั่งตัวตรง สีหน้าสงบนิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่พูดมาก หากฮ่องเต้ตรัสถามจึงจะลุกขึ้นตอบอย่างกระชับ ไม่ประจบ ไม่โอ้อวด ไม่แม้แต่จะรับความดีความชอบเกินกว่าที่ควร ทุกอย่างตรงกับในนิยายไม่มีผิด "แม่ทัพเซียวไม่ชอบงานเลี้ยง เขาชอบสนามรบมากกว่าโต๊ะสุรา" หลินเสี่ยวอวี่ยังจำประโยคนั้นได้ เธอเคยมองว่าผู้เขียนบรรยายได้ดี

แต่เมื่อเห็นของจริง...เธอจึงรู้ว่าความจริงยิ่งกว่าตัวอักษรเสียอีก

จู่ ๆ เซียวจิ่นอันก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสบเข้ากับเธอพอดี หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้ง รีบก้มหน้าลงมองถ้วยชาอย่างรวดเร็ว

'อย่ามอง...อย่ามองฉัน...ฉันเขิน...'

หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของตัวเอง เมื่อครู่เธอคงเผลอมองเขานานเกินไป

ขณะเดียวกัน เซียวจิ่นอันละสายตาจากหญิงสาวในชุดขาวช้า ๆ หญิงสาวผู้นั้น...คือคนเดียวกับที่เรียกเขาว่า "อันเอ๋อร์" ตั้งแต่เข้าร่วมงานเลี้ยง เขารู้สึกได้ว่านางแอบมองเขาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาหันไป นางจะรีบหลบสายตาเสมอ ราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่ากำลังทำความผิด

'นางเป็นใครกันแน่' เขาครุ่นคิดเงียบ ๆ

เสนาบดีหลินมีบุตรสาวเพียงคนเดียว เขาเคยพบอีกฝ่ายเมื่อหลายปีก่อนเพียงครั้งเดียว ตอนนั้นนางยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ไม่น่าจะจำเขาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...ชื่อเล่นที่แม้แต่คนในกองทัพก็ไม่เคยรู้ ความคิดนั้นทำให้เขาอดหันไปมองนางอีกครั้งไม่ได้

แต่ครั้งนี้ หญิงสาวกลับกำลังนั่งเหม่อ สีหน้าดูไม่สบายใจราวกับกำลังกังวลเรื่องสำคัญบางอย่าง

'ไม่ถูก...'

หลินเสี่ยวอวี่กำถ้วยชาแน่น ในหัวกำลังนึกถึงเหตุการณ์หลังงานเลี้ยง

ตามเนื้อเรื่องเดิม...คืนนี้คือคืนที่เกิดการลอบสังหารครั้งแรก ผู้เขียนใช้เหตุการณ์นี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีคนต้องการชีวิตเซียวจิ่นอันตั้งแต่กลับเมืองหลวงวันแรก มือสังหารซ่อนตัวอยู่บนหลังคาเรือนร้าง ปล่อยธนูอาบพิษใส่พระเอก

แต่ในนิยาย...พระเอกหลบทัน เพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขน หลังจากนั้นจึงเริ่มสืบหาคนบงการ แต่...หลินเสี่ยวอวี่ขมวดคิ้ว นั่นคือเนื้อเรื่องเดิม ตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่เธอไม่ตายเพราะตกน้ำ จนถึงการที่เธอเผลอเรียกชื่อเล่นของเขา ถ้าเรื่องนี้เปลี่ยน...แล้วการลอบสังหารล่ะ จะเปลี่ยนด้วยหรือเปล่าหรือจะหนักกว่าเดิม หญิงสาวเริ่มนั่งไม่ติด เธอจำตำแหน่งเกิดเหตุได้ จำเวลาได้ จำแม้กระทั่งทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมา ถ้าปล่อยผ่าน...เธอไม่มีทางสบายใจแน่

"เสี่ยวอวี่" เสียงเสนาบดีหลินดังขึ้น

"ลูกไม่สบายหรือ หน้าซีดเชียว"

หลินเสี่ยวอวี่รีบยิ้ม

"ลูกแค่...ปวดศีรษะนิดหน่อยเจ้าค่ะ"

ฮูหยินหลินรีบจับมือบุตรสาว

"หากไม่ไหวก็กลับก่อนเถิด"

หญิงสาวรีบพยักหน้า

"เจ้าค่ะ"

ใช่...นี่เป็นโอกาสดี เธอจะได้รีบไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนเซียวจิ่นอันจะเดินทางกลับจวน

ไม่นานนัก...รถม้าของจวนสกุลหลินก็เคลื่อนออกจากพระราชวัง แต่เมื่อผ่านตลาดด้านตะวันตก หลินเสี่ยวอวี่กลับรีบเปิดม่าน

"ท่านพ่อ"

"ลูกอยากซื้อของที่ร้านเครื่องหอม ขอลงตรงนี้ได้หรือไม่"

เสนาบดีหลินมองบุตรสาว ก่อนพยักหน้า

"อย่าเดินนาน"

"ให้ชิงเอ๋อร์ไปด้วย"

"เจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวอวี่รีบลงจากรถม้า

ทันทีที่รถม้าของจวนเคลื่อนลับสายตา เธอก็หันไปอีกทางทันที ชิงเอ๋อร์งุนงง

"คุณหนู..."

"ร้านเครื่องหอมอยู่อีกฝั่งนะเจ้าคะ"

หลินเสี่ยวอวี่ส่ายหน้า ก่อนมองไปยังตรอกแคบที่อยู่ไม่ไกล หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นทุกขณะ

"...เราไม่ได้ไปร้านเครื่องหอม"

"แต่กำลังจะไปช่วยชีวิตคนคนหนึ่ง"

ชิงเอ๋อร์เบิกตากว้าง

"ช่วย...ผู้ใดหรือเจ้าคะ"

หลินเสี่ยวอวี่ไม่ตอบ

เพราะในเวลานี้...เธอเห็นบุรุษในชุดเกราะสีดำเดินออกจากประตูวังด้านข้าง พร้อมองครักษ์เพียงสองนาย และเขากำลังมุ่งหน้าไปยังถนนสายเดียวกับในความทรงจำของเธอ

คืนนี้...โชคชะตากำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง หลินเสี่ยวอวี่รีบสาวชายกระโปรงแล้ววิ่งตามไปทันที

"คุณหนู!"

ชิงเอ๋อร์ตกใจจนต้องรีบวิ่งตาม

"คุณหนูจะไปไหนเจ้าคะ"

"อย่าถาม!"

หลินเสี่ยวอวี่ตอบทั้งที่ยังไม่หยุดวิ่ง

"รีบตามข้ามาก็พอ!"

หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบทะลุอก ในหัวมีแต่ภาพจากนิยายวนซ้ำไม่หยุด

"หลังออกจากพระราชวัง แม่ทัพเซียวเลือกเดินลัดผ่านตรอกตะวันตกเพื่อกลับจวน ระหว่างทาง มือสังหารซึ่งซ่อนตัวอยู่บนหลังคาเรือนร้างได้ยิงธนูอาบพิษลงมา..."

เธอจำได้แม่น เพราะฉากนี้เป็นหนึ่งในฉากที่เธออ่านซ้ำหลายครั้งที่สุด แต่ตอนนั้น...เธออ่านในฐานะคนดู

วันนี้...เธออยู่ในเหตุการณ์จริง ยิ่งวิ่ง หัวใจก็ยิ่งเต้นแรง หลินเสี่ยวอวี่หันไปมองถนนด้านหน้า เซียวจิ่นอันยังคงเดินด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ ข้างกายมีรองแม่ทัพคนหนึ่งและองครักษ์อีกสองนาย บรรยากาศดูปกติจนไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่อง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก

'ยังทัน...'

'ฉันต้องทัน'

ในเวลาเดียวกัน เซียวจิ่นอันก็กำลังครุ่นคิดเงียบ ๆ

"ท่านแม่ทัพ" รองแม่ทัพหนุ่มหันมาถาม

"คืนนี้จะให้เพิ่มเวรยามหรือไม่"

เซียวจิ่นอันส่ายหน้า

"ไม่จำเป็น"

"แต่..."

ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ แม่ทัพใหญ่ก็ชะลอฝีเท้าลง เขาหันกลับไปมองด้านหลัง

"ท่านแม่ทัพ?"

รองแม่ทัพมองตาม แต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ เซียวจิ่นอันขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือน...มีใครกำลังตามมา ไม่นานนัก ร่างเล็กในชุดสีขาวก็วิ่งเลี้ยวเข้ามาในตรอก ผมที่เกล้าไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ย หอบจนแก้มแดง

เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เซียวจิ่นอันยิ่งประหลาดใจ

"คุณหนูหลิน..."

นางตามเขามาทำไม หลินเสี่ยวอวี่เห็นว่าพระเอกหยุดเดินก็ใจหายวาบ

'ไม่นะ'

'อย่าหยุดตรงนี้'

ในนิยาย...จุดที่ลูกธนูยิงลงมาคือบริเวณทางแยกข้างหน้า หากเขาหยุดตอนนี้ตำแหน่งอาจเปลี่ยน แล้วเธอจะเดาไม่ออก หญิงสาวรีบเร่งฝีเท้า

"ท่านแม่ทัพ!" เสียงของเธอดังสะท้อนในตรอกแคบ

เซียวจิ่นอันมองนางอย่างสงบ

"คุณหนูมีธุระกับข้าหรือ"

หลินเสี่ยวอวี่อ้าปาก แต่กลับตอบไม่ได้ จะให้พูดว่า...

'อีกเดี๋ยวจะมีคนยิงธนูใส่ท่าน'

ใครจะเชื่อ เธอรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ หลังคาเรือน...ต้นไม้...กำแพงหิน...ยังไม่เห็นมือสังหาร แต่ยิ่งไม่เห็นเธอยิ่งกลัวเพราะแปลว่าอีกฝ่ายซ่อนตัวเก่งมาก เซียวจิ่นอันสังเกตเห็นว่านางไม่ได้มองเขาแต่กำลังมองรอบตัวอย่างลุกลี้ลุกลน เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

"เกิดอะไรขึ้น" เขาถามเสียงเรียบ

หลินเสี่ยวอวี่เม้มริมฝีปากแน่น

'คิดสิ...'

'ต้องทำยังไง'

จู่ ๆ ลมเย็นก็พัดผ่านตรอก ใบไม้บนต้นไม้ไหวพร้อมกัน

ซ่า...

ซ่า...

เสียงนั้น...ทำให้หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่กระตุก เธอจำได้ในนิยายเขียนไว้ว่า "ก่อนลูกธนูจะถูกปล่อย ลมแรงได้พัดให้ใบไม้บนต้นไหวผิดปกติ..." หญิงสาวเงยหน้าขึ้นทันที สายตากวาดไปยังชายคาหลังหนึ่ง

แล้วก็เห็น...เงาดำวูบหนึ่งเคลื่อนไหว หัวใจแทบหยุดเต้น

'มาแล้ว!'

เวลาราวกับเดินช้าลง มือสังหารค่อย ๆ ดึงสายธนูจนตึง ปลายลูกธนูสีดำสะท้อนแสงอาทิตย์วาบหนึ่ง เล็งตรงมายัง...กลางอกของเซียวจิ่นอัน

"ท่านแม่ทัพ!" หลินเสี่ยวอวี่ตะโกนสุดเสียง

แต่ในวินาทีนั้น สายธนูถูกปล่อยแล้ว

ฟิ้ว!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างเฉียบคม ลูกธนูพุ่งลงมาด้วยความเร็วราวสายฟ้า เซียวจิ่นอันสัมผัสถึงจิตสังหารได้ในเสี้ยววินาที เขาหันกลับทันที แต่ระยะห่างใกล้เกินไป ต่อให้เป็นเขา...ก็ยากจะหลบทัน

ในชั่วขณะนั้นเอง ร่างเล็กในชุดสีขาวกลับพุ่งเข้ามา

"หลบ!"

หลินเสี่ยวอวี่ใช้แรงทั้งหมดผลักอกของเซียวจิ่นอันอย่างแรง แม่ทัพหนุ่มเสียหลักถอยไปด้านข้าง ดวงตาคมเบิกกว้าง

"คุณหนูหลิน!" แต่ทุกอย่างสายเกินไป

ฉึก!

เสียงคมเหล็กแทงทะลุเนื้อดังชัดเจน โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นเปื้อนชุดสีขาว หลินเสี่ยวอวี่ตัวสั่น ความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวไหล่ซ้ายราวกับไฟแผดเผา

ลูกธนู...ปักอยู่บนร่างของเธอ

ฉึก!

คมเหล็กเจาะผ่านเนื้ออย่างรุนแรง

หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนไหล่ซ้ายถูกไฟร้อนแดงเผาผลาญ ความเจ็บปวดแล่นวาบไปทั่วร่างจนปลายนิ้วชา

"อ๊ะ..."

เสียงครางเบาหลุดออกจากริมฝีปาก

แรงกระแทกจากลูกธนูทำให้ร่างบางเซถอยหลัง เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ซึมออกจากชุดฮั่นฝูสีขาว ก่อนแผ่เป็นวงกว้างอย่างน่าตกใจ

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา รองแม่ทัพชักกระบี่ออกจากฝักทันที

"มีมือสังหาร!" องครักษ์ทั้งสองรีบยกดาบขึ้นตั้งรับ

"คุ้มกันท่านแม่ทัพ!"

เซียวจิ่นอันกลับไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพหญิงสาวในชุดขาวที่เพิ่งผลักเขาออกจากวิถีลูกธนู ยังคงติดอยู่ในสายตา ถ้าช้ากว่านั้นเพียงเสี้ยวอึดใจ...ลูกธนูดอกนั้นคงปักอยู่กลางอกของเขา

"คุณหนูหลิน!"

ร่างบางเริ่มหมดแรง หัวเข่าทรุดลงช้า ๆ แต่ยังไม่ทันที่นางจะล้มลงกับพื้น เซียวจิ่นอันก็พุ่งเข้าไปรับร่างของนางไว้ทัน แผ่นหลังของหลินเสี่ยวอวี่แนบกับอ้อมแขนแข็งแรง กลิ่นอายเย็นสะอาดของชุดเกราะผสมกลิ่นไม้จันทน์อ่อน ๆ ลอยเข้ามาแตะปลายจมูก

เป็นครั้งแรก...ที่เธออยู่ใกล้เขาขนาดนี้ หญิงสาวพยายามฝืนลืมตาภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด แต่ยังพอมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขมวดคิ้วแน่น

"...ไม่เป็นไร" เธอฝืนยิ้ม แม้ริมฝีปากจะเริ่มซีดลงเรื่อย ๆ

"ครั้งนี้..."

"...ท่านไม่เป็นอะไรแล้ว"

เซียวจิ่นอันชะงัก หัวใจราวกับถูกของหนักกระแทก

นาง...ไม่ได้เป็นห่วงตัวเองเลยหรือ สิ่งแรกที่พูดหลังถูกธนูยิงกลับเป็นการถามว่าเขาปลอดภัยหรือไม่

"อย่าเพิ่งพูด" น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มยังคงสุขุม แต่กลับแฝงความเร่งรีบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต

"อดทนไว้"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ แต่เปลือกตากลับหนักขึ้นทุกขณะ

ในขณะเดียวกัน...เสียงโลหะกระทบกันก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ

เคร้ง!

เคร้ง!

รองแม่ทัพนำกำลังไล่ขึ้นไปบนหลังคา ไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนดังลงมา

"ท่านแม่ทัพ!"

"มันหนีไปแล้ว!"

เซียวจิ่นอันไม่ได้ตอบ สายตาของเขายังคงจับจ้องบาดแผลบนหัวไหล่ของหญิงสาว ลูกธนูยังปักเฉียงอยู่ เลือดไหลไม่หยุด แต่สิ่งที่ทำให้เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม คือปลายลูกธนู... มีสีดำคล้ำพิษ คนลอบสังหารตั้งใจเอาชีวิตเขา

"เฉินอวี้"

เขาเอ่ยเรียกรองแม่ทัพโดยไม่ละสายตาจากหญิงสาว

"ขอรับ"

"รีบไปตามหมอหลวง"

"เร็วที่สุด"

รองแม่ทัพตกใจ

"แต่...หมอหลวงอยู่ในวัง"

"เช่นนั้นก็พานางกลับจวนข้า"

เซียวจิ่นอันตอบทันที ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในที่นั้นนิ่งงัน แม้แต่รองแม่ทัพเองก็เบิกตากว้างเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีสตรีคนใด...ได้ขึ้นรถม้าของแม่ทัพเลยแม้แต่คนเดียว

"ท่านแม่ทัพ"

ชิงเอ๋อร์รีบวิ่งเข้ามาทั้งน้ำตา

"ให้บ่าวพาคุณหนูกลับจวนเถิดเจ้าค่ะ"

เซียวจิ่นอันส่ายหน้า

"พิษกำลังออกฤทธิ์...เสียเวลาไม่ได้" สิ้นเสียงนั้น

เขาก็ช้อนร่างของหลินเสี่ยวอวี่ขึ้นมาในอ้อมแขน ราวกับนางไม่มีน้ำหนักแม้แต่น้อย หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าร้อนผ่าวถึงจะเจ็บจนแทบหมดสติแต่เธอก็ยังรับรู้ได้ว่าตัวเอง...กำลังถูกเจ้าของนิยายอุ้มอยู่

'โอ๊ย...จะเป็นลมเพราะเขินก่อนหรือเปล่า' เธออดคิดไม่ได้

เซียวจิ่นอันก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แม้ใบหน้าของนางจะซีดเผือดแต่ริมฝีปากกลับยังมีรอยยิ้มบาง ๆ เหมือนคนที่โล่งใจแล้ว เขาไม่เข้าใจเหตุใดสตรีที่เพิ่งพบกันเพียงครั้งเดียวถึงยอมเอาชีวิตเข้ามาแลกเพื่อช่วยเขา ยิ่งคิด...ก็ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตอนที่นางเรียกเขาว่า "อันเอ๋อร์"

แล้ววันนี้...นางยังรู้ล่วงหน้าอีกว่าจะมีคนลอบสังหาร ทั้งหมดนี้...เป็นเพียงเรื่องบังเอิญจริงหรือ

รถม้าของแม่ทัพเคลื่อนตัวออกจากตรอกอย่างรวดเร็ว ด้านในเงียบสงัดมีเพียงเสียงล้อรถบดผ่านพื้นถนน หลินเสี่ยวอวี่เริ่มรู้สึกหนาวทั้งที่เป็นฤดูใบไม้ผลิ นางตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เซียวจิ่นอันปลดเสื้อคลุมสีดำของตนเองออก ก่อนห่มให้หญิงสาวอย่างระมัดระวัง

"หนาวหรือ" เขาถามเสียงเบา

หลินเสี่ยวอวี่ฝืนพยักหน้า

"นิดหน่อย..."

"อดทน" น้ำเสียงของเขายังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม แต่กลับทำให้นางรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด

หญิงสาวค่อย ๆ หลับตาลง ก่อนสติจะเลือนหาย เธอได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู

"คุณหนูหลิน..."

"เจ้ากันแน่..."

"...เป็นผู้ใด"

คำถามนั้นลอยตามเธอเข้าสู่ความมืด โดยไม่มีคำตอบ เพราะแม้แต่หลินเสี่ยวอวี่เองก็ไม่รู้ว่าการทะลุมิติของเธอ...เป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 15 หน้าสุดท้ายของนิยาย

    หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 14 เปลี่ยนประวัติศาสตร์

    รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 13 หนังสือโกหก

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 12 ความจริงของหนังสือ

    กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 11 จุดจบยังมา

    ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 10 ทุกอย่างผิดจากนิยาย

    รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status