LOGIN
คืนเดียว…เปลี่ยนหัวใจที่เย็นชาของเขาให้สั่นไหว
หนึ่งความลับ...ทำลายศักดิ์ศรีของเธอจนหมดสิ้น
แต่โซ่ที่มองไม่เห็น...จะผูกหัวใจของทั้งคู่ไว้แน่นตลอดกาล
“คุณ...” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ พลางเอามือเขย่าตัวของเขา “มีสติหน่อยสิ”
“อย่าหนีบ” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขาพยายามใช้สองมือแหวกขาของเธอให้แยกออกจากกัน
“ไม่นะ” หญิงสาวร้องสุดเสียง แม้เธอจะพยายามดึงสติของเขาแต่ก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่
สายตานักล่านั้นทำให้หญิงสาวต้องหลบตา เธอจนปัญญาที่จะต่อต้านแรงของเขาแล้ว
กึด!!
กรี๊ด!!
เธอร้องลั่นเมื่อแท่งเนื้อที่เขากำจนเต็มมือถูกกดลงไปตรงรอยแยกแทรกกายเข้าไปทางช่องแคบของเธออย่างไร้ความปราณี
“จะ...เจ็บ” น้ำตารินไหลลงมาอาบแก้มอีกระลอก “ฮึก...ฉันเจ็บ”
ยิ่งเธอเกร็งตัวก็ยิ่งทำให้เจ้าของแท่งเนื้อขนาดใหญ่รู้สึกเจ็บตามไปด้วย เขาจึงใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่ของเธอก่อนจะออกแรงขยับ
“อ่าส์ อย่าเกร็งสิ...แม่ง! แน่นเป็นบ้า ทำฉันเจ็บแล้วนะ” เขาสบถออกมา
“เอาออกไป...ฉันเจ็บ...อ๊า!!” เวลานี้เธอทั้งเจ็บทั้งตกใจจนแทบลืมหายใจ
“ฉันก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าเธอหรอกน่า” เขาเปลี่ยนท่าทางโดยจับเอวเธอไว้ด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะออกแรงสวนสะโพกเข้าไป
“อ๊ะ...อื้อ...เจ็บ”
“ซี๊ด!” ชายหนุ่มเริ่มพอใจเมื่อรู้สึกว่าตรงช่องแคบนั้นกำลังขยาย และปรับตัวให้ตอบรับเอ็นร้อนของเขา “ดูดซะแรงเลยนะ”
หญิงสาวหน้าแดงแจ๋ เหมือนเธอจะเข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไร เพราะปฏิกริยาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป กลับเป็นชนวนให้คนบนร่างรู้สึกอารมณ์ดี
“ไม่เอา...ไม่เอาแล้ว เอามันออกไป” เสียงพูดปนเสียงสะอื้น
“น่ารำคาญ!” แม้จะพูดออกไปแบบนั้นแต่ชายหนุ่มกับโน้มตัวลงมาจับแขนของหญิงสาวพาดไปบนไหล่ของเขา “กอดให้แน่น เจ็บก็จิกเล็บระบายได้เลย”
พูดจบก็สวนสะโพกใส่ร่างบางต่อโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเธอ จนในที่สุดเมื่อร่างกายของเธอคุ้นชินกับแท่งเนื้อของเขา เสียงร้องจึงเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหู ยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มควบขี่เธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุขสมดังใจ
หน้าอกอวบอูมที่กระเพื่อมขึ้นตามจังหวะการหายใจกำลังดึงดูดสายตาของชายหนุ่ม เขาก้มลงไปใช้ลิ้นตวัดเลียสลับกับดูดดึงจนเจ้าของสั่นสะท้านำทั้งร่าง
“อ๊ะ...อื้อ” เธอแอ่นอกขึ้นตามสัญชาตญาน
ชายหนุ่มได้จังหวะจึงสอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลัง ออกแรงกดหลังของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี
“ไม่เอาแล้ว ปล่อยนะ…ปล๊อย!!!” เธอพยายามพลิกตัวหนีแต่กลับโดนเขากดเอาไว้ในท่านอนคว่ำ
ทันทีที่แท่งเนื้อโดนก้นเธอก็ตาลูกวาว
“ท่านี้ก็ไม่เลว” เขาบีบก้มของเธอเล่นจนเกิดเป็นรอยแดง “ลองดูหน่อยละกัน”
ว่าจบกับสอดมือไปใต้ท้องพอให้ก้นกระดกขึ้นมา อวดกลีบกุหลาบสีแดงที่มีคราบน้ำรักและคราบเลือดปนอยู่ เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจดันเอ็นร้อนเข้าไปจนสุด
“กรี๊ด!!” หญิงสาวกรีดร้องอีกครั้ง เพราะครั้งนี้มันเข้าไปลึกกว่าครั้งแรก เธอพยายามคลานหนีแต่เขากลับจับเอวเธอไว้แน่นแล้วออกแรงกระแทกจนเธอแทบคะมำไปด้านหน้า
“ไม่ผิดหวัง หัวมันกระแทกเต็ม ๆ เลย เสียวสุด ๆ ซี๊ด!!” เขาซู๊ดปากก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียปากตัวเอง
ดารินทร์มองทั้งคู่สลับกัน บทสนทนาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “สวัสดีค่ะ” เธอหันมาทักทายแล้วยิ้มให้ดารินทร์ ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ภายในใจจพมีคำถามมากมายอยากจะถามทิศตะวันก็ตาม “เลือกเจ้าสาวได้ไม่เลวนี่” เธอพูดกับทิศตะวัน “แต่ถ้ายังทำนิสัยเดิม ไม่มีใครอยู่กับนายได้นานหรอก” “เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้างานไปซะ” “นี่นายกล้าพูดกับแขกแบบนี้เหรอ” “ฉันกล้าทำมากกว่านี้ ถ้าคิดจะมาทำให้เจ้าสาวของฉันคิดมาก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “นี่คือคำขู่เหรอ” เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของทิศตะวันเลยสักนิด ทิศตะวันขบกรามแน่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ คำพูดพวกนั้นทำให้ดารินทร์คิดมากได้เลย ยิ่งเธอเป็นคนขี้คิดมากอยู่แล้วด้วย แต่เขาจะใช้วิธีไหนไล่คน ๆ นี้ไป “คุณไม่สงสัยเหรอคะ ว่าฉันเป็นอะไรกับเขา” หญิงสาวชี้ไปที่ทิศตะวัน “นี่...” ทิศตะวันขยับมายืนด้านหน้าของดารินทร์ “ถ้าจะมาแสดงความยินดีก็เชิญด้านใน แต่ถ้ามาป่วนก็เชิญกลับไป” “หยาบคายสิ้นดี” เขาว่าทิศตะวัน ก็จะเอียงตัวมองดารินทร์ที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง “คุณเห็นหรือเปล่าว่
ดารินทร์ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนคุยกับทิศตะวัน และหญิงสาวคนนั้นก็เดินไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึงโซฟาตัวที่ทิศตะวันนั่ง เธอจึงไม่ทันได้เห็นหน้า “เสร็จแล้วเหรอครับ” ดารินทร์มองตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่ทิศตะวันถาม ทิศตะวันก็มองตามสายตาของดารินทร์ไปเช่นกัน เขารู้ได้ในทันทีว่าดารินทร์คงจะเห็นตอนที่เขาคุยกับเธอคนนั้นและคงจะสงสัยว่าเป็นใคร “อยากไปไหนต่ออีกมั้ย” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบเอวของเธอไว้ “อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ” ดารินทร์หันไปตอบเขา “งั้นไปกันเถอะ” ทั้งคู่เดินออกไป ดารินทร์ก็ยังคงมองหาหญิงสาวคนนั้น ไม่รู้ทำไมเธอแค่รู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเธอก็แค่นั้น “ที่รัก” เหมือนทิศตะวันจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจับมือเธอแน่น “ผมอยากให้คุณมีความสุขมากกว่านี้” “...” “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ผมอยากให่พูดกับผมตรง ๆ อย่าเก็บไว้เลย” “มุกไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” เธอพูดปัดพลางบีบมือเขาแน่น จริง ๆ เธอไม่ได้อยากคิดมาก มันเป็นแค่เสี้ยวของ
ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านถูกเลื่อนออกช้า ๆ ทิศตะวันที่นั่งรออยู่เงยหน้าขึ้นแล้วก็หยุดนิ่งไปชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรูโอบรับรูปร่างของเธออย่างพอดี ลูกไม้บาง ๆ คลุมไหล่ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน“เป็นยังไงคะ” ดารินทร์ถามเสียงเบา มือกำชายกระโปรงแน่น “มันดูแปลก ๆ มั้ย”ทิศตะวันลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินเข้าไปหาเธอทีละก้าว เขาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมมือเชยคางให้เธอเงยขึ้นมาสบตา“แปลกครับ”คำตอบของเขาทำให้ดารินทร์รู้สึกประหม่า“แปลกตามาก และก็สวยมากด้วย” “งั้นตกลงเอาชุดนี้ค่ะ” แค่ทิศตะวันบอกว่าเธอใส่แล้วสวย เธอก็โอเคแล้ว “ไม่ลองชุดอื่นก่อนเหรอเผื่อที่รักจะชอบ” ทิศตะวันเสนอทางเลือก “แต่ไม่ว่าที่รักจะใส่ชุดไหน พี่เชื่อว่าสวยทุกชุด” “นั่นเป็นคำพูดของคุณพนักงานหรือเปล่าคะ” ดารินทร์เอ่ยแซวทิศตะวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับชายกระโปรงของเธอจัดให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง“หมุนตัวหน่อยสิครับ”เธอลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ กระโปรงสีขาวบานออกอย่างสวยงาม เขามองตามทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ“สวยชะมัด…” “คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” “ค
ภาสกรนั่งมองทั้งคู่เดินลงมาด้านล่าง ดารินทร์หลบสายตาพ่อสามีเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังบกพร่องในหน้าที่ “ย้ายเข้าไปอยู่คืนแรกก็ทำเมียลงมาทานข้าวช้ากว่าทุกวันเลยนะ” “ข้าวใหม่ปลามันครับพ่อ” “นี่คุณ” ดารินทร์หยิกไปที่เอวของเขา “พ่อคงผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว คงจะจำไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” ภาสกรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำโอ้อวดซะมากกว่า “แกมันไม่รู้จักโต” “ไม่โตได้ยังไงละครับ มีทั้งเมียและแถมลูกมาอีกสอง แบบนี้พ่อยังว่าผมไม่โตอีกเหรอ” “แก” “ครับคุณพ่อ” ภาสกรสะบัดหน้าหนี อยากเขวี้ยงอะไรสักอย่างใส่ลูกชายแต่ก็กลัวว่าหลานกับลูกสะใภ้จะตกใจ “ขอโทษนะคะคุณแม่” “จะขอโทษทำไมล่ะ” “ก็หนูไม่ได้ลงมาช่วยแต่งตัวให้ลูก” “ปกติหนูมุกก็ทำไม่เคยขาดตกบกพร่องนี่ ไม่ได้ทำสักวันจะเป็นอะไรไป” ทิพย์สุดาพูดปลอบดารินทร์ เธอเข้าใจถึงความกังวลนั้น แต่เธออยากให้ดารินทร์คิดว่าเธอก็คือแม่คนหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างให้ดารินทร์ได้ “ปกติเช้ามาแม่ก็ไม่ได้ทำอะไร วันนี้ได้ตื่นมาแต่งตัวใ
ความปวดระบมแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อคนตัวเล็กขยับเริ่มตัว หลังลืมตาตื่นดารินทร์ก็มองไปรอบ ๆ จนเห็นใครบางคนนอนมองเธออยู่ตรงหน้า“ทำไมไม่ปลุกคะ” เธอถามเขา“ไม่อยากรบกวน อยากให้ที่รักนอนให้เต็มอิ่ม” เขาเกลี่ยผมที่หล่นมาปรกหน้าของเธอ“กี่โมงแล้วคะเนี่ย”“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ”“ตายจริง” ดารินทร์ตกใจจนตาโต เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเมื่อคืนกันนะ“วันนี้เราจะลางานกันนะ”“ทำไมคะ” ดารินทร์สงสัย หรือเขามีโปรแกรมจะไปที่ไหน“ก็ดูเหมือนว่าที่รักจะเดินไม่ไหวนี่ครับ" เขาสังเหตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัว“...”“ประธานบริษัทอยู่ตรงนี้จะไปกลัวอะไรละครับ”“แต่...”“ไม่มีแต่นะ” นิ้วยาวจิ้มไปที่ปลายจมูกของดารินทร์“งั้นเอามือออกก่อนค่ะ มุกจะไปดูเด็ก ๆ”“แม่จัดการเด็ก ๆ ให้แล้วครับ”ดารินทร์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ดี เธอมาอยู่บ้านเขาแต่กลับนอนสบายให้ผู้ใหญ่ดูแลลูก ๆ แทน“พี่เป็นคนบอกแม่เองว่าเมื่อคืนที่รักไม่ค่อยสบาย”ดารินทร์เงยหน้ามองเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เขาก็ยังปกป้องเธอ"เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะ""มุกอาบเองดีกว่าค่ะ""ไม่เป็นไร" ทิศตะวันช้อนตัวดารินทร์ขึ้นอุ้ม "
"เมียจ๋ากอดผัวแน่น ๆ นะ อ่าส์"ทิศตะวันใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวดารินทร์ไว้ให้เผยอตัวขึ้นมาแนบชิดกับเขา หลังดารินทร์ทำมุมกับที่นอน 45 องศา ขาเรียวเกี่ยวเอวสอบของทิศตะวันไว้ ตอนนี้ไม่มีช่องว่างใด ๆ ระหว่างคนทั้งสอง เสียงครวญครางดังระงมไปทั่วห้อง แรงปรารถนาที่โถมใส่ร่างบางกลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี"พี่ตะวัน มุกไม่ไหวแล้วนะ" เสียงกระซิบข้างหูทำทิศตะวันขนลุกซู่ “มุกอยากเสร็จ”"พร้อมกันนะครับ"ทิศตะวันเร่งจังหวะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดันเข้าไปจนสุดแล้วทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาพร้อมกัน เสียงหอบหายใจและเม็ดเหงื่อที่ท่วมกายของคนทั้งสองบ่งบอกว่าศึกรักครั้งนี้ใช้เวลานานแค่ไหน"ที่รักครับ""คะ""อีกรอบได้มั้ย" ดารินทร์กลับมองทิศตะวันนิ่งไม่ยอมตอบ จนทิศตะวันคิดว่าดารินทร์ไม่โอเคกับสิ่งที่เขาขอแน่ ๆ "ที่รักไหวหรือเปล่า"ดารินทร์ช้อนสายตามองทิศตะวัน แค่นี้เอ็นร้อนก็พองคับแน่นเต็มรูของดารินทร์อีกครั้ง จนรู้สึกได้"ค่ะ...อ๊ะ" ดารินทร์ตาโตทันทีเมื่อทิศตะวันเริ่มขยับอีกครั้ง เธอไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้"น่ารัก"ทิศตะวันไม่รอช้ามอบบทรักให้ดารินทร์ตลอดทั้งคืน เท่าไหร่เขาก็ไม่พอ แต่เพราะรัก
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ทิศตะวันนิ่งไป...เขาควรตอบว่าอะไร ทุกอย่างที่เขาทำไปก็แค่เพราะลูก หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้...หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่เคยกล้ายอมรับมันทิศตะวันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดารินทร์ คำถามของเธอชัดเจน แต่เขากลับไม่มีคำตอบ ไม่มีคำพูด
สองวันต่อมขณะที่ดารินทร์นั่งดูข่าวอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ขณะที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากช่วงนี้เธอเครียดมากเกินไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร อาหารที่เคยฝืนกินก็แทบกลืนไม่ลง ทุกอย่างหนักอึ้งไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเธอพยายามอดทน พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะผ่านมันไปได้ แต่ตอนนี้...เธอไม่มั
บรรยากาศในรถที่พาดารินทร์กลับจากโรงพยาบาลเงียบสนิท ทิพย์สุดานั่งอยู่ข้าง ๆ คอยมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ตลอดเมื่อกลับมาถึงบ้าน ดารินทร์ไม่ได้เดินขึ้นห้องทันทีแต่กลับหันมาหาทิพย์สุดาช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“คุณท่านคะ...หนูอยากกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้ไหมคะ”ทิพย์สุดานิ่งไปครู่หนึ่ง ค
เป็นอย่างที่ทิพย์สุดาคิดไว้ ทิศตะวันจ้างนักสืบตามหาดารินทร์ เธอรับรู้พฤติกรรมทุกอย่างของลูกชาย ทำให้เธอควักเงินส่วนตัวก้อนหนึ่งซื้อตัวนักสืบที่ลูกชายจ้างเพื่อช่วยดารินทร์“แม่ช่วยได้เท่านี้” เธอพูดขณะที่นั่งอยู่ในรถ มองหญิงสาวท้องโตกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านด้านทิศตัวันนั้นยิ่งโกรธเมื่อเขามั่นใจ







