LOGIN
บทนำ
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงสว่างวาบผ่าความมืดมิดเหนือทำเนียบประธานาธิบดีบลูการ์เดน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วอาณาบริเวณ สายฝนห่าใหญ่ซัดกระหน่ำผนังกระจกหนาเตอะของเรือนพฤกษศาสตร์โบราณจนเกิดเสียงซู่ซ่าอื้ออึง
กลิ่นไอดินชื้นแฉะผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของพายุฝนด้านนอกไม่อาจดับความร้อนรุ่มมหาศาลที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในเรือนกระจกได้แม้แต่น้อย
“แฮ่ก... อึก!”
สองขาเรียวของ ฮายอน (แพคฮายอน) ภัณฑารักษ์หนุ่มวัยยี่สิบห้าปีทรุดฮวบลงกับพื้นกระเบื้องลายโบราณ สองมือขาวซีดสั่นระริกขณะกอดกระเป๋าหนังใส่เอกสารสัญญาประวัติศาสตร์ฉุกเฉินไว้แนบอก ลมหายใจที่พรูออกจากริมฝีปากอิ่มร้อนผ่าวจนแทบลวกผิว
‘ทำไมมันถึงมาออกฤทธิ์ตอนนี้วะ...’
ฮายอนกัดฟันกรอด ยาระงับฮีทราคาถูกที่ซื้อมาจากตลาดมืดใต้ดินไม่เพียงแต่หมดฤทธิ์กะทันหัน แต่มันกลับทำปฏิกิริยาย้อนกลับ ร่างกายของโอเมก้ายีนด้อยที่เคยเงียบสงบมาตลอดหลายปีกลับปะทุความต้องการรุนแรงราวกับเขื่อนแตก
ฟีโรโมนกลิ่นพีชขาวฉ่ำน้ำที่หวานล้ำลึกฟุ้งกระจายออกจากต่อมฟีโรโมนหลังท้ายทอยอย่างบ้าคลั่ง มันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลแทรกซึมไปทั่วทุกซอกมุมของเรือนกล้วยไม้ป่า
“ต้อง... ต้องรีบออกไปจากที่นี่...”
ฮายอนพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าขาทั้งสองข้างกลับอ่อนแรงจนไร้การควบคุม หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วสั่นเทาจะแตะถึงบานประตูกระจก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกลับดังแทรกผ่านเสียงพายุฝนเข้ามาจากเงามืดด้านในสุดของเรือนกระจก
ตึก... ตึก... ตึก...
จังหวะก้าวเดินที่เยือกเย็นและแฝงแรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งลงในพริบตา กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนดุดันของไม้ซีดาร์โบราณแผ่ซ่านออกมากดทับจนฮายอนแทบจะหยุดหายใจ
“ใคร...” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดมิด “ใครสั่งให้มึงปล่อยให้คนนอกเข้ามาในนี้!”
เงาร่างสูงตระหง่านก้าวพ้นแนวพุ่มไม้ดัด แสงฟ้าแลบที่สว่างวาบสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก สันกรามคมกริบ ดวงตาสีรัตติกาลลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
ฮายอนเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นปิดปากแน่น ร่างกายสั่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำใบหน้านั้นได้ชัดเจน
แทกยอม (ชเวแทกยอม) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ผู้นำสูงสุดที่ประชาชนเคารพยำเกรง อัลฟ่าอินิกมาสายเลือดบริสุทธิ์ผู้ไร้พ่าย
“ทะ ท่านประธานาธิบดี...” ฮายอนละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“กลิ่นพีช...” แทกยอมหยุดชะงัก สายตาคมกริบจับจ้องลงมายังร่างที่ทรุดอยู่บนพื้นราวกับพญาราชสีห์กำลังมองเหยื่อ “กลิ่นพีชมาจากตัวคุณ...”
“อย่านะครับ... ถอยไปเถอะครับ!” ฮายอนพยายามถอยกรูด แผ่นหลังชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนเย็นเฉียบ “ผม... ผมแค่มาส่งเอกสารด่วน... ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงล้ำเข้ามา...”
“ส่งเอกสาร?” แทกยอมแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยประกายคลุ้มคลั่งจากภาวะรัทขั้นรุนแรง “ส่งเอกสารแต่กลับปล่อยฟีโรโมนยั่วกันถึงขนาดนี้เนี่ยนะ”
“ไม่ใช่ครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจ... มันเป็นอุบัติเหตุ!”
“โกหก”
เพียงก้าวเดียว แทกยอมก็ประชิดถึงตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของฮายอน ออกแรงกระชากเพียงเล็กน้อยร่างโปร่งก็ลอยละลิ่วเข้ามาปะทะแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาหลอม
“อ๊ะ! ปล่อยผมนะ!” ฮายอนดิ้นรนสุดแรง สองมือดันแผงอกแกร่งไว้ แต่แรงของโอเมก้ายีนด้อยในยามฮีทไม่อาจเทียบเคียงเรี่ยวแรงมหาศาลของอัลฟ่าผู้นำได้เลย
“หวาน...” แทกยอมก้มลงสูดดมซอกคอขาวเนียนอย่างหิวกระหาย ปลายจมูกโด่งกดลงบนผิวเนื้อนุ่มจนฮายอนสะดุ้งสุดตัว “กลิ่นหวานขนาดนี้... คุณซ่อนมันไว้ได้ยังไง”
“ฮึก... ได้โปรด... มีสติหน่อยสิครับท่านประธานาธิบดี!” ฮายอนหอบหายใจรวยริน ความร้อนจากฝ่ามือของแทกยอมที่ลูบผ่านเอวคอดขึ้นมาทำให้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด “พวกเราทำแบบนี้ไม่ได้...”
“ทำไมจะไม่ได้” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก “ในเมื่อฟีโรโมนของคุณมันเรียกร้องหาผมขนาดนี้”
“อื้อ!”
ไม่รอให้มีคำทัดทานใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากหยักร้อนบดขยี้ลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ แทกยอมสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของฮายอนอย่างไม่ปรานี สัมผัสที่รุนแรงปนเปรอสวาททำให้ฮายอนครางอื้ออึงในลำคอ
รสสัมผัสของฟีโรโมนซีดาร์ที่ซึมลึกเข้ามาทำให้ความทรมานจากอาการฮีทในร่างกายของฮายอนคลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ สัญชาตญาณการยอมจำนนต่ออัลฟ่าแท้จริงสั่งการให้สองแขนที่เคยผลักไสค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







