Masukแม้แวมไพร์จะเป็นอมตะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เจ็บปวด
คฤหาสน์อีแวนสัน
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมเพลงพร”
“เรียบร้อยดีค่ะคุณท่าน”
“ก็ดี ตอนนี้ผมให้พระพายย้ายขึ้นมาพักชั้นสามแล้วนะ เพื่อปกป้องเขาให้ปลอดภัย”
“ค่ะ คุณท่าน”
“นี่คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ภาคินทร์เห็นท่าทางของเพลงพรที่ดูเงียบมากกว่าทุก ๆ ครั้งจึงอดที่จะถามไถ่ไม่ได้ ด้วยเธอไม่เคยมีอาการเช่นนี้ต่อหน้าเขามาก่อน
“พอดีวันนี้ดิฉันไปเจอเจ้าของร้านเครื่องรางที่กิ่งแก้วนำเข้าบ้านมาค่ะ”
“แล้วนี่คุณปลอดภัยดีหรือเปล่า หรือมนุษย์พวกนั้นมันทำอะไรคุณ”
“ดิฉันปลอดภัยดีค่ะแค่รู้สึก... กลัวขึ้นมา”
เพลงพรยอมรับกับเจ้านายของเธอไปโดยตรง
“ไม่เป็นไร เราก็แค่อยู่ห่างมนุษย์พวกนั้นเอาไว้ เธอก็ไปกำชับกับกิ่งแก้วให้ดี มันจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก”
“ค่ะ คุณท่าน”
ภาคินทร์มองใบหน้าของบริวารคนสนิทที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาหลายร้อยปี ถ้าไม่มีเพลงพร หลาย ๆ อย่างในชีวิตของเราคงจะลำบากและวุ่นวายมากกว่านี้
ฉะนั้นการที่เพลงพรรู้สึกไม่สบายใจมันก็สร้างความกังวลให้กับภาคินทร์ไปด้วยเช่นกัน
“คุณท่านคะ วันนี้คนที่มากับคุณพระนาย”
“คุณก็คิดเหมือนผมใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ดิฉันคิดว่าเขาเป็นลูกชายของตระกูลโรเจอร์ ที่ตามคุณพ่อของคุณท่านมาในคราวนั้น”
“และถ้าเป็นเช่นนั้นเขาเองก็อยู่ใกล้ชิดพระพายมานานหลายปี แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาไม่ลงมือ”
ทั้งสองคนครุ่นคิด
ตระกูลโรเจอร์ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในตระกูลแวมไพร์ชั้นสูงที่หลงเหลือทายาทอยู่น้อยนิด หากแต่อำนาจใด ๆ ก็ไม่สามารถเทียบกับทางอีแวนสันได้ ถึงกระนั้นเวลาที่ผ่านมาหลายปี อะไร ๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ในขณะที่อีแวนสันมักเก็บตัวออกจากผู้คน แต่โรเจอร์กลับสร้างเรื่องราวมากมายให้คนหวาดกลัวและเล่าขาน
ดังนั้นภาคินทร์เองก็คงจะต้องเตรียมตัวรับมือให้ดี หากวันหนึ่งเขาจะต้องมีปัญหากับตระกูลนี้
“เหตุผลอะไรที่แวมไพร์จะไม่ยอมดื่มเลือดของมนุษย์ที่หอมหวานเช่นหยดเลือดของพระพายงั้นเหรอเพลงพร”
“คุณท่านกำลังจะบอกอะไรคะ”
“ผมกำลังคิดว่าเมฆาอาจจะปลาบปลื้มและหลงใหลในตัวของพระพายมากเกินกว่าจะกล้าดูดเลือดของเขา”
ภาคินทร์ตั้งข้อสันนิษฐาน
เขาคิดว่าเมฆารู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร และเหตุผลใดที่ทำให้เขาพาพระพายเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย
แต่ที่เขาไม่เข้าใจคงเป็นเรื่องที่พระพายยอมอยู่ที่นี่มากกว่า และถ้าหากความคิดของภาคินทร์เป็นจริง เมฆาคงจะเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อพาตัวพระพายออกไปจากที่นี่
“เหมือนกับ...”
“ใช่ มันเหมือนตอนที่พ่อมาเจอแม่ของผมไง และถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแน่”
ภาคินทร์มองเข้าไปที่ประตูห้องบานใหญ่ ในยามนี้คนด้านในคงกำลังหลับสบายโดยที่ไม่รู้เลยว่าปัญหาต่าง ๆ กำลังเข้าใกล้เข้ามามากแค่ไหน
“คุณท่านสมสู่กับพระพายสำเร็จแล้วใช่ไหมคะ ถึงกล่าวเช่นนี้”
ภาคินทร์พยักหน้าช้า ๆ และนั่นก็ทำให้เพลงพรถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“มันเกิดขึ้นแล้วเพลงพร ต่อให้เราพยายามมากแค่ไหน ถ้าสิ่งที่ชะตาบอกเอาไว้ว่าจะเกิดเราก็เลี่ยงไม่ได้”
“ดิฉันทราบดีค่ะ ถ้าเช่นนั้นเราก็แค่รับผลของสิ่งที่มันจะตามมาแล้วจัดการมันให้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณท่านและตัวคุณพระพายเอง”
เพลงพรไม่เคยทอดทิ้งภาคินทร์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดที่ทำให้มันเป็นแบบนี้เพลงพรก็บอกกับตัวเองเสมอว่า เธอจะดูแลเจ้านายและคนรักของเจ้านายเธอให้ดีที่สุด
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







