Masukตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]
“ฝ่าบาทเสด็จ”
เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา
“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”
“เพคะ”
ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง
“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”
ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที
“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”
“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”
ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......
“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”
ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท
“เจ้ารักลู่เสียน”
“ใช่”
ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร
“ท่านเองก็เช่นกันไม่ใช่หรือไง”
“ใช่...แต่ข้าไม่อาจทิ้งอำนาจไปหานางได้”
“ข้าเองก็ไม่อาจทิ้งความแค้นไปหาพี่หญิงได้เช่นเดียวกัน”
“เห้อ....”
ทั้งสองถอดหายใจออกมาพร้อมกัน พลางนึกถึงหญิงอันเป็นที่รัก ที่นอนตอนนี้นอนป่วยไม่ได้สติ
“หากเป็นไปได้ข้าก็อยากกักขังนางไว้ ให้เป็นของข้าเพียงผู้เดียว”
“ข้าเองก็เช่นกัน”
ทั้งสองต่างเป็นผู้แพ้สำหรับเรื่องนี้ ฝ่าบาทที่เห็นเช่นนั้นก็รินสุราก่อนจะส่งให้ฮองเฮาเป็นการปลอบใจในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม
“แม้เป็นคนรักไม่ได้ เจ้ากับข้าก็ยังพอเป็นสหายให้นางได้”
ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย จนยาปลุกกำหนัดเริ่มออกฤทธิ์ ฮองเฮาในตอนนี้ค่อย ๆ ปลดผ้าออกทีละชิ้น ส่งฝ่าบาทเองก็เช่นกัน ทั้งสองพยักหน้าให้กันและกัน และต่างจัดการเสื้อผ้าออกตัวเองพร้อมตรงไปที่เตียง
ฮองเฮาในตอนนี้พาร่างกายเปลือยเปล่าขึ้นไปนอนรอบนเตียง นางบิดกายไปมาใช้มือสัมผัสร่างกายตัวเองไปมาก่อนจะมองฝ่าบาทด้วยสายตายั่วยวน ขาทั้งสองข้างค่อย ๆ แยกออกจากกันเผยให้เห็นดอกไม้สาวที่ปิดสนิท นางลูบไล้ดอกไม้สาวไปมา ฝ่าบาทเองก็จ้องมองภาพตรงหน้าไม่วางตา
“เอาท่อนเอ็นโง่ ๆ ของเจ้าใส่เข้ามา”
“ข้าจะทำเบาเบา”
ฝ่าบาทพูดขึ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นเสียดสีกับกลีบดอกไม้สาว น้ำหวานสีใสของฮองเฮาถูกชโลมลงบนท่อนเอ็น ฝ่าบาทที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมา เขาก้มลงไปขบเม้นอกขาวเนียนที่ตั้งยอดขึ้นมา ส่วนท่อนเอ็นก็ยังคงถูเสียดสีเม็ดเสียวไม่หยุด
“อ่าส์....เอาเข้ามาได้แล้ว..”
“หากเจ็บก็อย่ามาโทษข้า”
ฝ่าบาทจับท่อนเอ็นก่อนจะค่อย ๆ กดเข้าไปในรูสวาททีละนิด ทั้งสองรู้สึกทั้งเสียวจนอยากจะหยุดทำ แต่ก็รู้สึกดีจนมันหยุดทำไม่ได้เช่นกัน เนื้อเสียดสีกันข้างในทั้งอุ่นทั้งสุข ไม่นานท่อนเอ็นก็เข้าไปในรูสวาทจนมิดด้าม
“อ่าส์...”
“อะ ข้าจะขยับแล้วนะ...อะ....อย่ารัดแน่นสิ”
ฝ่าบาทค่อย ๆ ขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า ทางด้านฮองเฮา ตอนนี้จากที่เจ็บกลายเป็นว่ามีเสียวเข้ามาแทนที นางหลับตาแน่นพลางนึกจินตนาการถึงลู่เสียน ฝ่าบาทเองก็เช่นกันเขาหลับตาลงก่อนจะนึกถึงเรือนร่างของลู่เสียนในยามเปลือยเปล่า
“ลู่เสียน.....อ่าส์”
“อะ...อะ...พี่หญิง....อะ.....ซี๊ดดดด”
เสียงเนื้อกระทบกันอย่างรุนแรงดังไปทั่วห้อง นางมองบุรุษตรงหน้าแม้จะขัดใจแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาทำได้ดีจนนางเผลอครางออกมา
“อูยยยย…ซี๊ดดดด…มันส์ดีเหลือเกิน…ซี๊ดดดด…กระแทกแรงๆ มาเลย โอยยยย… ไม่ต้องกลัวเจ็บแล้ว…”
ฮองเฮาเองก็ยกสะโพกแอ่นร่อนไปมา ฝ่าบาทได้แต่กัดฟันแน่น มองหญิงตรงหน้าที่ในตอนนี้ดูจะชื่นชอบท่อนเอ็นเขายิ่งนัก เขาออกแรงกดสะโพกให้หนักขึ้น จนร่างบาทตัวสั่นตามแรงกระแทก
“อะ...อย่าแอ่นแบบนั้น....ซี๊ดดดด...เป็นไงรสชาติที่ไม่ชอบ....อะ...อะ......อย่ารัด”
“ไม่เห็นรู้สึก....อะ....อ่าส์...อะไรเลย.....อะ...ระ...แรงไป....โอยยย....”
ด้านในรูสวาทบีบรัดท่อนแอ่นแน่น ด้วยความเสียว เล็บของนางจิกลงที่บ่าของคนตรงหน้าเพื่อระบายความเสียว
“อย่ารัดสิวะ......อะ.......อ่าส...เสียวหัว......อย่าดื้อดิวะ.....ซี๊ดดดดด”
เสียงเนื้อกระทบกันดังได้สองสามที ก่อนจะเงียบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสอง แม่จะไม่ชอบคนตรงหน้า แต่ก็พูดได้เลยว่าการเสพสมเมื่อครู่นี้นั้นถือว่าไม่เลว.....
“แค่คืนนี้ หลังจากคืนนี้ทุกอย่างจะไม่มีการสานต่อ”
ฮองเฮาพูดขึ้นมา ฝ่าบาทเองก็พยักหน้าเป็นการเห็นด้วย อาจจะเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด เขาในตอนนี้ต้องการคนใต้ร่างซะเหลือเกิน ทั้งสองโน้มหน้าประกบปากเข้าหากันก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปในปากของอีกฝ่าย ท่อนเอ็นที่อยู่ในรูสวาทกลับมาขยับอีกครั้ง ทั้งสองเสพสมในรักจนกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วห้อง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เสียงครางดังออกมาเป็นจังหวะ แม้จะบอกว่าเพียงคืนเดียวแต่ผ่านไปสองวันสองคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าทั้งสองพระองค์จะออกมาจากตำหนัก คงเป็นข่าวดีว่าอีกไม่นานคงจะมีโอรสมาให้พวกเขาดูแลแล้ว.......
5ปีต่อมา
“เสด็จแม่ เสด็จพ่อ ข้าอยากมีน้องสาว”
องค์ชายหลี่หมิ่นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทำให้คนที่ฟังความต้องการได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าทันที กว่าทำใจได้หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ใช้เวลาอยู่นาน หากจะให้กลับไปทำอีกเห็นทีจะ.....ไม่ไหว...
“แม่คงมีน้องสาวให้เจ้าไม่ได้ เจ้าก็รู้ร่างกายแม่อ่อนแอแค่ไหน เช่นนั้นให้เสด็จพ่อเจ้ารับสนมดีหรือไม่”
“เช่นนั้นเสด็จพ่อ..”
“พ่อปักใจรักเพียงแม่เจ้า คงจะมีผู้อื่นไม่ได้ เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ รออาหญิงของเจ้าฟื้นแล้วลองขอท่านอาทั้งหกของเจ้าดู”
“แล้วอาหญิงคือผู้ใด เมื่อไหร่นางจะฟื้น”
ทั้งสองทำเพียงกอดบุตรชายไว้ ไม่ได้ตอบอะไร แม่และพ่อของเจ้าก็อยากรู้เช่นเดียวกันเหตุใดนางจะฟื้นขึ้นมา ข้าช่างคิดถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนางยิ่งนัก...
จบตอนพิเศษตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







