LOGINวังหลวง ตำหนักฮองเฮา
“เจ้าพวกลูกโง่ เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว”
“ใช่เพคะ ตั้งแต่นางปีศาจนั่นเข้าวังมาบรรดาองค์ชายก็เป็นไป พวกเขาเอาแต่พร่ำเพ้อถึงชื่อนางปีศาจนั่น”
“ใช่เพคะ แม้แต่ลูกสี่ที่เชื่อฟัง ตอนนี้ก็.....”
เหล่าพระสนมต่างแสร้งร้องไห้ออกมา มีเพียงมารดาขององค์ชายหกและองค์ชายเจ็ดที่กลอกตามองบนให้กับการแสดงของพวกนาง ที่มาแสร้งเสียใจเช่นนี้ ก็เพราะว่าเหล่าองค์ชายต่างจะหันหลังให้บัลลังก์ไม่ใช่หรือไง
“ฮองเฮาเพคะ โปรดเมตตาช่วยพวกหม่อมฉันด้วยเพคะ”
ฮองเฮาปรายตามองพวกนาง นางในตอนนี้ไม่มีบุตรแม้แต่คนเดียว แต่ยังคงอยู่ในตำแหน่งนี้ได้เพราะอำนาจที่มีของตระกูลที่หนุนหลังนางอยู่ เมื่อปีที่แล้วหมอหลวงบอกว่าที่นางไม่อาจมีบุตรได้เพราะอาการป่วยของนาง บรรดาสนมที่รู้ข่าวก็ต่างพาบุตรชายมาเยี่ยมนาง แม้พูดว่ามาเยี่ยมแท้จริงแค่มาเยาะเย้ยนาง แล้วนี่อะไร ต้องการให้นางออกหน้าให้ เพียงเพราะจะจัดการลูกสาวแม่ทัพคนหนึ่ง ช่างน่าสมเพช
“ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้”
“ฮองเฮา นางจะแต่งองค์ชายทั้งหกคนพร้อมกันนะเพคะ!!!”
“พวกเจ้าจะโวยวายไปทำไม เอาอย่างน้องหญิงหกสิบุตรชายนางทั้งสองคนมีภรรยาคนเดียวกันนางยังไม่เดือดร้อน”
ฮองเฮาเอ่ยขึ้นพลางจิบน้ำชา
“เพคะ มันคือความสุขของลูกหกและลูกเจ็ดหม่อมฉันเองก็ตามใจพวกเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว จะตามใจอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หม่อมฉันคิดว่าผู้เป็นแม่ย่อมอยากเห็นลูกมีความสุขเพคะ”
“ความสุขอะไรกัน มันผิดประเพณี ฮองเฮาเพคะหม่อมฉันคิดว่า ตระกูลจางกำลังคิดก่อกบฏเพคะ ในมือของตระกูลจางมีกองกำลังทหาร หากแต่งเหล่าองค์ชายเข้าไปนั้นหมายความว่าอำนาจทุกตระกูลจะอยู่ที่ตระกูลจาง อำนาจและกองกำลัง ฮองเฮาทรงคิดดูเพคะจะเกิดอะไรขึ้น”
พระสนมผู้เป็นมารดาขององค์ชายห้าเอ่ยออกมาเสียงเรียบ หากต้องการให้ฮองเฮาผู้นี้ช่วย มีแต่จะต้องบอกว่านางจะเสียผลประโยชน์อะไร จางลู่เสียนเจ้าวางแผนจะทำอะไรกับบุตรชายข้ากันแน่ หากเจ้าหลอกใช้ข้าจะฆ่าเจ้าเอง...
1 อาทิตย์ต่อมา
ค่ายทหาร
ลู่เสียนนั่งกินองุ่นตากแห้ง ก่อนจะเท้าคางตั้งศอกกับโต๊ะ สายตาทอดมองไปยังเหล่าทหารและองค์ชายที่กำลังฝึกอย่างขะมักเขม้น หลายวันมานี้นางเริ่มคุ้นชินกับค่ายทหาร บรรดาทหารในค่ายต่างรู้จักนางในนามหมอหญิงประจำตัวขององค์ชาย ส่วนท่านพ่อและพี่ชายของนาง กำลังเดินทางกลับมาคาดว่าอีกสามหรือสี่วันก็น่าจะถึงค่าย
“เจ้าหยุดกินบ้างได้ไหม”
เหอะ ที่ยังคงไม่เปลี่ยนก็มีแต่เรื่องนี้ ลู่เสียนเงยหน้ามององค์ชายที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ
“เจ้ากินจนเสบียงทหารจะหมดแล้ว ข้าหันมาทีไรก็เห็นแต่เจ้ากิน กิน กิน กินอย่างเดียว”
องค์ชายพูดเสียงเข้ม เขาแค่อยากแกล้งนาง การกระทำของนางทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากนางได้
“ก็ข้าตรอมใจ....ท่านก็รู้ หากข้าทำให้ท่าลำบากเช่นนั้นองุ่นแห้งชามนี้ท่านนำคืนกองเสบียงเถอะ”
ลู่เสียนแสร้งทำสีหน้าสลดลง ก่อนจะผลักชามองุ่นไปทางองค์ชายเบาๆ
“เหอะ องุ่นชามเดียว เจ้าเอาเถอะ”
พูดจบองค์ชายก็เดินออกไป เหอะหลายวันมานี้นางได้เรียนรู้ องค์ชายผู้นี้แม้จะดูเหี้ยมโหดแต่กลับแพ้ต่อน้ำตาสตรี แม้ปากจะต่อว่านางแต่พอนางแกล้งทำตีหน้าเศร้าหรือบีบน้ำตา เขาย่อมยอมอ่อนข้อให้นาง ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“เจ้าดูมีความสุข”
ลู่เสียนหันไปทางต้นเสียงพบท่านเทพฉินยืนอยู่นางมองไปรอบ ๆ เพราะกลัวมีใครเห็น
“มีเพียงเจ้าที่เห็นข้า ซีห่าวให้ข้ามาดูเจ้า เจ้าบ้านั่นแม้โดนคุมขังก็ยังจะห่วงเจ้า”
“ท่านเทพซีเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ก็คงมาหาเจ้าไม่ได้อีกนาน เห้อให้ตายสิ เมื่อก่อนข้าเองก็อยากได้เจ้าแทบบ้า”
ท่านเทพฉินลูบที่หัวลู่เสียนอย่างเอ็นดู
“แต่เห็นทีคงจะไม่ได้ ข้าไม่อยากมีเป็นหากับเจ้านั่น”
“สักวันท่านจะพบคู่ครองที่ดีเจ้าค่ะ”
“ลู่เสียนสิ่งข้าให้เจ้าทำ เจ้าก็ทำสำเร็จไปได้ครึ่งแล้ว ตอนนี้เพียงแค่ให้พวกเขากำเนิดบุตรเจ้าก็จะสามารถออกจากร่างนี้และไปเกิดในชีวิตที่เจ้าต้องการได้แล้ว”
“ชีวิตที่ข้าต้องการ....”
ลู่เสียนใช้นิ้วเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด ชีวิตที่นางต้องการนั้นเป็นเช่นไรแล้วนางแทบจำไม่ได้
“หรือหากเจ้าต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อก็แต่บอกข้ามา เงื่อนไขข้าในตอนนี้แค่เพียงให้พวกเขาคนใดกำเนิดบุตร ข้อตกลงของเจ้ากับข้าก็จะสิ้นสุดลงทันที”
“ข้าขอคิดก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ย่อมได้ ข้าคงต้องไปจัดการเจ้าโง่ที่กำลังจะพังคุกสวรรค์ก่อน”
“เจ้าค่ะ บอกท่านเทพซีได้หรือไม่เจ้าคะว่าหากทำเช่นนั้น ข้าจะไม่ยอมเจอหน้าท่านเทพอีกเลย”
ท่านเทพฉินยิ้มอย่างพอใจ เห็นทีซีห่าวคงสงบได้สักระยะ เขาขมวดคิ้วทันทีที่นึกบางอย่างได้ ก่อนจะหยิบขวดยาบางอย่างส่งให้นาง ลู่เสียนรับขวดหยกสีขาวมาเมื่อเปิดดูพบว่าด้านในมีน้ำสีทอง
“หากเจ้าร่างกายอ่อนแอหรือถึงขีดจำกัด ก็จงดื่มร่างกายของเจ้าจะเป็นปกติ”
“ข้าคงไม่กรีดเลือดเพื่อใครแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
ลู่เสียนยิ้มออกมา ท่านเทพมองนางก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างก่อนหายตัวไป
“คืนนี้เจ้าจงระวังตัว อย่าได้ยอมเสียสละเพื่อใครหากเจ้าไม่ยินยอม”
กระโจมขององค์ชาย
ลู่เสียนนอนพลิกไปมาบนที่นอนที่อยู่บนพื้นข้างเตียง นางสงสัยในคำพูดของท่านเทพฉิน จนนอนไม่หลับ องค์ชายที่นอนอยู่บนเตียงมองการกระทำของนางที่พลิกไปมา
“เจ้าเป็นอะไร”
“ข้าแค่มีเรื่องต้องคิด”
“ลู่เสียน.....เจ้าอยากเป็นอนุจริง ๆ หรือ หากมีคนให้ตำแหน่งที่ดีกว่าเจ้าจะเปลี่ยนใจจากลู่จื้อหรือไม่”
ลู่เสียนนอนตะแคงหันหน้าไปทางองค์ชาย องค์ชายเองก็มองนางอยู่เช่นกัน ลู่เสียนยิ้มออกมา
“หากไม่ใช่สามีข้า ข้าย่อมไม่เลือก แม้ข้าจะละโมบมากเพียงใด แต่ข้าก็ย่อมต้องเลือกคนที่มาอยู่ข้างกาย”
“แม้ข้าจะแต่งเจ้า แล้วให้เจ้าขึ้นเป็นฮองเฮา เจ้าก็ไม่ยอม???”
“ข้าศึกบุกแล้ว ตั้งทัพ ตั้งทัพ!!!!”
เสียงตะโกนดังไปทั่ว ก่อนจะตามด้วยเสียงดังและเสียงดาบกระทบกันมากมาย มันดังจนลู่เสียนไม่ได้ยินประโยคที่องค์ชายพูดออกมา
“เจ้าแต่งตัว แล้วอยู่ในนี้ห้ามออกไป”
ทั้งสองลุกขึ้น องค์ชายเข้าไปสวมเกราะ ก่อนจะโยนกระบี่ให้ลู่เสียน
“ถือไว้หากผู้ใดเข้ามา หากไม่ใช่ข้าก็ฆ่าให้ตาย”
พูดจบเขาก็ถืออาวุธเดินออกไป ลู่เสียนชักกระบี่ออกจากฝัก ก่อนจะกำไว้แน่นเสียงดาบกระทบกันและเสียงตีกลองดังลั่น หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ท่านเทพเตือน ให้ตายสิอย่างน้อยก็ช่วยบอกให้เตรียมใจก่อนไม่ได้หรือไง!!!
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







