تسجيل الدخول“สวัสดีค่ะ พ่อ แม่” น้อยหน่าทักขึ้นทันทีที่เห็นทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถ พยายามทำเสียงให้ดูสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกตึงเครียดตั้งแต่วินาทีแรกที่ขึ้นรถ พ่อกับแม่ของเธอยังแต่งตัวยศเหมือนเดิม ชุดเดรสยาวสง่า กับชุดสูททางการ
เฮ้อ ก็คุณหญิงอร ภรรยาท่าน ส.ส นี่เนอะ
“ขึ้นรถเถอะลูก”
“ค่ะแม่”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดตั้งแต่ยังไม่เริ่มมื้อจริงจัง โต๊ะอาหารถูกจัดอย่างดี กลิ่นหอมลอยคลุ้งชวนกิน แต่กลับไม่มีใครแตะต้องมันเลย
รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของโต๊ะอื่น ตัดกับโต๊ะของพวกเขาที่เงียบผิดปกติ ตั้งแต่ขึ้นรถจนมาถึงร้าน น้อยหน่ากับพ่อแทบไม่ได้คุยกัน มีเพียงแม่ที่พยายามชวนคุย
เมื่ออาหารถูกวางเต็มโต๊ะ พ่อที่เงียบอยู่นานก็เริ่มพูดขึ้นพร้อมกับเริ่มกินอาหาร
“ช่วงนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง” ผู้เป็นพ่อถามโดยไม่หันมามองลูกแม้แต่น้อย ราวกับพูดคุยกับลมมากว่าลูก
“ก็เรื่อย ๆ ค่ะ” น้อยหน่าตอบสั้น ๆ พยายามให้เสียงของตัวเองดูนิ่งที่สุด เพราะเธอรู้ดีว่าคำถามแบบนี้มักจะมีประโยคถัดไปตามมาเสมอ
“ผลการเรียนดูแล้วก็ยังพอใช้ได้ แต่ควรโฟกัสให้มากกว่านี้หน่อย ได้ยินมาว่าช่วงนี้แกเอาแต่เล่นเกม ไม่ก็ไปเที่ยวร้านเหล้า” พ่อพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ จนแม่และน้อยหน่าทานข้าวต่อไม่ลง
“ก็เล่นบ้างค่ะ ว่างก็ไปกินเหล้า แต่ไม่ได้กระทบการเรียนนะคะ”
“น้อยหน่า!”
“โธ่พ่อ ก็น้อยหน่าเหงานี่” เธอพูดออกมาโดยไม่ทันคิดนัก ก่อนจะเม้มปากทันทีที่รู้ว่าคำพูดของตัวเองอาจฟังดูเหมือนกำลังเถียง
“ให้มันมีขอบเขตบ้างเถอะ”
“กินข้าวกันก่อนเถอะค่ะคุณ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด” แม่ของเธอรีบพูดแทรกขึ้นมาเหมือนต้องการตัดบทก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปกว่านี้ นาน ๆ ทีพ่อลูกได้มาเจอกัน แต่กลับจะหาเรื่องกันสะได้
“อีกอย่าง ฉันคิดว่าช่วงนี้พวกเรา พ่อแม่ลูก ควรกลับมากินข้าวให้พร้อมหน้าพร้อมตากันบ่อยขึ้นหน่อย อย่างน้อยอาทิตย์ละสามสี่ครั้ง” พ่อพูดต่อเหมือนเตรียมเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรก คำพูดเป็นนัยน์ทำให้น้อยหน่ามึนงงไปชั่วขณะ
“คะ…?” จนตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อจะสื่อ
“แล้วก็ควรหาเวลาไปทำกิจกรรมด้วยกันให้มากขึ้น ทำอะไรที่มันมีประโยชน์ที่เข้าท่ากว่าไอ้การเล่นเกมหรือเที่ยวร้านเหล้าของแก”
“คะ…?”
“ช่วงนี้ฉันกำลังลงสมัครเลือกตั้ง คนเขาจับตามองหลายอย่าง รวมถึงครอบครัวด้วย” ผู้เป็นพ่อพูดออกมาตรง ๆ และเพียงแค่ประโยคนี้น้อยหน่าก็เข้าใจทุกอย่าง
“คุณก็พูดตรงเกินไป เดี๋ยวลูกจะอึดอัด”
“ฉันไม่ได้ขออะไรยาก แค่อยากให้คนเห็นว่าเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตา ทำแบบนี้มันดีกับทุกคน”
“อย่าทำอะไรที่ทำให้ฉันกับแม่แกต้องขายขี้หน้า” เขาพูดทิ้งท้ายแค่นั้น ก่อนที่จะทานข้าวต่อ มีเพียงน้อยหน่าตอนนี้ที่ชักจะทานอะไรไม่ลง
น้อยหน่าเงียบ ครอบครัวของเธอมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง กว่าจะได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันดี ๆ ไม่เคยมีเลยสักครั้ง มีแต่เรื่องชวนให้น่าอึดอัด ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่สั่งเธอนั่นนี่ก็คงไม่พ้นอยากจะได้ภาพลักษมณ์ที่ดีต่อครอบครัว ไม่ได้เป็นห่วงเธอแม่แต่น้อย จนตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมา
“เข้าใจที่ฉันพูดไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ดี”
ระหว่างกินข้าวท่ามกลางบรรยากาศอึดอัด น้อยหน่าค่อย ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใต้โต๊ะแล้วพิมพ์ข้อความอย่างเงียบ ๆ
[เฮีย...พายคิดถึงเฮีย]
เธอกดส่งพร้อมความรู้สึกเหมือนกำลังหาที่หลบภัย เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ คนที่น้อยหน่าคิดถึงเป็นคนแรกก็คือเฮียธีร์ ตอนนี้เธออยากคุยกับเขามากกว่าพ่อเสียอีก
น้อยหน่าไม่รู้ตัวเลยว่าที่เธอแอบเล่นโทรศัพท์มือถือนั้น ล้วนอยู่ในสายตาของพ่อทั้งหมด
ปึง!
เสียงตบโต๊ะอาหารดังขึ้นสนั่นกลางร้าน ทำให้คนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว น้อยหน่าเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน
“กินข้าว อย่าเอาแต่เล่นโทรศัพท์”
“ค่ะ”
“อื้อ เบา ๆ นะ มันอันตราย” น้อยหน่าพูดขึ้น พลางรับหมวกมาใส่ มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อื้ม กูจะไม่ทำให้มึงเจ็บตัว”รถขับออกไปท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบพื้นถนนดังต่อเนื่องซ่าา เสียงฝนดังกลบทุกอย่างรอบตัว เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ ตี๋ขับรถไปอย่างระมัดระวังที่สุด ลดความเร็วลงมากกว่าปกติ มือจับแฮนด์แน่น ในขณะที่น้อยหน่าซ้อนอยู่ด้านหลัง กอดเอวเขาแน่นขึ้นทุกครั้งที่รถสั่นเล็กน้อย“อื้อ เปียกหมดเลย” น้อยหน่าบ่นออกมาเบา ๆ หลังจากลงจากรถ เสื้อผ้าชื้นไปเกือบทั้งตัว“อึก…ตี๋” น้อยหน่ากลืนน้ำลายเมื่อเขาเห็นเสื้อของอีกฝ่ายที่เปียกลู่ไปกับร่างกาย เผยกล้ามเนื้อแน่น ทำเอาน้อยหน่าหน้าแดงซ่าน“ขึ้นมาบนห้องก่อนไหม ฝนน่าจะตกนานเลย เรากลัวตี๋ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุอะ” เธอพูดรวดเดียวจบ น้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน“ปากเสีย”“ไม่ได้ปากเสียสักหน่อย! เราเป็นห่วงต่างหาก” น้อยหน่ารีบเถียงกลับทันที คิ้วขมวดอย่างงอแง“หึ ก็ได้”“น้อยหน่าไม่มีเสื้อผ้าให้อะ” เธอพูดขึ้นหลังจากเข้ามาในห้องแล้ว พลางยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงนั้น“...” เขาเงียบ มองเธอนิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไร“มี
“เอ่อ คอมเธอใกล้ซ่อมเสร็จแล้วนะ รออะไหล่มาถึงเดี๋ยวเปลี่ยนให้” ตี๋พูดขึ้นในระหว่างที่เขากับเธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เขาเป็นคนจองไว้ บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบ แสงไฟสลัว ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น“จะได้เมื่อไหร่เหรอ” น้อยหน่าถามขึ้น พลางเงยหน้ามองตี๋เล็กน้อย สายตามีทั้งความคาดหวังและความสงสัยปนกันไปไม่ได้เล่นเกมมากี่วันแล้วนะ...พอคิดถึงเรื่องเกม ตอนนี้ในหัวของน้อยหน่ากลับไม่มีเฮียธีรืเลยแม้แต่น้อย“เสาร์หน้า”“อ่า ดีเลย”“แต่มีข้อแลกเปลี่ยน” ตี๋พูดต่อทันทีหลังจากนั้น สายตามองเธออย่างมีเลศนัย มุมปากยกขึ้นนิด ๆ เหมือนคนที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้แล้ว“ตี๋จะเจ้าเล่ห์อะไรอีก” น้อยหน่าหรี่ตามองเขาเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความระแวง แต่ก็ไม่ได้จริงจังถึงขั้นไม่อยากฟัง“กูเจ้าเล่ห์ที่ไหนล่ะ” เขายักไหล่ตอบแบบไม่ใส่ใจ น้ำเสียงติดกวนเล็ก ๆ ตามนิสัยเดิมที่เธอคุ้นเคยดี“ตี๋อย่าพูดคำหยาบสิ” เธอทำหน้าดุใส่เล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน แต่ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร กลับออกแนวเหมือนงอแงมากกว่า“พรุ่งนี้ไปเที่ยวกัน” เขาเปลี่ยนเรื่องทันทีเหมือนไม่อยากโดนบ่นต่อ พลางมองเธอตรง ๆ เหมือนกำลังรอค
“น้อยหน่าลืมว่าขับรถมา”“...” คำตอบของน้อยหน่าทำเอาตี๋อึ้งไป คนเราจะลืมได้เหรอว่าเอารถมาเรียน แต่ก็น่ารักชะมัด“งั้นน้อยหน่าเอารถไปไว้ที่คอนโดก่อนได้ไหม”“ได้สิ งั้นเดี๋ยวไปรอรับที่คอนโด”“อื้อ”เมื่อตกลงกัน ตี๋ก็ขับรถตามเธอไปจนถึงคอนโด ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงคอนโดของน้อยหน่าตี๋เพิ่งเคยมาคอนโดของเธอที่นี่เป็นครั้งแรก สายตาคมมองไปยังคอนโดสูงเบื้องหน้า น้อยหน่าเป็นลูกคุณหนู ดูก็รู้ว่าตึกนี้ถ้าซื้อคอนโดห้องหนึ่งคงราคาเกือบสามสิบล้านการที่เธอยอมซ้อนท้ายไปทานข้าวกับเขาก็นับว่าเหนือความคาดหมายแล้วน้อยหน่าลงจากรถทันทีที่ถึงคอนโด เธอเดินมาหาตี๋ ในเวลานี้ชายหนุ่มสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ คร่อมมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาน้อยหน่าใจเต้นระรัวตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก‘ละ...หล่อชะมัดเลย’ น้อยหน่าคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา เธอยังคงรักษาฟอร์มอยู่“ซ้อนเป็นจริง ๆ ใช่ไหม”“เอ๊ะ บอกว่าเป็นก็เป็นสิ”“แล้วไปซ้อนใครมา”“...” คำถามของตี๋ทำเอาพูดไม่ออก ก่อนที่มุมปากเล็ก ๆ จะค่อย ๆ ยกยิ้ม ถามกันแบบนี้ อย่าบอกนะว่าหึงกันอะ“น้อยหน่า”“กะ...ก็ซ้อนพ่อ”“แล้วไป”“ทำไม หึงเหรอ?” น้อยหน่าแกล้งถามกลับ อ
หลายวันมานี้ตี๋ยังไม่ได้เจอหน้าน้อยหน่า เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง พอไม่ทัก เธอก็ไม่คิดจะทักกลับ ตอนแรกก็ตั้งใจจะแค่แกล้งเล่น เอาแค่สนุก ตามอารมณ์ที่พาไป แม้จะยังชอบเธออยู่ตั้งแต่เลิกรากันไป แต่ก็ไม่คิดว่าจะอาการหนักจนถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับแบบนี้พอคิดจะง้อ ก็กลัวเสียศักดิ์ศรี แต่อีกใจก็ไม่ได้อยากค้างคาอุตส่าห์หายไปสามปีแล้ว ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้ง เลยไม่อยากห่างจากกันอีก อยากครอบครอง อยากอยู่ใกล้เช้าวันนี้ตี๋ลงทุนไปร้านตัดผมของเพื่อนพี่ชาย เขาไปตัดผมจนสั้นเกรียน ย้อมผมใหม่เป็นสีทอง หนวดเคราที่เคยรุงรังก็ตัดออก เผยใบหน้าเกลี้ยงเกลา“เฮ้อ รู้สึกโล่งหัวเลยวะ” เขายืนอยู่หน้ากระจก มองตัวเองอย่างไม่คุ้นเคย นี่ก็ไม่ได้ตัดผมมาสามเดือนแล้ว พอมาตัดก็รู้สึกโล่ง ๆ แปลก ๆ“แม่ง...มึงจะชอบไหมวะ น้อยหน่า” ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะเธอ ยิ่งได้ยินคำพูดของพี่ชายในวันนั้น ก็ยิ่งอยากดูแลตัวเองกลัว...กลัวว่าเธอจะไม่เอาวันต่อมา น้อยหน่ามาเรียนหนังสือตามปกติ เธอยังไม่ได้ไปหาตี๋ อย่าว่าแต่จะไปหาเลย แค่จะทักก็ยังไม่อยากทัก ยังคงนอย ๆ เขาอยู่ระหว่างที่เธอนั่งรอเลิกเรียนอยู่นั้น มีนที่เห็นเพื่อนเ
เฮ้อ...ไอ้ตี๋เอ้ยตี๋ลองเปลี่ยนแอคเคานต์ไปใช้แอคตี๋ มงคล แล้วแชทไปหาเธอทันที[น้อยหน่า]น้อยหน่า...ได้อ่านแล้ว[มีอะไร ถ้าจะขอโทษก็ไม่ต้อง] ทันทีที่เห็นข้อความกลับคิ้วกระตุก จากที่กำลังเป็นห่วงกลับหงุดหงิดขึ้นมา‘ดื้อจังเลยวะ’[เปล่า แค่จะบอกว่าหน้าที่เบ๊ของเธอยังไม่จบ วันมะรืนมาตามนัดด้วย]น้อยหน่า...ได้อ่านแล้วฝั่งของน้อยหน่าหลังจากที่เธอได้อ่านแชทแล้ว เธอก็ถึงกับกรีดร้องทันทีด้วยความหงุด จากที่เสียใจ น้อยใจอยู่แล้ว ตอนนี้เธอยิ่งหงุดหงิด จนจะกลายเป็นบ้าอยู่แล้ว“ไอ้บ้า! ไอ้คนนิสัยเสีย!” น้อยหน่าด่าออกมาอย่างอดไม่อยู่ มือกำโทรศัพท์แน่น สีหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ใจหนึ่งอยากจะพิมพ์สวนกลับไปแรง ๆ แต่อีกใจก็ทำได้แค่บ่นกับตัวเองวินาทีนี้เธอไม่อยากคุยกับตี๋ อยากคุยกับเฮียธีร์มากกว่า[พายมาแล้ว] เธอทักไปหาเฮียธีร์อีกครั้งหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว และข้อความของเฮียธีร์ก็ตอบกลับเธอมาทันทีราวกับว่าเขากำลังรอยอยู่[เป็นไงบ้างคะ หายหัวร้อนแล้วรึยัง][พายขอโทรหาเฮียได้ไหมคะ][ได้สิ]“เฮียยยยย” เสียงเธอลากยาวทันทีที่สายถูกเชื่อมต่อ น้ำเสียงออดอ้อนปนงอแงอย่างเห็นได้ชัด“หื้ม
“อ้าส์...ใกล้เสร็จแล้ว” ตี๋เชิ่ดหน้าครางเสียวกระเส่า ใบหน้าสุขสมอย่างคนที่ใกล้จะถึงปลายฝั่ง ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งในท่าคลาน เธอเองก็อยากเห็นผู้ชายเสร็จต่อหน้าต่อตา ด้วยความอยากรู้สายตาคมมองน้อยหน่าที่อยู่ในท่าคลานยั่วยวน เธอจับหน้าอกของเธอ ทั้งบีบทั้งคลึงตามที่ตี๋ต้องการ“น้อยหน่า...”“อะ...อะไร” น้อยหน่าขานรับเสียงสั่น ภาพตรงหน้าทำให้เธอใจสั่นระรัว ทว่าคำพูดต่อมาของเขาทำเอาน้อยหน่าตกใจแทบช็อก“อมให้หน่อย”“มะ...ไม่ได้!” น้อยหน่าส่ายหน้า ใบหน้าแดงก่ำ เธอยังมองแกนกายที่กำลังชี้มานั้นอย่างอาย ๆใหญ่แบบนั้น…เข้าปากไม่ไหวหรอก“งั้นฉันก็จะไม่ส่อมคอมให้เธอ” ทว่าประโยคนี้ ประโยคเดียว กลับทำความหวาดกลัวของน้อยหน้าหายไปจนหมดสิ้น“ไม่ได้นะ! ตี๋อย่ามาผิดสัญญา”“ไม่ได้ผิดสัญญา ยังไงฉันก็ต้องส่อมให้เธออยู่แล้ว แต่ไม่ใช่วันนี้”ยิ่งฟัง น้อยหน่าก็ยิ่งหมดความอดทน เธอทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ที่ยอมทำตามสั่งเขาทุกอย่าง แต่เขาก็เล่นลิ้นกลับกลอกไปมาน้อยหน้าน่ะ…ไม่ใช่ของเล่นนะ“เอาไง จะทำหรือไม่ทำ”“ตี๋!”“ทำไม มีปัญหา?” ตี๋ทำหน้ากวน เหมือนหาเรื่อง แต่วินาทีนี้ น้อยหน่าคิดในใจ เธอจะไม่เป็นเหยื่อของเขาอีกต่อไป“น







