Share

12. ต้องทำอย่างไร

last update Tanggal publikasi: 2025-06-24 23:09:08

“ข้าต้องขอบใจเจ้ามากนะลี่มี่ หากมิได้เจ้าเอ่ยเตือนในวันนั้น ข้าคงต้องตายเป็นผีเฝ้าป่าไปเสียแล้ว” กวนอู๋ท่งเอ่ยขอบใจลี่มี่ยาวเหยียด ด้วยเพราะเมื่อวานที่อู๋ท่งขึ้นเขาไปเก็บเผือกมัน มีงูพิษตัวใหญ่เท่าแขน พุ่งเข้ามากัดน่องของเขา ดีที่เขาพันผ้าไว้ที่น่องตามที่ลี่มี่บอก จึงช่วยให้รอดพ้นมาได้

“ขอบใจเจ้ามาก นี่เป็นของฝากจากครอบครัวข้า เจ้ารับไว้เถิด” ท่านลุงกวนผู้ใหญ่บ้าน ยกตะกร้าที่เต็มไปด้วยเนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้ง และปลามาวางตรงหน้าสามยายหลาน

“หากข้าช่วยได้ ข้าก็ยินดี แต่ข้ามิรับของหรอกเจ้าค่ะ”

“รับไว้เถิดมี่เอ๋อร์ พวกข้าเต็มใจยิ่งนัก หากเจ้ามิรับไว้ข้าคงรู้สึกติดค้างในใจไปชั่วชีวิต” ท่านป้ากวนเอ่ยเสริมพลางหยิบขนมที่นางทำเองมายื่นให้ลี่หมิง เด็กชายเหลือบมองไปทางท่านยายและพี่สาวราวกับต้องการขออนุญาต เมื่อเห็นว่าทั้งสองมิได้เอ่ยห้าม จึงส่งมือเล็กๆ ไปถือขนมไว้

“ขอบพระคุณขอยับ”

“เช่นนั้น ข้าก็ขอรับไว้ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” อยู่พูดคุยกันได้ไม่นาน ครอบครัวผู้ใหญ่บ้านก็ขอตัวกลับเรือนไป จึงเหลือเพียงสามคนยายหลานที่นั่งอยู่ที่เดิม

“ยสดียิ่ง อื้มมม” ลี่หมิงนำขนมเข้าปากคำแล้วคำเล่า ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่เรือนสกุลเหมา เด็กน้อยก็ทานอาหารได้มากขึ้น ทั้งยังหิวบ่อย จนบัดนี้ร่างผอมบางเริ่มดูมีน้ำมีนวลขึ้น แก้มขาวกลมโตขึ้นมาก จนผู้เป็นพี่สาวอดไม่ได้ที่จะกดจุมพิตลงไปบนแก้มเนียนทั้งสอง

“อย่ากินให้มากนักเล่า ประเดี๋ยวจะมิหิวข้าว” เหมาไป่เอ่ยเตือนเด็กชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอยับ หากพี่มี่เอ๋อร์ช่วยคนได้มากคงจะดี น้องจะได้กินขนมอีก คิกๆ” คำพูดเรื่อยเปื่อยของเด็กชายทำให้หญิงชราและเด็กสาวหันมองหน้ากัน โดยมิได้นัดหมาย

“นั่นสิเจ้าคะ หากว่าข้ารู้นิมิตกาลข้างหน้าเช่นนี้ ก็สามารถนำไปช่วยคนได้ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เงินจากพวกเขาด้วยนะเจ้าคะ” ลี่มี่ยกยิ้มขึ้นเต็มใบหน้า เหมาไป่เมื่อลองคิดตามสิ่งที่หลานว่าก็พยักหน้าเห็นด้วย หากว่าลี่มี่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ เช่นเดียวกับที่ช่วยกวนอู๋ท่งคงจะดีไม่น้อย แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเงินทอง หญิงชรากลับต้องนิ่งคิดชั่วขณะ

“แล้วคนอื่น เขาจะมิกล่าวว่าเราหลอกลวงชาวบ้านหรือ”

“หากเราช่วยพวกเขาได้ ก็มิถือเป็นเรื่องหลอกลวงนะเจ้าคะ อย่างพี่อู๋ท่ง หากว่าเขามิได้ทำตามที่ข้าบอก ไม่แน่ว่าอาจจะถูกพิษงู จนถึงแก่ชีวิตได้ ใช้เงินเพียงเล็กน้อยแลกกับชีวิตก็ถือว่าคุ้มค่านะเจ้าคะ” ลี่มี่คิดตามหลักเหตุและผล ความสามารถที่นางมีบัดนี้ สามารถนำไปช่วยเหลือผู้คนได้ แต่ทว่าจะให้นางทำโดยมิหวังผลตอบแทน แล้วนางกับครอบครัวจะกินอยู่กันอย่างไร ในเมื่อนางใช้ความสามารถแลกกับเงินทอง เช่นนี้จะว่านางหลอกลวงมิได้

“ก็จริงดังที่เจ้าว่า แต่เรื่องภาพนิมิตที่เจ้าเห็น ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำอย่างไรให้รับรู้ได้  เรื่องนี้เราคงต้องดูกันไปเรื่อยๆ ก่อน”

“เจ้าค่ะ แต่ที่แน่ชัดคือ การไปที่สระมรกตแห่งนั้น ทำให้ข้าเห็นภาพนิมิตในกาลข้างหน้าได้ ข้าคิดว่าจะต้องเป็นเพราะดอกบัวและสระมรกตนั้นเป็นแน่”

“อืม ยายเองก็คิดเช่นนั้น”

“น้องเองก็คิดเช่นนั้นขอยับ”

“ฮ่าๆ รู้เรื่องกับเขาด้วยหรือ หืม หืม” ลี่มี่มันเขี้ยวน้องชายจนต้องลงโทษ โดยการแย่งกัดขนมในมือน้องชายกิน เรือนสกุลเหมาจึงเริ่มเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครึกครื้น

“ระวังตัวด้วยนะมี่เอ๋อร์ ดูแลน้องให้ดีเล่า”

“เจ้าค่ะท่านยาย” วันนี้ลี่มี่ตั้งใจจะไปซื้ออาภรณ์มาใส่ในช่วงฤดูหนาว ทั้งยังจะออกไปทดลองว่าต้องทำอย่างไรจึงจะเห็นภาพนิมิต หากว่านางจะทำเป็นอาชีพ อย่างไรก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดภาพนิมิตนั้นมีอันใดบ้าง

“ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่ทำให้ข้ามีนิมิต ขอช่วยให้ข้ารับรู้ทีเถิดว่าทำอย่างไรจึงจะเห็นภาพนิมิตเหล่านั้น” ลี่มี่หลับตาตั้งจิตภาวนาอยู่หน้าเรือน สองมือประสานกันไว้กลางอก จิตใจตั้งมั่นจนน้องชายที่มองอยู่ถึงกลับต้องรีบทำตาม หากมีผู้ใดมาพบเห็นภาพของสองพี่น้องยืนภาวนาอยู่หน้าเรือนจะต้องกลั้นขำมิได้เป็นแน่

“ไปกันเถิดอาหมิง วันนี้พี่จะพาเจ้าไปซื้อถังหูลู่ดีหรือไม่”

“ดีขอยับ น้องขอสามไม้” ลี่มี่มองน้องชายด้วยสายตาขบขัน มือบางจับจูงมือน้องชาย แต่ทันใดนั้น…

เฮือก!

“พี่มี่เอ๋อร์”

“คิๆ พี่เห็นเจ้าทำถังหูลู่ตกพื้น ฮ่าๆ”

“ห๊า!!! น้อง น้องจะถือดีๆ ถือแน่นๆ ขอยับ ไม่ตกแน่นอน”

ท่าทางระมัดระวังของน้องชายทำให้ลี่มี่หัวเราะออกมาเสียงดัง มือเล็กกำก้านไม้ถังหูลู่แน่น สองขาค่อยๆ ก้าวเดิน เพราะกลัวว่าขนมของตนเองจะตก แต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เพราะยังไม่ทันที่สองพี่น้องจะได้เดินออกห่างร้านถังหูลู่ กลับมีเด็กชายร่างสมส่วนวัยประมาณ 5 หนาว วิ่งมาชนลี่หมิงจนถังหูลู่ที่อยู่ในมือน้อยตกเกลื่อนเต็มพื้น

ลี่หมิงมองไปที่ถังหูลู่บนพื้นดินอย่างเศร้าสร้อย นัยน์ตาสั่นระริก น้ำสีใสเริ่มไหลมาคลอที่หน่วยตา มิเพียงเท่านั้นปากแดงยังเริ่มเบะคว่ำอย่างน่าสงสาร

“เดินไม่ดูทาง ชนข้าแล้วเห็นหรือไม่” เด็กชายร่างสมส่วนเอ่ยขึ้นราวกับว่าเป็นลี่หมิงที่กระทำผิด

“เจ้าเด็กน้อยผู้นี้! เป็นเจ้าที่มาชนน้องชายข้าจนขนมของเขาตก ยังมิเอ่ยปากขออภัยอีก” ลี่มี่เอ่ยตักเตือนเด็กชายตรงหน้า ดูจากเสื้อผ้าการแต่งกายแล้ว คงจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ มิแปลกที่จะหยิ่งผยองเช่นนี้

“นี่เจ้า! มิรู้หรือว่าข้าเป็นผู้ใด” เด็กชายยกมือขึ้นเท้าสะเอวด้วยสีหน้ามิพอใจ

“มิรู้ แล้วก็มิอยากรู้ด้วย” ลี่มี่เองก็มิคิดจะยอมยกมือเท้าสะเอว เลียนแบบเด็กตรงหน้า

“ข้าจะบอกทหารมาลากเจ้าออกจากตลาด คอยดู”

“ฮ่าๆ เจ้าเป็นเจ้าเมืองหรือไร”

“ก็ข้า-”

“ฮึก ฮื่อ ฮื่อ” เสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ ของลี่หมิง ทำให้เด็กชายตรงหน้าชะงักไปชั่วครู่ สีหน้าประดักประเดิดของคุณชายน้อยตรงหน้าทำให้ลี่มี่ขำออกมาเบาๆ

คงจะรู้สึกผิดอยู่สินะ เอาเลยอาหมิงร้องต่อไปอย่าพึ่งหยุด

“งะ เงียบนะ”

“ฮื่อ ฮื่อ ฮื่อออออ” นอกจะไม่เงียบแล้ว ลี่หมิงยังร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม

“เงียบเสีย ข้าจะซื้อให้ใหม่”

“ฮื่อ~”

“ขะ ข้าซื้อให้ใหม่สี่ไม้…”

“ฮึก”

“ห้าไม้เลยก็ได้ ห้าไม้!”

“จริงหยือ” ลี่หมิงปาดน้ำตา เมื่อได้ยินว่าจะได้ถังหูลู่อันใหม่ถึงห้าไม้ ตากลมมองไปยังคนใจดีที่จะซื้อถังหูลู่ให้อย่างคาดหวัง

เมื่อเห็นว่าเด็กแก้มอ้วนตรงหน้า หยุดร้องไห้แล้ว คุณชายน้อยจึงเดินไปซื้อถังหูลู่มาห้าไม้ตามที่ได้สัญญาเอาไว้

“เอานี่”

“ขอบพระคุณขอยับ คุณชาย…”

โจวหวังเยี่ยน นามข้า” ยังไม่ทันที่ลี่มี่และลี่หมิงจะเอ่ยสิ่งใดต่อ โจวหวังเยี่ยนที่เห็นว่าพี่เลี้ยงของตนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ ก็รีบวิ่งหนีไปทันที

“คุณชายเจ้าคะ คุณชาย! รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ” ลี่มี่เห็นหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นบ่าวรับใช้วิ่งตามคุณชายน้อยไปก็ส่ายหัวไปมา

“เห้อ ผู้มีเงินทองเขาเป็นเช่นนี้กันหรอกหรือ ไปกันเถิดอาหมิง” ลี่มี่พาน้องชายเข้าร้านขายอาภรณ์ แต่ด้วยนางมิได้มีเงินทองมากนัก จึงเลือกเสื้อผ้าที่คุณภาพต่ำและเป็นแบบสำเร็จรูป สำหรับใส่ในช่วงฤดูหนาวคนละหนึ่งชุด หมดเงินไปถึงหนึ่งตำลึงเงิน แต่จะมิซื้อก็มิได้ เพราะอาภรณ์ของพวกเขาชำรุดมากแล้ว ทั้งยังมิอุ่นพอจะใส่ในฤดูหนาว ทำให้บัดนี้ลี่มี่เหลือเงินเพียงสี่ตำลึงเงินกับอีกสองร้อยอีแปะ

“นี่เงินเจ้าคะ” ลี่มี่ยื่นเงินให้หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้าน แต่จังหวะที่มือของลี่มี่สัมผัสกับฝ่ามือของหญิงคนนั้น ภาพต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาหัวอย่างรวดเร็ว

เฮือก!

“เอ่อ…ท่านระมัดระวังการขึ้นลงบันไดไว้เสียหน่อยนะเจ้าคะ บันไดที่บ้านท่านดูเหมือนว่าจะมีขั้นที่มันผุอยู่” เอ่ยเพียงเท่านั้นลี่มี่ก็พาน้องชายออกจากร้านทันที

เด็กสาวเดินไปคุ้นคิดไป เมื่อครู่นางเห็นภาพนิมิต ยามที่สัมผัสมือของแม่ค้าร้านขายอาภรณ์

หรือว่านิมิตนี้จะเกิดจากการสัมผัสที่มือ

คราแรกที่นางเห็นภาพนิมิตของอาหมิงก็เป็นตอนที่นางก้มลงจุมพิตมือน้อยของน้องชาย ของท่านยายก็เช่นกัน เกิดขึ้นตอนที่นางกุมมือท่านยาย แต่ของพี่อู๋ท่งเล่า ตอนนั้นท่านพี่อู๋ท่งเพียงช่วยพยุงนางเท่านั้น มิได้สัมผัสมือกันสักนิด

จริงสิ! หรือว่าจะเป็นเพราะการสัมผัสร่างกาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่หมอแห่งซูโจว   85. เพียงแค่พวกท่านที่เข้าใจ (ตอนพิเศษ 2)

    คำเตือน เนื้อหาในตอนพิเศษนี้จะเกี่ยวข้องกับความรักแบบชายรักชายแต่เล็กจนโตหวังเยี่ยนและลี่หมิง มิเคยทำให้ลี่มี่หนักใจได้เท่าวันนี้ คำพูดของเด็กหนุ่มทั้งสองยังคงวนอยู่ในศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า“เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ข้ารักอาหมิงขอรับ รักแบบคู่รัก มิใช่พี่น้องหรือเพื่อนพ้อง” หวังเยี่ยนเอ่ยอย่างหนักแน่น ต่างจากลี่หมิงที่บัดนี้ก้มหน้ามิกล้าสู้หน้าพี่สาว“…แล้วเจ้าเล่าอาหมิง” ลี่มี่สูดหายใจเข้าเต็มอก ต้องยอมรับว่านางตกใจอยู่บ้าง ด้วยคิดว่าเด็กหนุ่มทั้งสองสนิทสนมกันเพราะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน มิคิดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปได้“ขอรับ น้องเองก็คิดเช่นเดียว อึก! กับคุณชาย” รู้อยู่เต็มอกว่าผิด และรู้ดีว่าไม่มีบิดามารดาคนใดอยากให้บุตรหลานเป็นเช่นนี้ แต่เขาและคุณชายก็ยังหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจและยอมรับในตัวตนของพวกเราได้“เห้อ”“คราแรก ข้ามิคิดจะเอ่ยบอกเรื่องนี้กับผู้ใด แต่ไม่กี่วันมานี้ ท่านพ่อเอ่ยกับข้าและอาหมิงเรื่องแต่สตรีเข้าสกุล แม้อยากจะทดแทนบุญคุณที่พวกท่านเลี้ยงดูข้ามา แต่ข้าก็มิอาจฝืนใจตนเองได้” หวังเยี่ยนและลี่หมิงทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าลี่มี่“ฮึก”“ขอท่านแม่ช่วยพูดกับท่านพ่อให้พวกเราทีเถิดขอรับ”“

  • แม่หมอแห่งซูโจว   84. วิถีของบิดาที่มีบุตรสาว (ตอนพิเศษ 1)

    ข่าวการสละราชบัลลังก์ขององค์ฮ่องเต้ฉางหลงและการขึ้นครองราชย์ขององค์รัชทายาทฉางเฟิง แพร่ไปทั่วแคว้น เหล่าประชาราษฎร์ต่างแห่สรรเสริญ และเฉลิมฉลองกันถ้วนหน้า มิเว้นแม้แต่ครอบครัวของอี้หานและฟ่งอู๋ ที่พากันมาร่วมพิธีราชาภิเษกถึงเมืองหลวง“พวกเจ้าจัดสำรับเย็นไว้มากหน่อย วันนี้ฝ่าบาทจะพาฮองเฮาและองค์ชายทั้งสองพระองค์มาทานมื้อเย็นที่จวน” ลี่มี่และผิงผิงต่างวุ่นอยู่กับการจัดการเรื่องในครัวมี่เอ๋อร์ ผิงผิง ไปให้นมบุตรเถิด ทางนี้ยายกับฮูหยินรองจะดูแลให้เอง” มาครานี้ท่านยายเหมาไป่และมารดาของอี้หานก็พากันมาเที่ยวชมเมืองหลวงด้วย เพราะบัดนี้ลี่มี่คลอดบุตรชายเพิ่มมาอีกสองคน จื้อเจาวัยสองหนาว และจ้านฉือวัยห้าเดือน ผิงผิงเองหลังจากคลอดอาไฉบุตรชายคนแรก ก็มีอินเอ๋อร์บุตรสาววัยแปดเดือน ทั้งเหมาไป่และเจียอีจึงอาสามาช่วยดูแล“เช่นนั้นข้าฝากท่านแม่กับท่านยายด้วยนะเจ้าคะ”“ไปเถิดลูก ป่านนี้หลานแม่คงหิวแย่แล้ว” ฮูหยินรองเจียงอีว่าเช่นนั้น ก็หันกลับไปสั่งการบ่าวไพร่ให้เตรียมขนมของว่างไว้ด้วยลี่มี่กับผิงผิงจึงแยกกันไปให้นมบุตร ยังดีที่ตอนนี้หวังเยี่ยนและลี่หมิงโตเป็นหนุ่มกันแล้วจึงพอจะช่วยดูแลเฟินเยว่และอาไฉไ

  • แม่หมอแห่งซูโจว   83. ชีวิตที่มีสุข (จบ)

    ชีวิตของมารดาที่มีบุตรถึงสองคน และมีน้องชายอีกหนึ่ง มิได้ง่ายดายอย่างที่คิด ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ลี่มี่มิได้ทำหน้าที่ใดขาดตกบกพร่อง คงจะมีแต่การเปิดสำนัก ที่นางมิได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ศรัทธาเลยแม้แต่น้อย เพราะวันๆ ได้แต่วุ่นอยู่กับการเลี้ยงดูบุตรและน้องชาย“เยว่เอ๋อร์~ พี่อาเยี่ยนมาหาน้องแล้ว”“พี่อาหมิงก็มาหาเยว่เอ๋อร์เช่นกัน” และนี่คือเสียงที่อี้หานกับลี่มี่ได้ยินในทุกๆ เช้า ตั้งแต่บุตรสาวของนางคลอด พี่ชายทั้งสองก็เห่อน้องสาว เสียจนงอแงมิอยากไปสำนักศึกษา จนอี้หานต้องออกอุบายว่า พี่ชายที่ดีต้องเป็นแบบอย่างให้น้อง ทั้งสองจึงยอมไปเล่าเรียนที่สำนักศึกษาเช่นเดิม“เข้ามาเถิด น้องพึ่งดื่มนมเสร็จ กำลังอารมณ์ดีเชียวล่ะ” อี้หานลุกจากเตียงไปเปิดประตูให้เด็กชายทั้งสอง“โอ้โห! เยว่เอ๋อร์ดื่มนมเก่งเช่นนี้ วันหน้าคงโตไวเหมือนพี่อาหมิงแน่” เดิมทีลี่หมิงเอ่ยแทนตนเองว่าท่านอา แต่ฟังดูแล้วก็แปลกชอบกล ลี่มี่จึงให้ลี่หมิงแทนตนเองว่าพี่ไปก่อน วันหน้าค่อยเอ่ยบอกกับเฟินเยว่ ว่าแท้จริงแล้วลี่หมิงมีศักดิ์เป็นท่านอาของนาง“แอ้ๆ บู้ คิก” เยว่เอ๋อร์ตัวน้อยดิ้นดุกดิก อย่างชอบใจ“ห้ามเหมือนๆ ข้ากลัวว่าเยว่เอ๋อร์จ

  • แม่หมอแห่งซูโจว   82. เรื่องน่ายินดี (1)

    เจ้าเมืองซูโจวเดินวนไปมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จนฟ่งอู๋ที่กำลังตรวจอาการของลี่มี่นึกรำคาญ“เจ้าหยุดเดินได้หรือไม่อี้หาน ข้ามิมีสมาธิในการตรวจ”“ขออภัย ข้าเพียงกังวล” อี้หานถอยกลับไปนั่งเก้าอี้ ทั้งที่ในใจนึกกลัวไปต่างๆ นานา หวาดกลัวว่าภรรยาจะป่วยหนักเมื่อสหายหยุดเดิน ฟ่งอู๋ก็รีบทำการตรวจต่อ มือของหมอหนุ่มคลำหาชีพจรบนข้อมือเล็ก ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่ใบหน้านิ่งเฉยจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด“เฮ้อ!”“เกิดอันใดขึ้นฟ่งอู๋ เจ้าบอกข้าว่าลี่มี่เป็นอันใด ร้ายแรงหรือ” อี้หานเห็นสีหน้าบูดบึ้งของสหายก็ตีความไปแล้ว ว่าฮูหยินของเขาอาจเป็นโรคร้าย ในตาดำขลับสั่นระริกไปด้วยความกลัว“ฮูหยินเจ้าตั้งครรภ์”“ห๊ะ!!?”“ฟังไม่ผิด ลี่มี่ตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว ที่เป็นลมล้มพับไป คงเพราะเหนื่อยล้าร่วมกับอาการแพ้”“เจ้าว่าลี่มี่ตั้งครรภ์” ดวงหน้าคมคายชะงักค้าง สติที่มีอยู่น้อยนิดหลุดลอยไปจนหมด“ใช่!”“ละ แล้วเจ้าจะทำหน้าเช่นนั้นด้วยเหตุใด! ข้าหรือก็นึกว่าเกิดเรื่องร้าย ทั้งที่เป็นเรื่องน่ายินดีเช่นนี้” อี้หานดันกายฟ่งอู๋ให้ออกห่างจากเตียง แล้วทรุดตัวนั่งลงแทนที่ บัดนี้ฮูหยินของเขายังมิได้สติ คง

  • แม่หมอแห่งซูโจว   81. ยื่นมือเข้าช่วย

    ขบวนเดินทางกลับเมืองซูโจว เต็มไปด้วยผู้คนคละคล่ำ เพราะการเดินทางโปรดนี้มีองค์รัชทายาทและพระชายาร่วมเดินทางมาด้วย เป็นอย่างที่ทุกคนคิด หลังจากที่คุณหนูซินเหม่ยตอบตกลงเรื่องการอภิเษก องค์รัชทายาทก็หาฤกษ์ที่เร็วที่สุด โดยอ้างว่าจะได้เร่งมีโอรสธิดาเพื่อความมั่นคงของราชวงศ์ และแน่นอนว่าองค์ฮ่องเต้ก็เห็นดีเห็นงามด้วย เหล่าขุนนางกรมพิธีการจึงเร่งจัดงานกันจนหัวหมุนหลังจากเสร็จสิ้นพิธีอภิเษก อี้หานจึงพาครอบครัวกลับเมืองซูโจวทันที เพราะทนต่อเสียงรบเร้าของฟ่งอู๋ไม่ไหว“สหายท่านจ้องจะหลอกกินเต้าหู้ ผิงผิงของข้าอยู่เรื่อย”“ฮ่าๆ สงสารเขาเถิด เกี้ยวผิงผิงตั้งแต่ยังมิพ้นวัยปักปิ่น แต่กลับแพ้องค์รัชทายาทที่ได้แต่งชายาก่อน เจ้าคงมิรู้ว่าที่องค์รัชทายาทไปเข้าห้องหอช้า ก็เพราะถูกฟ่งอู๋กลั่นแกล้ง” ลี่มี่หัวเราะร่า จะว่าไปก็น่าสงสารจริงๆ นั่นแหละ“ว่าแต่เราใกล้จะถึงเรือนหรือยังเจ้าคะ ข้ารู้สึกเพลียๆ อยากกลับไปนอนพักแล้ว” ลี่มี่ว่าพลางซบลงไปบนไหล่กว้าง พวกเขาเดินทางมาแรมเดือน ได้พักเต็มอิ่มบ้าง ไม่เต็มอิ่มบ้าง ทั้งการอยู่ในรถม้าทั้งวันก็เมื่อยขบยิ่งนัก ดีที่นางไม่รบเร้าให้ท่านยายมาด้วย มิเช่นนั้นคงทำให้ท่

  • แม่หมอแห่งซูโจว   80. ตอบแทนรัก (2)

    หลังจากที่ตัดสินใจว่าจะเกี้ยวซินเหม่ยให้สำเร็จโดยเร็ว ฉางเฟิงก็เทียวเข้าเทียวออกเรือนเสนาบดีซินเป็นว่าเล่น บ้างก็นำสุรามาดื่มกินกับว่าที่พ่อตา บ้างก็นำตำราที่ซินเหม่ยสนใจมาให้ แต่ที่หนักสุดคงจะเป็นครานี้ เพราะองค์รัชทายาทหนุ่ม ถึงขั้นยกนางในประจำห้องเครื่อง มาสอนคุณหนูสกุลซินทำสำรับเย็นถึงในเรือน เพียงเพราะนางเอ่ยว่าอยากลองทำอาหารมื้อเย็นฉบับชาววังบ้าง“คารวะองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” / “คารวะองค์รัชทายาทเพคะ”“ท่านพ่อตา ท่านแม่ยายตามสบายเถิด เจ้าก็ด้วย” แม้ปากจะพูดคุยอยู่กับบิดาและมารดาของซินเหม่ย แต่ตายังคงติดอยู่กับหญิงสาวตั้งแต่มาถึง“อะแฮ่ม! วันนี้เรียกพ่อตาเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีซินเอ่ยเย้า ทีเล่นทีจริงกับชายหนุ่ม“ข้าเรียกเผื่อไว้ จะได้ชินปาก วันนี้ข้าพานางในประจำห้องเครื่องมาสอนเจ้าทำสำรับ แล้ว…อยากขออยู่รับสำรับเย็นด้วย” แววตาออดอ้อนทำเอาซินเหม่ยยิ้มขำ นางรู้ดีว่าองค์รัชทายาทขี้เล่นมิต่างจากฟ่งอู๋ แต่ก็มิคิดว่าจะมีมุมน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้“กระหม่อมยินดีพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าอยู่ได้หรือไม่” เมื่อได้รับคำตอบจากว่าที่พ่อตาแม่ยายแล้ว ร่างสูงจึงหันไปถามสตรีที่รัก“แต่อาหารที่ข้าพึ่งหัดทำ อา

  • แม่หมอแห่งซูโจว   68. ขอทานน้อย

    “เจ้าเห็นอันใดอย่างนั้นหรือ”“อึก คือ…” ลี่มี่ดึงมือของตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว พลันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“ข้าหมายถึง เจ้าจ้องเสด็จพี่ของข้านานมาก เห็นอันใดผิดปกติอย่างนั้นหรือ หรือว่าเจ้าเห็นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของพี่ข้า ฮ่าๆ”“มะ มิได้เพคะ เพียงแต่หม่อมฉันคิดว่ารูปร่างหน้าตาของท่านอ๋องคล้ายค

  • แม่หมอแห่งซูโจว   67. พบเจอ (2)

    “หืม ว่าอย่างไร ว๊าย!” ซินเหม่ยหลุดออกจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของลี่มี่ ที่ดังขึ้นพร้อมกับแรงฉุดรั้งมหาศาล ร่างของหญิงสาวกระแทกเข้ากับบ่ากว้างของชายร่างใหญ่อย่างจังด้านลี่มี่และผิงผิงที่ยื่นอยู่ไม่ไกลก็รีบเข้ามาดูซินเหม่ย เมื่อครู่มีคนบังคับมาวิ่งผ่านมาด้วยความเร็ว ยังดีที่ชายวัยกลางคนผู้นั

  • แม่หมอแห่งซูโจว   66. พบเจอ (1)

    หลังจากคืนนั้นที่ลี่มี่ทิ้งให้สามีนอนร้างอยู่ผู้เดียว อี้หานก็กระวนกระวาย เอาในฮูหยินสารพัด แต่ลี่มี่ก็ยังไม่กลับมานอนกับเขา คร้านเขาจะขอไปนอนที่ห้องของบุตรชายด้วย ร่างบางก็ปฏิเสธเสียงแข็ง เป็นเช่นนี้มาสามวันแล้วด้านลี่มี่เห็นท่าทีกระวนกระวายใจของสามีก็สาแก่ใจอยู่บ้าง ทว่านางก็มิได้ละเลยหน้าที่ของ

  • แม่หมอแห่งซูโจว   65. สั่งสอนสามี (2)

    “ขอประทานอภัยเพคะ แต่หม่อมฉันมีสิ่งที่จะถามกับคุณหนูซินเหม่ยสักข้อ องค์รัชทายาทโปรดรอก่อน”“อ่อ…เชิญๆ ข้ารอได้” สายตาที่ส่งมาถึงฉางเฟิงราวกับอยากบอกว่า หากเขามิทำตาม นางจะแฉความลับทั้งหมดของเขา“เจ้ามีสิ่งใดจะถามข้าอย่างนั้นหรือ”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าอยากจะถามท่าน ว่าท่านได้เล่าเรียนในสำนักศึกษาหรือไม่”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status