Mag-log inลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว
“เจ้ายิ้มโง่อะไร”
“..........”
ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น
“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”
“..........”
“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”
“ถุย” !!!
ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติ
เพี๊ย!!!!
หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที
“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”
“แต่มันหยามข้า!!!”
“ข้าบอกแล้วไงทำอะไรกับนางก็ได้แต่ห้ามนางตาย”
“โถ่โว๊ย!!!”
คุณชายอี้ถีบไปที่ท้องของลู่เสียนเพื่อระบายอารมณ์ ลู่เสียนงอตัวด้วยความจุก แต่นางไม่มีวี่แววจะร้องขอความเมตตาต่อคนตรงหน้า
“นั่นลูกน้องเจ้าลงมาแล้วจะทำอะไรก็ทำ ข้าจะนั่งจิบน้ำชารอชม”
ฮุ่ยเหอพูดจบก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะรินน้ำชาจิบอย่างผ่อนคลาย ภาพของลู่เสียนในตอนนี้พลางนึกถึงตัวเองในยามทรมานจากยาพิษขององค์ชายสี่ เจ้าต้องชดใช้ให้ข้า.....
“คุณชายจะให้พวกข้า......แต่นั่นคือคุณหนูลู่เสียนนะขอรับ”
“นางมิใช่ ในยามนี้นางคือสัตว์เลี้ยงของพวกข้า พวกเจ้าไม่อยากลิ้มรสหรือ ลูกสาวขุนนางที่พวกเจ้าเฝ้าแต่มองและเพ้อหา..”
ลี่ถังพูดขึ้น ผู้คุ้มกันทั้งสามคนมองไปที่ลู่เสียนแม้นางในตอนนี้ไม่น่ามองนัก แต่ในเมื่อพวกเขาเคยเฝ้าเพ้อหาในตัวนาง ยามนี้มาอยู่ตรงหน้ามีหรือจะปล่อยนางไป
“พวกเจ้าจัดการตามใจเถิดจะรุนแรงแค่ไหนก็ได้แต่อย่าให้นางตายก็พอ”
ลู่เสียนที่ได้ยินนางกำมือแน่น หากนางหลุดไป พวกมันต้องตาย !!!
ชายทั้งสามเดินเข้าไปหาลู่เสียนด้วยความหื่นกระหาย ก่อนจะลูบไล้เอวบางและหน้าท้องแบนราบของนาง ลู่เสียนก็พยายามขัดขืนแม้จะไม่มีแรงมากนัก คุณชายอี้ ฮุ่ยเหอ และลี่ถังนั่งจิบน้ำชามองภาพชายทั้งสามกำลังลวนลามลู่เสียนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสะใจ นางสมควรโดนเช่นนี้แล้ว
“ท่านจะกินเนื้อนางไม่ใช่หรือ”
“ข้าค่อยล้างตัวนางก่อนจะดีกว่า”
“ท่านพี่ ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่าต้องล้างตัวนางด้วยน้ำเกลือสิถึงจะสะอาด”
ทั้งสามหัวเราะอย่างมีความสุข ต่างจากลู่เสียนในตอนนี้ได้แต่กรีดร้องออกมา ลิ้นสาก ๆ ค่อย ๆ เลียตามหน้าท้องแบนราบของนาง และเอี๊ยมและกระโปรงของนางกำลังจะถูกปลดออก ลู่เสียนใช้แรงเฮือกสุดท้ายขัดขืนพร้อมตะโกนเรียกสามีของนาง
“ท่านพี่ช่วยลู่เสียนของพวกท่านด้วย!!!”
แม้นางจะรู้ว่าไร้ประโยชน์แต่นางอยากจะเชื่อใจพวกเขาครั้งสุดท้าย แม้ความเป็นจริงจะไม่มีความหวังเลยก็ตาม
บึ่ม !!!
เสียงระเบิดดังขึ้น ตามด้วยร่างของชายทั้งสามกระเด็นออกมาจากลู่เสียน หมอกสีดำปกคลุมร่างลู่เสียน ก่อนซีห่าวจะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าลู่เสียน พร้อมทั้งองค์ชายสอง องค์ชายหก องค์ชายเจ็ด ฝ่าบาท และลี่อิน ที่ลงมาจากบันได พวกเขามองร่างของลู่เสียนที่ถูกล่ามโซ่ที่มือและคอ พร้อมทั้งรอยแผลที่เกิดขึ้นตามตัวและใบหน้าต่างกำมือแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะปรายตาไปมองตัวการ พวกมันต้องไม่ตายดี
“สวะ อย่างพวกเจ้าชั่งกล้านัก ที่มาแตะต้องคนของข้า”
ซีห่าวในตอนนี้ตาดำสนิทเขาเดินเข้าไปหา ฮุ่ยเหอ ลี่ถังและคุณชาย ที่ตอนนี้โดนเงาสีดำบีบคอจนลอยจากพื้น พวกเขาดิ้นไปมาด้วยความทรมาน
“พี่หญิง”
ลี่อินเข้าไปประคองลู่เสียนทันทีหลังจากที่องค์ชายหกตัดโซ่ ฝ่าบาทที่เห็นลู่เสียนในสภาพกึ่งเปลือยก็รีบถอดชุดมาคุมตัวนางทันที
“น้องหญิง น้องหญิง”
ลู่เสียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นบรรดาเหล่าสามีของนางก็ฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปมองชายชุดน้ำเงินที่กำลังมองมาทางนางเช่นกัน ลู่เสียนมองทั้งสามที่กำลังจะตาย ก็ร้องเอ่ยห้าม ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ท่านพี่ซีอย่าทำเช่นนั้น.....”
“มันทำเจ้าเจ็บยังจะเมตตาอะไรของเจ้า โง่หรือไง”
“ให้พวกมันตายอย่าทรมาน ข้าขอร้อง”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยความแค้นก่อนจะสลบไป องค์ชายสองที่เห็นดังนั้นจึงรีบอุ้มลู่เสียนขึ้นทันที
“เจ้าหก อยู่จัดการที่นี่กับข้า เจ้าเจ็ดเจ้าไปแจ้งเรื่องแก่แม่ทัพจาง ส่วนเจ้าสองกับลี่อินพาลู่เสียนไปรักษาที่โรงหมอสกุลจางก่อน”
ฝ่าบาทพูดจบทุกคนก็ทำตามทันที เขามองชายชุดน้ำเงินที่มองลู่เสียนที่โดนอุ้มออกไปไม่วางตา
“ท่านตามนางไปเถิด ข้าจะจัดการในส่วนที่เหลือเอง”
“แต่นางให้ข้าฆ่าพวกมัน”
“วางใจเถิดข้าจะจัดการให้พวกมันทรมานที่สุด หากท่านตามไปไม่แน่อาจจะรักษานางได้”
“หึ เหตุใดนางไม่เอาคนฉลาดอย่างเจ้ามาเป็นสามีกัน”
กร๊อบ!!!กร๊อบ!!!!
เสียงกระดูกดังลั่น ชายทั้งสามที่นอนบาดเจ็บอยู่ ร่างของพวกเขาลอยขึ้นก่อนจะมีเสียงกระดูกที่หักตามตัว ทั้งสามร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด กระดูกทั้งร่างถูกบิดจนผิดรูป
“เอาไปกิน รางวัลของพวกเจ้า”
พูดจบซีห่าวก็หายตัวไปทันที ชายทั้งสามคนยังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ฝ่าบาทและองค์ชายหกมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ ซีห่าวผู้นี้พูดกับใคร
“อ๊ากกก”
เสียงจากชายทั้งสามดังขึ้น เมื่อมองขึ้นไปพบกลุ่มหมอกสีดำปลุกคลุมไปทั่วตัวของทั้งสาม มีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเงียบหายไป
ตุบ ตุบ ตุบ!!!
เสียงกระดูกร่วงลงพื้น ฝ่าบาทและองค์ชายหกมองกระดูกตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายลงคอ ให้ตายสิท่านเทพซีห่าวผู้นี้เป็นเทพจริง ๆ หรือไม่.....
โรงหมอสกุลจาง
“ชีพจรสับสน ขะ...”
“ออกไปให้หมอ ข้ารักษาเอง....”
ทันเทพซีเข้ามาก่อนจะเข้าไปนั่งข้าง ๆ ลู่เสียน ทุกคนออกไปจากห้องตามที่ท่าเทพสั่ง เขาหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นดวงตาสีแดงของเขาในตอนนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นสีทองดังเดิม นางเป็นบัวสวรรค์ย่อมต้องใช้พลังเทพรักษา
“ข้าน่าจะฆ่าพวกมันซะ”
ท่านเทพมองลู่เสียนที่ตอนนี้ไม่เหลือคำว่าหญิงงามแล้วใบหน้าและร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผล เขาจับที่มือของนาง แสงสีทองค่อย ๆ ปรากฏขึ้น แผลตามตัวของลู่เสียนค่อย ๆ จางหายไป
“ซีห่าวเจ้าบ้าไปแล้วหรือไง”
ฉินซีที่พึ่งปรากฏตัวขึ้น กระชากซีห่าว ออกจากลู่เสียนทันที ซีห่าวที่ตอนนี้ใช้พลังเกินตัวก็กระอักเลือดออกมา ฉินซีเข้าไปประคองทันที
“เจ้าบ้าไปแล้ว เจ้าโดนลดพลังไปเก้าส่วนลืมไปแล้วหรือไง หากยังฝืนช่วยนางต่อ เจ้าจะตายได้นะ”
“แต่เพราะข้าหานางไม่เจอ นางเลยเป็นเช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่นางมองข้าสายตานางต่อว่าข้าเพียงใด”
“ข้าจะช่วยนางเอง”
ฉินซีถอนหายใจออกมา เดิมทีเขาได้รับหน้าที่มาลากตัวซีห่าวกลับไปรับโทษ แต่นี่อะไรกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว เหอะใครใช้ให้เขามาเป็นสหายคนเอาแต่ใจเช่นเจ้านั่นกันเล่า
“หากข้ารักษานาง เจ้าต้องกลับไปรับโทษกับข้า”
“แต่ว่า”
“หรือจะปล่อยให้นางตาย”
“.........”
ฉินซีหลับตาลง แสงสีทองปรากฏขึ้นอีกครั้ง ตัวลู่เสียนค่อย ๆ ลอยขึ้นจากเตียง ฉินซีขมวดคิ้วทันทีที่พบสิ่งผิดปกติ ร่างของลู่เสียนค่อย ๆ ลอยลงมานอนดังเดิม แสงสีทองค่อย ๆ หายไป ฉินซีมองลู่เสียนด้วยความกังวล
“อะไร” ??
“ข้าและเจ้าคงรักษานางได้เท่านี้ ที่เหลือคือชะตาของนาง”
“หมายความว่าไง”
“ตอนนี้ข้าไม่รู้ แตารู้เพียงว่านางต้องต่อสู้กับชะตาของนาง ไปเถิดหากนางฟื้นมาเจ้าจะอาลัยมากกว่านี้”
คุกหลวง
“ปล่อยข้า โถ่เว้ยรู้หรือไม่ข้าลูกใคร”
คุณชายอี้ ยังคงตะโกนออกมาไม่หยุด ลี่อินที่เดินเข้าก็กระตุกยิ้ม นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะวางชามข้าวและอาหารลง
“ข้าเอาข้าวมาให้ กินซะสิ”
“เจ้าปล่อยข้าไป หากพ่อข้ารู้”
“นายท่านหลงยกเจ้าให้ข้า และขอตัดขาดเจ้าออกจากตระกูล ก็นะลูกของของเขาก็ไม่ใช้ จริงสิข้าบอกหรือยังว่าแม่เจ้าแอบคบชู้กับทหารเฝ้าประตูจนมีเจ้าออกมา”
“จะ...เจ้าโกหก”
“เอาเถอะ แล้วแต่เจ้า”
ลี่อินพูดจบก็เดินออกไป คุณชายหลงมองถ้วยข้าวบนพื้น
เพล้ง!!!
“คิดว่าข้าโง่จนจะกินยาพิษของเจ้าหรือไง!!!”
1 อาทิตย์ต่อมา
ลี่อินยืนยิ้มอย่างพอใจมองคุณชายหลงที่กินข้าวอย่างหิวกระหาย หลายวันมานี้คุณชายยอมกินข้าวที่นางเตรียมมาให้พิเศษ เมื่อเห็นคุณชายวางตะเกียบลง ลี่อินก็ยิ้มออกมา
“อร่อยหรือไม่ ข้าตั้งใจให้ทำเพื่อเจ้าเลย”
“ทำไมเจ้าถึงดีกับข้าเช่นนี้”
“ดีหรอ”
“ใช่ เจ้าที่เอามาให้ข้ากินทุกมื้อมีแต่เนื้อและเมนูที่ข้าชอบ”
ลี่อินหัวเราะออกมา นางควรจะบอกมนุษย์โง่นี่ดีหรือไม่
“ต่อไปคงไม่มีเนื้อให้เจ้าแล้ว”
“เพราะเหตุใด”
“ก็ฮูหยินหลงนะสิ เน่าจนเอาเนื้อมาทำอาหารให้เจ้ากินไม่ได้แล้ว ข้าอุตส่าห์ให้คนทำเมนูที่เจ้าชอบเพราะกลัวว่าเนื้อจะเหนียวเกินไปจนเจ้ากินไม่ลง แต่หลายวันมานี้ก็เห็นเจ้ากินอร่อยดี”
“จะ...จะ....จะ...เจ้าพูดบ้าอะไร”
“ข้าไม่ได้บอกหรอ นายท่านหลงลงมือฆ่าฮูหยินหลง ตั้งแต่วันที่เจ้ามาที่นี่วันแรกแล้ว”
“หมายความว่า ที่ข้ากิน...อะ..อะ.อ้วกกก”
คุณชายหลงอ้วกออกมาทันที ลี่อินที่เห็นเช่นนั้นยิ้มออกมาอย่างพอใจ เดิมทีนางจะให้กินเนื้อฮูหยินหลงจริง ๆ แต่พ่อครัวของวังเอาแต่อ้อนวอนนาง เพราะเขาไม่อาจทำได้ จึงต้องเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นแทน
“สวะ เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ก็เห็นเจ้าอยากกินเนื้อพี่หญิงของข้า ข้าเลยนำมาให้”
“เหอะ เจ้าก็คงเป็นนางโลมเช่นนางสินะ รู้หรือไม่เล่า นางอ้อนวอนข้าอย่างไรยามนางโดนลูกน้องของข้ารุมข่มขืน เหอะนางเอาแต่บอกว่าจะยกตัวเองให้ข้า นางโลมชั้นต่ำ”
ลี่อินกำมือแน่น นางมองชายตรงหน้านิ่ง น่าฆ่าให้ตายนัก
“แล้วอย่างไรพวกเจ้าทำได้แค่นี้หรือ”
“ฮองเฮาสงบอารมณ์ อีกสองวันมันก็จะได้ใช้กรรมแล้ว”
ฝ่าบาทที่ได้ยินทุกอย่าง เดินเข้ามาพลางมองไปที่คุณชายหลง
“จริงสิอีกสองวันข้าต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ พวกเจ้าเลยทำอะไรข้าไม่ได้สินะ”
“อย่าพึ่งดีใจไป เจ้ารู้หรือไม่วางนางเป็นเพื่อนของข้า แล้วงานอดิเรกที่นางชื่นชอบที่สุดคือการชำแหละบุรุษเป็นชิ้น ๆ เพื่อศึกษาทางการแพทย์ ยิ่งข้าบอกนางว่าเจ้ามีปัญหาที่ตรงนั้น นางยิ่งอยากเจอเจ้าเร็ว ๆ ”
“จะ...จะ...จะ..เจ้าโกหก”
“อ๋อเจ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้าได้บอกนางแล้วว่าให้ชำแหละยามเจ้ายังมีสติ”
“เหตุใดมีแค่ข้าที่โดนลงโทษ แล้วฮุ่ยเหอกับลี่ถังเล่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ยามนี้พวกนางเองก็กำลังรับผลกรรมเช่นกัน....”
เหล่าองค์ชายในตอนนี้กำลังนั่งมองสตรีสองคนที่ถูกตรึงแขนทั้งสองข้าง พร้อมด้วยเลือดที่ไหลตามตัวของนางก็ถูกทหารเอาถ้วยมารองไว้
“หากเต็มถ้วยแล้วก็ให้พวกนางดื่ม”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“บิดาของพวกข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าแน่”
ฮุ่ยเหอพูดมาด้วยน้ำเสียแผ่วเบา ที่ผ่านมานางโดนทรมานสารพัดวิธี ไม่เว้นแม้แต่ให้ดื่มยาพิษ เมื่อนางใกล้จะเสียชีวิตก็จะมีหมอมารักษา หากนางดีขึ้นก็ถูกจับมาทรมานอีกเป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง นางในตอนนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับนิ้ว เหตุใดบิดานางไม่มาช่วย
“เหอะ คิดว่าบิดาเจ้าจะยอมแรกตระกูลเพื่อพวกเจ้าหรือ”
“หมายความว่าไง”
“พวกเจ้าถูกทอดทิ้งแล้วอย่างไงล่ะ”
องค์ชายสี่พูดขึ้น ก่อนจะรินน้ำชาให้คนที่เหลือ องค์ชายหกจิบน้ำชาก่อนจะหันไปมองลี่ถังและฮุ่ยเหอ ที่ตอนนี้กำลังถูกจับกรอกเลือดของพวกนางลงไป พลางยิ้มขึ้นมา
“ในวันนั้น พวกเจ้านั่งดื่มน้ำชาเช่นนี้ด้วยใช่หรือไม่”
“เอาเถอะ ถึงเวลาไปหาน้องหญิงแล้ว”
องค์ชายห้าพูดขึ้น ก่อนจะเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักทันที
“เหตุใดพวกเจ้าไม่ไปจับแม่ของพวกเจ้าเล่า พวกนางเป็นคนจับตัวลู่เสียนมาให้ข้า และยังดื่มเลือดนาง”
“พูดอะไรของเจ้า!!!”
องค์ชายเจ็ดเข้าไปบีบคอฮุ่ยเหอทันที นางเพียงยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติ
“เดิมทีแม่ของเจ้าจะไม่ดื่ม แต่เพราะอยากคงความสาวจึงได้ดื่ม หึหึหึ ข้าเองก็อยากรู้ที่ว่ายุติธรรมนั่นยุติธรรมเพียงใด!!!”
ฮุ่ยเหอพูดออกมาเหมือนคนเสียสติ องค์ชายสองทุบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะยืนขึ้น
“หากพวกนางใกล้ตายครั้งนี้ไม่ต้องรักษา จับพวกนางลงโทษห้าม้าแยกร่าง แล้วส่งศพไปโยนหน้าจวนของนาง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าองค์ชายเดินออกมา ก็ต้องชะงักเมื่อพบฝ่าบาทและฮองเฮายืนมองพวกเขาอยู่
“ตามข้ามา”
ฝ่าบาทพูดออกมาก่อนจะเดินออกไป ลี่อินเองก็เดินแยกออกไปอีกทาง นางเดินเข้าไปยังตำหนักที่ลู่เสียนเคยพักอยู่ยามรักษาองค์ชาย ก่อนจะเปิดประตูเข้าในห้องไป ยังพบลู่เสียนนอนอยู่บนเตียง กลิ่นกำยานรักษาฟุ้งไปทั่ว ลู่เสียนโดนนำมารักษาตัวที่วังหลวงโดยให้เหตุผลว่าท่านหมอหลวงย่อมดีกว่าหมอชาวบ้านแม่ทัพจางจึงยอม
“พวกเจ้าออกไปก่อน”
“เพคะ”
ลี่อินเดินไปที่เตียงก่อนจะกุมมือของลู่เสียนไว้แน่น ทันทีที่มองใบหน้าที่เคยงดงามยามนี้ซูบผอมมือ น้ำใสใสก็ไหลออกจากตาของลี่อิน นางจับมือลู่เสียนมาแนบที่ใบหน้า
“คุณหนูจางอาจจะไม่ฟื้นอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของหมอหลวงดังก้องในหัวของลี่อิน ไม่จริงข้าเชื่อว่าพี่หญิงต้องฟื้นขึ้นมา
“พี่หญิง ท่านฟื้นได้แล้ว ข้าคิดถึงท่าน.....”
ข่าวซุบซิบในวังหลวง
- สาเหตุที่เหล่ามารดาขององค์ชายตัดสินใจปลงผมบวชตลอดชีวิต เนื่องจากทรงได้รับราชโองการลับ ๆ จากฝ่าบาท
- ฝ่าบาททรงแอบซ่อนสตรีในดวงใจไว้ ในตำหนักทางใต้ ทรงเสด็จไปหานางทุกวัน และนางกำนัลในตำหนักทางใต้ไม่รับอนุญาณให้ออกมานอกตำหนัก
- เหล่าองค์ชายต่างไปทำความรู้จักสตรีลับลับของฝ่าบาท ไม่แน่ว่าอาจจะให้องค์ชายช่วยดันฐานะนางเป็นพระสนม
- ฮองเฮาทรงรู้เรื่องสตรีลับลับของฝ่าบาทจึงบุกเข้าตำหนัก คาดว่าฝ่าบาทน่าจะปกป้องสตรีผู้นั้น ฮองเฮาถึงได้ออกจากตำหนักด้วยสีหน้าเศร้าเหมือนผ่านการร้องไห้มา
- หมอหลวงเข้าออกตำหนักทางใต้ทุกวันคาดว่าสตรีผู้นั้นน่าจะตั้งครรภ์แล้ว
- องค์ชายเข้าออกตำหนักสตรีผู้นั้นทุกวัน คาดว่าฝ่าบาททรงฝากให้องค์ชายดูแลนาง
- แม่ทัพจางและคุณชายลู่จื้อเข้ามาในตำหนักทางใต้ อาจจะให้รับนางเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพระสนม
- ไม่มีข่าวออกจากตำหนักอีกเลย เนื่องจากสายลับโดนแม่ทัพจางและคุณชายลู่จื้อจับได้ พยายามส่งไปอีกครั้งก็ไม่เป็นผลคาดว่าน่าจะโดนซื้อตัวไปแล้ว
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







