เข้าสู่ระบบสามปีต่อมา…
ข้ามสมุทรใช้เวลาช่วงหนึ่งไปกับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่เรียกว่า ‘ความว่างเปล่า’ มันหิ้วกระเป๋าย้ายมาอยู่กับเขาแบบหน้าด้าน ๆ แถมยังทำท่าว่าจะไม่ยอมย้ายออกไปง่าย ๆ เสียด้วย? สุดท้ายเลยทำได้แค่อยู่ ๆ กันไปอย่างนั้น พอนานวันเข้าชายหนุ่มก็เริ่มเคยชินไปกับความรู้สึกว่างเปล่า ชินจนบางครั้งก็รู้สึกว่า...
การอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อรอ ‘เธอคนนั้น’ มันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไร
คนเริ่มชินกับความว่างเปล่าจนบางครั้งก็รู้สึกชา เหม่อมองภาพวาดที่กำลังถูกติดตั้งไว้กลางหอศิลป์อยู่นาน นานจนเจ้าหน้าที่ที่รับหน้าที่ติดตั้งกลับออกไปหมดแล้วแต่เจ้าของภาพนั้นก็ยังยืนอยู่ที่เดิม
“ใครจะเชื่อ ว่าผมจะชนะรางวัลภาพวาดแห่งปี”
เสียงทุ้มเหมือนจะติดตลกเอ่ยกับหญิงสาวในภาพเมื่ออยู่ลำพัง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มข้นยังคงจับจ้องคู่สนทนาที่ไม่เคยตอบคำถามอะไรสักอย่างมาหลายปีแล้วพลางถอนใจ…
“นานแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน”
เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงความตัดพ้อว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อนึกถึงช่วงเวลาแสนสั้นที่ได้อยู่ร่วมกัน
น่าแปลกที่มันไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา
“หวังว่าคุณจะคิดถึงผมบ้าง?”
เงียบไปสักพัก ก่อนจะละสายตาจากหญิงสาวในภาพวาดแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเว้าวอน
“...เหมือนที่ผมกำลังคิดถึงคุณ”
การจัดแสดงภาพวาดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของปีนี้ ถูกจัดขึ้นที่หอศิลป์ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกรุง ในตอนแรกข้ามสมุทรไม่ได้ตอบตกลงว่าจะมา เพราะไม่อยากทิ้งไร่ฟ้าครามที่กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลิตผล รวมถึงไม่อยากทิ้งบ้านมาไกล...คิดเผื่อไว้เสมอว่า ‘ใครบางคน’ อาจจะกลับมา
แต่ติดตรงที่สัญญาของผู้ชนะการประกวดครอบคลุมไปจนถึงการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย เขาจึงต้องปลีกตัวมาแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
“แหม! หล่อมาแต่ไกลเชียวนะมึง ไอ้ชาวสวน”
เสียงเหน็บแนมของแดนเอ่ยทักทาย
วันนี้ข้ามสมุทรอยู่ในชุดกึ่งทางการที่เห็นแล้วให้ความรู้สึกแปลกตา อาจเพราะว่าปกติชายหนุ่มมักจะสวมเสื้อยืดกางเกงยีนอยู่แทบจะตลอด
ก็เดาว่าเป็นแค่ชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็กส์ธรรมดาที่พอหาได้จากตู้เสื้อผ้านั่นละ! แต่พอเอาความสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรมาบวกเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่นิ่งเรียบจนเหมือนไร้อารมณ์เข้าไป...ข้ามสมุทรเลยดูโดดเด่นเป็นสง่าจนเหมือนพกพาสปอตไลต์มาจากบ้าน!?
แดนได้แต่คิดเอาเองว่าโลกใบนี้เหมือนจะไม่ค่อยมีความยุติธรรมนัก คนบางคนไม่ต้องทำอะไรมากมายแค่เสื้อเชิ้ตกางเกงดำก็ยังดูดี ดูเขาสิ!
ใส่ของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้าสาว ๆ ยังมองข้ามหัวคืออะไร?
มองข้ามหัวว่าแย่แล้วนะ! ยังอุตส่าห์แวะมาทิ้งสายตาให้เพื่อนสนิทที่ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นหินอยู่ข้าง ๆ เขาไปอีก!?
จะหยามน้ำหน้ากันก็ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ!
“แล้วมึงจะอยู่นี่กี่วัน? หรือจะกลับไร่แล้วค่อยลงมาเอาภาพเดือนหน้า”
คนถูกสาวมองข้ามหัวจนรู้สึกเหมือนถูกหยามน้ำหน้าตงิด ๆ เอ่ยถามเหมือนนึกขึ้นได้ จะว่าไปนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ข้ามสมุทรยอมก้าวขาออกมานอกเขตไร่ฟ้าคราม
อืม ถ้าไม่นับคราวนั้นที่ตามมาไล่กระทืบเขา เพราะแอบเอาภาพของมันไปส่งประกวดละนะ
ข้ามสมุทรยืนจ้องภาพวาดของตัวเองอยู่นาน ค่อยตอบคำถาม
“กลับเลย อาทิตย์หน้าค่อยลงมาเก็บรูป”
“หือ? เขาให้จัดนิทรรศการเดือนหนึ่ง มึงจะหอบกลับไปได้ยังไง!?”
“...คุยกับเจ้าของงานแล้ว”
เป็นอันจบบทสนทนาแค่นั้น บางทีแดนก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าอะไรทำให้เพื่อนสนิทของเขายึดติดกับภาพนี้มากขนาดนั้น? สองสามปีที่ผ่านมาเขาคิดว่าข้ามสมุทรเหมือนจะยึดติดกับรูปวาดใบนี้มาก! เช่นเดียวกับที่หวงบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามนั่นละ...
หวงจนไม่ยอมให้ใครเข้าไปในบ้าน!
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







