LOGIN“วันนี้ไปกินข้าวกับพี่ไหมปาน”
พฤกษ์เอ่ยถามหญิงสาวขณะที่ปานดาวกำลังง่วนอยู่กับเอกสารกองโต เธอเงยหน้านยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มใบหน้าหวาน พฤกษ์เป็นผู้ชายรูปร่างผอมบาง ใบหน้าหวานราวกับผู้หญิง เขาอายุแก่กว่าปานดาวเพียงปีเดียวเท่านั้น เรื่องบังเอิญอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ปานดาวจบมาจากมหาลัยเดียวกันอีกทั้งยังคณะเดียวกันอีก เพราะแบบนี้ทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว
“ไปสิพี่พฤกษ์ ขอสักห้านาทีนะ เดี๋ยวปานปิดคอมแป๊บ”
หญิงสาวกล่าว ก่อนที่เธอจะรีบปิดคอมถ้าไม่รีบเดี๋ยวโรงอาหารจะคนเยอะ
“บอสไม่ได้แกล้งอะไรอีกใช่ไหม”
ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ พฤกษ์เอ่ยถามร่างบางด้วยความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้เขารู้มาบ้างว่าพิรัฐต้อนรับเลขาใหม่เขาหนักพอควร ครั้นจะเขาจะเข้าไปช่วยก็ถูกขัดขว้างเอาไว้
“ไม่แล้วล่ะ แต่ก็สามวันดีสี่วันไข้ วันดีคืนดีเรียกไปสั่งงานตอนห้าโมงเย็น แล้วจะขอภายในเก้าโมงเช้า บ้าไปแล้ว”
หญิงสาวบ่นอุบ แค่นึกถึงพิรัฐก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว คนอะไรหาเรื่องแกล้งเธอได้ทุกวี่วันจนเธอประสาทเสียอยู่ร่ำไป
ส่วนเรื่องที่เธอตอบรับว่าจะแต่งงานกับพิรัฐนั้น เธอยังไม่ได้คุยกับเขาอย่างจริงๆ จังๆ เสียที ช่วงนี้ตารางงานของชายหนุ่มแน่นขนัด อีกทั้งสองอาทิตย์ข้างหน้าปานดาวจะต้องบินไปกับพิรัฐเพื่อดูงานที่ต่างประเทศเพียงลำพัง แค่คิดหญิงสาวก็เครียดแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ เพราะแบบนี้แหละ เลขาคนเก่าถึงอยู่ไม่ได้”
พฤกษ์พูดบอก ก่อนจะเล่าว่าเลขาคนเก่าก็ไม่ต่างจากปานดาวสักเท่าไหร่ ไม่มีใครที่จะทำงานกับพิรัฐได้ แม้นตอนที่ทำงานจะเนี้ยบแค่ไหนก็ตามทว่าพอหลังเลิกงานเขาก็กลับมาใจดี ลอกคราบประธานสุดเนี้ยบไปเลย
“ปานเข้าใจเขานะคะ แต่ไม่เป็นไร ปานจัดการได้”
หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจว่าเรื่องงานเธอสามารถจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย ตอนนี้เอกสารมากมายเมื่อครั้นที่เธอเข้ามาทำงานในตอนแรก เธอก็เคลียร์จนเกือบหมดแล้ว พอเสร็จแล้วเธอจะได้ทำอย่างอื่นสักที
“ปานของพี่เก่งอยู่แล้ว เอาบอสอยู่แน่นอน”
พฤกษ์เอ่ยให้กำลังใจกับรุ่นน้อง เขารู้ว่าปานดาวทั้งเก่งและฉลาด การที่เธอมาอยู่ในตำแหน่งนี้ส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะโชคช่วย ส่วนหนึ่งเพราะเธอมีความสามารถและจัดการงานได้ดี เพราะมีปานดาวอยู่เคียงข้างทำให้พิรัฐเบาแรงไปได้เยอะจนเขามีเวลาไปดูไซต์งานด้วยตัวเอง
เมื่อทั้งสองกินข้าวเสร็จปานดาวก็กลับมาทำงานในช่วงบ่าย วันนี้พิรัฐจะเข้าบริษัทประมาณบ่ายสอง เพราะฉะนั้นเธอมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงเหลือสำหรับการเตรียมตัวเข้าประชุมกับลูกค้าที่จะขอให้ทางบริษัทเป็นตัวแทนจัดจำนายแบรนด์รถใหม่ที่กำลังจะตีตลาดในเมืองไทย
เมื่อพิรัฐเข้ามาก่อนเข้าประชุมครึ่งชั่วโมง สีหน้าของชายหนุ่มดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เพราะโหมงานหนักจนไม่มีเวลาได้นอน
ก๊อกๆๆ
“ปานเอาแซนด์วิชกับกาแฟมาให้ค่ะ”
หญิงสาวพูดพร้อมถือถาดอาหารเข้ามาด้วย เธอลอบสังเกตว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังหลับตาพักสายตาอยู่
“ผมไม่หิว”
น้ำเสียงติดทุ้มเอ่ย เขาไม่รู้สึกหิวแม้ว่าวันนี้จะไม่มีอะไรตกถึงท้องก็ตามที
“ไม่หิวก็ต้องกินค่ะ ปานรู้ว่าคุณไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวพูดสวนกลับ ก่อนที่เธอจะวางแซนด์วิชกับกาแฟใกล้ๆ ชายหนุ่ม ทันใดนั้นพิรัฐลืมตาตื่นขึ้นมา ทั้งคู่ต่างสบตากันต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไรออกมา
“พรุ่งนี้เตรียมตัวให้ว่างแล้วกัน ฉันจะพาเธอไปลองชุด”
“คะ..ค่ะ”
“ชุดเจ้าสาวไง ฉันอยากทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนพวกเราไปดูงานที่อังกฤษ”
ชายหนุ่มพูดบอก ทำเอาหญิงสาวถึงกับนิ่งอึ้งไป เธอกับเขาจะไปดูงานกันอีกแค่สองอาทิตย์เท่านั้น นั่นก็หมายความว่างานแต่งงานของเธอกับเขาจะเกิดขึ้นก่อนงั้นหรือ
“แต่ว่า….”
“สบายใจได้ งานนี้นอกจากครอบครัวเธอก็ไม่มีใครอื่นรู้เรื่องนี้หรอกนะ”
ชายหนุ่มกล่าว เขาตั้งใจว่านอกจากครอบครัวจะต้องไม่มีใครรู้เรื่องการแต่งงานของเขากับปานดาวจะต้องเป็นความลับเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่อยากมีข้อครหาเป็นขี้ปากของคนภายนอกที่เขาเอาเลขามาทำเมีย
ปานดาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเธอเองก็ไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวาย ถ้าเป็นไปได้เธอไม่อยากจะจัดงานอะไรให้มากความเลยด้วยซ้ำ สำหรับเธอแค่เดินไปเซ็นใบสมรสก็เพียงพอแล้ว
“แล้วแต่คุณเลยค่ะ คุณรีบทานเถอะนะคะ อีกสิบนาทีก็จะถึงเวลาประชุมแล้ว กว่าจะประชุมเสร็จน่าจะเย็นเลย”
หญิงสาวพูดบอกก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามหลังหญิงสาวพลันมองแซนด์วิชทูน่าที่เขาชอบ หวนนึกถึงว่าแต่ก่อนที่เขาเคยไปฝากท้องที่บ้านของรรินดาอยู่เป็นประจำ บ่อยครั้งที่เขาได้กินอาหารที่ปานดาวเป็นคนทำ และรู้ว่าเขาชอบทานอะไรไม่ชอบทานอะไร ผิดกับอดีตแฟนสาวที่รายนั้นเห็นแก่ตัวเอง ไม่เคยที่จะจดจำอะไรแม้กระทั่งวันเกิดเขา ไม่รู้ว่าตอนนั้นเขาหน้ามืดตามัวหลงรักคนแบบนั้นไปได้อย่างไรกัน
พิรัฐมองแซนด์วิชที่อยู่ในมือ ก่อนจะเอามันเข้าปาก รสชาตินี้…มันเป็นรสชาติที่เขาเคยกินมาก่อน ชายหนุ่มคลี่ยิ้มก่อนจะค่อยๆ เคี้ยวแล้วกลืนมันลงไป
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้







