LOGINพระพายเลยตัดสินใจว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย
“คุณพระพาย”
เสียงเรียกจากด้านหลังทำเอาพระพายสะดุ้งจนต้องรีบหันกลับไปมอง
ภาคินทร์ที่ท่อนบนเปลือยเปล่าและท่อนล่างมีเพียงกางเกงผ้าแพรสีดำสวมใส่เอาไว้ กำลังยืนกอดอกจ้องมองพระพายที่ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นอกห้องในเวลานี้
พระพายเผลอมองรูปร่างของภาคินทร์อย่างลืมตัว พลางนึกในใจว่าแวมไพร์จะมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบเหมือนอย่างภาคินทร์ทุกคนหรือเปล่า
ขนาดเขาเป็นคนปกติที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แถมยังสูงกว่าภาคินทร์อยู่หลายเซนติเมตร แต่รูปร่างของเขายังไม่ดูแข็งแรงอย่างภาคินทร์เลยสักนิด
“ผมมีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ คุณพระพายถึงมองผมแบบนั้น”
“ปะ เปล่าครับ”
พระพายรีบปฏิเสธแล้วบอกกับตัวเองว่าควรทำตัวปกติ จะมาหวั่นไหวกับหุ่นของแวมไพร์แบบนี้ไม่ได้
“ผมก็คิดว่าคุณพระพายหลงใหลในรูปร่างแบบผมเสียอีก มนุษย์หลายคนก็ใฝ่ฝันหุ่นเช่นนี้ไม่ใช่เหรอครับ”
เสี้ยววินาทีที่พระพายกะพริบตา ภาคินทร์ก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเขาเสียแล้ว
พระพายตกใจจนไปยืนชิดกำแพงก่อนที่จะถูกภาคินทร์ประชิดตัวอีกครั้งจนไร้ทางหนี เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องรู้สึกเขินอายกับการมาเจอภาคินทร์ในสภาพนี้ด้วย
“ลองสัมผัสดูไหมครับ”
“อะ... อะไรนะครับ”
“ก็เผื่อว่าคุณพระพายอยากรู้ ว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อว่ามันคือของจริง”
“แต่ผมอยากให้คุณพระพายสัมผัสมันดู”
ภาคินทร์เอื้อมไปดึงมือของพระพายขึ้นมาแตะที่หน้าท้องของเขาเบา ๆ ในขณะที่ตัวของพระพายไม่แม้แต่จะกล้ามองแววตาของคนตรงหน้าด้วยซ้ำ
“จับได้นะ... ผมอนุญาต”
ภาคินทร์ค่อย ๆ จับมือของพระพายลูบไล้ขึ้นมาที่หน้าอกด้านซ้ายและสัมผัสไปถึงต้นแขนอันแข็งแรง จนพระพายเริ่มกลืนน้ำลายลงคอได้ยากลำบาก ในหัวเขากำลังพรั่งพรูจินตนาการมากมายจนมันแทบจะระเบิดออกมา หากภาคินทร์ยังไม่หยุดกระทำสิ่งดังกล่าวกับเขาแบบนี้
ภาคินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาพระพาย แววตาเย้ายวนในแบบที่พระพายไม่เคยรู้สึกมาก่อนจนใบหน้าของทั้งสองคนเริ่มโน้มเข้าหากันอย่างช้า ๆ
“คุณท่าน... คุณพระพาย”
เสียงของเพลงพรดังขึ้นมาได้ทันเวลาก่อนที่มันจะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น พระพายรีบถอยออกมาอย่างโล่งใจที่เขาไม่เผลอทำอะไรลงไปมากกว่านี้
“คุณมาได้จังหวะเกินไปนะเพลงพร”
“คุณท่านคะ”
“ผมก็แค่เผลอไปนิดหน่อย คุณก็รู้ว่าผมควบคุมมันไม่ได้ รีบพาพระพายเข้าห้องไปเถอะ เดี๋ยวผมจะไปที่สระว่ายน้ำแล้ว”
ภาคินทร์หันมามองหน้าพระพายเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะเดินไปอีกด้านของตัวบ้าน ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำที่เขาเอาไว้ระบายความว้าวุ่นในร่างกายของตัวเองในยามค่ำคืน
“เชิญคุณพระพายที่ห้องดีกว่านะคะ”
“คุณเพลงพรครับคือเมื่อกี้ผม”
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณพระพายหรอกค่ะ”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“คุณท่านก็มีเลือดมนุษย์อยู่ในร่างกายเกือบครึ่ง การที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวมาเป็นร้อย ๆ ปีโดยที่ไม่มีคู่ครอง ย่อมมีความต้องการกับเรื่อง sex ที่มันมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป คุณพระพายน่าจะพอเข้าใจนะคะ”
พระพายหันมองหน้าเพลงพรที่กำลังอธิบายการกระทำแปลก ๆ ที่ภาคินทร์แสดงออกกับเขาเมื่อครู่
“ใช่ค่ะ ทุกคืนคุณท่านจะไปที่สระว่ายน้ำเพื่อปลดปล่อยความต้องการพวกนั้น ฉะนั้นทางที่ดีคุณอย่าออกมาตอนกลางคืนแบบนี้อีกนะคะ เพราะถ้าดิฉันมาไม่ทันแล้วคุณท่านห้ามตัวเองไม่ได้ คุณอาจจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับแวมไพร์ที่เลยขั้นคนธรรมดาทั่วไปก็ได้”
พระพายรู้ได้ทันทีว่าเพลงพรกำลังหมายถึงอะไร
มันไม่ใช่แค่เพียงความต้องการของภาคินทร์เท่านั้น แต่เขารู้สึกว่าตอนที่จ้องตากับภาคินทร์มันคล้ายมีมนตร์สะกด ที่ทำให้เขาไม่อาจฏิเสธการกระทำของภาคินทร์ได้เลย
จริงอย่างที่เพลงพรบอก ถ้าเมื่อครู่นี้เพลงพรมาไม่ทัน เขาก็ยังคิดภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







