LOGINหลังจากที่ลู่เสียนกลับจากการเข้าเฝ้าฝ่าบาท ก็ตรงกลับไปที่ตำหนักองค์ชายสี่ทันที เดิมที่เรื่องที่นางจะทำนั้นยังไม่เสร็จเรียบร้อย นางต้องการพบชายาสี่......ผู้ที่คิดจะขายนางและทำให้นางเกือบถูกรุมข่มขืน
“เจ้าจะพบนางอีกทำไม”
“ข้าแค่อยากพบนาง ท่านช่วยพาข้าไป...”
องค์ชายสี่เดินนำลู่เสียนไปที่เรือนร้างหลังตำหนัก ที่นี่ทรุดโทรมไม่มีแม้คนทำความสะอาด ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง พบเจ้ากรมการคลังและสาวใช้ที่ตอนนี้กำลังพาชายผู้หนึ่งมา ลู่เสียนมองคนตรงหน้านิ่ง หน้าคนตรงหน้าช่างคล้ายกับ....
“องค์ชายสี่”
“ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหม นอกจากสาวใช้ของนาง ไม่ให้ใครเข้าเฝ้าพระชายา พระชายาป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงไม่อาจพบผู้ใดได้”
เจ้ากรมการคลังหน้าซีดเผือด เขารู้ดีที่บุตรสาวเป็นเช่นนี้เพราะชายหนุ่มตรงหน้า หลังจากที่รู้เรื่องบุตรสาวจากสาวใช้ของนาง เขาก็รีบตามหมอหลวงมาดูอาการบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง แต่กลับโดนหมอหลวงปฏิเสธเนื่องจากองค์ชายสี่ได้สั่งไว้ เขาจึงได้แต่จำใจนำหมอจากภายนอกปลอมตัวเป็นคนติดตามเข้ามา
“องค์ชาย....ท่านเจ้ากรมการคลังพาท่านหมอเข้าไปเถิด”
ลู่เสียนพูดออกมา เจ้ากรมการคลังมองนางด้วยแววตาขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
“นางทำร้ายเจ้า น้องหกเล่าทุกอย่างให้ข้าฟังหมดแล้ว”
“ข้ารู้....แต่พอเห็นพ่อของนางแล้วข้า......”
นางคิดถึงพ่อของนาง เพราะเจ้ากรมการคลังหน้าตาคล้ายพ่อของนาง..... พ่อของนางก็คงมีแววตาเศร้าเช่นนี้ตอนที่รู้ข่าวการตายของนาง....
“เจ้าใจอ่อนเกินไป....”
“มียาถอนพิษหรือไม่”
“ไม่มี...”
องค์ชายสี่ตอบออกไปเสียงเรียบ ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากห้อง ท่านหมอที่มารักษาเดินหน้าซีด ออกมาเขาได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ลู่เสียนที่เห็นดังนั้น จึงเดินเข้าไปในห้อง พบเจ้ากรมการคลังที่กอดร่างลูกสาวพร้อมสาวใช้ที่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ
“เจ้าเป็นหมอใช่หรือไม่ ช่วยบุตรสาวข้าได้หรือไม่ ข้าขอร้อง”
“.........”
ลู่เสียนไม่ตอบได้แต่เดินเข้าไปมองชายาสี่ตอนนี้นางดูซูบผอม ร่างกายสกปรกมีกลิ่นเหม็นโชยมา นางไม่อาจบังคับหรือขยับตัวได้ด้วยซ้ำ
“องค์ชายสี่ ข้าจะสนับสนุนท่านเป็นรัชทายาท หากท่านยอมรักษาบุตรสาวข้า”
“ข้าในตอนนี้มิได้อยากเป็นรัชทายาท......ข้าจะปลดนาง แต่ต้องให้นางยินยอม”
“ข้ายินยอม บุตรสาวข้ายินยอม”
“ไม่มียาแก้พิษ ถึงแม้ท่านจะยินยอม”
“เจ้า!!!!”
เจ้ากรมการคลังมององค์ชายสี่ด้วยสายตาแค้นเคือง เขากอดบุตรสาวไว้แน่น ลู่เสียนที่เห็นดังนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเดิมทีแค่จะมาดูหน้าคนที่จะทำร้ายนาง แต่พอเห็นคนที่หน้าเหมือนพ่อตัวเองมาร้องอ้อนวอนแบบนี้มันชั่ง....
“ท่านและสาวใช้ออกไปก่อน หากต้องการให้ข้าช่วย”
ลู่เสียนพูดออกมา พวกเขายอมออกไปแต่โดยดี
“เจ้าจะช่วยนาง” ??
“ใช่ ขอมีด”
นางเดินไปที่โต๊ะน้ำชากลางห้อง ก่อนจะรินน้ำชาอย่างใจเย็น ก่อนจะนำมีดกรีดลงที่ฝ่ามือ เลือดไหลลงไปในถ้วยผสมกับน้ำชา เมื่อเห็นว่าได้ตามต้องการลู่เสียนก็เอาผ้ามาพันแผลที่มือไว้
“เจ้าทำอะไร!!!!”
“ไม่เป็นไร พวกท่านเข้ามาได้แล้ว”
ลู่เสียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง นางรู้สึกมึนหัว เห็นภาพรางๆ
“ให้นางดื่มชาในถ้วยแล้วจะ.....”
พึบ!!!!
ลู่เสียนล้มลงทันทีนางยืนต่อไม่ไหวแล้ว ภาพทุกอย่างเลือนราง องค์ชายสี่ที่เห็นนั้นรีบเข้ามาอุ้มนางทันที ก่อนจะปรายตาไปมองคนทั้งสาม
“พาบุตรสาวท่านออกไป ต่อจากนี้นางมิใช่ชายาสี่อีก หากยังพูดอะไรออกไปหรือมายุ่งกับข้าหรือคนของข้า นางจะตายจนท่านหาศพไม่เจอ”
พูดจบก็อุ้มลู่เสียนเดินจากไป ลู่เสียนที่ถูกอุ้มอยู่นางในตอนนี้สติเลือนราง ทำได้เพียงซุกลงในอ้อมกอด นางมึนหัว และหมดเรี่ยวแรง ก่อนสติจะดับวูบไป......
ตำหนักองค์ชายสี่
นางกำนัลและองครักษ์ตำหนักองค์ชายสี่ได้แต่มอง ห้องบรรทมขององค์ชาย ที่ตอนนี้มีหมอหลวงวิ่งเข้าออกไปมา พร้อมทั้งเหล่าองค์ชาย ทั้งหกพระองค์มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องบรรทม เหล่าองค์ชายต่างมีสีหน้าร้อนรน กระวนกระวาย มีเสียงถกเถียงกันไปมาดังไปทั่ว เสียงซุบซิบได้ดังไปทั่ววัง ว่าสาเหตุที่เป็นแบบนี้เกิดจาก คุณหนูตระกูลจาง.....
“เมื่อไหร่นางจะฟื้น”
“กระหม่อมได้กราบทูลไปแล้วว่าคุณหนูจางต้องพักผ่อน ข้าว่าเชิญพวกท่านออกไปก่อนจะดีกว่า”
หมอหลวงพูดออกมาอย่างเหลืออด เพราะเหล่าองค์ชายเอาแต่กดดันและถามพวกเขาด้วยคำถามเดิม ๆ แถมยังใช้องครักษ์เงาลากตัวหมอหลวงทุกคนมาที่นี่ แม่นางผู้นี้คงสำคัญยิ่ง
“ทำให้นางฟื้น ก่อนที่ข้าจะให้คนจับพวกเจ้าทุกคนไปโบย”
“องค์ชายสอง ทุกอย่างต้องใช้เวลาพ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์ระงับโทสะ”
“ทำให้นางฟื้นภายในคืนนี้”
“............”
ไม่มีเสียงตอบรับจากหมอหลวงแต่อย่างใด พวกเขาได้แต่ก้มหน้าลง สร้างความไม่พอใจให้เหล่าองค์ชายเป็นอย่างมาก
“ไร้ประโยชน์ เอาพวกมันไปโบย”
องค์ชายสามที่นั่งจิบน้ำชา พูดออกมาเสียงเรียบ เขาหันไปมองร่างของลู่เสียนที่ตอนนี้ไม่ได้สติ ตอนแรกที่ได้ยินว่านางสลบไปจากเหล่าวิญญาณที่มากราบทูล ก็มุ่งมาหานางทันที ยิ่งเห็นนางในตอนนี้เขายิ่งกลัว กลัวว่านางจะเป็นอะไรไป...ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งใดที่เขาต้องการ
“ปล่อยพวกข้า....องค์ชายได้โปรดพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของบรรดาหมอหลวงโวยวาย หลังจากถูกองครักษ์พยายามจับตัว เสียงดังในห้องทำให้ลู่เสียนที่นอนไม่ได้สติ ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา นางขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
“เงียบหน่อย”
เสียงของลู่เสียนทำให้ทุกอย่างเงียบลง เหล่าองค์ชายเข้าไปรุมล้อมที่เตียงทันที
“ออกไปข้าหายใจไม่ออก”
สิ้นเสียงนาง องค์ชายทั้งหก ก็มานั่งที่เก้าอี้ตามคำสั่งทันที หมอหลวงและองครักษ์ได้แต่นิ่งค้างกับการกระทำของเหล่าองค์ชายตรงหน้า องค์ชายสองผู้มีจิตใจโหดเหี่ยวตอนนี้กลายเป็นลูกไก่ไปซะแล้ว
“พวกท่านมาทำอะไร....”
ลู่เสียนลุกขึ้นมานั่ง ก็จะปรายตามองไปที่พวกเขาและบรรดาหมอหลวงที่อยู่เต็มห้อง นางมองอย่างต้องการคำตอบ
“ก็เจ้าไม่ฟื้น พวกมันก็ไร้ประโยชน์”
“นี่พวกท่าน....บ้าไปแล้วหรือไง...หมอหลวงเยอะขนาดนี้มารักษาข้าคนเดียว....จะบ้าตาย”
ลู่เสียนกุมขมับตัวเอง นางมองไปที่หมอหลวงอย่างขอโทษ
“ท่านหมอท่านกลับไปก่อนเถอะ”
ลู่เสียนพูดออกมา พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะออกไปนอกห้องทันที ลู่เสียนมองเหล่าองค์ชายตรงหน้า ก่อนจะสะดุดตากับคู่แฝดที่นั่งส่งยิ้มให้นาง
“พวกท่านมาทำไม รู้จักข้าหรือไง”
“พวกข้ารู้ว่าเจ้าคือ หยู่ถง”
“.......”
ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรกลับนางรู้ว่าความลับของนางแตกแล้ว และพวกเขาไม่มีทางปล่อยนางไป....
“พวกข้า จะแต่งให้เจ้า เจ้าต้องการเงินเท่าไหร่ที่จะซื้อจวน.....”
องค์ชายสองพูดออกมาก่อนจะมองลู่เสียนนิ่ง ลู่เสียนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่ได้คิดจะแต่งบุรุษเยอะขนาดนี้ แล้วดูแววตาที่พวกเขาจ้องนางสิ แทบจะกลืนกินนาง.....
“แล้วตำแหน่งรัชทายาท....”
“เจ้าอย่างเป็นฮองเฮา???”
องค์ชายสามถามนาง แม้เขาจะรู้คำตอบดี ลู่เสียนส่ายหัวทันที นางมิได้อยากได้ตำแหน่งที่วุ่นวายขนาดนั้น
“ข้าแค่อยากเป็นหญิงที่ร่ำรวย”
“ถ้าอย่างนั้นก็สมใจเจ้าแล้ว สมบัติของพวกข้ารวมกัน เจ้าตายสิบชาติ หรือจะเลี้ยงบุรุษสักร้อยคน ก็ไม่หมด”
“แค่พวกท่านข้าก็รับมือไม่ไหวแล้ว...”
ลู่เสียนพึมพำกับตัวเอง เบา ๆ ชีวิตที่สงบสุขของนางคงไม่สงบอีกแล้ว....
“เรื่องนี้ข้าต้องปรึกษาท่านพ่อก่อน และพรุ่งนี้ข้าจะออกจากวัง”
“ทำไม!!!”
ทั้งหกพูดพร้อมกันทันที นางได้แต่ถอนหายใจออกมา
“ข้าเองก็มีเรื่องต้องทำ”
“นางจะเปิดหอนางโลม และนางกำลังขาดเงินทุน”
องค์ชายสามพูดออกมา เขายิ้มกวน ๆ ไปทางลู่เสียน
“ก็แค่เงินไม่ใช่หรือไง เอาของข้าไปก็ได้....” องค์ชายห้า
“ข้ามีสถานที่เหมาะจะตั้งหอนางโลม เจ้าเอาไปก็ได้” องค์ชายสอง
“ข้ารู้จักสาวงามในหอนางโลมมากมาย หากเจ้าต้องการข้าจะซื้อตัวมาไว้ที่หอเจ้า” องค์ชายเจ็ด
“พ่อครัวตำหนักข้าทำอาหารได้รสชาติดี หากเจ้าต้องการก็เอาเขาไปใช้งานได้” องค์ชายสี่
“สุราที่ตำหนักข้าหมัก รสชาติดีและเลื่องชื่อในเมืองหลวง หากเจ้าต้องการข้าจะให้คนนำไปให้” องค์ชายหก
“ส่วนข้า คงทำได้เพียงช่วยเจ้าเรื่องบัญชีกับสอดแนมเรื่องต่าง ๆ....” องค์ชายสาม
ลู่เสียนตาลุกวาวเมื่อได้ยิน นางคิดถูกแล้วใช่ไหมที่จะแต่งพวกเขาเข้าจวนนาง..สิ่งที่นางต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นางยิ้มออกมาด้วยความพอใจ....
“แต่ว่า...ทุกอย่างย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนถูกไหมน้องหญิง....”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







