LOGINสายตาของ เซี่ยเว่ย และ จินฝาน แทงสวนกันดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพอีกฝ่าย ความหิวกระหายในอำนาจแล
จินฝานหอบหายใจกระเส่าด้วยความตื่นเต้น แผงอกกว้างกำยำสะท้อนขึ้นลงด้วยแรงกำหนัด ยอดอกของบุรุษสั่นระริก หลินโม่โน้มกายลงไป บดขยี้ตุ่มเนื้อสีชมพูที่บนอกเขาด้วยปลายนิ้วอย่างหยอกเย้า ก่อนจะก้มลงครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่น ตวัดปลายลิ้นดูดดึงอย่างเร่าร้อน“โม่เอ๋อร์... อย่าทำแบบนี้...”เสียงครางทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอแกร่ง องคชาตที่ฝังลึกอยู่ในกายสาวพลันเหยียดขยายพองโตแข็งยิ่งขึ้นไปอีก หัวหยักบานร่าที่กดกระแทกย้ำจุดกระสันในส่วนลึกของนางจนเต้นตุบ ๆ ร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟ“ท่านพี่... ช่างอ่อนไหวเสียจริง...”นางผละออกจากอกเขา พลางขยับสะโพกกลมกลึงร่อนควงรูดคลึงเป็นวงกลม ปลายนิ้วเรียวกรีดไล้บดขยี้ที่เม็ดเกสรบวมเต่งอย่างจงใจยั่วยวน เพียงชั่วพริบตา รวงสวาทที่บีบรัดตอดหนุบหนับก็หลั่งรินน้ำหวานเหลวใสออกมา อาบชโลมแท่งทวนล่ำสันของชายหนุ่มจนชุ่มโชก“อา... ฮูหยิน... ได้โปรดขยี้สามีให้แหลกลาญเถิด”ใบหน้าหล่อเหลาของจินฝานแดงก่ำไปด้วยแรงกำหนัด เขายกสะโพกขึ้นสู้ สูดปากครางด้วยความเสียวซ่านแทบขาดใจ ยามเมื่อนางโก่งบั้นท้ายขึ้น
หลินโม่แย้มยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาดอกท้อทอดประกายล้อเลียน"เรื่องเมื่อกลางวัน ท่านพี่คงได้ยินหมดสิ้นแล้วสินะ""อืม""แล้วท่านคิดเห็นอย่างไร?"จินฝานหยุดฝีเท้าลงตรงหน้านาง ร่างสูงโปร่งโน้มลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจปลายกระบี่ทอดมองลึกเข้ามาในดวงตานาง"ข้าคิดว่า ศิษย์ในสำนักคงมีเวลาว่างมากเกินไปกระมัง"หลินโม่หลุดหัวเราะเสียงใส"อย่าได้คาดโทษพวกนางเลย พวกนางเพียงแต่หวังดีต่อท่าน""ข้ารู้..." จินฝานจ้องมองวงหน้าสวยสะคราญของนางอยู่ชั่วครู่ แววตาพลันทอประกายลึกล้ำดุดันขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ"ทว่าเรื่องความลึกซึ้งระหว่างเราสองคน ข้ามิเคยต้องการให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่ายหรือวางแผนแทนข้า"วาจาตรงไปตรงมาอันแฝงความถือสิทธิ์ครอบครอง ทำเอารอยยิ้มของหลินโม่ค่อย ๆ อ่อนละมุนลงฝ่ามืออุ่นหนาของจินฝานเอื้อมออกมา ประคองพวงแก้มเนียนผุดผ่องของนางไว้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วส่งผ่านกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ"โม่เอ๋อร์...""เจ้าคะ?""ข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแก่งแย่งแข่งขันกับสือ
ครั้นหลินโม่หวนคืนสู่หุบเขาไท่ซาน บรรยากาศของสำนักกระบี่เซียนที่เคยเคร่งครัดเงียบสงัดดั่งลานหินผา พลันกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์เหล่าศิษย์ในสำนักต่างรู้แจ้งแก่ใจว่า สตรีผู้มาเยือนไม่ใช่แขกธรรมดาสามัญ หากแต่เป็นฮูหยินของเจ้าสำนักจินฝาน ทั้งยังเป็นยอดดวงใจของบุรุษผู้ทรงอำนาจอีกสองอาณาจักร ด้วยเหตุนี้ จินฝ่านผู้มีสันดานดุจพญาเหยี่ยวเจ้าเล่ห์และหวงแหนสิทธิ์ในตัวนางยิ่งกว่าสิ่งใด จึงวางค่ายกลอารักขาความปลอดภัยของนางอย่างรัดกุมนับแต่เกิดเรื่องของหลิวหรูเยียน แม้นางจะสำนึกบาป ยอมปลงผมบวชชีถือศีลภาวนาเฝ้าวิหารพระพุทธรูปทองคำบนยอดเขาสูงไปแล้ว ทว่าจินฝานก็ยังไม่ยอมให้ศิษย์สตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนเฉียดกรายเข้าใกล้หลินโม่ตามลำพังแม้แต่ก้าวเดียว เขาคัดเลือกเฉพาะศิษย์หญิงที่มีครอบครัวแล้วหลายคนมาคอยปรนนิบัติดูแลนางอย่างใกล้ชิดเดิมทีเซียนกระบี่หนุ่มหลงคิดว่า แผนการอันแยบยลนี้จักทำให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่าเขากลับประเมินความหวังดีของสตรีมีเหย้ามีเรือนต่ำเกินไป"ฮูหยินเจ้าคะ ท่านต้องดื่มน้ำแกงชามนี้ให้หมดนะเจ้าคะ"หลินโม่ในชุ
"หลายเดือนที่เจ้าห่างกาย รู้หรือไม่ว่าข้าทรมานเพียงใด"สือถงเคลื่อนกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างของหญิงสาวที่นอนหายใจระทดระทวย ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สันกรามคมบดจูบขบเม้มเนื้อนวลจนเกิดรอยประทับสีชาด หลินโม่แหงนใบหน้ารับสัมผัสอันป่าเถื่อน มือเรียวขยุ้มแผ่นหลังแกร่งด้วยความซ่านเสียว นางบิดเร่าตอบสนองต่อสัญชาตญาณความลุ่มหลงอย่างถึงแก่นชายหนุ่มยกเรียวขาเนียนข้างหนึ่งขึ้นพาดทับบั้นเอวสอบ ก่อนจะสอดแทรกแก่นกายแข็งขึงร้อนผ่าวเข้าสู่ห้วงรัญจวนอันคับแน่นชุ่มฉ่ำในคราเดียว"อ๊ะ!... สือถง..."หลินโม่หวีดร้องแผ่วพร่า จอมราชันผู้หิวกระหายไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นจังหวะรักอย่างหนักหน่วงและลึกล้ำ ตอกย้ำความเป็นเจ้าของในทุกอณูเนื้อ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวนักล่าชื่นชมทรวดทรงเว้าโค้งของภรรยาตัวน้อยอย่างไม่เกรงใจ“โม่เอ๋อร์ของข้าช่างงดงามเหลือเกิน”น้ำเสียงของเขาแหบพร่าไปด้วยตัณหาราคะอันท่วมท้น ในยามนี้หลินโม่นอนหายใจหอบกระชั้น เหงื่อหอมผุดซึมทั่วร่างขาวผ่องอมชมพูจนเปล่งประกาย ยิ่งชวนให้ชายหนุ่มตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีดไม่หยุดสะโพกสอบ
หลังจากหลินโม่ใช้พลังปราณรักษาเซี่ยเว่ยจนหายดีเป็นปกติ นางก็ได้ตระหนักว่าชีวิตของตนหลังจากนี้คงไม่มีคำว่าเงียบเหงาอีกต่อไปในเมื่อ สือถง เซี่ยเว่ย และจินฝาน ต่างก็เป็นสามีของนาง และไม่มีผู้ใดคิดยอมให้สามีร่วมภรรยาอีกสองคนได้เปรียบเรื่องความรักแม้แต่น้อย หลินโม่จึงต้องทำข้อตกลงจัดสรรเวลาอย่างยุติธรรมตลอดช่วงสามเดือนนี้นางจะอยู่บนเกาะมังกรฟ้ากับสือถง และกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับสามทายาทซานซิงที่หุบเขาเหลียงซานหนึ่งเดือน อีกสามเดือนไปอยู่จินฝานที่สำนักเซียนกระบี่ไท่ซาน จากนั้นก็กลับไปที่หุบเขาเหลียงซานอีกครั้ง และสามเดือนสุดท้ายอยู่กับเซี่ยเว่ยที่ชิงชิว เมื่อครบหนึ่งปี ก็เริ่มต้นหมุนเวียนรอบใหม่อีกคราแรกเริ่มหลินโม่คิดว่าการแบ่งปันเวลาอย่างยุติธรรมเช่นนี้คงทำให้ทุกคนพึงพอใจทว่านางลืมไปอย่างหนึ่ง บุรุษทั้งสามต่างเป็นผู้บำเพ็ญที่มีฤทธิ์เดชเหนือคนธรรมดาโดยเฉพาะสือถงหลังจอมราชันลงมือเชือดไก่ให้ลิงดู กวาดล้างขุนนางกังฉินที่เคยคิดลองดีจนเหี้ยนเตียน ครั้นเมื่อหลินโม่หวนกลับมายังเกาะมังกรฟ้าในครานี้ บรรยากาศภายในวังหลวงจึงเงียบสงบราบคาบลงอย่า
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแรกแห่งวสันต์ขับไล่ไอหมอกราตรีให้จางหายไปจากเรือนไม้กลางดงท้อ ไอแดดอ่อนละมุนทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก สาดกระทบเรือนร่างระหงของหลินโม่ที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยก โดยมีร่างนุ่มฟูของเจ้าจิ้งจอกขนสีเงินยวงนอนขดนิ่งอยู่บนตักอุ่นอย่างสุขสมอารมณ์หมายพลันมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยแว่วกระทบชานไม้ด้านนอก บานประตูขนาดใหญ่ถูกผู้มาเยือนผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่ากำยำของสือถงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมสันนิ่งสงบดั่งภาพวาด ทว่านัยน์ตาเฉียบคมดุดันกลับทอดมองหญิงสาวด้วยความอาทร ถัดไปด้านหลังคือ จินฝาน ในอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์ เขาถือกล่องไม้บรรจุโอสถทิพย์ก้าวตามเข้ามาติด ๆ"ข้านำสมุนไพรบำรุงปราณมาให้"จินฝานเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแววตาลุ่มลึกกลับมองสำรวจผิวพรรณผุดผ่องของภรรยาตัวน้อยที่ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลผิดหูผิดตาสือถงประสานมือไขว้ไว้ด้านหลัง พลางหรี่สายตามองเจ้าก้อนขนสีเงินบนตักของหลินโม่ พลางแค่นยิ้มมุมปาก"ดูท่า... อาการบาดเจ็บของเจ้าเสี่ยวไป๋จะฟื้นคืนดีวันดีคืนเสียยิ่งกว่าที่คาดไว้"ห
สือถงคลี่ยิ้มกว้างอย่างมีเสน่ห์ ดวงตาคมกล้าของเจ้าเมืองผู้ปกครองสองแคว้นเยือกเย็นทอประกายลึกล้ำ"คำพูดของฮูหยินเปรียบดั่งอาญาสิทธิ์ ทว่าหากจะให้ข้าลงมือกับยอดดวงใจ ข้าก็จำต้องขอให้เจ้าทำตามกฎเดียวกับที่บังคับพวกข้า... ห้ามใช้อาวุธวิเศษ ห้ามใช้อาคมใดๆ ให้คงไว้เพียงฝีมือและกำลังกายที่ติดตัวมาแต่กำเนิ
ท่ามกลางสายลมราตรีที่พัดพาละอองปราณให้พริ้วไหวราวกับเกสรดอกไม้ต้องแสงจันทร์ หลินโม่นั่งทอดกายอยู่บนแท่นหินหยกที่เย็นเยียบ ทว่าความสูงส่งของนางกลับแผ่ซ่านไอความร้อนแรงออกมาโดยไม่รู้ตัวชายหนุ่มทั้งสามที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนจนน่ากักขังไว้ในกรงทองเสียจริงหลินโม่ลอบกลืนน้ำลาย
หลินโม่นั่งตัวเกร็ง แผ่นหลังตั้งตรง มือทั้งสองกำชายแขนเสื้อไว้แน่น ความหยิ่งผยองของบุรุษทั้งสามทำให้นางสะอิดสะเอียน ทว่านางก็รู้ดีว่า หากนางไม่จัดการกับความโอหังของพวกเขาเสียแต่เนิ่น ๆ ชีวิตหลังจากนี้ของนางคงไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น"หากพวกท่านอยากได้พลังปราณจากข้า"หลินโม่เอ่ยขึ้น เสียงของนางกั
ภายในถ้ำศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวบไปด้วยมนต์ขลังแห่งราคะ ละอองปราณสีม่วงอ่อนลอยฟุ้งดุจม่านหมอกเย้ายวน แสงเรืองรองจากหินปราณส่องกระทบผนังถ้ำที่ประดับด้วยลวดลายเถาวัลย์แกะสลักรูปอสุรีนับร้อยกำลังเริงรัก ขับเน้นให้บรรยากาศดูอาถรรพ์และดิบเถื่อนในคราเดียวกันบนแท่นหินหยกที่สั่นไหวไปตามจังหวะเร้าอารมณ์ ร่า







