LOGINห้องจัดเลี้ยงที่หรูหราถูกประดับด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ สร้างความสดชื่นและความรู้สึกอบอุ่นกระจายไปทั่วห้องของ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลสร้างบรรยากาศโรแมนติก วันนี้เป็นวันสำคัญของพรชนกหรือต่ายเพื่อนคนแรกในกลุ่มที่กำลังจะสละโสด
อัญญารินทร์ก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับอธิปัตย์ในชุดเดรสยาวสีชมพูอ่อนขับผิวขาวผ่องของเธอให้โดดเด่นยิ่งขึ้น อธิปัตย์ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูสง่างามและภูมิฐาน รูปร่างสูงโปร่งของเขาทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจทันทีที่ก้าวเข้ามาในงาน มือโอบเอวอัญญารินทร์ไว้หลวมๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับคู่รักที่คบกันมานาน
ทันทีที่เดินเข้ามาในงาน สายตาหลายคู่ก็หันมามองที่ทั้งสองคน โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิทของอัญญารินทร์ที่ยืนรวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของห้อง
“อัญญา” เสียงสิรดาดังขึ้นอย่างตื่นเต้น เธอรีบเดินตรงเข้ามาหาเพื่อนรักพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“แกมาแล้วเหรอ ทำไมมาช้าจัง”
“รถติดนิดหน่อยน่ะ”
“แล้วนี่ใช่คนที่เล่าให้ฉันฟังไหม” สิรดาพูดกับเพื่อนแต่หันไปยิ้มให้กับอธิปัตย์อย่างเป็นมิตร
“คุณอธิปคะนี่ใบเตยเพื่อนของอัญญาค่ะ ใบเตยนี่คุณอธิป”
“สวัสดีครับคุณใบเตย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ อัญญาเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังเยอะเลย” อธิปัตย์ส่งยิ้มทักทาย
“เรื่องดีใช่ไหมคะ”
“เท่าที่ฟังก็มีเรื่องดีนะครับ หรือว่าคุณสองคนเคยทำเรื่องไม่ดี” เขาพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ
“มันก็มีบ้างค่ะ”
กลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินเข้ามาทักทาย สายตาของพวกเธอจับจ้องไปที่อธิปัตย์อย่างไม่ปิดบัง
“อัญญานี่ใครน่ะ ไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีแฟนแล้ว” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ใช่เลยแก ทำไมเงียบกริบเลยนะ” อีกคนเสริม
“เราเพิ่งจะเริ่มคบกันไม่นานน่ะ เลยยังไม่ได้บอกใคร” เธอตอบอย่างเป็นธรรมชาติและอมยิ้มเล็กน้อย
“สวัสดีครับ ผมชื่ออธิปครับยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนของอัญญาทุกคนนะครับ” เขาแนะนำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
“แล้วทำไมถึงหล่อขนาดนี้ล่ะแก อิจฉามาก” เพื่อนอีกคนพูด
“ขอบคุณครับ”
ขณะที่เพื่อนๆ กำลังรุมล้อมอัญญารินทร์และอธิปัตย์อยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อัญญา ไม่เจอกันนานเลยนะ” อัญญารินทร์หันไปมองต้นเสียงและพบกับผึ้งเพื่อนรักที่มักจะหาเรื่องเอาชนะเธออยู่เสมอ
ผึ้งเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มรูปหล่อที่ควงแขนมาด้วย เขาดูดีมีสไตล์ แต่มันต่างจากความภูมิฐานและสง่างามของอธิปัตย์โดยสิ้นเชิง ผึ้งในชุดราตรีสีแดงเพลิงดูโดดเด่นสะดุดตา แต่รอยยิ้มของเธอดูแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย
“ผึ้ง มาแล้วเหรอ” อัญญารินทร์ทักทายอย่างสุภาพ
“มาสิยะ เพื่อนแต่งงานทั้งทีจะพลาดได้ยังไง” ผึ้งตอบพลางเหลือบมองอธิปัตย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินเช่นกัน แต่แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นความหล่อเหลาและออร่าที่เปล่งประกายจากตัวเขา
“แล้วนี่ใครยะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ผึ้งถามเสียงสูง พยายามกลบเกลื่อนความประหลาดใจ
“คุณอธิปแฟนฉันเอง” อัญญารินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ในใจรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่ได้เห็นสีหน้าของผึ้ง
“สวัสดีครับคุณผึ้ง” อธิปัตย์ทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ ไม่เห็นเคยได้ยินอัญญาพูดถึงเลยว่ามีแฟนแล้ว ปกติเธอไม่ค่อยปิดบังอะไรนี่นา”
“ก็เราเพิ่งจะคบกันไม่นานน่ะ พอดีอธิปิเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เลยยังไม่ได้แนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกันอย่างเป็นทางการ” อัญญารินทร์อธิบายอย่างเป็นธรรมชาติ บทสนทนาที่เตรียมกันมาใช้ได้ผลดีเกินคาด
“อ๋อ....อย่างนี้นี่เอง แล้วคุณอธิปัเรียนจบมาจากที่ไหนล่ะคะ”
“ผมจบจากอังกฤษครับ” อธิปัตย์ตอบสั้นๆ ผึ้งหันไปมองแฟนหนุ่มของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งสีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนัก เมื่อได้ยินว่าอธิปัตย์จบจากอังกฤษเหมือนกัน
“แล้วแฟนเธอชื่ออะไรล่ะผึ้ง” อัญญารินทร์ถามกลับบ้าง
“นี่ไบรอันค่ะแฟนผึ้งเอง เพิ่งกลับมาจากอเมริกา” ผึ้งรีบแนะนำทันทีพยายามโชว์เหนือ ไบรอันยิ้มให้ทุกคนแต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเจอคู่แข่งที่ดูดีกว่า
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อธิปัตย์กล่าวอย่างสุภาพ
“ยินดีครับ” ไบรอันตอบสั้นๆ
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เพื่อนคนอื่นๆ เริ่มสังเกตเห็นว่าผึ้งกำลังพยายามหาเรื่อง และพวกเขาก็รู้ดีว่าอัญญารินทร์ไม่ชอบการเปรียบเทียบ
“เอาล่ะๆ พอแค่นี้ก่อนดีกว่าไหมเดี๋ยวเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จะออกมาแล้ว ไปหาที่นั่งกันดีกว่า” สิรดาพูดแทรกขึ้นมาอย่างรู้จังหวะ
ทุกคนเห็นด้วย และพากันเดินไปหาที่นั่ง อธิปัตย์ยังคงโอบเอวอัญญารินทร์ไว้ตลอดเวลา ทำให้ดูเป็นคู่รักที่แนบแน่นและรักกันมาก
หลังจากที่คู่บ่าวสาวเดินออกมากล่าวขอบคุณแขกในงาน ทุกคนก็เริ่มเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารและพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เพื่อนๆ หลายคนเดินเข้ามาทักทายอัญญารินทร์และอธิปัตย์ไม่ขาดสาย คำถามส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องราวความรักของทั้งคู่
“แกไปเจอเขาที่ไหนน่ะอัญญา ทำไมถึงได้หล่อขนาดนี้” เพื่อนคนหนึ่งกระซิบถาม อัญญารินทร์ยิ้ม
“เขาก็มาที่ร้านกาแฟฉันบ่อยๆ นั่นแหละ แล้วเราก็เริ่มทำความรู้จักกัน” เธอตอบตามเรื่องราวที่ตกลงกับอธิปัตย์ไว้
“จริงเหรอเนี่ย โชคดีจังเลยแก”
บางครั้งอธิปัตย์ก็ช่วยตอบคำถามของเพื่อนๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีไหวพริบ เขาจำรายละเอียดที่อัญญารินทร์เล่าให้ฟังได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสีโปรด อาหารที่ชอบหรือแม้แต่เพลงที่ชอบฟังทำให้เพื่อนๆ ยิ่งเชื่อสนิทใจว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกันจริงๆ
ขณะที่อัญญารินทร์กำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่นั้น อธิปัตย์รู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองเขาเห็นผึ้งกำลังมองมาที่อัญญญารินทร์และเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างเห็นได้ชัด
อัญญารินทร์แกล้งทำเป็นไม่สนใจ เธอหันกลับไปยิ้มให้อธิปัตย์อย่างอ่อนหวาน อธิปัตย์กุมมือไว้เป็นสัญญาณว่าเขากำลังรับรู้ถึงสถานการณ์และพร้อมที่จะเล่นบทบาทนี้อย่างเต็มที่
ไม่นานนัก ผึ้งก็เดินเข้ามาหาอัญญารินทร์อีกครั้ง พร้อมกับไบรอันที่ดูเหมือนจะรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ
“อัญญา เธอแน่ใจนะว่าคบกับผู้ชายคนนี้จริงๆ” ผึ้งถามเสียงเบาๆ แต่แฝงไปด้วยความสงสัย
“ทำไมฉันต้องไม่แน่ใจล่ะผึ้ง”
“ก็เขาดูดีเกินไปน่ะสิฉันไม่เคยเห็นเธอคบผู้ชายที่โปรไฟล์ดีขนาดนี้มาก่อนเลย” ผึ้งพูดตรงๆ
““คนเราก็ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ สิยะผึ้ง อัญญาของฉันน่ะทั้งสวย ทั้งเก่ง มีผู้ชายดีๆ มาชอบก็ไม่แปลกหรอก” สิรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะสวนกลับ
“บางทีเขาอาจจะคบกับเธอเพราะหวังอะไรบางอย่างก็ได้นะอัญญา” เธอจงใจพูดให้น่าสงสัย
“ผมรักอัญญาครับ และผมไม่ได้หวังอะไรจากเธอเลย” อธิปัตย์ที่ยืนฟังอยู่ตลอดเวลาพูดขึ้น
คำพูดของอธิปัตย์ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับอึ้งไป โดยเฉพาะผึ้งที่ใบหน้าถอดสีทันที ไบรอันเองก็ดูจะประหลาดใจกับคำพูดของเขาไม่น้อย อัญญารินทร์เองก็รู้สึกใจเต้นแรงกับคำพูดของอธิปัตย์ เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบโต้ได้เฉียบขาดและจริงใจขนาดนี้ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา และพบว่าดวงตาของเขากำลังจ้องมองมาที่เธออย่างอ่อนโยน ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นออกมาจากใจจริง
“ฉันแค่ถามตามมารยาทน่ะค่ะ ไม่คิดว่าคุณอธิปัตย์จะจริงจังขนาดนี้” เธอพยายามกลบเกลื่อนความอับอาย
“ความรักเป็นเรื่องจริงจังเสมอครับคุณผึ้ง” อธิปัตย์ตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยหยันเล็กน้อย ผึ้งแทบจะไม่มีที่ยืน เธอหันไปดึงแขนไบรอัน
“ไปเถอะค่ะไบรอัน เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า” ไบรอันพยักหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กลุ่มเพื่อนของอัญญารินทร์มองตามด้วยความสะใจ
“เยี่ยมมากเลยคุณอธิปัตย์ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะรับมือกับยายผึ้งได้ดีขนาดนี้” สิรดาชมจากใจจริง
วันนี้อธิปัตย์มีประชุมตลอดบ่ายพอเลิกงานเขาก็รีบขับรถมาที่ร้านอัญญาคาเฟ่ทันทีแต่พอมาถึงร้านก็ปิดแล้วชายหนุ่มเห็นรถยังจอดอยู่เขาโทรหาคนรักแต่อัญญารินทร์ก็ไม่ยอมรับสายเขารู้สึกร้อนใจจึงขับรถไปที่บ้านของเธอกดออดอยู่นานก็ไม่มีคนเปิดชายหนุ่มร้อนใจมากยิ่งขึ้น เขาโทรศัพท์ไปถามสิรดาเพื่อนสนิทของเธอแต่สิรดาก็บอกว่าวันนี้ยังไม่ได้คุยกับอัญญารินทร์เลยอธิปัตย์ไม่รู้จะไปตามที่ไหนพอดีนึกได้ว่ามีเบอร์โทรของกวางเด็กในร้านอยู่จึงรีบต่อสายหาเธอทันที“สวัสดีค่ะพี่อธิปมีอะไรหรือเปล่า”“พี่ไปหาอัญญาที่ร้านไม่เจอไปที่บ้านก็ไม่เจอแต่รถเธอยังจอดอยู่หน้าร้าน กวางรู้ไหมว่าพี่อัญญาไปไหนหรือเธอไม่สบายหรือเปล่า” อธิปัตย์ถามอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง“อ้าวพี่อัญญาไม่ได้บอกพี่หรอกเหรอคะ”“บอกอะไรเหรอกวาง”“ก็วันนี้แม่ของพี่อธิปัตย์มาที่ร้านมานั่งคุยกับอะไรกับพี่อัญญาก็ไม่รู้สีหน้าเครียดเชียว กวางได้ยินแค่แฟนจากนั้นพี่อัญญาก็บอกให้หนูสองคนปิดร้านกันเอง พี่อัญญาเธอก็ออกไปพร้อมกับแม่พี่เลยค่ะ”“แน่ใจนะกวางว่าได้ยินคำว่าแฟนเช่าจริงๆ”“แน่ใจค่ะกวางได้ยิน แต่ก็ไม่รู้รายละเอียด เท่าที่ดูเหมือนพี่อัญญาจะรู้สึกผิดอะไรสัก
หลังจากทานอาหารค่ำแล้วคุณทิพย์สุดาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับคุณสมภพผู้เป็นสามีฟัง“คุณคิดว่าลูกชายเรากำลังตบตาเราอยู่หรือเปล่าคะคุณภพ”คุณทิพย์สุดาถอนหายใจอย่างหนักเธอรู้สึกเครียดกับสิ่งที่ตัวเองได้รับรู้มาในวันนี้“เท่าที่ผมสังเกตดูนะคุณทิพย์ เด็กสองคนนั่นเขาดูรักกันจริงๆ นะ” แม้ว่าจะเจอแค่เพียงครั้งเดียวเขาก็พอมองลูกชายตนเองออกเพราะอธิปัตย์ดูจริงจังกับความรักครั้งนี้มาก“ใช่ค่ะ ทิพย์ก็คิดว่าสองคนนั้นดูรักกันจริงๆ นะคะ และก็ไม่น่าจะใช่เรื่องตบตาหรือเป็นการจ้างใครมาหลอก แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มันก็เริ่มจากหนูอัญญาเป็นคนจ้าอธิปก่อน ฉันก็เลยไม่แน่ใจว่าที่เธอทำอยู่ตอนนี้ยังอยู่ในเงื่อนไขสัญญาจ้างที่ทินภัทรไม่รู้หรือเปล่า”“ผมว่าเรื่องนี้คุณต้องคุยกับลูกตรงๆ นะลองถามเขาดูว่าเรื่อง มันเป็นยังไงกันแน่ หนูอัญญาเธอเป็นคนน่ารักมากนะและลูกชายของเราก็ดูเหมือนจะรักเธอมากเหมือนกัน ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่ลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองไทยหรอก ก่อนหน้านี้นายอธิปไม่เคยคิดจะเข้ามาช่วยงานที่บริษัทหรือใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยเลยถ้าไม่ใช่เพราะหนูอัญญาก็คงไม่ทำแบบนั้น”“ฉันก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ แต่มันก็ยัง
คุณทิพย์สุดาเห็นท่าทางของทินภัทรแปลกไปตอนที่พูดถึงอัญญารินทร์ เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างเพราะปกติแล้วทินภัทรจะไม่หลบสายตาเวลาพูดคุยกับเธอเหมือนกับวันนี้หลังจากคุยธุระกับมารดาของชายหนุ่มแล้วคุณทิพย์สุดาก็ออกมาจากบ้านหลังใหญ่ระหว่างทางก็โทรศัพท์ไปหาเลขาของลูกชาย“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีจ้ะนี่ฉันเองนะ เจี๊ยบ”“สวัสดีค่ะคุณทิพย์สุดามีอะไรให้เจี๊ยบรับใช้คะ” เลขาของอธิปัตย์จำเสียงของคุณทิพย์สุดาได้เพราะท่านมักจะแวะไปที่บริษัทอยู่บ่อยครั้ง“ฉันมีเรื่องจะรบกวนหน่อยน่ะว่างอยู่หรือเปล่า”“ว่างค่ะ คุณทิพย์สุดาจะให้เจี๊ยบช่วยอะไรบอกมาได้เลยนะคะ”“เธอช่วยหาเบอร์โทรศัพท์เพื่อนของอธิปัตย์ให้ฉันหน่อยได้ไหม”“ได้ค่ะ”“เพื่อนคนไหนคะ”“เพื่อนที่ชื่อทินภัทร แล้วช่วยดูด้วยว่าบริษัทของเขาอยู่ที่ไหนพอดีฉันมีธุระจะออกไปเจอเขานิดหน่อยนะ แต่ลืมว่าบริษัทตั้งอยู่ตรงไหน”“ได้ค่ะรอสักครู่นะคะ”คุณทิพย์สุดาถือสายไม่นานเลขาของคนลูกชายก็กลับมาพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งของบริษัทให้กับคุณทิพย์สุดา“ขอบใจมากน้า เรื่องนี้ไม่ต้องบอกอธิปัตย์ล่ะว่าฉันโทรมาถาม”“ได้ค่ะ คุณทิพย์สุดามีอะไรจะถามเจี๊ยบอีกหรือเปล่าคะ”
บ่ายวันจันทร์บรรยากาศแสนอบอ้าวลูกค้าในร้านอัญญาคาเฟ่มีอยู่แค่สองโต๊ะ เพราะส่วนใหญ่อากาศแบบนี้ลูกค้าจะเลือกใช้บริการเดลิเวอรี่มากกว่า อัญญารินทร์กับลูกน้องกำลังช่วยกันจัดเลี้ยงขนมทึ่งซึ่งเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ เพื่อรอรับลูกค้าสำหรับช่วงเย็น ลูกค้าบางส่วนก็โทรมาจองขนมไว้“ขนมสามกล่องนั่นของใครคะพี่อัญญา” กวางถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเป็นคนจัดเรียงไว้เองตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยง“นั่นคุณอธิปโทรมาสั่งไว้น่ะเห็นว่าจะให้คนมาเอา”“แล้วเราต้องคิดเงินไหมคะ”“กวางคิดว่ายังไงดีล่ะ”“อย่างคุณอธิปัตย์ไม่ยอมรับขนมของพี่อัญญาไปฟรีๆ แน่ใช่ไหมล่ะ”“มันก็จริงอย่างที่กวางพูดนั่นแหละเขาโอนเงินมาให้แล้วมากกว่าค่าขนมที่ซื้ออีก เอาไว้พี่จะให้เป็นโบนัสสิ้นเดือนของกวางกับน้ำหวานก็แล้วกันนะ”“พี่อัญญาทั้งสวยทั้งใจดีแบบนี้กวางกับน้ำหวานรักตายเลยค่ะ พี่สัญญากับกวางได้ไหมว่าจะไม่ไล่กว้างกับน้ำหวานออก”“ลองบอกเหตุผลมาสักข้อสิว่าทำไมพี่ถึงจะต้องไล่เราสองคนออก”“ก็ถ้ากวางกับน้ำหวานขี้เกียจ”“แต่เท่าที่พี่ดูไม่มีใครขี้เกียจเลยนะทั้งสองคน เพราะฉะนั้นพี่ไม่มีทางไล่ออกจ้ะ”“แล้วถ้ากวางกับน้ำหวานขโมยเงินในร้านล่ะคะพี่อัญญา”“ถ้าเป็
อัญญารินทร์ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของอธิปัตย์ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากกายของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ แสงแดดอ่อนๆ ต้องใบหน้าของเขา ทำให้เธอเห็นรายละเอียดของดวงตา จมูกโด่ง และริมฝีปากหยักได้อย่างชัดเจน หัวใจรู้สึกว่ามันได้เติมเต็มด้วยความรักของเขา เธอใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามโครงหน้าของเขาเบาๆอธิปัตย์รู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ใบหน้า จึงลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อเห็นใบหน้าหวานของอัญญารินทร์อยู่ใกล้ๆ เขาก็ส่งยิ้มอ่อนโยนให้“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก”“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” อัญญารินทร์ตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส“ตื่นนานแล้วเหรอครับ” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น“เพิ่งตื่นค่ะ”“วันนี้วันหยุดเรานอนอยู่แบบนี้นานๆ ได้ไหม”“ตกลงวันนี้จะไม่ไปทำงานจริงๆ เหรอคะ”“ไม่ล่ะ วันนี้อยากอยู่กับอัญญามากกว่า”“ตามใจเถอะค่ะ อัญญาห้ามคุณก็คงไม่ฟัง ตอนนี้หิวหรือยังล่ะคะ เดี๋ยวอัญญาไปทำอะไรให้กินนะ”“หิวครับ เมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะเลยเดี๋ยวเราช่วยกันทำนะ แต่อัญญาช่วยอะไรผมก่อนได้ไหมล่ะ”“ช่วยอะไรคะ”“ชุดผมอยู่ในรถน่ะ อัญญาช่วยไปเอากระเป๋าที่เบาะหลังกับชุ
“อัญญาจ๋า พร้อมแล้วใช่ไหม ผมขอเข้าไปนะ”“อธิปขา....เบาๆ นะคะ อัญญากลัวเจ็บ”เสียงหวานร้องขอเพราะจำได้ดีว่าครั้งแรกนั้นมันเจ็บมากแค่ไหน“ผมรู้ผมจะพยายามนะที่รัก”อธิปัตย์ไม่รู้ว่าตนเองจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่าเพราะรู้ว่าเวลาที่ท่อนเอ็นร้อนเข้าไปอยู่ในร่องสวาทของเธอแล้วเขาจะควบคุมตัวเองได้มากแค่ไหนชายหนุ่มจูบลงมาอย่างเร่าร้อน มือใหญ่จับท่อนเอ็นร้อนลากขึ้นลงกลางกลีบก่อนจะค่อยๆ กดส่วนปลายเข้าหาร่องรักทีละนิดอัญญารินทร์กัดฟันแน่นข่มความเจ็บเอาไว้เพราะรู้ว่ามันจะเจ็บเพียงครู่แต่หลังจากนั้นเธอก็จะพบแต่ความสุข“อื้ม....ของอัญญาแน่นเหลือเกิน อ่า....”อธิปัตย์รู้สึกถึงความคับแน่น เขาพยายามเคลื่อนตัวตนเข้าไปอย่างช้าๆ อย่างยากลำบาก ช่องทางรักของหญิงสาวนั้นมันคบแน่นและตอดรัดท่อนเอ็นจนแทบจะระเบิด เขาชอบที่ได้เข้าไปอยู่ในตัวเธอมันทั้งอุ่นร้อนและนุ่มแน่นแบบที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน“ดีขึ้นไหม ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” เขานิ่งอยู่ในนั้นนานแล้วและคงอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้เมื่อความคับแน่นมาพร้อมกับแรงตอดรัด“อธิป....อัญญาไม่เป็นไรค่ะ”เธอรู้ว่าชายหนุ่มกำลังทรมานและเธอเองก็เสียวจนเกินจะทน อธิปัตย์เริ่มขยับสะโพกเ







