Share

ชายลึกลับ

last update Tanggal publikasi: 2026-06-18 22:15:27

หลินโม่กัดริมฝีปากจนเจ็บ นางรู้ดีว่าถูกเขาฉวยโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามที่เขาโอบรัดและไล้สัมผัสผ่านอาภรณ์นั้น ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอย่างหยุดไม่อยู่

ไอ้คนหน้าหนา เจ้าตั้งใจจะทำให้ข้าหวั่นไหวจนเสียสมาธิใช่หรือไม่... นางคิดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า จังหวะการประลองที่เต็มไปด้วยความจาบจ้วงเช่นนี้ ทำให้นางกระหายที่จะเป็นผู้ชนะเหนือเขามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

สือถงรุกคืบด้วยความหื่นห่ามและเร่าร้อนในทุกฝีก้าว พละกำลังของเขาเหนือกว่านางจริง ทว่าเขากลับยิ่งถูกหลินโม่ปั่นหัวคืนด้วยกลอุบายเดียวกัน

เมื่อสือถงคว้าเอวนางไว้ หลินโม่กลับไม่ขัดขืน นางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวสันกรามของเขา ก่อนจะบดเบียดร่างกายแนบชิดจนสือถงสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของยอดอกที่เสียดสีกับแผงอกแกร่ง กลิ่นหอมจางๆ จากผิวกายของนางผสมผสานกับกลิ่นเลือดจางๆ ของการประลองช่างเร้าอารมณ์จนชายหนุ่มแทบคลั่ง

“ท่านเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่... ท่านบอกว่าจะไม่ปรานีข้ามิใช่หรือ? ไฉนร่างกายของท่านจึงสั่นไหวถึงเพียงนี้เล่า?”

หลินโม่กระซิบกระซาบอย่างยั่วเย้า ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใต้คางของเขา นางแสร้งทำเป็นเสียหลัก ซบใบหน้าลงบนแผงอกแกร่งแล้วใช้ปลายจมูกสะกิดลูกกระเดือกของเขาเบาๆ อย่างจาบจ้วง

สือถงคำรามในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยไฟตัณหาที่พุ่งพล่าน “เจ้ามันนางปีศาจ... คืนนี้ข้าจะกักขังเจ้าไว้ใต้ร่างยันสว่าง!”

ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามด้วยความหึงหวงก็ดังลั่นสนั่นลานประลอง

“สือถง! เจ้าคนฉวยโอกาส”

เซี่ยเว่ย ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งทะยานลงมาจากแท่นหินด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแล่บ หางจิ้งจอกโผล่ออกมาด้วยอารมณ์เดือดดาล กรงเล็บคมกริบกางออกหมายจะกระชากร่างหลินโม่ให้หลุดจากอ้อมกอดของสือถง

ในขณะเดียวกัน จินฝานที่เคยสงบนิ่งก็ยังทนเห็นหลินโม่ถูกชายอื่นลวนลามไม่ไหว เขาขยับกายพริ้วไหวราวกับภูติผี กระบี่ในมือหมุนวนสร้างม่านอาคมปิดกั้นเซี่ยเว่ยไว้ ก่อนจะพุ่งเข้าหาหลินโม่หวังจะแย่งชิงนางกลับคืนสู่อ้อมอกของตน

ทว่าในจังหวะที่บุรุษทั้งสามกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงร่างเจ้าสาว เสียงกัมปนาทจากใต้ผืนดินก็ดังสนั่น

ครืนนนน!

พื้นศิลาที่เคยสว่างไสวกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงเรืองรองจากหินปราณทั่วลานประลองดับวูบลง พลังงานบริสุทธิ์ของเหมืองศิลาวิญญาณเริ่มแปรปรวนอย่างหนัก ราวกับมีใครบางคนเอามือไปปัดเปลวเทียนเล่น

แรงอัดมหาศาลจากใต้ดินพุ่งเข้าจู่โจมร่างของทั้งสี่กระเด็นออกไปคนละทิศทาง หลินโม่ถูกแรงกระชากของพลังปราณมหาศาลดึงดูดให้ร่วงหล่นลงสู่รอยแยกของพื้นหินที่เปิดออกกว้าง

“หลินโม่!” บุรุษทั้งสามตะโกนเรียกชื่อนางพร้อมกัน

ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทว่าก่อนที่นางจะร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่า มือแกร่งของใครคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นใครในความดำมืดนั้นก็คว้าข้อมือนางไว้มั่น แล้วกระชากนางเข้าสู่อ้อมกอดที่เย็นเยียบและลึกลับ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยราวกับฝันร้าย

“ในที่สุด เจ้าก็กลับมาหาข้าเสียที หลินโม่...”

ภายในรอยแยกใต้พื้นศิลา แสงสว่างจากหินปราณเริ่มริบหรี่ลง อากาศรอบด้านหนาวเหน็บจนหนักอึ้ง ผิดกับไอความร้อนจากอ้อมกอดที่รัดแน่นรอบเอวของหลินโม่ สัมผัสที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากปลายนิ้วของชายลึกลับไล้ไปตามแนวลำคอระหง ราวกับงูพิษที่กำลังหยั่งเชิงเหยื่อ

“ข้าจำเจ้าได้...” หลินโม่เอ่ยเสียงสั่นพร่าขณะพยายามดิ้นรน แต่แรงโอบรัดนั้นกลับมหาศาลเกินกว่าที่สตรีบอบบางจะต่อต้าน

“เจ้าคือ เฟิ่งอวี้”

“เรียกชื่อข้าได้เต็มปากเต็มคำเช่นนี้ แสดงว่าเจ้ายังไม่ลืมคู่หมั้นที่เจ้าทอดทิ้งไปหาบุรุษไร้น้ำยาพวกนั้นสินะ” น้ำเสียงแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดจนนางขนลุกซู่

เฟิ่งอวี้ คู่หมั้นในวัยเยาว์ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับข่าวลือว่าเขาตายในสงครามกวาดล้างเผ่ามาร บัดนี้เขากลับมาแล้ว ทว่าร่างที่โอบกอดนางอยู่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่นางเคยพบ

“โม่เอ๋อร์ เจ้าช่างใจดำนัก... ข้ากลับมาครานี้ ก็เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า” เฟิ่งอวี้กระชากร่างนางเข้าหาตัวจนทรวงอกอวบอิ่มบดเบียดกับแผงอกแกร่ง

“เฟิ่งอวี้... เจ้ากลายเป็นมารไปแล้ว !”

หลินโม่เบิกตากว้าง เมื่อได้เห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาดุจหยกสลักของอดีตคู่หมั้นที่บัดนี้กลับขาวซีดไร้สีเลือด นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนกลายเป็นสีแดงสดดุจเลือดนกพิราบ เส้นขนทุกองคาพยพของเขาเป็นสีขาวโพลน แต่ริมฝีปากและเล็บเป็นสีดำสนิทราวสีหมึก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 4/4

    หลินโม่ร้องครางเสียงหลง เมื่อรวงรักที่เพิ่งเสร็จสมและยังขมิบตอดตุบ ๆ ถูกลำเอ็นดุดันล่วงล้ำซ้ำสอง"โม่เอ๋อร์... คืนนี้ข้าจะเป็นคนเปิดทางลับให้เจ้าเอง"ไม่เพียงเอ่ยคำหวาน เซี่ยเว่ยยังสอดปลายนิ้วหนาแทรกผ่านเข้าไปในรอยจีบดอกเบญจมาศสีชมพู ที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้ำกรายบุกรุกมาก่อน"อ๊ายยย!"ความอึดอัด คับแน่น และเสียวแปลบที่พุ่งวาบขึ้นมาจากทวารลับ ทำเอาหลินโม่สะดุ้งเฮือก สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง สายตาเร่าร้อนสามคู่มองจ้องอยู่ที่รูจีบดอกเบญจมาศของนางที่ถูกนิ้วแกร่งแหวกขยาย ควบคู่ไปกับกลีบเนื้ออวบอูมด้านหน้าที่ขมิบตอดท่อนลำของเซี่ยเว่ยจนเนื้อนวลหุบปลิ้นเผยิบผยาบไม่หยุด"เจ็บหรือไม่?" เซี่ยเว่ยกระซิบถามเสียงแหบพร่าด้วยความคลั่งรัก"มะ... ไม่เจ็บ..."นางบิดเอวส่ายสะโพกตอบรับอย่างทรมานระคนซาบซ่าน สองเต้าอวบอิ่มเด้งกระเพื่อมไหวโยนขึ้นลงตามแรงกระแทกกระทั้นอันดุเดือดของเทพอสูรหนุ่ม ที่หวดสะโพกเข้าใส่ร่องรักของนางอย่างไม่คิดออมแรงเซี่ยเว่ยอาศัยน้ำกามที่ลื่นไหลสาดกระเซ็นออกมาจากช่องทางรักด้านหน้า สอดนิ้วเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งนิ้วเพื่อเบิกทาง ขยับวนคลึงช้า

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 3/4

    "ข้ากลับรู้สึกว่า... กาลเวลาช่างเชื่องช้าเหลือทน"เรือลำใหญ่ยังคงลอยเอื่อยไปตามกระแสธาร แสงอัสดงยามเย็นค่อย ๆ ย้อมผืนนภาและผิวน้ำให้กลายเป็นสีทองอำพันอร่ามตาภายหลังผลัดเปลี่ยนกันไปชำระล้างกาย สือถง เซี่ยเว่ย และจินฝาน ต่างออกไปนั่งล้อมวงร่ำสุราอยู่ตรงชานระเบียงเรือ ปล่อยให้หลินโม่ได้มีเวลาส่วนตัวเพื่อตระเตรียมกายใจภายในของเรือล่องลำนี้ มีห้องนอนใหญ่โอ่โถงเพียงห้องเดียว ตั่งเตียงและเครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนถูกจัดวางไว้อย่างกว้างขวาง ประหนึ่งจงใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อรับรองคนทั้งสี่โดยแท้ทว่ายิ่งตระหนักรู้ว่าค่ำคืนนี้ตนเองจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใด หลินโม่ยิ่งใจเต้นระทึกหวั่นไหว นางทอดกายนอนแช่ในน้ำเย็นฉ่ำอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม หวังดับความกระสับกระส่ายในอก ทว่าผิวกายกลับยิ่งร้อนรุ่มวูบวาบจนไม่อาจสงบใจ ในที่สุดนางจำต้องลุกขึ้นจากอ่าง สวมอาภรณ์แพรบางเบาแนบเนื้อครั้นสายตาเหลือบไปเห็นตำรารักโบราณเล่มนั้น ที่ใครบางคนจงใจนำมาวางไว้บนโต๊ะคันฉ่อง นางก็รู้สึกคันไม้คันมือ อดรนทนไม่ได้ จนต้องหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอีกคราทว่าเพียงกวาดสายตาอ่านภาพลีลาและท่วงท่าส

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 2/4

    สือถงคลี่ยิ้มพราย พลางสะบัดกางพัดหยกในมืออย่างสง่างาม"ภรรยาคิดถึง มีหรือที่สามีจะไม่รีบมาปรนนิบัติ""ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้นเสียหน่อย" หลินโม่ปรายตามองค้อน"ไม่ต้องเอ่ยปาก สายตาของเจ้าก็ฟ้องความจริงหมดสิ้นแล้ว"เซี่ยเว่ยหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นัยน์ตาสีฟ้าเทาทอดประกายขบขันพลางก้าวเข้ามาแทรก "วันนี้อย่าเพิ่งตั้งท่าวิวาทกันเลย พวกเราตระเตรียมสิ่งที่น่าสำราญใจไว้ให้เจ้าแล้ว"จินฝ่านซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังในอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์ คลี่ยิ้มบางที่มุมปากอย่างรู้ทัน"ไปกับพวกเราเถิด""ไปที่ใด?""ล่องเรือ"สามเสียงประสานตอบรับแทบจะเป็นจังหวะเดียวณ แม่น้ำรั่วซี...ผืนวารีกว้างใหญ่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวผา เรือล่องลำใหญ่ลอยเอื่อยช้าไปตามกระแสธาราใสเย็น สองฟากฝั่งโอบล้อมด้วยทิวเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวขจี ผิวน้ำสะท้อนประกายแดดระยิบระยับดั่งเกล็ดแก้ว ไกลออกไปมีสายน้ำตกเล็ก ๆ ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาหิน เสียงน้ำกระทบแก่งหินดังก้องแว่วหวานประดุจทำนองพิณธรรมชาติหลินโม่นั่งเอนกายอยู่กึ่งกลางลำเรือ

  • โฉมงามกับสามสามี   สมสู่สี่ประสาน 1/4

    ครั้นหวนคืนสู่หุบเขาเหลียงซานได้เพียงสามวัน หลินโม่กลับมีท่าทีผิดแผกไปจากเดิม นางยังคงยิ้มแย้มพูดคุยกับบิดาและท่านปู่เช่นเคย หากแต่ในบางครั้ง หญิงสาวกลับทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเรือนนานนับเค่อ ราวกับมีปัญหากลัดกลุ้มบางประการตกตะกอนอยู่ภายในใจหลินเซียวผู้เป็นบิดาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นก่อนใคร ในยามดวงตะวันคล้อยต่ำ เขารินน้ำชาร้อนกรุ่นส่งให้บุตรสาวด้วยตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน“โม่เอ๋อร์ ช่วงนี้มีเรื่องใดรบกวนจิตใจเจ้าอยู่หรือ?”หลินโม่ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจออกมาแผ่วเบา“ท่านพ่อ... ข้ากำลังสงสัยเรื่องหนึ่ง”ท่านผู้เฒ่าหลินเทียนซือซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล เงยหน้าขึ้นจากตำราในมือทันที“เรื่องอันใดเล่า?”หญิงสาวนิ่งคิดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสารภาพตามตรง“ข้าศึกษาวิชาแพทย์มานานกว่าสิบปี รู้จักตำรับยามากมาย แม้ไม่กล้าบอกว่าตนเองเป็นหมอเทวดา แต่เรื่องร่างกายและชีพจร ข้าย่อมไม่ควรดูผิด”นางหลุบสายตาลงต่ำ พวงแก้มซับสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ยามเอ่ยประโยคถัดมา &ldquo

  • โฉมงามกับสามสามี   บทส่งท้ายหลินโม่จินฝาน3/3

    จินฝานหอบหายใจกระเส่าด้วยความตื่นเต้น แผงอกกว้างกำยำสะท้อนขึ้นลงด้วยแรงกำหนัด ยอดอกของบุรุษสั่นระริก หลินโม่โน้มกายลงไป บดขยี้ตุ่มเนื้อสีชมพูที่บนอกเขาด้วยปลายนิ้วอย่างหยอกเย้า ก่อนจะก้มลงครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่น ตวัดปลายลิ้นดูดดึงอย่างเร่าร้อน“โม่เอ๋อร์... อย่าทำแบบนี้...”เสียงครางทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอแกร่ง องคชาตที่ฝังลึกอยู่ในกายสาวพลันเหยียดขยายพองโตแข็งยิ่งขึ้นไปอีก หัวหยักบานร่าที่กดกระแทกย้ำจุดกระสันในส่วนลึกของนางจนเต้นตุบ ๆ ร้อนรุ่มดั่งเปลวไฟ“ท่านพี่... ช่างอ่อนไหวเสียจริง...”นางผละออกจากอกเขา พลางขยับสะโพกกลมกลึงร่อนควงรูดคลึงเป็นวงกลม ปลายนิ้วเรียวกรีดไล้บดขยี้ที่เม็ดเกสรบวมเต่งอย่างจงใจยั่วยวน เพียงชั่วพริบตา รวงสวาทที่บีบรัดตอดหนุบหนับก็หลั่งรินน้ำหวานเหลวใสออกมา อาบชโลมแท่งทวนล่ำสันของชายหนุ่มจนชุ่มโชก“อา... ฮูหยิน... ได้โปรดขยี้สามีให้แหลกลาญเถิด”ใบหน้าหล่อเหลาของจินฝานแดงก่ำไปด้วยแรงกำหนัด เขายกสะโพกขึ้นสู้ สูดปากครางด้วยความเสียวซ่านแทบขาดใจ ยามเมื่อนางโก่งบั้นท้ายขึ้น

  • โฉมงามกับสามสามี   บทส่งท้ายหลินโม่จินฝาน2/3

    หลินโม่แย้มยิ้มหวานหยดย้อย นัยน์ตาดอกท้อทอดประกายล้อเลียน"เรื่องเมื่อกลางวัน ท่านพี่คงได้ยินหมดสิ้นแล้วสินะ""อืม""แล้วท่านคิดเห็นอย่างไร?"จินฝานหยุดฝีเท้าลงตรงหน้านาง ร่างสูงโปร่งโน้มลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจปลายกระบี่ทอดมองลึกเข้ามาในดวงตานาง"ข้าคิดว่า ศิษย์ในสำนักคงมีเวลาว่างมากเกินไปกระมัง"หลินโม่หลุดหัวเราะเสียงใส"อย่าได้คาดโทษพวกนางเลย พวกนางเพียงแต่หวังดีต่อท่าน""ข้ารู้..." จินฝานจ้องมองวงหน้าสวยสะคราญของนางอยู่ชั่วครู่ แววตาพลันทอประกายลึกล้ำดุดันขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ"ทว่าเรื่องความลึกซึ้งระหว่างเราสองคน ข้ามิเคยต้องการให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่ายหรือวางแผนแทนข้า"วาจาตรงไปตรงมาอันแฝงความถือสิทธิ์ครอบครอง ทำเอารอยยิ้มของหลินโม่ค่อย ๆ อ่อนละมุนลงฝ่ามืออุ่นหนาของจินฝานเอื้อมออกมา ประคองพวงแก้มเนียนผุดผ่องของนางไว้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม สัมผัสจากปลายนิ้วส่งผ่านกระแสความร้อนผ่าวแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ"โม่เอ๋อร์...""เจ้าคะ?""ข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแก่งแย่งแข่งขันกับสือ

  • โฉมงามกับสามสามี   ลีลาสวาทของปีศาจอสรพิษ

    “ยังมีหน้ามาแก้ตัว หากเจ้าไม่ก่อไฟ จะมีควันได้อย่างไร !”หลินเทียนซือมือไม้สั่นระริก ปลายไม้เท้าชี้หน้าหลานสาวด้วยความขุ่นเคือง"ท่านประมุขหลิน..."สุ้มเสียงนุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังแทรกขึ้นอย่างถูกจังหวะจินฝานในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ

  • โฉมงามกับสามสามี   กล่าวโทษผู้อื่นเพื่อเอาตัวรอด

    หลินโม่ในวัยเด็กก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกเย็นชื้น มือเล็กถือตะกร้าสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ นางชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนางสืบเท้าเข้าไปใกล้ จิ้งจอกน้อยก็ขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีชาดที่พร่าเลือนจ้องมองนางด้วยความหวาดระแวง และพร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้"เจ้าจิ้งจอกน

  • โฉมงามกับสามสามี   ของขวัญชิ้นแรกสำหรับเจ้าและพวกมัน

    “ข้าเป็นมารแล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์รังเกียจสามีที่แท้จริง และโดยชอบธรรมของเจ้า หลินโม่” ท่ามกลางความมืดมน รอยแยกของผืนดินเริ่มแคบลงทุกขณะ แต่เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลของบุรุษทั้งสามจากด้านบนยังคงดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ“หลินโม่ ! เจ้าอยู่ที่ไหน?” เสียงของสือถงเต็มไปด้วยความร้อนรน ในยามนี้เขาไม่

  • โฉมงามกับสามสามี   หมาหยอกไก่

    สือถงคลี่ยิ้มกว้างอย่างมีเสน่ห์ ดวงตาคมกล้าของเจ้าเมืองผู้ปกครองสองแคว้นเยือกเย็นทอประกายลึกล้ำ"คำพูดของฮูหยินเปรียบดั่งอาญาสิทธิ์ ทว่าหากจะให้ข้าลงมือกับยอดดวงใจ ข้าก็จำต้องขอให้เจ้าทำตามกฎเดียวกับที่บังคับพวกข้า... ห้ามใช้อาวุธวิเศษ ห้ามใช้อาคมใดๆ ให้คงไว้เพียงฝีมือและกำลังกายที่ติดตัวมาแต่กำเนิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status