เข้าสู่ระบบพิมพ์พลอยนั่งนิ่งอยู่ในรถ ทั้งที่มือยังถูกคิรากรจับไว้ไม่ปล่อย
อุณหภูมิจากฝ่ามือของเขาร้อนจนหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ “คุณคิระ…” เสียงหวานเรียกเบา ๆ เหมือนคนตั้งสติไม่ทัน ชายหนุ่มจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยมือช้า ๆ “ลงไปกินข้าวได้แล้ว” น้ำเสียงกลับมาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พิมพ์พลอยยังรู้สึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ชัดเจนอยู่เลย เธอรีบเปิดประตูลงจากรถทันที ลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า หวังให้แก้มที่ร้อนอยู่เย็นลงบ้าง คิรากรเดินอ้อมรถมาหยุดข้างเธอ สูทสีดำเข้มกับใบหน้าหล่อคมทำให้คนแถวนั้นแอบมองไม่หยุด เขาโดดเด่นเกินไป โดดเด่นจนเธอเริ่มอึดอัด “คุณคิระคะ…” “หืม” “คนมองใหญ่เลย” ชายหนุ่มเหลือบมองรอบตัว ก่อนตอบเรียบ ๆ “แล้วไง” “ก็…” “เธออายเหรอ” พิมพ์พลอยเม้มปากนิด ๆ “นิดหน่อยค่ะ” คิรากรจ้องหน้าเธอ ก่อนยกมือขึ้นแตะแก้มเบา ๆ “ชินไว้” “คะ?” “หลังจากนี้ คนจะมองมากกว่านี้อีก” หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันถามว่าเขาหมายความว่ายังไง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก่อน “คุณคิระ?” หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเดรสสีแดงเดินเข้ามา สวย แพง และมั่นใจ พิมพ์พลอยจำเธอได้ทันที ลลิน คู่หมั้นทางธุรกิจที่เป็นข่าวกับคิรากรมาตลอด สายตาของลลินมองพิมพ์พลอยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยิ้มบาง ๆ “ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่” คิรากรสีหน้าเรียบเฉย “มีธุระ?” คำถามตรงเกินไปจนบรรยากาศเงียบลงนิดหนึ่ง แต่ลลินยังยิ้มได้ “ลลินนัดลูกค้าไว้ค่ะ แล้วนี่…” เธอหันมามองพิมพ์พลอย “ใครเหรอคะ” พิมพ์พลอยกำลังจะตอบ แต่คิรากรกลับพูดก่อน “คนของผม” โลกทั้งใบเงียบไปชั่วขณะ พิมพ์พลอยหันขวับไปมองเขาทันที แม้แต่ลลินยังหน้าเปลี่ยน “คุณคิระพูดเล่นหรือเปล่าคะ” “ผมไม่ชอบเล่น” น้ำเสียงราบเรียบ แต่ชัดเจนทุกคำ ลลินยิ้มค้างไปนิดหนึ่ง “แต่ก่อนหน้านี้คุณไม่เคย—” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ” ประโยคนั้นแทงตรงเกินไป พิมพ์พลอยเริ่มสงสารอีกฝ่ายขึ้นมานิด ๆ แต่ลลินก็ยังรักษาหน้าได้ดี “เข้าใจแล้วค่ะ งั้นลลินไม่รบกวน” เธอมองพิมพ์พลอยอีกครั้ง รอยยิ้มยังสวยงาม แต่สายตาเย็นลงชัดเจน “หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ” หญิงสาวเดินจากไปพร้อมกลิ่นน้ำหอมราคาแพง ทันทีที่อีกฝ่ายลับสายตา พิมพ์พลอยก็รีบหันมาหาคิรากร “คุณคิระคะ!” “อะไร” “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ” “แบบไหน” “ที่บอกว่า…พลอยเป็นคนของคุณ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดหนึ่ง “ผิดตรงไหน” “ก็เราไม่ได้—” “เธอไม่อยากเป็น?” คำถามนั้นทำให้เธอพูดไม่ออก คิรากรก้มลงมองหน้าเธอใกล้ ๆ “ตอบสิ” กลิ่นน้ำหอมสะอาดจากตัวเขาทำให้พิมพ์พลอยยิ่งสับสน “พลอย…ไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ” “งั้นก็พอ” เขาพูดง่าย ๆ ก่อนจับข้อมือเธอเดินเข้าร้านทันที พิมพ์พลอยได้แต่เดินตามงง ๆ แต่ยังไม่ทันถึงโต๊ะอาหาร โทรศัพท์ของคิรากรก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับสาย สีหน้าเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ “ว่าไง” เธอไม่รู้ปลายสายพูดอะไร แต่บรรยากาศรอบตัวเขาน่ากลัวขึ้นทันที “ใครอนุญาตให้มันเข้าไปที่นั่น” น้ำเสียงเย็นจัดจนพนักงานแถวนั้นสะดุ้ง พิมพ์พลอยมองเขาอย่างกังวล คิรากรนิ่งฟังอยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ “ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เขาวางสาย แล้วหันมามองเธอ “กินข้าวก่อนนะ” “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” “ปัญหางาน” “ดูซีเรียสมากเลย…” ชายหนุ่มมองหน้าเธอเงียบ ๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบหัวเบา ๆ “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น” “แบบไหนคะ” “เหมือนเป็นห่วงฉัน” หัวใจของพิมพ์พลอยเต้นแรงอีกครั้ง เธอรีบหลบสายตา “พลอยก็แค่…” “ถ้าเป็นห่วง ก็โทรหาฉันได้” เขาหยิบโทรศัพท์เธอขึ้นมา ก่อนกดอะไรบางอย่างเร็ว ๆ ไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเขาก็ดัง คิรากรคืนมือถือให้เธอ “นี่เบอร์ส่วนตัว” พิมพ์พลอยเบิกตานิดหนึ่ง “แต่คนระดับคุณคงไม่ให้ใครง่าย ๆ นะคะ” “เธอไม่เหมือนคนอื่น” คำพูดนั้นทำเอาเธอเงียบไปทันที คิรากรจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโน้มตัวลงมาใกล้ ใกล้จนเธอเห็นแพขนตายาวของเขาชัดเจน “แล้วก็จำไว้” เสียงทุ้มต่ำดังข้างหู “ต่อให้ฉันไม่อยู่ ถ้ามีผู้ชายคนไหนมายุ่งกับเธอ โทรหาฉันทันที” “คุณคิระ…” “เพราะฉันเริ่มไม่อยากปล่อยเธอไว้คนเดียวแล้ว” พูดจบ เขาก็เดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้พิมพ์พลอยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พร้อมหัวใจที่เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ แต่เธอไม่รู้เลยว่า… ทันทีที่คิรากรขึ้นรถ สีหน้าอ่อนโยนทั้งหมดก็หายไป เหลือเพียงแววตาเย็นเยียบของนักล่า “ไปศูนย์ฟื้นฟู” เลขาฯ ที่นั่งหน้ารีบหันมา “ตอนนี้เลยเหรอครับ” “อืม” “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” คิรากรเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นจัด “มีคนส่งดอกไม้ให้พิมพ์พลอยทุกวัน” “…” “แล้วผมไม่ชอบ”บ้านริมทะเลตกอยู่ในความเงียบ ... หลังจากการมาถึงของภีมภัทร ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ... พิมพ์พลอยยังนั่งอยู่ข้างพ่อ ... มือของเธอจับมือเขาเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่า หากปล่อยมือ เขาจะหายไปอีกครั้ง ... ภีมภัทรมองลูกสาว ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ... ตลอดยี่สิบห้าปี สิ่งเดียวที่เขาเสียใจ คือการไม่ได้เห็นเธอเติบโต ... “พ่อขอโทษ” ... “อย่าพูดแบบนั้น” พิมพ์พลอยส่ายหน้า ... น้ำตาคลออีกครั้ง ... “หนูเจอพ่อแล้ว” ... “แค่นี้ก็พอแล้ว” ... ภีมภัทรยิ้ม ... ก่อนลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ ... ภาพนั้น ทำให้แม้แต่คิรากรยังรู้สึกอบอุ่น ... แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน ... เพราะชายชราที่มาพร้อมภีมภัทร ยังคงยืนอยู่กลางห้อง ... ไม่มีใครรู้จักเขา ... ไม่มีใครเคยเห็น ... แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันประหลาด ... แม้แต่คีรัน ก็ยังจับตามองเขาไม่วางตา ... “คุณเป็นใคร” คิรากรถามตรง ๆ ... ชายชราหัวเราะเบา ๆ ... “ผ่านมาเกือบสามสิบปี” ... “จนไม่มีใครจำฉันได้แล้วสินะ” ... เขาถอดแว่นออกช้า ๆ ... ก่อนหันไปมองอัครินทร์ ... “แต่แกน่าจะจำฉันได้” ... อัครินทร์ตัวแข็ง
“ในที่สุด...” “ฉันก็ได้เจอพี่สักที” ... เสียงของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ... ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอ ... โดยเฉพาะพิมพ์พลอย ... เพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เหมือนเธอจนแทบแยกไม่ออก ... ดวงตา รูปหน้า รอยยิ้ม ... ทุกอย่างคล้ายกันราวกับฝาแฝด ... แต่สิ่งที่ต่างออกไป คือแววตา ... หากพิมพ์พลอยเปรียบเหมือนแสงแดดอ่อน ๆ ... หญิงสาวคนนี้ ก็คือท้องฟ้าหลังพายุ ... เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ... เต็มไปด้วยรอยแผล ... “เธอคือ H-8?” พิมพ์พลอยถามเบา ๆ ... หญิงสาวพยักหน้า ... ก่อนยิ้มทั้งน้ำตา ... “ใช่” ... “ฉันชื่อ...แพรวา” ... เป็นครั้งแรก ที่หมายเลข H-8 มีชื่อ ... มีตัวตน ... ไม่ใช่แค่รหัสในเอกสารอีกต่อไป ... พิมพ์พลอยมองเธอนิ่ง ... หัวใจสับสนไปหมด ... เพราะลึก ๆ แล้ว เธอรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้อย่างประหลาด ... ทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรก ... “เธอเรียกฉันว่าพี่” ... “เพราะฉันเรียกแบบนั้นมาตลอด” แพรวาตอบ ... “ตั้งแต่จำความได้” ... “...” ... “ฉันรู้ว่ามีพี่อยู่คนหนึ่ง” ... “คนที่โชคดีกว่าฉัน” ... คำพูดนั้น ทำให้พิมพ์พลอยเจ็บในอก
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ” “หลานสาวของตา” ... คำพูดของอัครินทร์ ทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท ... พิมพ์พลอยยังคงยืนอยู่ในอ้อมกอดของอรพรรณ ... แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ... “หลานสาว?” เธอทวนเบา ๆ ... “หมายความว่ายังไง” ... อัครินทร์ยิ้ม ... รอยยิ้มสงบนิ่ง เหมือนชายชราธรรมดาคนหนึ่ง ... แต่ดวงตาคู่นั้น กลับเต็มไปด้วยบางสิ่งที่อ่านไม่ออก ... “หมายความตามนั้น” ... “ลูกเป็นหลานสาวของตา” ... “ไม่จริง” คิรากรก้าวออกมา ... ยืนขวางหน้าพิมพ์พลอยทันที ... “อย่าเล่นเกมคำพูด” ... อัครินทร์หัวเราะเบา ๆ ... “ยังใจร้อนเหมือนเดิม” ... “คุณรู้จักผม?” ... “รู้จักตั้งแต่ก่อนเธอเกิดเสียอีก” ... คิรากรขมวดคิ้ว ... ความรู้สึกไม่ดีเริ่มชัดเจนขึ้น ... เพราะชายคนนี้ เหมือนจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับทุกคน ... “ถ้าคุณเป็นปู่ของพลอย” คีรันพูดขึ้น ... “งั้นคุณก็เป็นปู่ของผมด้วย” ... ทุกคนหันไปมองทันที ... อัครินทร์ยิ้มกว้างขึ้น ... “ในที่สุด” ... “หลานชายคนโปรดของตาก็ฉลาดขึ้น” ... หัวใจของพิมพ์พลอยกระตุก ... เธอหันไปมองคีรัน ... จากนั้นมองอัครินทร์ ... ก่อ
“H-8” ... ชื่อเพียงชื่อเดียว ทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ... พิมพ์พลอยรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ... ผู้หญิงที่อยู่ในรูปถ่าย ผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายเธอ ... ตอนนี้ปรากฏตัวแล้ว ... และพาตัวคิรภพหายไป ... “โรงพยาบาลว่าไงอีก” คิรากรถาม ... ธนกฤตเลื่อนอ่านข้อความบนหน้าจอ ... “กล้องจับภาพได้ไม่ชัด” ... “แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยืนยันว่า” ... “ผู้หญิงคนนั้นเรียกชื่อคิรภพ” ... “เรียกว่ายังไง” พิมพ์พลอยถาม ... ธนกฤตเงยหน้าขึ้น ก่อนตอบ ... “เรียกว่าพ่อ” ... รถทั้งคันเงียบกริบ ... หัวใจของพิมพ์พลอยกระตุกแรง ... “เป็นไปไม่ได้” เธอพึมพำ ... แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้ว่ามันเป็นไปได้ ... ถ้าโครงการ Hope สร้างเด็กหลายคน ... ถ้าภีมภัทรและอรพรรณเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ... H-8 อาจมีความเชื่อมโยงกับครอบครัวของเธอ มากกว่าที่คิด ... “เราต้องหาคิรภพให้เจอ” ... คิรากรพยักหน้า ... “แต่ตอนนี้บ้านริมทะเลสำคัญกว่า” ... “เพราะคำตอบทั้งหมดอยู่ที่นั่น” ... พิมพ์พลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ... ถนนทอดยาวท่ามกลางความมืด ... เหมือนเส้นทางที่กำลังพาเธอเข้าใกล้อดีตมากขึ้
“เธอคือผลงานชิ้นเอกของฉัน” ... คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวของอรพรรณ ... หญิงวัยกลางคนกำมือแน่น ... ตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา เธอพยายามหนีจากผู้ชายคนนี้ ... หนีจากอดีต หนีจากความผิดพลาด ... แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็ย้อนกลับมาที่เดิม ... “คุณสัญญาแล้ว” อรพรรณพูดเสียงสั่น ... “ว่าจะไม่ยุ่งกับพลอย” ... ชายชรายิ้มบาง ๆ ... รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย ... “ฉันเคยสัญญาหลายอย่าง” ... “แต่โลกนี้ไม่ได้เดินตามคำสัญญา” ... “...” ... “มันเดินตามผลลัพธ์” ... อรพรรณหน้าซีด ... เพราะเธอรู้ดี ว่าผู้ชายคนนี้พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ... แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของใครก็ตาม ... ในเวลาเดียวกัน ... สถานีรถไฟเก่า ... พิมพ์พลอยยังคงจ้องรูปของเด็กหญิง H-8 ... หัวใจของเธอหนักอึ้ง ... “เธอหน้าคล้ายฉันมาก” ... คิรากรพยักหน้า ... “เหมือนเกินไป” ... “คุณคิดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ไหม” ... ไม่มีใครตอบ ... เพราะคำตอบนั้นน่ากลัวเกินไป ... ทันใดนั้น คีรันก็หยิบรูปขึ้นมาดู ... สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ... “ผมเคยเห็นเด็กคนนี้” .
“ชื่อของคนที่อยู่ในเอกสาร...” “คือนามสกุลเดียวกับคุณ” ... คำพูดของคิรากรทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเฉียบ ... สายตาทุกคู่หันไปมองคีรันทันที ... แม้แต่พิมพ์พลอยเอง ก็ยังรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด ... เพราะหากสิ่งที่อยู่ในซองสีดำเกี่ยวข้องกับครอบครัวของคีรัน นั่นหมายความว่า ศัตรูตัวจริงอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด ... คีรันยืนนิ่ง ... ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ ... “เปิดอ่านให้จบสิ” เขาพูดขึ้นเบา ๆ ... “คุณไม่ตกใจเลยเหรอ” คิรากรถาม ... “ผมตกใจ” ... “แต่ไม่แปลกใจ” ... คำตอบนั้นทำให้ทุกคนชะงัก ... “หมายความว่าไง” ... คีรันถอนหายใจ ก่อนมองไปยังซองเอกสาร ... “เพราะผมสงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว” ... “คุณรู้อะไร” ... “ไม่มากพอ” ... ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ... “แต่พอจะรู้ว่าพ่อผมไม่ได้เป็นคนที่มีอำนาจที่สุด” ... ห้องทั้งห้องเงียบลง ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนคิดว่ากฤตภพคือผู้ควบคุมทุกอย่าง ... แต่ความจริง เขาอาจเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น ... คิรากรเปิดเอกสารต่อ ... หน้าแรกมีรายชื่อบุคคลหลายคน ... นักการเมือง นักธุรกิจ นายทุน ... และเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ทั้งคืน พิมพ์พลอยแทบไม่ได้นอน รูปถ่ายเก่าใบเดิมยังวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอหยิบขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อความด้านหลังยังคงอยู่เหมือนเดิม “อย่าไว้ใจคนที่ชื่อธนกฤต” ลายมือของแม่ เธอจำได้แน่นอน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แม่เขียนข้อความนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไรกัน แล้วทำไมตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอถึ
“คนที่รู้เรื่องแม่ของเธอ” คำพูดของคิรากรทำให้พิมพ์พลอยนิ่งค้าง มือที่กำลังจะเปิดประตูรถชะงักไปทันที “หมายความว่ายังไงคะ” ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะบอกมากแค่ไหน “เธอเคยเล่าให้ฉันฟังว่าแม่เสียตอนเธออายุสิบสอง” “ค่ะ” “แล้วหลังจากนั้นล่ะ” พิมพ์พลอยขมวดคิ้ว “หลังจากนั้น
สายฝนยังตกต่อเนื่อง แต่พิมพ์พลอยกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เพราะสายตาของคิรากรตรงหน้า กดดันจนเธอแทบหายใจไม่ออก “เธอยังรู้สึกกับมันอยู่ไหม” คำถามเดิมยังค้างอยู่ระหว่างพวกเขา หญิงสาวเม้มปากแน่น “พลอยไม่รู้…” “ไม่รู้?” “มันนานมากแล้วค่ะ” เธอหลบสายตาเขาเล็กน้อย “พลอยแค่ตกใจที่พี
สายฝนยังตกไม่หยุด พิมพ์พลอยยืนนิ่งอยู่หน้าศูนย์ฟื้นฟู ขณะที่ผู้ชายตรงหน้าส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้เหมือนในอดีต “พี่วิน…” เธอเรียกชื่อเขาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา วรินทร์ หรือ “พี่วิน” ผู้ชายคนแรกที่เธอเคยรัก และเป็นคนเดียวที่หายไปจากชีวิตเธอโดยไม่อธิบายอะไรเลย “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เสียงขอ







