เข้าสู่ระบบอะไรคะ อะไรคะเนี่ย ใครโผล่มาอีก
“โกรธพี่หรือเปล่า”“เรื่องอะไรคะ” เธอเอียงหน้าถาม “ก็ที่ผู้หญิงคนนั้นมาบอกว่าเคยคบกับพี่” “ก็ยังโกรธอยู่นะคะ แฟนเก่าของสามีมางานแต่งแถมยังมาพูดแบบนั้นใครจะไม่รู้สึกโกรธกันล่ะ” “แต่พี่ไม่ได้เชิญมานะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยสักครั้ง” “มุกแค่อยากรู้ว่าที่ห้างวันนั้นใช่คนนี้หรือเปล่า” “ใช่ครับ” เขาตอบ “เพราะไม่ได้มีอะไร พี่เลยไม่บอกมุก” “คุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ” “ก็ทำนองเดียวกันกับที่คุยเมื่อกี้” วันนั้นเธอเอาแต่ถามว่ามาทำอะไร มานั่งรอใคร รอคนอื่นเป็นกับเขาด้วยเหรอ สำคัญมากหรือไงถึงนั่งรอได้นานขนาดนี้ “ที่ผ่านมาเธอคงโกรธพี่มาก” ถึงได้กล้ามาพูดเรื่องแบบนั้นในงานแต่ง ไม่ได้มาหาเรื่อง เหมือนมาระบายความในใจมากกว่า “ก็คงจะเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้ในงานแต่งของเรา” “...” “พี่ทำให้มุกไม่สบายใจอีกแล้วสินะ” เขาก้มหน้าลงเพราะรู้สึกผิด ทั้ง ๆ ที่สัญญากับเธอไว้ว่าจะทำให้มีความสุข แต่ก็มีเรื่องไม่สบายใจเข้ามาแทรกตลอด “ไม่เป็นไรค่ะ” เพราะบทสนทนาของเขามันช
ดารินทร์มองทั้งคู่สลับกัน บทสนทนาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “สวัสดีค่ะ” เธอหันมาทักทายแล้วยิ้มให้ดารินทร์ ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ภายในใจจพมีคำถามมากมายอยากจะถามทิศตะวันก็ตาม “เลือกเจ้าสาวได้ไม่เลวนี่” เธอพูดกับทิศตะวัน “แต่ถ้ายังทำนิสัยเดิม ไม่มีใครอยู่กับนายได้นานหรอก” “เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้างานไปซะ” “นี่นายกล้าพูดกับแขกแบบนี้เหรอ” “ฉันกล้าทำมากกว่านี้ ถ้าคิดจะมาทำให้เจ้าสาวของฉันคิดมาก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “นี่คือคำขู่เหรอ” เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของทิศตะวันเลยสักนิด ทิศตะวันขบกรามแน่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ คำพูดพวกนั้นทำให้ดารินทร์คิดมากได้เลย ยิ่งเธอเป็นคนขี้คิดมากอยู่แล้วด้วย แต่เขาจะใช้วิธีไหนไล่คน ๆ นี้ไป “คุณไม่สงสัยเหรอคะ ว่าฉันเป็นอะไรกับเขา” หญิงสาวชี้ไปที่ทิศตะวัน “นี่...” ทิศตะวันขยับมายืนด้านหน้าของดารินทร์ “ถ้าจะมาแสดงความยินดีก็เชิญด้านใน แต่ถ้ามาป่วนก็เชิญกลับไป” “หยาบคายสิ้นดี” เขาว่าทิศตะวัน ก็จะเอียงตัวมองดารินทร์ที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง “คุณเห็นหรือเปล่าว่
ดารินทร์ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนคุยกับทิศตะวัน และหญิงสาวคนนั้นก็เดินไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึงโซฟาตัวที่ทิศตะวันนั่ง เธอจึงไม่ทันได้เห็นหน้า “เสร็จแล้วเหรอครับ” ดารินทร์มองตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่ทิศตะวันถาม ทิศตะวันก็มองตามสายตาของดารินทร์ไปเช่นกัน เขารู้ได้ในทันทีว่าดารินทร์คงจะเห็นตอนที่เขาคุยกับเธอคนนั้นและคงจะสงสัยว่าเป็นใคร “อยากไปไหนต่ออีกมั้ย” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบเอวของเธอไว้ “อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ” ดารินทร์หันไปตอบเขา “งั้นไปกันเถอะ” ทั้งคู่เดินออกไป ดารินทร์ก็ยังคงมองหาหญิงสาวคนนั้น ไม่รู้ทำไมเธอแค่รู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเธอก็แค่นั้น “ที่รัก” เหมือนทิศตะวันจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจับมือเธอแน่น “ผมอยากให้คุณมีความสุขมากกว่านี้” “...” “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ผมอยากให่พูดกับผมตรง ๆ อย่าเก็บไว้เลย” “มุกไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” เธอพูดปัดพลางบีบมือเขาแน่น จริง ๆ เธอไม่ได้อยากคิดมาก มันเป็นแค่เสี้ยวของ
ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านถูกเลื่อนออกช้า ๆ ทิศตะวันที่นั่งรออยู่เงยหน้าขึ้นแล้วก็หยุดนิ่งไปชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรูโอบรับรูปร่างของเธออย่างพอดี ลูกไม้บาง ๆ คลุมไหล่ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน“เป็นยังไงคะ” ดารินทร์ถามเสียงเบา มือกำชายกระโปรงแน่น “มันดูแปลก ๆ มั้ย”ทิศตะวันลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินเข้าไปหาเธอทีละก้าว เขาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมมือเชยคางให้เธอเงยขึ้นมาสบตา“แปลกครับ”คำตอบของเขาทำให้ดารินทร์รู้สึกประหม่า“แปลกตามาก และก็สวยมากด้วย” “งั้นตกลงเอาชุดนี้ค่ะ” แค่ทิศตะวันบอกว่าเธอใส่แล้วสวย เธอก็โอเคแล้ว “ไม่ลองชุดอื่นก่อนเหรอเผื่อที่รักจะชอบ” ทิศตะวันเสนอทางเลือก “แต่ไม่ว่าที่รักจะใส่ชุดไหน พี่เชื่อว่าสวยทุกชุด” “นั่นเป็นคำพูดของคุณพนักงานหรือเปล่าคะ” ดารินทร์เอ่ยแซวทิศตะวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับชายกระโปรงของเธอจัดให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง“หมุนตัวหน่อยสิครับ”เธอลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ กระโปรงสีขาวบานออกอย่างสวยงาม เขามองตามทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ“สวยชะมัด…” “คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” “ค
ภาสกรนั่งมองทั้งคู่เดินลงมาด้านล่าง ดารินทร์หลบสายตาพ่อสามีเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังบกพร่องในหน้าที่ “ย้ายเข้าไปอยู่คืนแรกก็ทำเมียลงมาทานข้าวช้ากว่าทุกวันเลยนะ” “ข้าวใหม่ปลามันครับพ่อ” “นี่คุณ” ดารินทร์หยิกไปที่เอวของเขา “พ่อคงผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว คงจะจำไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” ภาสกรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำโอ้อวดซะมากกว่า “แกมันไม่รู้จักโต” “ไม่โตได้ยังไงละครับ มีทั้งเมียและแถมลูกมาอีกสอง แบบนี้พ่อยังว่าผมไม่โตอีกเหรอ” “แก” “ครับคุณพ่อ” ภาสกรสะบัดหน้าหนี อยากเขวี้ยงอะไรสักอย่างใส่ลูกชายแต่ก็กลัวว่าหลานกับลูกสะใภ้จะตกใจ “ขอโทษนะคะคุณแม่” “จะขอโทษทำไมล่ะ” “ก็หนูไม่ได้ลงมาช่วยแต่งตัวให้ลูก” “ปกติหนูมุกก็ทำไม่เคยขาดตกบกพร่องนี่ ไม่ได้ทำสักวันจะเป็นอะไรไป” ทิพย์สุดาพูดปลอบดารินทร์ เธอเข้าใจถึงความกังวลนั้น แต่เธออยากให้ดารินทร์คิดว่าเธอก็คือแม่คนหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างให้ดารินทร์ได้ “ปกติเช้ามาแม่ก็ไม่ได้ทำอะไร วันนี้ได้ตื่นมาแต่งตัวใ
ความปวดระบมแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อคนตัวเล็กขยับเริ่มตัว หลังลืมตาตื่นดารินทร์ก็มองไปรอบ ๆ จนเห็นใครบางคนนอนมองเธออยู่ตรงหน้า“ทำไมไม่ปลุกคะ” เธอถามเขา“ไม่อยากรบกวน อยากให้ที่รักนอนให้เต็มอิ่ม” เขาเกลี่ยผมที่หล่นมาปรกหน้าของเธอ“กี่โมงแล้วคะเนี่ย”“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ”“ตายจริง” ดารินทร์ตกใจจนตาโต เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเมื่อคืนกันนะ“วันนี้เราจะลางานกันนะ”“ทำไมคะ” ดารินทร์สงสัย หรือเขามีโปรแกรมจะไปที่ไหน“ก็ดูเหมือนว่าที่รักจะเดินไม่ไหวนี่ครับ" เขาสังเหตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัว“...”“ประธานบริษัทอยู่ตรงนี้จะไปกลัวอะไรละครับ”“แต่...”“ไม่มีแต่นะ” นิ้วยาวจิ้มไปที่ปลายจมูกของดารินทร์“งั้นเอามือออกก่อนค่ะ มุกจะไปดูเด็ก ๆ”“แม่จัดการเด็ก ๆ ให้แล้วครับ”ดารินทร์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ดี เธอมาอยู่บ้านเขาแต่กลับนอนสบายให้ผู้ใหญ่ดูแลลูก ๆ แทน“พี่เป็นคนบอกแม่เองว่าเมื่อคืนที่รักไม่ค่อยสบาย”ดารินทร์เงยหน้ามองเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เขาก็ยังปกป้องเธอ"เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะ""มุกอาบเองดีกว่าค่ะ""ไม่เป็นไร" ทิศตะวันช้อนตัวดารินทร์ขึ้นอุ้ม "
บรรยากาศในรถที่พาดารินทร์กลับจากโรงพยาบาลเงียบสนิท ทิพย์สุดานั่งอยู่ข้าง ๆ คอยมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ตลอดเมื่อกลับมาถึงบ้าน ดารินทร์ไม่ได้เดินขึ้นห้องทันทีแต่กลับหันมาหาทิพย์สุดาช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“คุณท่านคะ...หนูอยากกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้ไหมคะ”ทิพย์สุดานิ่งไปครู่หนึ่ง ค
“หมั่บ”“แล้วคุณทานอะไรหรือยัง” เขาก้มลงมองคนที่นั่งอยู่บนตัก “อย่าคิดจะปล่อยให้ลูกของผมหิวเชียวนะ” “...” “ยังไงวันนี้คุณก็ต้องทานข้าวกับผม ถ้าคุณไม่ยอมออกไปทานที่ร้านอาหาร ผมจะโทรสั่งให้เขามาส่ง” “ฉันไม่หิว” “ไอ้หมอเพื่อนผมบอกว่า คนท้องต้องทานอาหารให้ครบห้าห
แสงสีขาวจากหลอดไฟบนเพดานเจิดจ้าเกินกว่าจะสบตาได้เต็มที่ ดารินทร์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก เธอรู้ทันทีว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวหันหน้าไปช้า ๆ ก็พบว่าทิพย์สุดานั่งอยู่ตรงนั้น ใบ
“ใช่! ผมจะแต่งงาน!” เขากระแทกเสียง “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะอนุญาตให้คุณหนีไป! จนกว่าจะคลอด”ดารินทร์เบิกตากว้าง มองใบหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อสายตา เขามักจะย้ำคำนี้ไว้ตอนท้ายของประโยคเสมอ“ต่อให้คุณแต่งงานแล้ว” เธอถามเสียงเบาจนแทบกระซิบ “ฉันยังต้องอยู่อีกเหรอ”ทิศตะวันนิ่งไปแวบหนึ่ง ราวกับตัวเองก็ไม







