เข้าสู่ระบบ“ตื่นแล้วเหรอครับ”
“พระพาย แอบมองตอนผมหลับอีกแล้วเหรอ”
ภาคินทร์บิดตัวเล็กน้อยหลังจากที่หลับใหลไปในอ้อมกอดของพระพาย
“ผมไม่ต้องแอบก็ได้มั้งครับ”
“นั่นสินะ”
“ไปอาบน้ำกันดีกว่าครับ จะได้ลงไปกินมื้อเช้ากัน”
ทั้งสองคนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
ความรู้สึกของการมีใครสักคนซึ่งภาคินทร์ไม่เคยได้รับมาก่อน คล้ายกับมาช่วยเติมเต็มชีวิตที่แสนโดดเดี่ยวของเขาให้มีชีวิตขึ้นมา
“กิ่งแก้ว จัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”
“ค่ะคุณท่าน กิ่งขอโทษจริง ๆ”
“คราวหน้าคราวหลังจะทำอะไรนอกเหนือจากหน้าที่ที่คุยกันไว้ คุณควรปรึกษาเพลงพรก่อนเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะคุณท่าน”
ภาคินทร์กล่าวกับกิ่งแก้วด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่เต็มไปด้วยอำนาจ จนทำให้กิ่งแก้วไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
“เธอไปรู้จักร้านนั้นได้ยังไงเหรอกิ่งแก้ว”
หลังจากมื้อเช้าผ่านไป เพลงพรก็เดินมาหากิ่งแก้วในครัว
แผลของเธอที่มือตอนนี้หายดีแล้วแต่ความเจ็บปวดที่ได้รับเธอยังจำได้ดี
“ก็วันหยุดที่กิ่งออกไปข้างนอก พอดีกิ่งไม่รู้จะไปไหนเลยไปนั่งเล่นแถว ๆ นั้น ตอนแรกว่าจะหาห้องพักแต่ไป ๆ มา ๆ ได้เจอคุณมีจันทร์ เขาก็เลยมีน้ำใจให้ใช้ห้องว่างบนร้านพักชั่วคราวแลกกับช่วยเขาทำความสะอาดค่ะ”
กิ่งแก้วเล่าเหตุการณ์ในครั้งที่เจอมีจันทร์ให้กับเพลงพรฟัง
“คุยกับคนไปทั่วเลยสินะ”
“คุณเพลงพรว่าอะไรนะคะ”
“เปล่า คือฉันไม่ตำหนิเธอหรอกนะ เรื่องที่เธอจะไปที่นั่น แต่คราวหน้าอย่าไปเอาของอะไรจากในนั้นเข้ามาที่บ้านหลังนี้อีก”
ถึงแม้ว่ากิ่งแก้วจะไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไร แต่เธอก็ไม่กล้าถามออกไป
“คุณท่านไม่ชอบให้คนในบ้านงมงายและท่านก็ไม่อยากให้มีของพวกนั้นในบ้านของท่าน เธอรู้แค่นั้นก็พอ”
“ค่ะคุณเพลงพรกิ่งทราบแล้วค่ะ ต่อไปกิ่งจะไม่ทำอีก”
แม้จะดูเป็นการอธิบายที่วกวน แต่กิ่งแก้วก็เฝ้าบอกตัวเองว่าอย่าสอดรู้สอดเห็นมากไปกว่าเรื่องที่เจ้านายสั่ง ถ้าหากยังอยากใช้ชีวิตสุขสบายที่นี่
“วันนี้ทั้งวันฉันไม่อยู่บ้าน ฝากดูแลคุณพระพายกับคุณท่านด้วย”
“ค่ะคุณเพลงพร”
เพลงพรเดินออกไปยืนอยู่หน้าบ้านไม่นาน ก็มีรถตู้สีดำที่เป็นคนของภาคินทร์มาพาเธอออกไป
“พาฉันไปที่โชว์รูมก่อนแล้วกัน ขอไปจัดการเรื่องรถก่อน ส่วนคันนั้นถ้าซ่อมแล้วก็ขายเอาเงินไปบริจาคให้วัดหรือโบสถ์อะไรก็ได้ของพวกมนุษย์”
“ครับคุณเพลงพร”
ใบหน้าของมีจันทร์ลอยเข้ามาในความคิด
ทั้ง ๆ ที่ควรอยู่ห่างแท้ ๆ เพราะคนแบบนั้นย่อมเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเธอรวมถึงภาคินทร์เองด้วย
แต่มันก็น่าแปลก เพียงไม่กี่นาทีในคราวที่ได้พบเจอกัน เพลงพรยังมิอาจลืมเลือนใบหน้าของมีจันทร์ลงได้สักวินาที
“สวัสดีครับคุณลูกค้า สนใจเป็นรถรุ่นไหนดีครับ”
“ขอรุ่นที่ดีที่สุดของที่นี่ค่ะ”
“เชิญทางนี้เลยครับ”
เมื่อพนักงานเห็นลูกค้าก้าวเข้ามาในโชว์รูมก็รีบกุลีกุจอไปต้อนรับ
คาดคะเนด้วยสายตาจากเสื้อผ้าราคาแพงที่สวมใส่ เห็นทีค่าคอมมิชชันเดือนนี้ก็คงจะได้เงินอีกหลายหมื่น
“รุ่นนี้เพิ่งมาใหม่เป็นรุ่นยอดนิยมเลยครับ”
“ฉันต้องรอนานหรือเปล่า”
“ถ้าเป็นรุ่นนี้สีดำไม่ต้องรอนานครับ ประมาณสองสัปดาห์คุณลูกค้าก็จะได้รับเลย ราคาอยู่ที่สิบสาม...”
“ฉันเอาคันนี้จัดการให้ด้วย”
“ครับ แล้วคุณลูกค้าเตรียมเอกสารสำหรับวางเงินดาวน์มาไหมครับ”
“ฉันซื้อเงินสด ฝากจัดการให้ด้วย”
“ครับ ๆ ได้ครับ”
เพลงพรไม่ชอบเสียเวลาไปกับอะไรนาน ๆ ในเมื่อยุคสมัยนี้เงินมันใช้แก้ปัญหาได้เธอจึงไม่รีรอที่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะเธอยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องไปทำ
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล

![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





