LOGIN“กรี๊ดดด!!”
“ต้นหอมหยุด!ต้นหอม!”
“กรี๊ดพี่ทอยช่วยด้วย!”ฉันมองมิ้นท์เพื่อนสนิทของฉันที่ร้องเรียกให้พี่ทอยช่วยในขณะที่ฉันกำลังหยุมหัว
ใช่ค่ะ
ตอนนี้ฉันกำลังหยุมหัวนังเพื่อนตัวดีที่บังอาจมาหักหลังฉันแต่ว่าไงนะพี่ทอยช่วยด้วยงั้นหรอได้เลย
หมับ!
“อ๊ากกปล่อย!”ฉันใช้มืออีกข้างหยุมหัวไอพี่ทอยเช่นกันแม้ว่าจะหยุมยากหน่อยเพราะผมสั้นก็ตามทีแต่มันไม่มีอะไรมาหยุดแรงแค้นของฉันได้หรอก
“ต้นหอมหยุด!”ตัวของฉันลอยขึ้นทันทีด้วยความตกใจฉันก็เลยปล่อยมือที่กำลังหยุมหัวทั้งคู่ก่อนจะหันหลังมามองว่าใครอุ้มฉันซึ่งคนนั้นคือเซย์จินั่นเอง
“ปล่อยฉันนะเซย์ฉันจะฆ่าพวกมันทั้งคู่เลย!”ฉันดิ้นอยู่กลางอากาศแต่สุดท้ายก็สู้แรงเซย์จิไม่ได้เลยสักนิดเซยจิอุ้มฉันก่อนจะเดินถอยออกมาและวางฉันลงฉันมองทั้งคู่ที่กำลังดูแลหนังหัวให้แก่กันและกันอยู่ด้วยความโกรธ
“นี่มันอะไรกันวะ”พี่ทอยเอ่ยขึ้นอย่างโมโหก่อนจะหันมาทางฉัน
“เป็นบ้าอะไรของเธอต้นหอมมาทำร้ายคนอื่นเพื่อ?”พี่ทอยเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้สึกผิดทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายบอกว่าจะขอฉันคบแต่ดันมาคบกับเพื่อนสนิทฉันเนี่ยนะส่วนยัยมิ้นท์ก็ได้แต่ยืนตัวสั่นๆ อย่างน่าสงสารอยู่ข้างหลังพี่ทอย
“พี่นั่นแหละเป็นบ้าอะไรไหนบอกว่าจะขอฉันคบไงแล้วนี่มันหมายความว่าไง!”ฉันตะโกนกลับไปอย่างเดือดๆ อยากจะพุ่งไปหยุมหัวอีกสักรอบแต่เซย์จิก็ดึงแขนห้ามเอาไว้
“เหอะ..ฮะฮ่าๆพี่เนี่ยนะเคยพูดตลกว่ะ”ฉันมองพี่ทอยอย่างอึ้งๆ เจ้าตัวหัวเราะพร้อมกับเดินมาหาฉันแต่เซย์จิก็เอาตัวเองบังไว้ก่อน
“หลบไป”พี่ทอยเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาแข็งกร้าวแต่เซย์จิก็ไม่หลบแถมยังจ้องมองพี่ทอยไม่วางตาอีกฉันเห็นท่าไม่ดีเลยดันเซย์จิให้ออกมาตอนแรกเขาก็เหมือนจะไม่ยอมแต่พอฉันบอกว่าไม่เป็นไรเขาก็ยอมถอยไปแต่โดยดี
“ใช่ค่ะพี่เคยพูดวันนั้นวันที่พี่ยังแฮงค์แต่ก็ยังมาเรียนแถมยังบอกให้ฉันซื้อยาแก้แฮงค์มาให้ด้วย”
“วันนั้นพี่เป็นคนบอกกับปากของพี่เองว่าพี่จะขอฉันเป็นแฟนแต่ขอเวลาอีกหน่อย”พี่ทอยนิ่งไปทันทีกับคำพูดฉันเหมือนเขากำลังนึกเรื่องวันนั้นอยู่
“เธอจะเอาอะไรมากกับคนแฮงค์เพราะเมาเหล้าวะพี่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นเราเจอกัน”ฉันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอึ้งๆ นี่เขาแก้ตัวออกมาได้หน้าด้านๆ อย่างี้เลยหรอ
“คนอย่างพี่เนี่ยนะจะคบเราผู้หญิงที่วิ่งตามผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเองต้อยๆ เป็นใครบ้างจะชอบเห้ยน้อง..มึงชอบป่ะที่จู่ๆ มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาตามเหมือนเป็นโรคจิตแบบนี้” ฉันมองพี่ทอยที่หันไปถามคนอื่นที่มายืนมองเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น
“ตอบสิวะ”
“มะไม่ครับไม่ชอบครับ”ชายคนนั้นตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันที
“เห็นมั้ยล่ะมันไม่มีใครชองผู้หญิงแบบนั้นลงได้หรอก”
“แต่พี่!”
“ต้นหอมที่พี่ไม่ไล่เราไปเพราะพี่สงสารเราหรอกนะพี่เป็นผู้ชายที่ไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็กสาวแบบเธอแต่แม้ว่าพี่จะทำตัวออกห่างเรามากเท่าไหร่เราก็ยิ่งตามติดพี่แจจนพี่เองก็รู้สึกหนักใจและอึดอัดใจ”ใบหน้าของพี่ทอยแปลเปลี่ยนเป็นเศร้าลงทันทีฉันมองสายตารอบข้างที่ดูเหมือนเห็นใจพี่ทอยแต่เขาเล่าเกินความจริงไปมาก
ใช่ฉันตามติดเขาก็จริงแต่ฉันไม่ได้ตามเขาต้อยๆเหมือนลูกหมาตามเจ้าของซะหน่อยใน1สัปดาห์จะมีวันที่มาเรียนตรงกันแค่3วันและ3วันนั้นฉันจะมาหาเขาแค่1วันบางครั้งก็เอาขนมมาฝากหรือบางครั้งก็มานั่งเล่นกับเขาเพราะใน1วันนั้นเป็นวันที่เจ้าตัวมีเรียนคนเดียวเลยชวนฉันที่มีเรียนบ่ายมานั่งแก้เหงาและอิฉันก็ยอมไงคะแม้ว่าจะต้องตื่นเช้าสักแค่ไหนฉันก็จะมาหาเขาเสมอ
แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยออกไปแบบนั้นเขาพูดเหมือนกับว่าฉันเป็นโรคจิตที่ไปตามตื้อขอความรักจากเขาซึ่งมันไม่ใช่ไม่ใช่เลยสักนิดเขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวฉันพูดจาหวานๆ ใส่จนฉันคิดว่าเขามีใจให้
“มะมันไม่ใช่แบบนั้น..”เมื่อเจอสายตาที่ดูเหมือนจะไม่เชื่อฉันมากมายตัวฉันก็เริ่มสั่นด้วยความกลัวทันทีฉันกลัวว่าทุกคนจะเข้าใจฉันแบบที่พี่ทอยพูด
“พอเถอะหอมฉันฟังเรื่องทุกอย่างจากพี่ทอยแล้วแกทำให้พี่เขาอึดอัดนะรู้ไหม” มิ้นท์ที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นเจ้าตัวค่อยๆ เดินมาก่อนจะหยุดอยู่ข้างๆ พี่ทอย
“ฉันที่เป็นเพื่อนสนิทแกก็ยังอึดอัดเลยวันๆแกเอาแต่พูดถึงพี่ทอยอย่างนั้นอย่างนี้แกหมกมุ่นกับพี่ทอยจนเหมือนโรคจิตสายตาที่แกมองเขาก็ดูน่ากลัวเหมือนอยากจะกลืนกิน”
อันนี้ไม่เถียงก็เพราะเขาหล่อนี่-.-
“ฉันเลยไม่กล้าบอกแกว่าฉันกับพี่ทอยเราคุยๆกันอยู่เพราะฉันกลัวว่าแกจะบ้าและอาระวาดใส่ฉันไม่ก็พี่ทอยเหมือนอย่างวันนี้ไง”มิ้นท์พูดขึ้นก่อนจะซุกตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของพี่ทอยส่วนฉันก็ได้แต่นิ่งเพราะพูดอะไรไม่ออกบวกกับสายตาของคนรอบข้างที่มองฉันเหมือนว่าฉันไปฆ่าใครตายมารวมถึงกลุ่มเพื่อนของฉันที่เดินเข้ามาปลอบมิ้นท์
สุดยอดเลยความรู้สึกที่โดนคนทั้งโลกเกลียดมันเป็นแบบนี้เองสินะ
ฉงฉานจังเลยลูกกก
“ไอหอมแม่กูฝากแกงมะ…ไอเซย์จิ!”แผละ..ฉันมองถุงแกงที่ไอวินถือมาแตกต่อหน้าต่อตาพร้อมกับเจ้าตัวที่เบิกตาโตทันทีเมื่อเห็นเซย์จิ“ไงไอวิน..”เซย์จิเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“เชี่ยมึง..”หลังจากนั้นไอวินก็วิ่งเข้ามากอดเซย์จิทันทีจนเซย์จิเกือบเซไปจนรถที่อยู่ด้านหลังจนฉันเสียวว๊าบเพราะกลัวมันเป็นรอยอย่าเชียวนะเว้ยนี่มันอนาคตลูกรักฉันนะ!“มึงฮึกมึงกลับมาฮื่อออ”ไอวินร้องไห้โฮออกมาทันทีส่วนเซย์จิก็ได้แต่ยิ้มขำให้กับความเจ้าน้ำตาของมันโดยที่มือของเซย์จิยังคงถือสร้อยคออยู่จะว่าไปฉันก็ยังไม่ได้ตอบตกลงออกไปเลยแหะ“เออๆกูกลับมาแล้ว”เซย์จิตบหลังไอวินเป็นการปลอบผ่านไปนานหลายนาทีอยู่ก่อนที่ไอวินจะเลิกร้องไห้ส่วนแกงที่แตกเละเป็นอาหารหญ้าไปแล้วและฉันก็ต้องมานั่งเก็บอ
สวบบบบ“อื้ออออฮึก”“ชู่วววว”ฉันร้องไห้ออกมาโดยมีเซย์จิกอดปลอบไม่ห่างเจ้าตัวจูบเข้าที่ขมับของฉันก่อนไล้ไปตามใบหน้าอย่างอ่อนโยน“ยะอย่าขยับ”ฉันเอ่ยบอกเสียงเสียงสั่นเซย์จิเริ่มจะขยับตัว“ของเธอมันรัดจนฉันจะไม่ไหวแล้วนะ”เซย์จิเอ่ยขึ้นใบหน้าหล่อทำสีหน้าแปลกๆใส่ฉันก่อนที่เขาจะยืดตัวขึ้นและจับเอวฉันลอยขึ้นจากเตียงมันยิ่งทำให้ตัวตนของเขาเข้ามาลึกจนฉันจุกไปหมดพั่บ พั่บ พั่บ“อ๊าาาาาอื้อออซะ..เซย์อื้อออ!”ฉันร้องครางออกมาเมื่อเซย์จิเริ่มขยับเข้าออกจากที่เคยเจ็บก็หายเจ็บแล้วแต่ความรู้สึกอย่างอ่ืนมันดันเข้ามาแทนที่ฉันมองหน้าเซย์จิที่กัดริมฝีปากอย่างยั่วๆก่อนจะโน้มคอเจ้าตัวมาจูบทันที“อื้ออออ~”“อ๊าาาหอมอึกอ
“อื้อออ..”“ตื่นแล้วหรอ”“เซย์!?”ฉันลุกพรวดขึ้นมาทันทีก่อนจะเบิกตากว้างมือของฉันรีบพุ่งไปจับยังใบหน้าที่ไม่ได้เห็นนานนับ2ปีเขาดูแปลกตาเล็กน้อยเหมือนจะดูคมเข้มขึ้นและดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย“อืม..ฉันเอง^^”เจ้าตัวทาบทับมือลงมายังมือที่ฉันจับหน้าเขาอยู่ก่อนจะระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยนพลันน้ำตาก็ไหลลงมาทันที“เซย์ฮึก..”ฉันกอดอีกฝ่ายอย่างแน่นเหมือนกลัวว่าเซย์จิจะหายไปจากฉันอีกตอนแรกฉันก็คิดว่ามันคงเป็นความฝันแต่พอได้ตื่นมาเห็นแบบนี้ฉันก็มีความสุขมากจริงๆเซย์จิของฉันกลับมาแล้ว“ฮึกฮื่อออฉันชอบนายเซย์ฮึกชอบนายมาตลอดเลยฮึกฉันชอบนายมากจริงๆฮื่ออออ”ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนจะระบายความอัดอั้นที่มีมาตลอด2ปีไปแบบหมดเปลือกเซย์จิไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่กดตัวของตัวเองเข้ามาที่ไหล่ของฉันพร้อมกับจมูกที่ถูไปมา“ต้นหอม”ตัวของฉันถูกผละออกก่อนที่มือหนาของเซย์จิจะเชยคางฉันขึ้นให้สบตากับเขาที่ยิ้มอยู่หัวใจของฉันเต้นอย่างถี่รัวเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงของเขาฉันคิดถึงมันมากจริงๆ“เซย์..”ฉันเอ่ยเรียกเขาเสียงเบาเซย์จิใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้ฉันก่อนจะค่อยๆขยับใบหน้าหล่อๆของตัวเองเข้ามาแล้วก็จุ้บ“อื้ออ”ฉัน
“ไอหอมทางนี้!”ฉันมองไปวินที่ลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับโบกไม้โบกมือมาทางฉันส่วนฉันก็ได้แต่เอามือบังหน้าด้วยความอายนี่มันลืมไปแล้วหรือไงกันว่ากำลังอยู่ในร้านอาหารน่ะ“มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย!”เมื่อมาถึงฉันก็บ่นมันทันทีไอวินทำตาหน้าบ่งบอกว่ามันไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใดเลยสักนิด“มึงติดกิ๊บนั่นทุกวันจริงดิ”ไอวินชี้มาที่ผมของฉันที่มีกิ๊บต้นหอมติดอยู่“อืม”ฉันตอบเบาๆก่อนจะเริ่มทานอาหารทันทีตลอด2ปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยลืมเซย์จิได้เลยสักวันเดียวและฉันก็ยังภาวนาขอแค่สักครั้งไม่สิสักเสี้ยววิก็ได้ที่ฉันจะได้เห็นหน้าเขาได้บอกเขาไปว่าฉันเองก็ชอบเขาเหมือนกันทุกวันนี้เหมือนมันเป็นปมนึงปมสำหรับชีวิตฉันที่ไม่ยอมพูดออกไปตั้งแต่วันนั้นเพราะเห็นว่าเซย์จิดูรีบๆแล้วก็สีหน้าเขาก็ไม่ดีแต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จริงๆแน่นอนว่าฉันจะบอกเขาแม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในอารมณ์ของความดีใจก็ตามบางทีเขาอาจจะยอมทิ้งตั๋วเพื่อฉันอย่างที่ไอวินบอกก็ได้“ลืมๆมันไปเถอะมันคงไม่กลับมาแล้วแหละเล่นไม่ติดต่อหากันเลยแบบนี้”ไอวินเอ่ยขึ้นอย่างเคืองๆมันเองก็คงโกรธที่จู่ๆเซย์จิก็ขาดการติดต่อไปสินะ“มาบอกให้กูลืมมึงเองก็ยังลืมไม่ได้เลย”ฉันแซะมันกลับก่อนจะชี
“ฉันชอบเธอ”“ซะ..เซย์อื้อออ..”ยังไม่ทันที่ฉันจะหายตกใจเซย์จิก็ใช้มือตัวดันท้ายทอยของฉันให้รับจูบจากเขาอีกครั้งและครั้งมันไม่ใช่แค่จุ้บแต่มันคือจูบแบบจริงๆจังๆริมฝีปากของเซย์จบเม้มริมฝีปากของฉันอย่างอ่อนโยนหัวใจของฉันเต้นถี่รัวพร้อมกับอุณหภูมิในร่างกายที่ค่อยๆสูงขึ้นอย่างฉับพลัน“อื้อออ”ดวงตาของฉันเบิกโตเมื่อเซย์จิสอดลิ้นเข้ามาในปากฉันและนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เคยสัมผัสอะไรแบบนี้ตอนที่เคยเห็นในหนังฉันก็เอาแต่ทำหน้ายี๋เพราะคิดว่ามันแปลกๆแต่พอมาเจอจริงๆมันไม่ได้รู้สึกไม่ดีเลยสักนิดอีกทั้งฉันยังชอบมันอีกด้วย“แฮ่กเซย์ยะหยุดก่อน..”ฉันดันใบหน้าหล่อของเซย์จิออกเพราะหายใจไม่ออกก่อนจะตะบี้ตะบันหอบหอากาศเข้าปอดรัวๆนี่มันจูบสูบวิญญาณชัดๆ!แต่พอการหายใจของฉันเริ่มกลับมาเป็นปกติสติของฉันก็เริ่มพร้อมกับความอับอายที่เกิดขึ้นในใจ
ไม่จริง..ไม่จริงหยุดเต้นนะไอหัวใจบ้า!..ไม่สิถ้าหยุดเต้นฉันก็ตายสิย่ะเต้นเบาๆก็พอเพราะตอนนี้มันเหมือนกับหัวใจฉันจะหลุดออกมาจากตัวเลย“อาจจะเป็นฉัน”งั้นหรอบ้าจริงนายที่บอกว่าเกลียดฉันเนี่ยนะจะมาชอบคนอย่างฉันไม่มีทางหรอกเพราะฉันยังจำได้ดีในวันนั้นวันที่นายพูดขึ้นมากับปากตัวเองว่านายเกลียดฉันน่ะ-ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน-“ไอหอมมายังเพื่อนกูมาแล้ว”“ใกล้ถึงแล้วรถติดอ่ะโทษทีนะ”“เคๆรออยู่ในร้านนะ”“อืมๆ”ฉันรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าก่อนจะวิ่งไปยังร้านอาหารที่นัดกันไว้ทันทีวันนี้เป็นวันที่ไอวินเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของฉันจะแนะนำเพื่อนคนใหม่ให้รู้จักที่จริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีวิตฉันหรอกว่าไอวินจะมีเพื่อนเป็นใครบ้างแต่ครั้งนี้เราเลือกที่จะเรียนมหาลัยเดียวกันแม้จะต่างคณะไอวินเลยอยากให้ฉันรู้จักเพื่อนของมันไว้เพื่อมีเรื่องอะไรจะได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมันได้ในตอนที่มันไม่อยู่“ไอวินกูมะ..”“ผู้หญิง?ไม่เห็นบอกเลยว่าเพื่อนที่มาจะเป็นผู้หญิง”ฉันนิ่งไปท







