หน้าหลัก / รักโบราณ / โฉมงามกับสามสามี / ผู้ที่ได้เป็นสามีเอก

แชร์

ผู้ที่ได้เป็นสามีเอก

ผู้เขียน: กามาสุตรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-18 01:04:21

ท่ามกลางสายลมราตรีที่พัดพาละอองปราณให้พริ้วไหวราวกับเกสรดอกไม้ต้องแสงจันทร์ หลินโม่นั่งทอดกายอยู่บนแท่นหินหยกที่เย็นเยียบ ทว่าความสูงส่งของนางกลับแผ่ซ่านไอความร้อนแรงออกมาโดยไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มทั้งสามที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนจนน่ากักขังไว้ในกรงทองเสียจริง

หลินโม่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สวรรค์... เหตุใดต้องส่งบุรุษที่หล่อเหลาจนวิญญาณสั่นสะเทือนเช่นนี้มาให้นางพร้อมกันถึงสามคน?

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มเมฆาที่เคลื่อนผ่านจันทร์เสี้ยว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยอำนาจสั่งการ

“นี่ก็ปลายยามซวี[1]แล้ว...” ริมฝีปากอิ่มโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย “พวกท่านมีเวลาเพียงสองชั่วยามเท่านั้น”

บัดนี้ลานประลองหินศิลาตกอยู่ในความกดดันที่หนักอึ้ง หลินโม่กวาดสายตามองบุรุษทั้งสามด้วยแววตาเฉียบคม ก่อนจะผายมือไปยังชั้นวางอาวุธที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดี ซึ่งวางเรียงรายอยู่ข้างเวทีประลอง

"กฎของข้าชัดเจน"

น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำที่พร้อมจะกลายเป็นพายุ "อาวุธวิเศษที่พวกท่านภาคภูมิใจ ห้ามแตะต้อง... วิชาอาคมอันสูงส่งของพวกท่าน ห้ามใช้... หากใครทำผิดกฎ ข้าจะถือว่าเขาผู้นั้นไม่ให้เกียรติสกุลหลิน"

ทั้งสามชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เซี่ยเว่ยจะแค่นหัวเราะ เขาหยิบง้าวเหล็กหนักขึ้นมาควงด้วยท่วงท่าที่ดุดัน ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ต่อด้วยจินฝานที่คว้ากระบี่เหล็กเย็นขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแฝงความหยิ่งผยอง และสุดท้าย สือถง ผู้ที่ใครๆ ต่างมองว่าอ่อนแอที่สุดในเชิงพละกำลังพลัง เขากลับเลือกแส้เหล็กอ่อนที่ดูไม่สะดุดตา

เมื่อก้าวขึ้นสู่เวทีประลอง ทั้งสามยืนแยกเป็นสามมุม การปะทะเปิดฉากขึ้นทันที

เซี่ยเว่ยพุ่งเข้าหาจินฝานเป็นคนแรก ง้าวเหล็กหนักสิบชั่ง[1]ตัดแหวกอากาศเป็นวงกว้างด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว จินฝานขยับกายหลบหลีกดุจวิหคเหิน เขาไม่ใช้พลังอาคม แต่ใช้วิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ที่เน้นความเร็วเข้าแลก

สือถงกลับไม่เข้าร่วมวงปะทะโดยตรง เขาอาศัยจังหวะที่เซี่ยเว่ยและจินฝานห้ำหั่นกันด้วยกำลังและชั้นเชิง สือถงก้าวเท้าสั้นๆ อย่างใจเย็น แส้เหล็กในมือเคลื่อนไหวราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกกัด

เคร้ง !

เซี่ยเว่ยเหวี่ยงง้าวหมายจะบั่นคอจินฝาน ทว่าจินฝานหมุนตัวใช้กระบี่รับไว้ได้อย่างหวุดหวิด ในจังหวะที่ทั้งคู่เสียหลักจากการปะทะพลังกายเพียงเสี้ยววินาที สือถงก็ขยับตัว

แส้เหล็กอ่อนตวัดรัดเข้าที่ข้อเท้าของเซี่ยเว่ยดึงให้เสียจังหวะ และพุ่งตวัดไปพันรอบข้อมือของจินฝานในคราวเดียว

"ไอ้คนเจ้าเล่ห์!"

เซี่ยเว่ยคำราม พยายามกระชากง้าวกลับมา ทว่าสือถงอาศัยจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังพะวงอยู่กับแส้เหล็กอ่อน พุ่งเข้าประชิดตัวอีกฝ่าย ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่จุดชีพจรของเซี่ยเว่ยจนชะงัก ก่อนจะหมุนตัวใช้ด้ามแส้ฟาดเข้าที่ข้อมือของจินฝานอย่างแม่นยำจนกระบี่หลุดจากมือ

เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วและเฉียบขาดมาก ทั้งเซี่ยเว่ยและจินฝานต่างมองสือถงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สือถงไม่ได้ต่อสู้ด้วยพลังที่เหนือกว่า แต่เขาสู้ด้วยช่องว่างของการต่อสู้

สือถงยืนตระหง่านอยู่กลางเวที มือหนึ่งถือแส้เหล็ก อีกมือหนึ่งยังคงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างสุขุมเยือกเย็น

หลินโม่มองดูภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความประทับใจพุ่งพล่านขึ้นในอก นางไม่ได้ทึ่งในพละพลังของเขา แต่นางทึ่งในสติปัญญาและไหวพริบของบุรุษที่ซ่อนคมไว้ใต้ภาพลักษณ์คนธรรมดาผู้นี้

"จบแล้ว"

สือถงกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงมาที่หญิงสาวบนแท่นหยก "ฮูหยิน... ข้าทำตามกฎแล้ว ผู้ชนะเพียงคนเดียวผู้นี้ จะได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้เจ้าหรือไม่?"

เซี่ยเว่ยที่ยืนหอบหายใจกึ่งยอมรับกึ่งหัวเสีย ได้แต่สบถเบาๆ ในลำคอ ส่วนจินฝานเพียงแค่เก็บกระบี่ด้วยท่าทางที่ดูไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร ทว่าสายตาที่เขามองสือถงนั้น เต็มไปด้วยการยอมรับในชั้นเชิงที่เหนือชั้นกว่า

หลินโม่ลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์สีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมราตรี รอยยิ้มที่มุมปากของนางแฝงความเชือดเฉือน

การประลองครั้งนี้มิใช่แค่เรื่องของศักดิ์ศรี แต่มันคือการทดสอบ เพื่อดูธาตุแท้ของมนุษย์ในยามหลังชนฝา นางต้องการเห็นว่าบุรุษทั้งสามที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง เมื่อถึงเวลาคับขันจะเผยช่องโหว่ให้เห็นจุดอ่อนของพวกเขาอย่างไรบ้าง

บนเวทีหินศิลา ร่างของทั้งสองเคลื่อนกายประจันหน้ากันดุจเงาจันทร์ทาบเงาเมฆา หลินโม่ในชุดเจ้าสาวดูโดดเด่นท่ามกลางแสงเรืองรองของหินปราณ ผ้าไหมปักลายหงส์พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวย่าง นางมิได้ดูอ่อนแอดั่งกุลสตรีในห้องหอ แต่กลับเป็นโฉมงามที่ดูอันตรายและเย้ายวนในคราเดียวกัน

"สือถง หากท่านสามารถเอาชนะข้าได้..." ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยชวนให้คนถูกมองใจสั่น "ข้าจะยอมเป็นภรรยาที่อยู่ในโอวาทของท่าน"

[1] 10 ชั่งมีน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม... โดย 1 ชั่ง (斤) เท่ากับ 500 กรัมในประเทศจีน, 600 กรัมในไต้หวัน, ภูมิภาคอื่นของจีนประมาณ 604-605 กรัม มาตราชั่งน้ำหนักไทยโบราณ 1 ชั่ง เท่ากับ 20 ตำลึง หรือ 1200 กรัม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 4/4

    หลินโม่ร้องครางเสียงหลง เมื่อรวงรักที่เพิ่งเสร็จสมและยังขมิบตอดตุบ ๆ ถูกลำเอ็นดุดันล่วงล้ำซ้ำสอง"โม่เอ๋อร์... คืนนี้ข้าจะเป็นคนเปิดทางลับให้เจ้าเอง"ไม่เพียงเอ่ยคำหวาน เซี่ยเว่ยยังสอดปลายนิ้วหนาแทรกผ่านเข้าไปในรอยจีบดอกเบญจมาศสีชมพู ที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้ำกรายบุกรุกมาก่อน"อ๊ายยย!"ความอึดอัด คับแน่น และเสียวแปลบที่พุ่งวาบขึ้นมาจากทวารลับ ทำเอาหลินโม่สะดุ้งเฮือก สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง สายตาเร่าร้อนสามคู่มองจ้องอยู่ที่รูจีบดอกเบญจมาศของนางที่ถูกนิ้วแกร่งแหวกขยาย ควบคู่ไปกับกลีบเนื้ออวบอูมด้านหน้าที่ขมิบตอดท่อนลำของเซี่ยเว่ยจนเนื้อนวลหุบปลิ้นเผยิบผยาบไม่หยุด"เจ็บหรือไม่?" เซี่ยเว่ยกระซิบถามเสียงแหบพร่าด้วยความคลั่งรัก"มะ... ไม่เจ็บ..."นางบิดเอวส่ายสะโพกตอบรับอย่างทรมานระคนซาบซ่าน สองเต้าอวบอิ่มเด้งกระเพื่อมไหวโยนขึ้นลงตามแรงกระแทกกระทั้นอันดุเดือดของเทพอสูรหนุ่ม ที่หวดสะโพกเข้าใส่ร่องรักของนางอย่างไม่คิดออมแรงเซี่ยเว่ยอาศัยน้ำกามที่ลื่นไหลสาดกระเซ็นออกมาจากช่องทางรักด้านหน้า สอดนิ้วเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งนิ้วเพื่อเบิกทาง ขยับวนคลึงช้า

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 3/4

    "ข้ากลับรู้สึกว่า... กาลเวลาช่างเชื่องช้าเหลือทน"เรือลำใหญ่ยังคงลอยเอื่อยไปตามกระแสธาร แสงอัสดงยามเย็นค่อย ๆ ย้อมผืนนภาและผิวน้ำให้กลายเป็นสีทองอำพันอร่ามตาภายหลังผลัดเปลี่ยนกันไปชำระล้างกาย สือถง เซี่ยเว่ย และจินฝาน ต่างออกไปนั่งล้อมวงร่ำสุราอยู่ตรงชานระเบียงเรือ ปล่อยให้หลินโม่ได้มีเวลาส่วนตัวเพื่อตระเตรียมกายใจภายในของเรือล่องลำนี้ มีห้องนอนใหญ่โอ่โถงเพียงห้องเดียว ตั่งเตียงและเครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนถูกจัดวางไว้อย่างกว้างขวาง ประหนึ่งจงใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อรับรองคนทั้งสี่โดยแท้ทว่ายิ่งตระหนักรู้ว่าค่ำคืนนี้ตนเองจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใด หลินโม่ยิ่งใจเต้นระทึกหวั่นไหว นางทอดกายนอนแช่ในน้ำเย็นฉ่ำอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม หวังดับความกระสับกระส่ายในอก ทว่าผิวกายกลับยิ่งร้อนรุ่มวูบวาบจนไม่อาจสงบใจ ในที่สุดนางจำต้องลุกขึ้นจากอ่าง สวมอาภรณ์แพรบางเบาแนบเนื้อครั้นสายตาเหลือบไปเห็นตำรารักโบราณเล่มนั้น ที่ใครบางคนจงใจนำมาวางไว้บนโต๊ะคันฉ่อง นางก็รู้สึกคันไม้คันมือ อดรนทนไม่ได้ จนต้องหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอีกคราทว่าเพียงกวาดสายตาอ่านภาพลีลาและท่วงท่าส

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 2/4

    สือถงคลี่ยิ้มพราย พลางสะบัดกางพัดหยกในมืออย่างสง่างาม"ภรรยาคิดถึง มีหรือที่สามีจะไม่รีบมาปรนนิบัติ""ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้นเสียหน่อย" หลินโม่ปรายตามองค้อน"ไม่ต้องเอ่ยปาก สายตาของเจ้าก็ฟ้องความจริงหมดสิ้นแล้ว"เซี่ยเว่ยหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นัยน์ตาสีฟ้าเทาทอดประกายขบขันพลางก้าวเข้ามาแทรก "วันนี้อย่าเพิ่งตั้งท่าวิวาทกันเลย พวกเราตระเตรียมสิ่งที่น่าสำราญใจไว้ให้เจ้าแล้ว"จินฝ่านซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังในอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์ คลี่ยิ้มบางที่มุมปากอย่างรู้ทัน"ไปกับพวกเราเถิด""ไปที่ใด?""ล่องเรือ"สามเสียงประสานตอบรับแทบจะเป็นจังหวะเดียวณ แม่น้ำรั่วซี...ผืนวารีกว้างใหญ่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวผา เรือล่องลำใหญ่ลอยเอื่อยช้าไปตามกระแสธาราใสเย็น สองฟากฝั่งโอบล้อมด้วยทิวเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวขจี ผิวน้ำสะท้อนประกายแดดระยิบระยับดั่งเกล็ดแก้ว ไกลออกไปมีสายน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาหิน เสียงน้ำกระทบแก่งหินดังก้องแว่วหวานประดุจทำนองพิณธรรมชาติหลินโม่นั่งเอนกายอยู่กึ่งกลางลำเรือ

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 1/4

    ครั้นหวนคืนสู่หุบเขาเหลียงซานได้เพียงสามวัน หลินโม่กลับมีท่าทีผิดแผกไปจากเดิม นางยังคงยิ้มแย้มพูดคุยกับบิดาและท่านปู่เช่นเคย หากแต่ในบางครั้ง หญิงสาวกลับทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเรือนนานนับเค่อ ราวกับมีปัญหากลัดกลุ้มบางประการตกตะกอนอยู่ภายในใจหลินเซียวผู้เป็นบิดาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นก่อนใคร ในยามดวงตะวันคล้อยต่ำ เขารินน้ำชาร้อนกรุ่นส่งให้บุตรสาวด้วยตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน“โม่เอ๋อร์ ช่วงนี้มีเรื่องใดรบกวนจิตใจเจ้าอยู่หรือ?”หลินโม่ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจออกมาแผ่วเบา“ท่านพ่อ... ข้ากำลังสงสัยเรื่องหนึ่ง”ท่านผู้เฒ่าหลินเทียนซือซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล เงยหน้าขึ้นจากตำราในมือทันที“เรื่องอันใดเล่า?”หญิงสาวนิ่งคิดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสารภาพตามตรง“ข้าศึกษาวิชาแพทย์มานานกว่าสิบปี รู้จักตำรับยามากมาย แม้ไม่กล้าบอกว่าตนเองเป็นหมอเทวดา แต่เรื่องร่างกายและชีพจร ข้าย่อมไม่ควรดูผิด”นางหลุบสายตาลงต่ำ พวงแก้มซับสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ยามเอ่ยประโยคถัดมา &ldquo

  • โฉมงามกับสามสามี   บทส่งท้ายหลินโม่จินฝาน3/3

    จินฝานหอบหายใจกระเส่าด้วยความตื่นเต้น แผงอกกว้างกำยำสะท้อนขึ้นลงด้วยแรงกำหนัด ยอดอกของบุรุษสั่นระริก หลินโม่โน้มกายลงไป บดขยี้ตุ่มเนื้อสีชมพูที่บนอกเขาด้วยปลายนิ้วอย่างหยอกเย้า ก่อนจะก้มลงครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่น ตวัดปลายลิ้นดูดดึงอย่างเร่าร้อน“โม่เอ๋อร์... อย่าทำแบบนี้...”เสียงครางทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอแกร่ง องคชาตที่ฝังลึกอยู่ในกายสาวพลันเหยียดขยายพองโตแข็งยิ่งขึ้นไปอีก หัวหยักบานร่าที่กดกระแทกย้ำจุดกระสันในส่วนลึกของนางจนเต้นตุบ ๆ ร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟ“ท่านพี่... ช่างอ่อนไหวเสียจริง...”นางผละออกจากอกเขา พลางขยับสะโพกกลมกลึงร่อนควงรูดคลึงเป็นวงกลม ปลายนิ้วเรียวกรีดไล้บดขยี้ที่เม็ดเกสรบวมเต่งอย่างจงใจยั่วยวน เพียงชั่วพริบตา รวงสวาทที่บีบรัดตอดหนุบหนับก็หลั่งรินน้ำหวานเหลวใสออกมา อาบชโลมแท่งทวนล่ำสันของชายหนุ่มจนชุ่มโชก“อา... ฮูหยิน... ได้โปรดขยี้สามีให้แหลกลาญเถิด”ใบหน้าหล่อเหลาของจินฝานแดงก่ำไปด้วยแรงกำหนัด เขายกสะโพกขึ้นสู้ สูดปากครางด้วยความเสียวซ่านแทบขาดใจ ยามเมื่อนางโก่งบั้นท้ายขึ้น

  • โฉมงามกับสามสามี   บทส่งท้ายหลินโม่จินฝาน2/3

    หลินโม่แย้มยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาดอกท้อทอดประกายล้อเลียน"เรื่องเมื่อกลางวัน ท่านพี่คงได้ยินหมดสิ้นแล้วสินะ""อืม""แล้วท่านคิดเห็นอย่างไร?"จินฝานหยุดฝีเท้าลงตรงหน้านาง ร่างสูงโปร่งโน้มลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจปลายกระบี่ทอดมองลึกเข้ามาในดวงตานาง"ข้าคิดว่า ศิษย์ในสำนักคงมีเวลาว่างมากเกินไปกระมัง"หลินโม่หลุดหัวเราะเสียงใส"อย่าได้คาดโทษพวกนางเลย พวกนางเพียงแต่หวังดีต่อท่าน""ข้ารู้..." จินฝานจ้องมองวงหน้าสวยสะคราญของนางอยู่ชั่วครู่ แววตาพลันทอประกายลึกล้ำดุดันขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ"ทว่าเรื่องความลึกซึ้งระหว่างเราสองคน ข้ามิเคยต้องการให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่ายหรือวางแผนแทนข้า"วาจาตรงไปตรงมาอันแฝงความถือสิทธิ์ครอบครอง ทำเอารอยยิ้มของหลินโม่ค่อย ๆ อ่อนละมุนลงฝ่ามืออุ่นหนาของจินฝานเอื้อมออกมา ประคองพวงแก้มเนียนผุดผ่องของนางไว้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วส่งผ่านกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ"โม่เอ๋อร์...""เจ้าคะ?""ข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแก่งแย่งแข่งขันกับสือ

  • โฉมงามกับสามสามี   ลีลาสวาทของปีศาจอสรพิษ

    “ยังมีหน้ามาแก้ตัว หากเจ้าไม่ก่อไฟ จะมีควันได้อย่างไร !”หลินเทียนซือมือไม้สั่นระริก ปลายไม้เท้าชี้หน้าหลานสาวด้วยความขุ่นเคือง"ท่านประมุขหลิน..."สุ้มเสียงนุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังแทรกขึ้นอย่างถูกจังหวะจินฝานในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ

  • โฉมงามกับสามสามี   กล่าวโทษผู้อื่นเพื่อเอาตัวรอด

    หลินโม่ในวัยเด็กก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกเย็นชื้น มือเล็กถือตะกร้าสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ นางชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนางสืบเท้าเข้าไปใกล้ จิ้งจอกน้อยก็ขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีชาดที่พร่าเลือนจ้องมองนางด้วยความหวาดระแวง และพร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้"เจ้าจิ้งจอกน

  • โฉมงามกับสามสามี   ของขวัญชิ้นแรกสำหรับเจ้าและพวกมัน

    “ข้าเป็นมารแล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์รังเกียจสามีที่แท้จริง และโดยชอบธรรมของเจ้า หลินโม่” ท่ามกลางความมืดมน รอยแยกของผืนดินเริ่มแคบลงทุกขณะ แต่เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลของบุรุษทั้งสามจากด้านบนยังคงดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ“หลินโม่ ! เจ้าอยู่ที่ไหน?” เสียงของสือถงเต็มไปด้วยความร้อนรน ในยามนี้เขาไม่

  • โฉมงามกับสามสามี   ชายลึกลับ

    หลินโม่กัดริมฝีปากจนเจ็บ นางรู้ดีว่าถูกเขาฉวยโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามที่เขาโอบรัดและไล้สัมผัสผ่านอาภรณ์นั้น ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอย่างหยุดไม่อยู่ไอ้คนหน้าหนา เจ้าตั้งใจจะทำให้ข้าหวั่นไหวจนเสียสมาธิใช่หรือไม่... นางคิดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็มิอาจปฏิเสธได้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status