LOGIN08
พบปะปะทะฝีปากกับศัตรู
เสียงหม้อดังกระทบกันอยู่ในครัว คนตัวเล็กวุ่นวายอยู่กับการทำอาหารเช้า แม้ว่าจะมีแม่บ้านถึงสองคนทว่าหน้าที่ทำอาหารเช้าเป็นของคนโปรด ยกเว้นช่วงเย็นแม่บ้านสาวสองคนจะทำเตรียมเอาไว้ให้ ส่วนเรื่องงานบ้านคนโปรดไม่จำเป็นต้องทำอะไรพวกนี้เอง
คนโปรดจะชอบทำอาหารเวลามีเรื่องวุ่นวายในหัวให้คิด ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาตื่นขึ้นมาเขาได้เข้าไปดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ตามโซเชียล มีเพจซุบซิบดาราคนดังออกมาโพสต์ถึงสินค้าตัวใหม่ของแบรนด์ Chaucer อีกทั้งยังแนบรูปเขาติดไปด้วย มีหลายคอมเมนต์ที่ชื่นชมในสินค้าใหม่ แต่ก็มีอยู่หลายคอมเมนต์ที่วิจารณ์พาดพิงมาถึงรองประธานบริษัทอย่างคนโปรด
คนที่รู้จักคนโปรดเผิน ๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลวรากุลปรีชาทรัพย์เป็นเหมือนคุณชายที่ทำอะไรเองไม่เป็น เกิดมาสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทอง ทั้งยังโชคดีที่ได้ไปเรียนต่างประเทศทำงานสายแฟชั่นจนเป็นที่รู้จัก
แต่ใครจะรู้ว่ากว่าคนโปรดจะมาอยู่จุดนี้ได้ต้องพยายามมาตั้งเท่าไร จริงอยู่ที่เขาเกิดมาบนกองเงินกองทองเพราะพ่อกับแม่ช่วยกันสร้างมาจนลูกอย่างเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ทว่าคนพวกนั้นไม่คิดบ้างหรือไงว่าที่เขาประสบความสำเร็จได้ก็เพราะความพยายามของตัวเขาเอง
ยังมีบางคนบอกว่าเขาหยิ่งผยอง เดินเชิดหน้าเชิดตาไม่ยิ้มแย้ม แต่นั่นมันก็เป็นบุคลิกที่เขาเป็นมาแต่ไหนแต่ไร หามีคนเข้ามาคุยด้วยเขาก็ยิ้มให้อยู่แล้ว หากรู้จักกันจริง ๆ ก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนอัธยาศัยดีคนหนึ่ง เพียงแค่ไม่ชอบแสดงออกไปอย่างพร่ำเพรื่อเพราะรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องยิ้มแย้มตลอดเวลา
คงเพราะมีความคิดแบบนี้ คนถึงได้มองว่าเขาหยิ่งอย่างนั้นก็ไม่แปลกใจสักเท่าไร
คนโปรดไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมายกับนักเลงคีย์บอร์ดพวกนั้น ทว่าบางครั้งก็อดเก็บมาคิดไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าจะให้เขาโทษตัวเองที่เป็นอย่างคนพวกนั้นพูดกันไหม..ก็คงไม่ เพราะคนที่รู้จักเขาดีที่สุดก็คือเขาเอง
มาก่อนลงมาชั้นล่างด้วยหน้าตายังง่วงงุน เดินเข้าไปในครัวเห็นคนตัวเล็กกำลังวุ่นอยู่หน้าเตา ไม่รู้ว่ายังไม่ตื่นหรือว่าอะไรถึงได้ตรงเข้าไปกอดเอวบางเอาไว้ พลางซุกหน้าเข้ากับซอกคอหอม ร่างเล็กสะดุ้งตกใจเกือบทำ ตะหลิวหล่นจากมือ
“ไอ้ก่อน ปล่อย! ผีบ้าอะไรเข้าตั้งแต่เช้าอีก”
“อือ”
เสียงอื้ออึงดังอยู่ในลำคอ มาก่อนยังไม่ยอมปล่อยกอด ซุกหน้ากับซอกคออย่างเอาแต่ใจ คนโปรดขืนตัวเองให้ออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายทว่าไม่เป็นผล ยิ่งดิ้นแรงเท่าไรมาก่อนก็ยิ่งกอดแน่นขึ้น
“เป็นอะไรของมึงก่อน”
“ขออยู่แบบนี้อีกแป๊บหนึ่ง”
น้ำเสียงอ้อแอ้เอ่ยขอกัน ไม่รู้ว่ามาก่อนเป็นอะไร เมื่อคืนนี้หลังจากที่เขาไล่ออกจากห้องก็เดินหน้าซึมออกไปไม่พูดไม่จา เช้านี้ยังมาทำตัวแปลก ๆ อีก
ทว่าคนโปรดกลับยืนนิ่งปล่อยให้มาก่อนกอดตามที่ขอ อาจจะเพราะลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกผิดเรื่องที่พูดจาไม่น่าฟังใส่เมื่อคืน ทั้งยังไล่ให้ออกไปแบบนั้น
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ใช่คนผิดฝ่ายเดียวสักหน่อย ในเมื่อมาก่อนต้องการยั่วโมโหเขาก่อนเอง
อีกไม่กี่วันก็ครบรอบหนึ่งเดือนที่เราแต่งงานกันแล้ว ยังไม่มีวันไหนที่เราญาติดีกันเลย ..ก็อาจจะมีบ้างที่เผลอญาติดีใส่กัน แต่ไม่นานก็มากัดกันเหมือนเดิม ไม่มีใครยอมใครเลยจริง ๆ
ทั้งที่คนโปรดพยายามเลี่ยงที่จะไม่ยุ่งเกี่ยว กลายเป็นอีกฝ่ายที่ดึงดันพาตัวเองเข้ามาวุ่นวายกับเขาแทน เรียกร้องความสนใจกันไม่หยุด
เพราะรู้จักกันมานานเขาถึงมองมาก่อนออกว่าสิ่งที่อีกคนทำคือต้องการอะไร แม้ว่าสี่ปีที่ผ่านมาเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม และเขาก็คิดว่ามาก่อนเองก็ดูเขาออกเหมือนกัน
ช่วงบ่ายของวันนี้คนโปรดออกมานั่งทำงานที่คาเฟ่ใกล้ที่ทำงานเพราะวันนี้เป็นวันหยุดเลยไม่อยากไปนั่งทำที่บริษัทและก็ไม่อยากนั่งทำที่บ้านด้วยเช่นกัน เปลี่ยนบรรยากาศบ้างเผื่อว่าจะคิดงานออก
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าใช่คุณโปรดหรือเปล่าครับ?”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักกัน ก่อนที่เจ้าของชื่อจะเงยหน้าขึ้นไปมอง ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มกำลังยกยิ้มให้กันเป็นการทักทาย คนโปรดมั่นใจว่าไม่เคยเจออีกคนมาก่อน
“ครับ”
“ผมชื่อโอบนะครับ เป็นลูกค้าที่นัดคุยงานกับคุณโปรดอาทิตย์หน้า”
“อ๋อ สวัสดีนะครับคุณโอบ” คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนทักทายอีกคน คนโปรดไม่เคยเห็นหน้าลูกค้าหรือติดต่อพูดคุยกันโดยตรงมาก่อน การประสานงานต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของเลขา ฉะนั้นเลยไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักชายตรงหน้า “นั่งด้วยกันก่อนไหมครับ”
“ผมไม่ได้รบกวนใช่ไหมครับ”
“ไม่ครับ”
ชายหนุ่มร่างสูงนั่งลงฝังตรงข้าม เป็นครั้งแรกที่โอบได้เจอตัวจริงของคนโปรด ก่อนหน้านี้เขาเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ ที่ลงตามโซเชียลเท่านั้น หลังจากทำการศึกษาเรื่องแบรนด์เสื้อผ้าของคนโปรดมาได้สักพักก็คิดที่จะลงทุนสั่งทำเสื้อผ้ากับทางบริษัท เลยทำการติดต่อไปหาเลขาส่วนตัวของคนตรงหน้า และอาทิตย์หน้าเขาสองคนมีนัดคุยกันเรื่องรายละเอียด
“แล้วนี่คุณโปรดกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ ผมถามได้หรือเปล่า?” สายตากวาดมองไปบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ
“พอดีโปรดกำลังจะวาดแบบไปนำเสนอคุณโอบน่ะครับ ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันเสียก่อน” คนพูดยิ้ม ๆ พลางเก็บกระดาษบนโต๊ะ
“จริงเหรอครับ ผมดูได้ไหม”
“ยังไม่ถึงไหนเลยครับ เอาไว้ค่อยดูวันที่เรานัดกันดีกว่า”
คนโปรดไม่สะดวกที่จะให้โอบดูงานก่อนเพราะเขาไม่ชอบให้คนอื่นเห็นงานที่ตัวเองทำยังไม่เสร็จ อีกอย่างเป็นแค่แบบร่างคร่าว ๆ เท่านั้น
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ”
“สั่งอะไรมาทานไหมครับ เดี๋ยวโปรดเลี้ยงเอง”
“ผมขอเป็นคนเลี้ยงดีกว่าครับ”
“จะให้ลูกค้ามาเลี้ยงได้ยังไงล่ะครับ”
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยครับ ถือเสียว่าเป็นการทำความรู้จักกัน แล้วก็ขอโทษที่รบกวนเวลาทำงานของคุณโปรดด้วย”
“อืม.. ถ้าอย่างนั้นต่างคนต่างสั่งคงจะดีที่สุดครับ”
คนโปรดเอ่ยยิ้ม ๆ เขาไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ แต่ก็ไม่อยากให้โอบเสียเงินเลี้ยงเขาเหมือนกัน เขาจะมีความคิดหนึ่งที่ว่าเงินตัวเองก็มีทำไมต้องให้คนอื่นเลี้ยง หากมีใครได้ยินความคิดนี้ของเขาคงนึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย ทว่ากลับกันเขาจะชอบเป็นฝ่ายจ่ายเงินเลี้ยงให้คนอื่นมากกว่า
ดูท่าโอบจะชอบคนอย่างคนโปรดเสียด้วย คนที่ดูจะเหมือนจะเป็นมิตรแต่แอบหยิ่งอยู่เล็ก ๆ ช่างเป็นคนที่น่าสนใจดีจริง ๆ
มาก่อนขับรถออกมาจากบ้านตรงมาที่บริษัทของคนโปรดคิดว่าอีกคนอยู่หอบเอางานมาทำที่นี่ ทว่าสายตากลับหันไปเห็นร่างคุ้นตากำลังหัวเราะคิดคักอยู่กับชายคนหนึ่งที่เขาเองก็รู้จัก
ตั้งใจจะแวะมารับไปหาข้าวเที่ยงกินด้วยกัน แต่ดูเหมือนจะอิ่มความสุขมากอยู่แล้ว รถยนต์จอดนิ่งอยู่ที่เดิมหลายนาที จ้องมองไปที่ชายหนุ่มสองคนไม่วางตา พลันอารมณ์ยิ่งคุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าหล่อเรียบนิ่ง ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกหนักเบาไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคน
กริ่ง~
เสียงกริ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นต้อนรับลูกค้าคนใหม่ที่เข้ามา มาก่อนเลือกโต๊ะที่นั่งอยู่เยื้องกับคนโปรด เพราะต้องการให้อีกคนมองเห็นแต่ดูเหมือนว่าคนโปรดแทบไม่ได้สนใจอะไรรอบตัวเลยสักอย่าง
“อยากกินอะไรสั่งเลยนะเราเลี้ยงเอง” มาก่อนเอ่ยบอกหญิงสาวที่ตัวเองโทรตามให้มาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ และดูเหมือนว่ามันจะดังพอที่จะเข้าหูคนโปรด ทำให้อีกคนหันมามองกัน ทว่าเพียงแค่เสี้ยววิก็กลับไปยิ้มแป้นให้กับชายหนุ่มอีกคนตรงหน้าตามเดิม
“อะไรก็ได้เลยเหรอคะ?”
“ครับ อะไรก็ได้เลยที่ลูกหว้าอยากกิน”
“แล้วถ้าหว้าอยากกิน..”
มือขาววางทาบลงบนหลังมือมาก่อน ส่งสายตายั่วยวนกันถึงขั้นสุด มาก่อนยกยิ้มหวานกลับไป หางตายังเหลือบมองปฏิกิริยาของภรรยาตัวเอง แต่คนโปรดยังคงไม่สนใจกันดังเดิม
การทำแบบนี้สำหรับคนโปรดก็ไม่ต่างอะไรจากการเรียกร้องความสนใจกัน เมื่อคืนนี้ที่ส่งข้อความมาหาเขาก็เป็นรูปแบบเดียวกัน ครั้งนี้คนโปรดเลยไม่อยากให้ความสนใจอะไรมาก อีกอย่างตอนนี้นั่งอยู่กับลูกค้า เขาไม่อยากทำให้ตัวเองดูไม่ดี แม้จะมีท่าทีนิ่งเฉย แต่ก็แอบหงุดหงิดอยู่เหมือนกันที่เห็นสองคนนั้นถึงเนื้อถึงตัวราวกับสนิทสนมกันมาก
เมื่อเช้านี้คงจะผีเข้าจริง ๆ ถึงได้ทำแบบนั้นกับเขา ไม่น่ายืนนิ่งให้มันกอดเลย!
“อาทิตย์หน้าเรามีนัดกันช่วงเช้าใช่ไหมครับ” โอบเอ่ยถามขึ้นเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ใช่ครับ”
“ให้ผมไปรับคุณโปรดที่บ้านไหมครับ”
“ไม่เป็นไรดีกว่าครับ โปรดเกรงใจ”
“ถือโอกาสไปทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนคุยงานไม่ได้เหรอครับ?”
สีหน้าคาดหวังของโอบฉายชัดขึ้นจนคนโปรดไม่กล้าปฏิเสธเป็นครั้งที่สอง
“เอาแบบนี้ดีไหมครับ คุณโอบนัดโปรดมาว่าจะทานข้าวเช้าร้านไหน เดี๋ยวโปรดจะเป็นคนไปหาเอง คุณโอบจะได้ไม่ต้องขับรถไปรับโปรด”
“อย่างนั้นก็ได้ครับ แค่ได้ทานข้าวกับคุณโปรดสักมื้อก็โอเคแล้วครับ”
“ครับ” คนโปรดยกยิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่าย หากไม่คิดอะไรมากประโยคคำพูดของโอบก็ดูไม่มีอะไรแอบแฝงเลย แต่ถ้าหากคิดเยอะแบบเขาฟังดูแล้วแอบรู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นผมขอแลกช่องทางติดต่อส่วนตัวคุณโปรดไว้ได้ไหมครับ วันที่นัดกันผมจะได้ส่งชื่อร้านอาหารไปให้”
“อ่า.. ได้ครับ”
โอบยกยิ้มกว้างพลางยื่นมือถือส่งให้คนโปรดกดเพิ่มเพื่อนในไลน์ จุดประสงค์ของเขาก็เพื่อติดต่อไปหาอีกฝ่ายจริง ๆ แต่นอกจากเรื่องงานแล้วอาจจะมีอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าเขาก็ยังไม่แน่ใจ
“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า ไว้จะทักไปหานะครับ”
“ครับ”
ความรู้สึกแปลก ๆ ที่มีต่ออีกฝ่ายไม่ใช่ความรู้สึกที่เขาคิดไปเองแน่ ๆ ถึงอย่างนั้นคนโปรดก็ไม่อยากใส่ใจอะไรมากนัก เพราะสำหรับเขาแล้วโอบก็คือลูกค้าคนหนึ่ง การติดต่อพูดคุยกันเรื่องงานก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจริง ๆ แล้วควรติดต่อผ่านเลขาไม่ใช่เขาก็ตาม
คนโปรดตรวจดูความเรียบร้อย เก็บของเสร็จก็เดินไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะเดินผ่านสามีออกไปจากร้าน ปล่อยให้อีกคนมองตามแผ่นหลังอย่างหัวเสีย
ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นมาก่อนทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบอารมณ์แบบนี้ ทั้งที่ต้องการจะยั่วโมโหอีกฝ่ายแต่กลายเป็นเขาเองที่รู้สึกไม่ดี
----- โปรดอย่าหย่าก่อน -----
Talk Talk
คนที่หึงขนาดนี้แต่ปากแข็งยิ่งกว่าหินคือใครค่ะ?
เฉลย มาก่อน
ปัจฉิมบททำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน“ที่รัก ขนมมาแล้วครับ”หลังจากเคลียร์ใจกันไปเมื่อคืนนี้เช้ามาคนเป็นสามีก็เอาอกเอาใจหนักกว่าเดิม ลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง โดยให้แม่บ้านสาวสองคนคอยช่วยสอนทานมื้อเช้าเสร็จมาก่อนก็อุ้มภรรยามานั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เข้าไปเอาของกินเล่นมาให้ พร้อมน้ำผลไม้ที่คนโปรดชอบดื่มเป็นประจำทั้งที่โซฟาก็ตัวใหญ่มีที่ว่างมากพอให้นั่งได้ถึงสามสี่คน ทว่ามาก่อนกลับเลือกนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่าง คอยหยิบขนมป้อนให้คนโปรด“กูกินเองได้น่ะก่อน ไม่ต้องป้อนหรอก”“อยากป้อน อ้าปากเร็ว อา~” ว่างพลางทำเสียงคล้ายกับหลอกล่อเด็กน้อยคนโปรดถอนหายใจอย่างเอือม ๆ กระนั้นก็อ้าปากรับขนมเข้าปาก“อร่อยไหม”“อือ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”ขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกป้อนให้คนโปรดจนหมดจาน ไม่มีเข้าปากตัวเองสักชิ้น แค่เห็นภรรยาตัวเองกินได้ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว“ก่อน”“ครับ?”“ขึ้นมานั่งด้วยกันสิ”“ไม่เป็นไร”“ขึ้นมา”ครั้นคนโปรดเริ่มเสียงแข็งมาก่อนก็ไม่อาจขัดได้ รีบลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กขยับกายเข้ามาชิด กอดแขนแกร่งพร้อมซบไหล่กว้าง ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รวมไปถึงความสบายใจของการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ม
24อย่าเลิกกันเป็นครั้งที่สอง“กินส้มไหมก่อนปอกให้”“...”มาก่อนนั่งอยู่บนพื้นพรมปอกส้มให้คนรักโดยไม่รอฟังคำตอบ ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลคนโปรดก็ยังไม่คุยกับมาก่อนสักคำนี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว มีแต่มาก่อนที่พูดเองเออเองคอยทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ“อ้าปากเร็วครับ” ว่าพลางยื่นส้มไปจ่อที่ปากครั้นคนโปรดยอมอ้าปากกินส้มที่เขาปอกไปเท่านี้ก็พอใจแล้ว แม้ว่าตลอดหลายวันนับตั้งแต่ที่คนโปรดฟื้นขึ้นมาจะยังไม่พูดด้วยสักคำ มาก่อนก็ยังไม่นึกถอดใจ อีกทั้งยังเอาใจมากกว่าเดิม อาจจะน้อยใจบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเอง ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเรียนรู้สิ่งที่คนโปรดเคยเจออยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดมาก่อนยังคงทำหน้าที่ป้อนผลไม้เข้าปากคนรัก ปล่อยให้คนโปรดนั่งดูหนังเฉย ๆ ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดีหมดแล้ว แต่ขาข้างที่หักยังต้องใส่เฝือกอยู่ ช่วงนี้คนโปรดเลยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน ทว่าไม่วายยังวานให้เลขาเอาเอกสารมาให้ตรวจถึงที่บ้าน คนติดงานอย่างคนโปรดหากให้อยู่เฉย ๆ ก็คงรู้สึกเบื่ออยู่ไม่น้อย“ที่รักเมื่อยไหม เดี๋ยวก่อนนวดให้”หลังจากป้อนส้มหมดไปสองลูก ก็เริ่มหาอย่างอื่นทำ คนโปรดละสายตาจ
23หมาหัวเน่าตัวนี้มันรักเธอชายหนุ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำพอหมาดเช็ดไปตามเนื้อตามตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวมาตลอดสองอาทิตย์ แม้กระทั่งหมอเองก็ยังนึกแปลกใจที่คนโปรดไม่ฟื้นขึ้นมาทั้งที่บาดแผลภายนอกหายดีหมดแล้วมาก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมข้างเตียง กุมมือเล็กขึ้นมาจูบซ้ำ ๆ อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน แม้ว่าหลายวันมานี้จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแอบน้ำตาซึมไม่หายทว่าฝ่ามือกลับรู้สึกได้ถึงนิ้วที่กระดิกขยับไปมา หลังจากที่นอนนิ่งไม่ตอบสนองมาหลายวัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจระคนตกใจในที่สุดคนโปรดก็ลืมตาแล้ว“โปรด..” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนรัก พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มดวงตาปรือปรอยเหลือบมองมาก่อนค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้หลบสายตาหนีทว่าไม่พูดไม่อะไรออกมาสักคำ มาก่อนกดปุ่มข้างเตียงเรียกหมอหลังจากตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกกรือภายใน รอพักฟื้นอีกสองสามวันก็สามารถกลับบ้านได้มาก่อนไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวไปให้ผู้ใหญ่ทราบทั้งพ่อแม่คนโปรด และพ่อแม่ของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็มาถึงพร้อม ๆ กันรวมถึงวิเวียนที่แวะมาเยี่ยมพอด
22คำที่ไม่เคยได้พูดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามาก่อนยังคงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แทบจะไม่หลับไม่นอน ใต้ตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ครั้นภายในห้องตกอยู่ในความเงียบก็พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนบางครั้งก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนกุมมือเล็กเอาไว้ยกขึ้นแนบใบหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังใบหน้าคนรักแทบจะตลอดเวลา หากคนโปรดตื่นมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก แม้ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นหน้าผู้ชายเลว ๆ คนนี้อยู่หรือเปล่าหากนึกย้อนไปเมื่อวันเกิดอุบัติเหตุ มาก่อนเกือบขาดใจตายไปหน้าห้องฉุกเฉินแล้วแท้ ๆ เพราะคำบอกกล่าวของหมอ แต่เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจคนรักห่วย ๆ อย่างเขาอยู่บ้าง เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ใช่คนโปรด แต่เป็นอีกคนที่เกิดอุบัติเหตุมาพร้อมกัน เพียงแค่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้นส่วนคนโปรดก็มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่มองเห็นได้ภายนอกอีกทั้งขาข้างขวาหักทว่าได้ทำการใส่เฝือกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภายในโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ด้วยแรงกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะทำให้คนโปรดหมดสติ ซึ่งหมอก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน แม้ว่าภายนอกจะดูปกติดีแล้วก็ตาม“โปรด.. ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน กลับมาหาก่อนได้แล้ว
21เรื่องราวในอดีต4 ปีที่แล้วเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีนั่งหน้าบึงตึ้งกำมือถือแน่นด้วยความโกรธ สามชั่วโมงแล้วที่เขาพยายามติดต่อหาคนรัก ทว่าอีกคนไม่รับอีกทั้งยังปิดเครื่องหายไปเพื่อนสนิทของมาก่อนที่คนโปรดพอจะรู้จักก็โทรไปแล้วแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะรับสายเช่นกันเมื่อช่วงสายของวันหลังจากเลิกเรียนแล้วคนโปรดไปรอมาก่อนที่หน้าคณะบริหาร ไม่นานนักอีกคนก็หัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อน แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเขานั่งรออยู่ตรงนี้“ก่อน!” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินเข้าไปหาพลางยกยิ้มให้น้อย ๆ“อ้าวโปรด มารอนานยังทำไมไม่ส่งข้อความไปบอกก่อน”“โปรดส่งไปแล้วนะ”“อ่า.. เหรอ สงสัยก่อนไม่ได้ยิน ขอโทษนะ”มาก่อนหัวเราะแห้ง ๆ ครั้นตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดู เพราะมันแต่คุยกับเพื่อนเรื่องปาร์ตี้งานวันเกิดพี่บาสคืนนี้“ไม่เป็นไร”“จริงสิ เดี๋ยวคืนนี้ก่อนไปงานวันเกิดพี่บาสนะ”“อีกแล้วเหรอ?” คำถามของคนโปรดทำเอาเพื่อน ๆ ในกลุ่มมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เพราะรู้ดีว่ามาก่อนแทบอยู่ไม่ติดห้อง เอะอะก็ไปร้านพี่บาสราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง“วันนี้วันเกิดพี่บาส ก่อนรับปากไว้แล้วว่าจะไปเลยไม่อยากผิดคำพูด”“เดี๋ยวนี้ก่อน
20ความเจ็บปวดที่ไม่เคยชินชาหนึ่งอาทิตย์ในประเทศฝรั่งเศสมาก่อนรู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเขากับคนโปรดได้เที่ยวเล่นด้วยกันโดยไร้ซึ่งปากเสียง อีกทั้งยังยิ้มและหัวเราะให้เขามากขึ้น เหมือนตอนยังเป็นแฟนกันไม่มีผิดคนโปรดพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตอนกลางวันเดินชมศิลปะภาพวาด เดินเล่นกันจนถึงตะวันลาลับฟ้าพร้อมชมความสวยงามของพิระมิดแก้วในตอนกลางคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง ได้ยืนเคียงข้างคนที่ตัวรักท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกมันดีเกินบรรยายมาก่อนได้ถ่ายภาพเก็บไว้ จนเต็มเครื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นรูปตอนเผลอของคนโปรดเสียมากกว่า ทั้งยังแอบตั้งไว้เป็นรูปล็อกหน้าจออย่างถือวิสาสะไม่ให้เจ้าตัวรู้อีกต่างหาก“เพิ่งกลับมาถึงบ้านมึงก็จะไปทำงานเลยหรือไง?”“แค่จะแวะเข้าไปดูสักหน่อย ไม่อยู่ตั้งหลายวัน”“ไม่มีมึงคนเดียวอีกสักวันไม่เจ๊งหรอกโปรด พ่อมึงก็อยู่ พักอีกอีกสักวันเถอะนะ”เก็บกระเป๋าเข้าที่เสร็จแล้วมาก่อนก็เข้ามานั่งเล่นอยู่ที่ห้องคนโปรด ทว่าคนบ้างานจะเข้าบริษัททั้งที่เพิ่งกลับมาถึงแท้ ๆ ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยหรือรู้สึกอยากพักผ่อนบ้างหรือยังไงกันคนโปรดมองคนที่นั่งอยู่ปล







