LOGINการประชุมผ่านไปด้วยดี หลังจากที่ได้กินกาแฟกับแซนด์วิชเข้าไปเขารู้สึกดีขึ้น ชายหนุ่มก็มีแรงที่จะทำงานต่อ จนถึงเวลาเลิกงาน เขาเดินมาหาหญิงสาวที่กำลังเตรียมตัวจะกลับ
“วันนี้ฉันไปส่งที่บ้านนะ อยากไปพบคุณป้าด้วย”
พิรัฐบอก พลันหญิงสาวหันมาทางเขาก่อนจะนิ่งคิดชั่วครู่
“ปานห้ามคุณได้ด้วยเหรอคะ”
“เรียกพี่เหมือนเดิมก็ได้นะ”
ดวงตากลมมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ ทำไมพิรัฐถึงกลับมาพูดดีกับเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขากลั่นแกล้งเธอสารพัด
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ เรียกแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะเราสองคนมันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
คำพูดตัดพ้อของหญิงสาวทำให้พิรัฐรู้สึกวูบโหว่งไปในทันที เพราะเขาเองที่ทำลายความสัมพันธ์นี้ และเขาต้องยอมรับมันว่าทุกสิ่งอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้ว
ระหว่างที่อยู่บนรถ ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันเลย มีเพียงแต่เสียงแอร์ที่ดังลอดออกมาทำลายความเงียบเพียงเท่านั้น เมื่อถึงบ้านของปานดาวหญิงสาวเลือกที่จะเดินเข้าไปในบ้านก่อน ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวมาอย่างเงียบๆ เมื่อเข้ามาภายในบ้าน พิรัฐได้เจอกับภาวิณีย์ที่เดินสวนออกมา ชายหนุ่มยกมือไหว้คนที่ไม่ได้เจอมานานหลายปี หญิงวัยกลางคนยังคงเหมือนเดิม มีเพียงแต่ริ้วรอยบนใบหน้าที่เพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้น
“สบายดีนะน้องมาร์ค”
ภาวิณีย์เอ่ยถาม
“สบายดีครับ คุณป้าสบายดีไหมครับ”
ชายหนุ่มถามกลับ ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันไปนั่งที่โซฟา พิรัฐหันมองโดยรอบบ้านที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนนัก เพราะเจ้าของบ้านดูแลมันดี ทำให้บ้านแทบจะไม่มีความทรุดโทรมให้เห็น
“เจ็บตามประสาคนแก่ล่ะจ๊ะ ว่าแต่เราเถอะ แอบไปจีบยัยปานตอนไหน ป้าไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”
หญิงวัยกลางคนถามอย่างสงสัย พอดีกับที่ปานดาวยกน้ำเปล่ามาเสิร์ฟแขกตามมารยาท
“ปานก็บอกแล้วนี่ไง”
หญิงสาวพูดขัดก่อนที่เธอจะสบตากับชายหนุ่ม บอกให้เขาไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เพราะเธอจะเป็นคนอธิบายเรื่องนี้เอง
“เราเนี่ยนะ…แต่เอาเถอะ ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรจ้ะ แค่แม่เห็นเราเป็นฝั่งเป็นฝา แม่ก็โอเคแล้ว”
ภาวิณีย์พูดบอกทั้งสอง เธอดีใจที่ปานดาวจะได้มีคนดูแลเสียที เธอรู้ว่าเธอเองก็อยู่บนโลกใบนี้ได้ไม่นาน เพราะโรคภูมิแพ้ตัวเองที่เธอเป็นอยู่มันเริ่มกำเริบจนเธอรู้สึกหน้ามืดอยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องนี้เธอเลือกที่จะปกปิดไม่ให้ปานดาวรู้ หญิงสาวพึ่งเข้าทำงานได้ไม่นาน ถ้าปานดาวรู้อาการป่วยของเธอตอนนี้มีหวังเป็นห่วงจนไม่ได้ทำงานทำการไม่ได้แน่
“ผมมาวันนี้ก็เพราะผมอยากจะมาคุยกับคุณป้าเรื่องวันแต่งและวันจดทะเบียนครับ ส่วนเรื่องสินสอดไม่ทราบว่าคุณป้าจะเรียกเท่าไหร่ก็บอกมาได้เลยนะครับ”
พิรัฐเอ่ยถามตามตรงโดยไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ภาวิณีย์คลี่ยิ้ม ก่อนจะมองลูกสาวเธอที่ก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย
“ป้าไม่มีปัญหาจ้ะ ส่วนเรื่องสินสอด ป้าจะไม่เรียกร้องจากเรา ป้าขอแค่เราดูแลน้องได้ก็เพียงพอแล้ว”
ภาวิณีย์พูดบอกพร้อมกับมองหน้าปานดาวที่ส่งยิ้มมาให้เธอ หญิงสาวได้คุยเรื่องนี้กับแม่ของเธอก่อนที่พิรัฐจะมาแล้ว เธอกับแม่จะไม่เรียกร้องเงินจากชายหนุ่มแม้แต่แดงเดียว หน้าที่ของเธอก็แค่มีลูกให้กับเขา และทุกอย่างจบสิ้นทันที ซึ่งนั้นเป็นข้อตกลงระหว่างเธอกับเขา
“ครับ”
“อยู่ทานอาหารก่อนนะมาร์ค แล้วคืนนี้เราจะค้างที่บ้านเลยไหม”
“พี่มาร์คเขาไม่….”
“คืนนี้ผมขอรบกวนด้วยนะครับ”
ยังไม่ทันที่ปานดาวจะได้ปฏิเสธ ก็ถูกพิรัฐชิงตอบตกลงไปเสียแล้ว หญิงสาวได้แต่อ้าปากค้าง เธอไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเธอถูกชายหนุ่มจับจ้องอยู่
“ทำหน้าอย่างกับจะฆ่าพี่”
พิรัฐพูดบอก หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วพวกเขาขึ้นมาบนห้องนอนของปานดาว
“ทำไมคุณไม่ไปนอนบ้านของคุณค่ะ บ้านก็มีแถมใหญ่อีกต่างหาก”
“หึหึ ก็พี่อยากนอนกอดหนูนี่ค่ะ วันนี้ให้พี่นอนด้วยคนนะ”
คำพูดหวานของชายหนุ่มทำเอาหญิงถึงกับชะงักไป ส่วนชายหนุ่มยิ้มแป้นเมื่อคิดว่าวันนี้เขาจะได้กอดร่างบางอีกครั้ง
“ถ้าคุณจะนอนก็นอนก็ตามใจ แต่ไม่ใช่เตียงของปานนะคะ”
หญิงสาวเลิกคิ้วพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา
“พี่ไม่นอนเตียงของเราก็ได้ครับ แต่ว่านะ เราอย่าลงมานอนกับพี่แล้วกัน หึหึ”
พิรัฐหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนได้รับรู้ลมหายใจของอีกฝ่าย ปานดาวสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน หญิงสาวใบหน้าแดงเถือกเมื่อได้กลิ่นหอมจากน้ำหอมแบรนด์ดังของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะถูกพิรัฐช้อนคางมนให้มองตาเขาตรงๆ
“ไหนๆ ก็จะเป็นเมียพี่อยู่แล้วแล้ว เริ่มงานก่อนเลยแล้วกัน”
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้







