Mag-log in1 ปีต่อมา
“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”
“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”
“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”
“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”
ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ
“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”
“เสร็จสิ้นพิธี”
เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...
“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”
ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง
“เจ้าอยู่ไหน กลับมาได้แล้ว น้องหญิง...”
“ท่านเทพซี น้องหญิงนาง.....”
“พวกเจ้าดูแลนางอีกหน่อย เอายาละลายน้ำและให้นางกินจะรักษาร่างนางไว้ได้ ส่วนวิญญาณนางข้าจะตามหาเอง”
“เช่นนั้น น้องหญิงจะกลับมาใช่หรือไม่”
“ใช่”
ท่านเทพซีส่งหีบใบเล็กที่บรรจุยาสีทองไว้มากมาย ให้องค์ชายสี่ เดิมทีเขาในตอนนี้ยังโดนโทษกักขังแต่เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญเขาเลยแอบหนีมา
“พวกเจ้าจงดูแลนางให้ดี”
ท่านเทพซีมองเหล่าองค์ชายที่พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันมาสนใจลู่เสียน เขาจับมือนางมากุมไว้
“ไม่ต้องห่วง ข้าต้องหาเจ้าจนเจอ รอข้าก่อนนะน้องหญิง”
องค์ชายสามมองภาพตรงหน้า เขาได้แต่โทษตัวเองที่นางเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขา โชคชะตาอะไรนั่นก็เพราะเขา หากเขาไม่หลับนอนกับนาง หากเขาอดทน นางคงไม่ต้องมาทรมานเช่นนี้
“อย่าได้โทษตัวเอง”
องค์ชายห้าทำเพียงตบที่บ่าของพี่ชายเบา ๆ เขารู้ดีว่าตลอดมาผู้ที่จมกับความรู้สึกผิดที่สุดคือผู้ใด พี่สามเอาแต่โทษตัวเอง องค์ชายสามเพียงยิ้มบาง ๆ
“คืนนี้พวกเจ้ากลับห้องของพวกเจ้าเถิด ข้าจะดูแลนางเอง”
“แต่ว่า.....”
“ข้าต้องใช้พลังเพื่อฟื้นฟูร่างกายของนาง พวกเจ้าอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
“พวกข้าเข้าใจแล้ว”
องค์ชายสองพูดจบก็เดินนำเหล่าองค์ชายออกไป ท่านเทพมองพวกเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ให้ตายเถอะ เจ้าหาสามีที่ดีกว่านี้ได้หรือไม่”
“เหอะ จ้าเองก็ไม่ควรว่าอนุของนาง”
“ข้ากลับคิดว่าเจ้าฮ่องเต้นั่นดูจะเข้าท่ากว่า”
“แต่นางเลือกแล้ว”
ฉินซีมองคนตรงหน้าก่อนจะส่ายหัวออกมา เขาทอดสายตามองไปร่างของลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจำนางไม่ได้
“รีบรักษานางเถิด หากนางตื่นมาแล้วพบว่าร่างกายขอตัวเองเป็นเช่นนี้เห็นทีคงจะเอาแต่โวยวาย”
เทพทั้งสองหลับตาลงก่อน ร่างของลู่เสียนค่อย ๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ แสงสีทองค่อย ๆ ส่งผ่านไปยังร่างขอลู่เสียน ร่างกายที่เคยซูบผอมกลับมางดงาม อีกครั้ง กลิ่นดอกบัวจากร่างของนางค่อย ๆ ฟุ้งไปทั่วห้อง เทพทั้งสองมองร่างที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างชั่งใจ ตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมหมดแล้วเหลือเพียงวิญญาณของนาง...
“ตอนนี้เหลือเพียงแค่เจ้าแล้ว ลู่เสียน.....”
หญิงสาวชุดสีขาว ที่เต็มไปด้วยเลือด นางเดินอย่างเหม่อลอยตามผู้คน ผู้ที่เดินร่วมทางมีมากมายพวกเขาต่างดูเหม่อลอยไร้สติ ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย มีเพียงเสียงเดินเงียบ ๆ หมอกลืมเลือนปกคลุมไปทั่วเส้นทางที่เดินทำให้ผู้คนที่เดินต่างค่อย ๆ ลืมเลือนทุกอย่างในโลกก่อนตาย
“เจ้าดื่มเถิด พอข้ามสะพานไปแล้วเจ้าจะไม่เจ็บปวดอีก”
ผู้ชายชุดดำส่งชามที่มีน้ำลืมเลือนให้หญิงสาวที่ตั้งครรภ์ ตามตัวนางเต็มไปด้วยเลือดมากมาย นางรับมาก่อนจะดื่มลง ก่อนจะลูบที่ท้องและเดินข้ามสะพานไปด้วยแววตาเศร้า
“นางชั่งน่าสงสารนัก”
ชายชุดดำมองหญิงที่ข้ามสะพานไป พลางส่ายหัวก่อนจะตักน้ำใส่ชามอีกครั้ง เขามองชายที่ใส่ชุดเกราะทหารในมือถือกระบี่ที่อาบไปด้วยเลือด เขามองประวัติที่อยู่ในหนังสือตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา
“อย่าได้แค้นเคืองผู้ที่หลอกใช้เจ้าเลย พวกเขาในตอนนี้กำลังใช้กรรมที่ก่อกับเจ้าอยู่ ดื่มเถิด”
ทหารผู้นั้นปล่อยดาบลง ก่อนจะรับน้ำมาดื่ม พลางเดินข้ามสะพานไป
“เจ้ามักปลอบโยนพวกเขาเช่นนี้หรือ”
ผู้ชายชุดขาวเดินเข้ามาพลางยกยิ้มให้
“เจ้าก็รู้วิญญาณที่ถูกส่งมาที่นี่ ต่างแตกสลาย พวกเขามักโดนกระทำจนวางความแค้นไม่ลง”
ชายชุดดำพูดจบก็ตักน้ำใส่ถ้วย เขามองหญิงชุดขาวที่เต็มไปด้วยเลือดตรงหน้า แววตานางดูเจ็บปวดและแค้นเคือง นางเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของเขา
“จางลู่เสียน เจ้าเองก็มีความแค้นที่ลืมไม่ลงสินะ”
เขามองชื่อที่อยู่ในหนังสือเหตุใดชื่อนางจึงคุ้นหูนัก พลางอ่านประวัติของนางเขาเม้มปากเน้น มองนางด้วยแววตาสงสาร เขายื่นถ้วยน้ำให้นาง
“ดื่มเถิด จะได้ลืมทุกสิ่ง”
“เหตุใครครั้งนี้ถึงไม่มีคำปลอบโยนเล่า ไหนข้าขอดูหน่อย”
ชายชุดขาวหยิบหนังสือไปดู ลู่เสียนเองก็มองไปที่น้ำลืมเลือนในมือด้วยสายตาว่างเปล่า
“ข้าเองก็ไม่รู้จะปลอบโยนมิให้นางโกรธแค้นได้เช่นไร”
“จางลู่เสียน…เหตุใดข้าคุ้นเคยชื่อนี้นัก”
ลู่เสียนเหม่อมองไปยังสะพานตรงหน้า เหตุใดนางจึงรู้สึกเหมือนลืมเลือนเรื่องสำคัญไป นางในตอนนี้จำได้เพียงการตายของนางเท่านั้น
“กลิ่นดอกบัว......เดี๋ยวนะ ลู่เสียน.....จากลู่เสียนดอกบัวสวรรค์!!! นางใช่คนที่ท่านเทพฉินซีตามหาหรือไม่”
“เช่นนั้นแล้ว???”
“เห็นทีน้ำลืมเลือนเจ้าถ้วยนี้คงต้องให้ผู้อื่นแล้ว แม่นางตามข้ามาเถิด”
ชายชุดขาว ดึงถ้วยน้ำออกจากมือของลู่เสียน พลางจับมือนางเดินออกไป ชายชุดดำมองตามลู่เสียนไป พลางมองน้ำในถ้วย ให้นางกลับไปเจอมนุษย์ใจร้ายพวกนั้นจะดีหรือ
“จางลู่เสียนข้าหวังว่าแม่นางจะมีความสุข หวังว่าจะไม่ได้เจอแม่นางในสถานที่เช่นนี้อีก......”
หุบเขาท่านเทพฉินซี
“เหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้”
ฉินซีมองลู่เสียนในตอนนี้ ที่เหม่อลอยไม่มีสติ ถามสิ่งใดก็ไม่ตอบอะไร
“คาดว่าวิญญาณของนางคงเดินในหมอกลืมเลือนนานเกินไป จึงทำให้นางลืมเลือนทุกสิ่ง”
“หมอกลืมเลือน??? แล้วนางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่”
“อีกสองหรือสามวัน ความทรงจำนางจะกลับมาปกติไม่ต้องห่วงโชคดีที่นางยังมิได้ดื่มน้ำลืมเลือนไป เอาเถอะในเมื่อนางเป็นคนที่ท่านตามหาก็ยกให้ท่านเลย ข้าเองก็มีเรื่องต้องไปทำ”
พูดจบชายชุดขาวก็จากไป ฉินซีมองลู่เสียนที่ยืนมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า เขาควรทำเช่นไรดี ซีห่าวเองก็ยังรับโทษอยู่ แล้วไหนจะความจำของนาง หากนำเข้าร่างตอนนี้ คงไม่เป็นการดี
“ลู่เสียน เหตุใดเป็นข้าทุกทีที่มาแก้ปัญหาของเจ้า”
ท่านเทพฉินแทบทึ้งหัวตัวเอง ลู่เสียนมองภาพตรงหน้าพลางเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดชายผู้นี้ถึงได้ทำเช่นนี้ เขาไม่ชอบนางงั้นหรือ แต่แปลกที่ข้ากลับชอบมองใบหน้าที่หล่อเหลาของเขายิ่งนัก....
[ตอนของฉินซีและจางลู่เสียน จะไปอยู่ในตอนพิเศษนะคะ แม้ไม่อ่านตอนพิเศษก็สามารถเข้าใจในเนื้อเรื่องได้จ้าไม่ต้องกังวล ตอนพิเศษจะเน้นความสัมพันธ์ของทั้งสองและNC จึงไม่กระทบกับเส้นเรื่องหลักจ้า]
ห้าปีต่อมา
สวัสดีข้าคือองค์ชายหลี่หมิ่น วันนี้ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับข่าวลือที่ข้าได้ยินมาตลอด ข้ามักได้ยินนางกำนัลบอกว่า เสด็จพ่อและเสด็จแม่ต่างมีใจให้คนอื่น และมักแอบหนีออกวังเพื่อพบคนในใจ อีกไม่นานข้าจะได้ท่านพ่อและท่านแม่ใหม่ เป็นเรื่องที่ข้าหลี่หมิ่น อายุ 4 ขวบ ยอมไม่ได้ ข้าต้องสืบหาความจริง
“เสด็จแม่ รักแรกของเสด็จแม่ใช่ท่านพ่อหรือไม่”
“เหอะ เจ้าโง่นั่นเทียบ นางไม่ติดด้วยซ้ำ อะ....คือ...พ่อเจ้าย่อมดีที่สุด..”
“ข้าอยากไปหาท่านอา.....”
จวนตระกูลจาง
“หลี่หมิ่น เหตุใดดูเคร่งเครียดเช่นนี้ไหนบอกอาสี่หน่อย”
อาสี่ที่มักตามใจข้า เป็นท่านอาที่ข้าชอบที่สุด หากข้าบอกสิ่งที่ต้องการให้อาสี่รู้ เป็นไปได้ว่าท่านอาสี่จะช่วยข้าได้
“อาสี่ข้าจะกลายเป็นเด็กโดนทอดทิ้งแล้ว”
อ๋องสี่ขมวดคิ้วทันที นี่ท่านพี่และลี่อิน ทำอะไรให้เจ้าก้อนแป้งคิดมากอีกกันแน่ เขาลูบที่หัวหลี่หมิ่นเบา ๆ
“ทำไมถึงคิดเช่นนั้นไหนบอกอา”
“ท่านพ่อมักสนใจแต่ข้าไม่สนใจท่านแม่เลย ส่วนท่านแม่เองก็เช่นกัน ข้ามักได้ยินว่าทั้งสองมักหนีออกนอกวังยามค่ำคืนเพื่อไปพบคนในใจ ข้ากำลังจะโดนทอดทิ้งใช่หรือไม่”
หลี่หมิ่นน้ำตาคลอ อ๋องสี่อุ้มหลี่หมิ่นขึ้นมา พลางคิดในใจ เหอะที่แท้ แมลงที่ชอบบุกเข้ามายามดึกคือสองนี้เองเขามองเด็กชายที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความเอ็นดู
“หลี่หมิ่นเจ้ามิโดนทอดทิ้งหรอก แม้พ่อแม่เจ้าอยากได้คนในใจ อาก็มีทางยอมให้พวกเขาได้ไปหรอก”
“แต่ท่านพ่อท่านแม่.....”
“เด็กน้อยของอา พ่อแม่เจ้าต่างรักเจ้าที่สุด ในเมื่อเจ้าอยากรู้ว่าพ่อแม่เจ้าออกมาพบผู้ใดมาเถิดอาจะพาไป”
อ๋องสี่อุ้มองค์ชายเดินไปยังห้องที่ ลู่เสียนรักษาตัวอยู่ เขาเปิดประตูเข้าไปพบลี่อินและพี่ใหญ่กำลังยืนอยู่ในห้อง หลี่หมิ่นที่เห็นทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลง พลางคิดในใจว่าเขาต้องมาเจอพ่อและแม่คนใหม่แล้วงั้นหรือ
“อ๋องสี่?? เหตุใดจึงพาหลี่หมิ่นมาที่นี่”
“ก็พวกเจ้า ทำเจ้าก้อนแป้งของข้าคิดมาก ข้าจึงต้องพามาดูให้เห็นกับตาว่าเป็นเช่นไร”
“คิดมาก??? หลี่หมิ่นมาหาพ่อมา”
ฝ่าบาทอุ้มองค์ชายที่ตอนนี้หลับตาแน่น เขาจับที่แก้มบุตรชายเบา ๆ ก่อนจะมองอ๋องสี่เพื่อต้องการคำตอบ
“พวกเจ้าออกจากวังยามดึก เลยเกิดข่าวลือว่ามาหาคนในใจ.....หลี่หมิ่นเลยคิดว่าจะโดนทอดทิ้ง....ข้าเลยต้องพามาดูว่าพวกเจ้ามาหาผู้ใด”
ฝ่าบาทและฮองเฮามองหน้ากัน พลางมองไปที่บุตรชายก่อนจะยิ้มออกมา
“แม่ไม่ทอดทิ้งเจ้ากับพ่อหรอก หลี่หมิ่นลืมตาขึ้นเถิด”
องค์ชายค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ พลางมองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะไปสะดุดคนที่นอนอยู่บนเตียง
“หลี่หมิ่น นี่อาสะใภ้ของเจ้า”
ฝ่าบาทค่อย ๆ วางหลี่หมิ่นลงบนพื้น หลี่หมิ่นค่อย ๆ เดินไปที่เตียง มองหญิงสาวหน้าตางดงาม นอนหลับอยู่บนเตียง พลางหันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อและแม่
“คนที่พ่อและแม่มาหาคือคนที่นอนอยู่รงหน้าเจ้า”
“เช่นนั้น....ข้าจะไม่โดนทอดทิ้งใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว แม่ไม่มีทางทอดทิ้งเจ้ากับพ่อของเจ้า”
“พ่อเองก็เช่นกัน”
“เช่นนั้น.....มีน้องสาวให้ข้าได้หรือไม่...ข้าอยากมีน้องสาว...”
อ๋องสี่ที่ได้ยินเช่นนั้นแทบหลุดขำออกมา ฝ่าบาทและฮองเฮาได้แต่ยิ้มอย่างหน้าเสียง พลางนึกถึงคืนเข้าหอเพื่อทำให้เจ้าก้อนแป้งตรงหน้าเกิดมา ก็แทบขนลุก คืนนั้นหมดกำยานปลุกกำหนัดไปตั้งเท่าไหร่ หากให้ทำอีกละก็.......
“หลี่หมิ่น มาเถิดเจ้ายังไม่เคยเห็นอาสะใภ้ใช่หรือไม่ อาสะใภ้ของเจ้างดงามหรือไม่”
อ๋องสี่อุ้มหลี่หมิ่นให้เข้าไปใกล้ลู่เสียน หลี่หมิ่นที่เห็นลู่เสียนใกล้ ๆ ก็ยิ้มออกมา
“งดงามยิ่งนัก เหตุใด ถึงไม่ตื่นมาคุยกับข้าเลย อาสะใภ้ไม่ชอบข้าหรือท่านอาสี่”
“อาสะใภ้ขอเจ้าป่วย เจ้าช่วยบอกอาสะใภ้ของเจ้าหน่อยสิว่าตื่นมาพบอาได้แล้ว”
อ๋องสี่ยิ้มออกมามองลู่เสียนด้วยแววตาเศร้า เจ้ากลับมาได้แล้วน้องหญิง เห็นหรือไม่ข้าพาหลี่หมิ่นมาพบเจ้า เจ้าไม่อยากลุกมาพูดคุยหรือ......
หลายวันต่อมา
“หลี่หมิ่น เจ้าก้อนแป้งเด็กดื้ออยู่ที่ใด!!!”
หลี่หมิ่นที่หลบอยู่หลังเสา ในมือกำถ่านไว้ในมือ พลางหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นหน้าของท่านอาเจ็ด มีรอยขีดสามขีดเหมือนลูกแมว ใครใช้ให้ท่านอาเจ็ดมาแกล้งข้าเล่า
“น้องเจ็ดเจ้าเห็นหลี่หมิ่น หรือไม่ นี่ก็ถึงเวลาต้องฝึกคัดอักษรแล้ว”
“ไม่ได้นะพี่ห้า หลี่หมิ่นต้องไปฝึกขี่ม้ากับข้าก่อน”
หลี่หมิ่นที่หลบอยู่หลังเสา ได้แต่หน้าเสีย อาห้าและอาหก ต่างให้เขาร่ำเรียนจนแทบไม่มีเวลา หากเจอตัวตอนนี้เกรงว่ากว่าจะได้พักคงตอนเย็นเป็นแน่ ท่านอาสามที่มักช่วยข้าหนีเรียนก็ไม่อยู่ตอนนี้ ข้าควรทำเช่นไรดี
“พวกเจ้าก็อย่าไปเข้มงวดกับหลี่หมิ่น นักเลย ในวังก็มีอาจารย์มากมายคอยสอนแล้ว ในเมื่อหลี่หมิ่นมาพักจวนเรา พวกเจ้ายังจะให้เรียนอะไรอีก ว่าแต่พวกเจ้าเห็นหลี่หมิ่นหรือไม่ ข้าทำขนมไว้อยากให้เขาลองชิม”
ท่านอาสอง อยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้แล้วจริง ๆ ขนมที่อาสองทำนั่นน่ากลัวที่สุด หรือว่าที่ข้าโดนใส่ใจมากเช่นนี้เพราะพวกท่านอายังไม่มีบุตร เช่นนั้นหากข้า.....
หลี่หมิ่นรีบวิ่งไปที่ ห้องรักษาของลู่เสียนทันที เขาเปิดประตูเข้าไป ก่อนมุ้งตรงไปที่เตียงทันที
“ท่านอาหญิง ช่วยข้าด้วย ท่านรีบฟื้นมาเถิดข้าไม่ไหวแล้ว เหล่าท่านอาสามีของท่านใส่ใจข้าเกินไป หลี่หมิ่นเองในตอนนี้ก็ยังเด็ก แต่โดนกลั่นแกล้ง ท่านอาหญิงรีบตื่นขึ้นมาต่อว่าสามีของท่านสักทีเถิด”
หลี่หมิ่นพูดออกมาอย่างสุดทน หลายวันมานี้เขาแทบทนไม่ไหว เหล่าท่านอาเอาแต่ใส่ใจจนเขาอึดอัด ไหนจะขนมของท่านอาสอง ที่รสชาติน่ากลัวแต่ก็โดนบังคับให้กินจนหมด หากไม่มีท่านอาสามและอาสี่คอยช่วยเหลือบางครั้งข้าคงร้องไห้กลับวังแล้วจริง ๆ
“หลี่หมิ่นหลานของท่าน ใช่ชีวิตยากแล้วจริง ๆ ”
หลี่หมิ่นฟุบหน้าลงทันที ลู่เสียนที่พึ่งฟื้นขึ้นมา นางอมยิ้มที่ฟังคำเด็กตรงหน้า ก่อนจะลืมตาขึ้น ใช้มือลูบหัวเด็กตรงหน้าอย่างแผ่วเบา
“เช่นนั้นอยากให้อาหญิงต่อว่าเช่นไรดี เจ้าจึงจะพอใจ....”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว




![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


