LOGIN“ท่านหมอหญิง”
ลู่เสียนที่กำลังป้อนยาที่นางปรุงให้เหล่าทหาร หันไปมองทางต้นเสียงพบว่าท่านลุงที่เคยนอนหายใจรวยริน ตอนนี้ลุกขึ้นและเดินมาหานาง ลู่เสียนส่งยาให้ทหารข้าง ๆ เพื่อให้เขานำไปป้อนคนเจ็บต่อ
“ท่านดีขึ้นแล้ว”
“บุญคุณของท่านอาฟงและพวกข้าจะไม่มีวันลืม”
ลู่เสียนมองอาฟงและเหล่าทหารที่รักษาจนหายดี ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้านาง ลู่เสียนทำตัวไม่ถูก นางที่เป็นแม่เล้าไม่เคยคิดว่าจะทำประโยชน์จนมีคนยอมคุกเข่าตรงหน้าขนาดนี้
“เหอะ สตรีชั้นต่ำ”
หมอเฒ่าพูดออกมาเบา ๆ ที่เห็นภาพนั้น ก่อนที่เขาและบรรดาหมอต่างพากันออกไปจากตรงนั้น พวกเขาไม่พอใจ นางมีสิทธิ์อะไรมาแย่งความชอบ ทหารสวะพวกนั้นก็กระไร ยกย่องสตรีชั้นต่ำได้อย่างไรกัน เมื่อถึงกระโจมพวกเขาก็ได้พูดถึงยารักษาที่วิเศษของลู่เสียน
“ยาของนาง ข้าไม่เคยเจอ สามารถรักษาบาดแผลจนหายภายในเวลาเพียงไม่นาน แม้คนที่ใกล้ตายพอดื่มกลับลุกขึ้นมาเดินเหมือนไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน”
“ใช่ท่านอาจารย์ข้าลองดมยาของนาง ก็มีเพียงกลิ่นของยาที่บำรุงร่างกายแต่ที่ข้าแปลกใจคือกลิ่นของเลือดที่ปนอยู่แม้กลิ่นจะจางมากแต่ข้าที่อยู่กับสมุนไพรมาทั้งชีวิตย่อมแยกออก หรือนางจะมียาสูตรลับ”
“แล้วอย่างไร นางนำยาไปปรุงในกระโจมองค์ชาย เจ้ากล้าเข้าไปหรืออย่างไร เห็นหรือไม่องค์ชายเอาแต่มองนาง เห็นทีอีกไม่นานนางคงมาคุมโรงหมอแทนท่านอาจารย์เป็นแน่”
เปรี๊ยะ!!!!
เสียงแก้วแตกกระทบกับพื้นด้วยฝีมือของหมอเฒ่า กว่าเขาจะได้คุมที่นี่ต้องแลกมาด้วยความสามารถมากมาย แล้วนางเป็นใครกล้ามาคิดแทนที่
“ท่านอาจารย์อย่าร้อนใจไป นางปีศาจนั้นย่อมสู้ท่านไม่ได้”
หมอเฒ่าที่ได้ยินเช่นนั้นก็กระตุกยิ้ม พลางคิดบางอย่างได้
“ใช่แล้วนางเป็นปีศาจ ยาของนางล้วนมาจากเลือดของปีศาจ ไม่นานผู้ที่ดื่มเข้าไปไม่ช้าจะกลายเป็นสมุนของนาง องค์ชายที่เป็นเช่นนั้นข้าเกรงว่าจะโดนนางปีศาจสะกดจิตไว้...”
เหล่าหมอที่นั่งฟังต่างตกใจ แต่เมื่อคิดตามยาของนางนั้นวิเศษเกินไป ไม่มียาใดที่ทำให้คนใกล้ตายแล้วฟื้นมาได้หรอก แล้วองค์ชายมิเคยแม้แต่จะสนใจสตรีในวันที่อุ้มนางเข้ามาพวกเขาก็ได้แต่แปลกใจ หากนางเป็นปีศาจนั้นย่อมหมายถึงองค์ชายโดนนางล่อลวง
“พวกเราควรทำเช่นไรท่านอาจารย์”
“ทำได้เพียงกระจายข่าวออกไป ให้พวกเขาขับไล่นางออกไปจากค่าย แต่เรื่องนี้ต้องระวังจะให้ถึงพวกเราไม่ได้”
“ขอรับศิษย์จะระวัง”
กระโจมองค์ชาย
ลู่เสียนมองชุดสีขาวสะอาดของนางที่ตอนนี้เปื้อนเลือดจนแทบจะกลายเป็นสีแดง
“อยากอาบน้ำจัง.....หากท่านพี่อยู่คงเร่งหาอ่างน้ำมาให้ข้าอาบเป็นแน่”
ลู่เสียนยิ้มออกมาเมื่อคิดภาพสามีของนางวิ่งวุ่นเตรียมน้ำให้นาง องค์ชายที่เข้ามาเขาได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที เหตุใดนางเอาแต่คิดถึงเจ้าลู่จื้อนั่น แค่อาบน้ำไม่ใช่หรือไง เขาเองก็ทำเพื่อนางได้
“เสียงบ่นของเจ้าทำข้ารำคาญ”
“ใครใช้ให้ท่านฟัง”
องค์ชายมองลู่เสียน ชุดที่เคยสะอาดของนางเต็มไปด้วยเลือดของทหาร
“ไปกับข้า”
“ไปไหน” ???
“สภาพเจ้าในตอนนี้อยู่ที่นี่ได้หรือไง”
องค์ชายไม่พูดอะไรต่อเขาเข้าไปจับมือลู่เสียนแล้วออกแรงดึงนางออกมาจากกระโจม เหล่าทหารที่อยู่ด้านนอกไปมองภาพองค์ชายที่ลากท่านหมอออกจากกระโจม ก่อนจะอุ้มนางขึ้นม้าแล้วขี่ม้าออกไป โดยมีเสียด่าทอของท่านหมอไม่ขาดสาย
“เจ้าคิดว่าท่านหมอเป็นเช่นไร”
“นางย่อมใจดี มีเมตตา เจ้าถามทำไม”
“เจ้ารู้หรือไม่อาฟง ตอนนี้มีข่าวของท่านหมอดังไปทั่วค่าย ว่านางเป็นปีศาจปลอมตัวมาเพื่อยั่วยวนองค์ชาย และยาที่นางให้พวกเรากันนั่นมาจากเลือดปีศาจของนาง เพื่อที่จะใช้เราเป็นสมุนของนางเพื่อดูดพลังชีวิต”
อาฟงที่ได้ฟังกำมือแน่น เขาปรายตาไปที่ทหารข้าง ๆ ท่านหมอนะหรือล่อลวงองค์ชาย จากที่เขาเห็นมีแค่องค์ชายที่อยากเข้าใกล้นาง แล้วหญิงจิตใจดีเช่นนางนะหรือจะมาดูดพลังชีวิต ดูก็รู้นางกลัวพวกเขาเพียงใดในตอนที่เจอครั้งแรก นางเอาระวังตัวจนพวกเขาต้องเป็นฝ่ายพูดคุยกับนาง อาฟงเอื้อมมือไปบีบคอคนข้าง ๆ
“ใครที่มันบังอาจใส่ร้ายท่านหมอหญิง บอกข้ามา!!!!”
เมืองหน้าด่าน
ลู่เสียนมองผู้คนตรงหน้าด้วยความตื่นตา ด้านหน้านางเป็นตลาดที่ผู้คนพลุกพล่าน องค์ชายพานางมาที่นี่เหตุใดนางไม่เคยรู้ว่ามีเมืองอยู่ใกล้ ๆ ผู้คนต่างแต่งกายแตกต่างกัน ลู่เสียนที่นั่งอยู่บนหลังม้ากับองค์ชาย มองอย่างสนใจ ส่วนองค์ชายเองที่เห็นนางเป็นเช่นนี้ก็ยิ้มอย่างพอใจ
“ข้าจะพาเจ้าไปอาบน้ำ แล้วหากเจ้าอยากออกมาซื้อของข้าจะพามา”
“ข้าไม่เคยรู้ว่ามีที่นี่”
“ข้าไม่เคยบอกเจ้าจะรู้ได้อย่างไร โง่หรือไง”
เหอะ เจ้านะสิโง่ ลู่เสียนมองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะไปหยุดที่หอที่หอนางโลมที่มีผู้หญิงใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นมาเรียกแขกด้านหน้า ลู่เสียนมองอย่างสนใจก่อนจะหันไปถามคนด้านหลัง
“สตรีในหอนางโลมนั่นสวยหรือไม่”
“........”
“แล้วนางโลมอันดับหนึ่งของที่นี่หน้าตาเป็นเช่นไร”
“.......”
องค์ชายไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงบังคับม้าให้หยุดหน้าโรงเตี๊ยม เขาลงจากม้าก่อนจะอุ้มลู่เสียนลงมา
“ว่าอย่างไร....นางงดงามหรือไม่”
ลู่เสียนยังคงถามต่อ นางมีความคิดว่าหากงดงามถูกใจนาง นางจะขอซื้อตัวไปไว้ที่หอนางโลมของนาง
“ขอห้องพักที่ดีที่สุด”
“ตามข้ามาได้เลย”
ลู่เสียนและองค์ชายเดินตามไป ก่อนจะหยุดที่ห้องสุดทางเดินทั้งสองเดินเข้าไปพบห้องที่กว้าง พร้อมเตียงสองเตียงที่ตั้งอยู่ ลู่เสียนเดินสำรวจห้อง
“คืนนี้ก็พักที่นี่ เจ้าไปอาบน้ำเถิด เดี๋ยวข้ามา”
พูดจบองค์ชายก็เดินออกไป ลู่เสียนเดินเข้าไปสำรวจอ่างอาบน้ำที่อยู่หลังฉากกั้นห้อง นางมองไอร้อนพร้อมกลีบดอกไม้ลอยอยู่บนผิวน้ำ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ ลู่เสียนจะค่อย ๆ ปลดชุดออก ก่อนจะลงไปแช่น้ำอย่างสบายใจ
หอนางโลมเมืองหน้าด่าน
องค์ชายมองหอนางโลมตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา สถานที่เช่นนี้เดิมทีเขาไม่คิดแม้แต่จะย่างกายเข้าไป แต่เพราะนาง....
‘สตรีในหอนางโลมนั่นสวยหรือไม่’
‘แล้วนางโลมอันดับหนึ่งของที่นี่หน้าตาเป็นเช่นไร’
เหอะ ข้าจะตอบนางได้เช่นไร ในเมื่อเขาเองไม่เคยแม้แต่จะเข้ามาที่นี่
“คุณชายท่านนี้ เชิญเข้ามาก่อนเจ้าค่ะ อะ ข้าเจ็บนะ”
“อย่าแตะตัวข้า”
องค์ชายพูดขึ้น ก่อนจะปล่อยแขนสตรีตรงหน้า เข้าเดินเข้าไปในหอนางโลมก่อนจะมองไปรอบ ๆ เพื่อหาบางอย่าง
“คุณชายหาผู้ใดอยู่หรือเจ้าคะ”
“นำตัวสตรีที่คิดว่างดงามที่สุดมาให้ข้า”
องค์ชายพูดจบก็โยนทองไปให้แม่เล้า นางรับทองออกมาก่อนจะกัดมันเมื่อเห็นว่าเป็นทองแท้ก็ยิ้มออกมา
“คุณชายรอคืนนี้ดีหรือไม่ วันนี้มีสาวงามที่ข้าเพิ่งได้มา นางงดงามยิ่งงดงามยิ่งกว่านางโลมอันดับหนึ่งของเรา คืนนี้ท่านรอประมูลนางดีหรือไม่”
“เจ้าแน่ใจว่างดงามที่สุด” ???
“เจ้าค่ะ นางผู้หญิงจากแคว้นอื่น ข้าพึ่งได้นางมา หากท่ารอหน่อย อะ.....อะไรเจ้าคะ ทำไมให้ทองข้ามากถึงเพียง”
“ข้าซื้อนางไปเอานางตัวนางมา”
แม่เล้ามองทองในมือ ที่องค์ชายพึ่งโยนมาให้นาง ทองขนาดนี้ซื้อหอนางโลมนางทั้งหอก็ยังได้ แต่เขาโง่หรือไรนำมาซื้อเพียงหญิงคนเดียว แม้จะเสียดายที่นางงดงาม แต่ถ้าแลกกับทองขนาดนี้
“ไปเอาตัวนางมาส่งให้คุณชาย”
ไม่นานหญิงสาวที่ใส่ชุดน้อยชิ้นก็ถูกพาตัวมา นางถูกมัดมือและปากไว้ แม่เล้าส่งเชือกที่มัดมือนางให้กับองค์ชาย
“นี่นะหรืองดงามของเจ้า”
ลู่เสียนของข้างดงามกว่าเป็นไหน ๆ องค์ชายลากหญิงสาวออกจากหอนางโลม แต่นางขัดขืนไม่เดินตาม
“ขี้เหร่อย่างเจ้าข้าไม่ชายแต่แลหรอก หากเจอนางแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”
พูดจบก็ลากนางออกมา โชคดีที่โรงเตี๊ยมกับหอนางโลมอยู่ไม่ไกลเลยใช้เวลาไม่นาน เขาเปิดประตูก่อนจะผลักนางเข้าไป
“อะไรของเจ้า”
ลู่เสียนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ตกใจที่เห็นองค์ชายพาหญิงสาวที่ตอนนี้ลงไปนอนกับพื้นมาด้วย ลู่เสียนรีบเข้าไปพยุงนางทันที
“ก็เจ้าอยากเห็นข้าเลยพามา”
“???”
ลู่เสียนมองอย่างไม่เข้าใจ นางแกะเชือกที่มือกับปากของหญิงสาวตรงหน้า
“นางโลมไง เจ้าถามว่าที่งามที่สุดหน้าตาเป็นเช่นไร ข้าก็พามาแล้ว”
“นี่เจ้า!!ไปซื้อนางมา???”
“ใช่ ข้าดูแล้วก็ไม่เห็นงดงาม เจ้ารีบ ๆ ดูแล้วให้นางออกไปได้แล้ว”
ลู่เสียนมองหญิงสาวตรงหน้า ไม่งดงาม ไม่งดงามอะไร นางงดงามจนลู่เสียนละสายตาจากนางไม่ได้ นี่ใช่นางโลมจริง ๆ งั้นหรอ
“ข้ามิใช่นางโลม ข้าเป็นองค์หญิง!!!”
“เหอะ ข้าพึ่งซื้อเจ้ามาจากหอนางโลม ย่อมต้องเป็นนางโลม”
“เจ้านะสิ คนเถื่อน !!!!”
ผู้หญิงคนนั้นและองค์ชายต่างถกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลู่เสียนมองทั้งสองก่อนจะขยี้ตา นี่นาง...เห็นด้ายแดงงั้นหรอ.... แล้วทำไม ด้ายแดงที่ปกติจะพันอยู่ที่ข้อมือ ถึงไปพันที่คอของทั้งสอง
“พวกเจ้า....”
ลู่เสียนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยกมือนางมาดู เหตุใดด้ายแดงของทั้งสอง จึงมาผูกที่ข้อมือนาง....
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







