LOGINเสียงต่อสู้พร้อมเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเหล่าทหารดังก้อง ลู่เสียนจับกระบี่ในมือแน่น มองไปยังทางเข้ากระโจมด้วยความกังวล
“คุ้มกันกระโจมองค์ชาย!!!”
เสียงทหารด้านนอกดังขึ้น ลู่เสียนรู้ทันทีว่ากำลังจะเกิดเรื่องด้านนอก มือที่จับกระบี่สั่นด้วยความกลัว เสียงดาบกระทบกันดังลั่น นางคิดถึงสามีทั้งเจ็ดของนางหากพวกเขาอยู่นางคงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
“ฆ่าให้หมด”
เสียงสั่งการขององค์ชายดังลั่น ลู่เสียนที่ได้ยินเสียนนี้ก็จำได้ดี เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาในกระโจม ลู่เสียนกำกระบี่แน่น นางซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง
“หยกขาว ออกมาได้แล้ว ข้าเอง”
ทันทีที่รู้ว่าเป็นใครลู่เสียนทิ้งกระบี่ในมือก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าทันที
“อย่าให้ข้าอยู่คนเดียวเช่นนี้อีก เจ้ารู้หรือไม่ข้ากลัวมากแค่ไหน”
องค์ชายไม่ตอบอะไรเขาเพียงกอดนางไว้ในอ้อมกอด ลูบหัวนางเบา ๆ เดิมทีเขาควรอยู่เพื่อฆ่าศัตรูที่ยอมจำนนหลังจากเขาไปตัดหัวแม่ทัพของมัน แต่เพราะห่วงคนตรงหน้า จึงทำได้เพียงสั่งการออกไป
“หากสามีข้าอยู่ พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ข้าเป็นเช่นนี้”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ องค์ชายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ลู่เสียนที่เริ่มสงบลง นางก็รู้ตัวว่าเผลอกอดคนตรงหน้า ก็ดันตัวออกจากอ้อมกอดทันที
“ด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้สงบแล้ว แต่ทหารที่บาดเจ็บมีมาก เจ้าอย่าพึ่งออกไปเลยด้านนอกไม่น่ามองนัก”
ลู่เสียนไม่ฟังคำองค์ชาย นางเดินออกไปทันที ภาพที่นางเห็นตอนนี้ เหล่าทหารต่างนอนร้องด้วยความเจ็บปวด บางคนนอนหายใจรวยริน ท่านหมอในตอนนี้ก็เร่งรักษา แต่เพราะหมอในค่ายมีจำนวนน้อยแต่คนเจ็บมีมากจึงทำให้เกิดความล่าช้า ลู่เสียนที่เดินอยู่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีบางอย่างมาดึงชายกระโปรงนางไว้ พอหันไปพบทหารที่เคยนำองุ่นแห้งมาให้นางอยู่บ่อยครั้ง เขาหายใจรวยรินนั่งพิงถังมองนางน้ำตาคลอ
“ท่านหมอ...ช่วยลูกข้าได้หรือไม่...ถึงข้าจะหมดหวังแล้ว แต่ลูกชายข้าเขายังเด็กนัก”
“ท่าน....”
“ข้าขอร้อง...ช่วยเขาด้วย....ข้ารู้ตัวว่าข้าไม่รอดแล้ว...ได้โปรดท่านหมอ....”
ลู่เสียนมองลูกชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าคนเจ็บ นางเม้มปากแน่น พวกเขาต่างเคยดีกับนาง แม้จะระยะเวลาอันสั้นแต่นางก็สัมผัสถึงความหวังดีจากพวกเขาได้
“พวกเจ้า ไปนำน้ำมาใส่ถังนั้นจนเต็มแล้วยกไปให้ข้าในกระโจมขององค์ชาย”
ลู่เสียนสั่งทหารที่ไม่ได้บาดเจ็บมาก ก่อนจะนั่งลงกุมมือคนตรงหน้า
“วางใจเถิดท่านลุง ข้าจะช่วยทุกคน วันนี้ข้าจะไม่ยอมให้มีผู้ใดตายอีก...”
นางยิ้มออกมา พลางให้คำสัญญา ท่านลุงทหารน้ำตาคลอ แม้จะรู้ว่านางจิตใจดี แต่ไม่คิดว่านางจะมีเมตตาเช่นนี้
“ท่านอดทนรอยาของข้านะเจ้าคะ”
ลู่เสียนพูดจบก็เดินเข้าไปในกระโจมของโรงหมอนางหยิบสมุนไพรบางตัว องค์ชายเองก็ตามนางเข้ามา
“เจ้าจะทำอะไร”
“รักษาไงเพคะ หม่อมฉันเป็นหมอย่อมต้องรักษาคนไข้”
“แต่เจ้าก็รู้ว่าท่านอาฟงหายใจรวยรินเช่นนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน เจ้าไม่ควรหลอกให้ท่านอาฟงมีความหวัง”
“หม่อมฉันจะไม่พูดอะไรที่หม่อมฉันทำไม่ได้เพคะ องค์ชายเถิดเพคะ หากว่างนักก็ช่วยเหล่าทหารตักน้ำให้เต็มถังจะได้เต็มเร็วขึ้น”
พูดจบลู่เสียนก็มีจัดการกับสมุนไพรต่อ ส่วนองค์ชายแม้จะไม่พอใจแต่ก็ไปช่วยจัดการนำน้ำมาเทจนเต็มถัง ลู่เสียนที่พึ่งเข้ามาในกระโจมพร้อมสมุนไพรที่บดเป็นผงแล้ว มองน้ำในอ่างอย่าพอใจ
“พวกเจ้าออกไปเตรียมถ้วยยา หากข้าปรุงยาเสร็จจะเรียกเข้ามา”
“ขอรับท่านหมอ”
เหล่าทหารออกไปตามคำสั่ง องค์ชายยืนมองลู่เสียนเขายิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ที่นางสามารถคุมทหารของเขาได้ ลู่เสียนเดินไปที่อ่างน้ำก่อนจะนำสมุนไพรเทเข้าไปในอ่างทันที เดิมทีพวกนี้เป็นแค่สมุนไพรบำรุงเท่านั้น นางแค่นำมาผสมเพื่อให้กลบกลิ่นเลือดของนาง
“ข้าขอยืมมีดสั้นหน่อย”
องค์ชายหยิบมีดให้นาง เพราะอยากรู้ว่านางจะทำอะไร ทันทีที่เห็นลู่เสียนกรีดฝ่ามือตัวเองและนำเลือดหยดลงไปในน้ำก็เบิกตากว้าง เดิมก็รู้ว่าเลือดนางรักษาแผลได้ แต่ไม่ได้คิดว่านางจะยอมนำมารักษาทหารของเขาเช่นนี้ นางต้องการอะไรกันแน่ เป็นไปได้หรือที่จะมีคนยอมให้ยาที่วิเศษเช่นนี้กับคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนอะไร
“เจ้าต้องการอะไร”
“แค่ตอบแทน ค่าเสบียงที่เจ้าชอบว่าข้าไง”
ลู่เสียนยิ้มออกมาจาง ๆ แผลที่นางกรีดเริ่มกลับมาสมาน ลู่เสียนจึงต้องกรีดที่ฝ่ามืออีกครั้ง นางทำแบบนี้อยู่หลายครั้งจนได้ปริมาณเลือดที่ต้องการ ลู่เสียนในตอนนี้ตาพร่าเบลอ องค์ชายที่สังเกตอาการแปลก ๆ ของลู่เสียนก็รีบเข้ามาพยุงนางทันที
“เจ้าเป็นอะไร”
“ช่วยหยิบยาขวดสีขาวในเสื้อข้าให้ข้าหน่อย”
ลู่เสียนพูดออกมาเบา ๆ องค์ชายหยิบยาตามที่นางบอก แม้จะโดนร่างกายนางบางอย่างโดยไม่ต้องใจ เขาเปิดจุกขวดก่อนจะส่งให้นาง ลู่เสียนรับมาดื่มทันที ทันทีที่ดื่มจนหมดขวดแสงสีทองก็เปล่งออกจากตัวของนางแล้วจางหายไป
“ข้าดีขึ้นแล้ว”
“เจ้าเป็นอะไร”
“ข้าแค่เสียเลือดมากไป เจ้าห่วงข้าเกินไปแล้ว”
ลู่เสียนยิ้มออกมาอย่าล้อเลียน นางลงมือผสมน้ำตรงหน้าให้เข้ากัน
“พวกเจ้าเข้ามาได้แล้ว”
ทหารเข้ามาด้านใน ก่อนจะมองไปที่น้ำในอ่างที่มีสีดำ และมีกลิ่นสมุนไพรรุนแรง
“ตักใส่ถ้วยยาและไปให้ทุกคนดื่ม หากผู้ใดมีแผลก็ตักไปให้มากหน่อย ให้ทาลงบนที่มีบาดแผล แม้คนที่หายใจรวยรินก็ต้องให้ดื่ม วันนี้ต้องไม่มีใครตายอีก เข้าใจไหม”
“ขอรับ”
องค์ชายที่ยืนนิ่งอยู่นาน มองการกระทำตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม เขาไม่แน่ใจ ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นางเริ่มมาอยู่ในสายตา จนตอนนี้แทบละสายตาจากนางไม่ได้ แต่ที่แน่ใจตอนนี้ สตรีเช่นนางควรที่แต่งเข้าตำหนักเขาและเป็นสนมเอกหรือฮองเฮา หาใช่ไปเป็นอนุให้ตระกูลจาง!!!
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







