LOGINพระพายหันมองซ้ายมองขวาแล้วเดินตรงไปที่ประตู
“จะปล่อยไปเหรอคะคุณท่าน”
“ผมอยากจะรู้ว่าคนอย่างคุณพระพายเขาจะรักษาสัญญาหรือเปล่า”
บนชั้นสาม เพลงพรกับภาคินทร์กำลังจับตามองพระพายอยู่ เขาทั้งสองอยากลองใจว่า สิ่งที่ตกลงกันไว้พระพายจะรักษาคำพูดมันอย่างดีหรือเปล่า
พระพายยืนจ้องประตูอยู่นาน เหมือนสองฝั่งในหัวกำลังถกเถียงกันว่าอยากเป็นอิสระข้างนอกหรือต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสุขสบาย โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาตอนนี้
สำหรับพระพายแล้วข้อตกลงที่เขาคุยกับภาคินทร์เอาไว้มันไม่ใช่แค่เพราะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงคำพูดที่เขาทำข้อสัญญาตกลงกัน และภาคินทร์ก็เชื่อใจยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระจากในห้องแคบ ๆ
และคนอย่างพระพายก็ไม่เคยต้องผิดคำพูดกับใคร
เมื่อคิดได้แบบนั้นพระพายจึงลดมือที่เอื้อมไปจับบานประตูลงและกลับไปนั่งที่เดิม
การกระทำของพระพายทำให้ภาคินทร์คลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ เขาเฝ้ามองใบหน้าของพระพายด้วยความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง แต่เขาก็เลือกที่จะละเลยมันทิ้งไปอีกครั้ง
“เขารักษาสัญญา”
ภาคินทร์หันมาบอกกับเพลงพรแล้วเดินกลับขึ้นเตียงนอนไปพักผ่อน
เพลงพรหันมองภาคินทร์เพียงชั่วครู่แล้วเดินออกมาจากห้อง เธอคงต้องยอมรับว่ายังไม่อาจไว้ใจพระพายได้เสียทีเดียว เพราะถึงอย่างไรพระพายก็คือมนุษย์ มีกิเลส มีความอยากรู้อยากเห็น อยากได้อยากมี คงไม่ต่างจากคนอื่น ๆ
ตอนนี้ที่เขายังไม่หนีไปอาจจะพอใจจำนวนเงินที่ภาคินทร์เสนอให้แต่ถ้าผ่านคืนจันทร์เต็มดวงคืนแรกไป พระพายอาจจะเปลี่ยนใจหรือคิดที่จะออกจากที่นี่ไปก็ได้
จิตใจของมนุษย์มันเปลี่ยนแปลงและไม่มั่นคง ต่างจากแวมไพร์เช่นพวกเธอ เธอจึงบอกกับตัวเองว่าคงจะต้องจับตาดูพระพายอย่างใกล้ชิด เพราะเธอจะปล่อยให้ของที่มีค่าสำหรับเจ้านายเธอหลุดรอดออกไปไม่ได้เด็ดขาด
19.00 น.
พระพายที่เดินสำรวจบ้านมาตลอดทั้งวัน กำลังนั่งกินอาหารสุดหรูบนโต๊ะพลางสายตาจับจ้องไปที่ภาคินทร์เจ้าของบ้านซึ่งกำลังกินเพียงสเต๊กจานเดียวตรงหน้า โดยที่ไม่แตะอาหารอื่น ๆ บนโต๊ะเลยสักคำ
“ถ้าคุณจะจ้องหน้าผมขนาดนั้นก็ถามคำถามผมมาเลยจะดีกว่านะครับ คุณพระพาย”
ภาคินทร์วางช้อนกับมีดหั่นเนื้อลงก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับพระพาย
“ครับ นี่ผมเสียมารยาทหรือเปล่า”
“เปล่าหรอกครับผมแค่ไม่อยากให้คุณสงสัย อยากให้เราอยู่ด้วยกัน ด้วยความสบายใจ”
ภาคินทร์เท้าคางลงบนโต๊ะอาหารแล้วจ้องมองใบหน้าของพระพาย จนคนที่เป็นฝ่ายมองในตอนแรกกลับต้องหลุบตาลงต่ำ
ภาคินทร์พอใจท่าทีเหล่านั้นจนเผลอกระตุกยิ้มมุมปากแล้วลงมือลงมาตักอาหารกินตามเดิม
“คุณคงสงสัยว่าทำไมผมไม่กินอาหารบนโต๊ะใช่ไหมครับ”
ภาคินทร์บอกอย่างรู้ทัน
“ครับ ก็อาหารเยอะมากขนาดนี้ แต่คุณก็กินแค่สเต๊กในจานเพียงอย่างเดียว หรือแวมไพร์กินอาหารแบบคนทั่วไปไม่ได้เหรอครับ”
“เปล่าครับ พวกเรากินได้ แต่มันกินมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว ผมเองก็เบื่อ อีกอย่างสเต๊กฝีมือเพลงพรก็ถูกปากผมมากกว่า แค่นั้นเองครับ”
“คุณท่านมีอาหารที่รับประทานไม่ได้หลายอย่าง ไม่ได้เกี่ยวกับเชื้อสายแวมไพร์ค่ะแต่เป็นอาการแพ้เหมือนมนุษย์เลยต้องเลือกค่ะ เพราะถ้าคุณท่านป่วยขึ้นมามันจะเป็นเรื่องลำบาก”
เพลงพรช่วยอธิบายอีกแรงจนพระพายเริ่มเข้าใจ
ก็จริงอย่างที่เพลงพรบอก ถ้าภาคินทร์ป่วยจนเป็นเรื่องราวเข้าโรงพยาบาลก็คงไม่วายถูกมองและตั้งข้อสงสัยในตัวเขาแน่ ๆ
“ผมเพิ่งรู้ว่าแวมไพร์ก็ป่วยได้เหมือนคน”
“จริง ๆ แวมไพร์ทั่วไปก็ไม่ป่วยหรอกครับ แต่อย่างที่คุณทราบ ผมเป็นลูกผสม ก็เลยมีบางข้อจำกัดที่มาพร้อมกับความพิเศษพวกนี้”
ภาคินทร์ส่งยิ้มให้พระพายแล้วเช็ดมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินกลับขึ้นชั้นสามไป
“คุณพระพายคะ”
“ครับ”
“หลังหกโมงเย็นถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกดิฉันได้โดยตรงนะคะ
เพราะเป็นเวลาพักผ่อนของกิ่งแก้วเขา ส่วนในช่วงกลางคืนคุณท่านจะชอบออกมาเดินเล่น คุณพระพายได้ยินเสียงอะไรไม่ต้องตกใจนะคะ พักผ่อนได้ตามสบาย”เพลงพรบอกในส่วนเพิ่มเติมบางอย่างสำหรับการอาศัยในบ้านหลังนี้ให้พระพายรับรู้ ก่อนที่เธอจะเดินตามภาคินทร์ขึ้นไปยังชั้นสามอีกคน
พระพายได้แต่คิดในใจว่าเพลงพรเป็นแวมไพร์ที่ดูน่ากลัวกว่าภาคินทร์เสียอีก ทั้งน้ำสียง ท่าทางการพูด ผิดกับภาคินทร์ลิบลับ ถ้าคนที่มายื่นข้อเสนอให้กับเขาเป็นเพลงพรเขาคงปฏิเสธออกไปแล้ว
ตกดึก พระพายนอนอยู่ในห้องทั้ง ๆ ที่ปกติเวลานี้ตอนก่อนที่เขาจะถูกปล่อยให้เดินเล่นได้อิสระ เขาก็คงจะหลับไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าค่ำคืนนี้เขาดันนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด ไม่ยอมง่วงเสียอย่างนั้น
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล