Mag-log inเขาโกรธเกลียดเธอขนาดนี้ เขาจะทำรุนแรงกับเธอไหมนะ?
ถ้าเขาไม่ชอบเธอแล้วเขาจะอยากได้เธอเป็นเมียไปทำไม การทำหน้าที่เมีย...คือการมีสัมพันธ์ลึกล้ำกับเขา ซึ่งมันก็สงวนไว้สำหรับคนที่มีความชอบพอกันไม่ใช่หรือ
หรือการมีเซ็กซ์นั้นเขาจะมีกับใครก็ได้แม้กระทั่งคนที่เขาเกลียดอย่างเธอ
แต่สำหรับเธอแล้ว การที่ยอมให้ใครได้เข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว ได้ล่วงล้ำก้ำเกิน มันหมายถึงเธอได้มอบหัวใจให้เขา ร่างกายถึงได้ตามหัวใจไป
มันไม่ได้เกี่ยวกับเงื่อนไขของกานต์เอกที่เขาพูดถึงเลย
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงื่อนไขของกานต์เอกคืออะไร พินัยกรรมจะยกอะไรให้เธอบ้าง เธอไม่อยากได้แม้แต่อย่างเดียว สิ่งเดียวที่เธอคิดว่ากานต์เอกได้มอบให้เธออย่างมากมายคือโอกาสทางการศึกษา สังคม เพื่อน ถ้าเกิดตกที่นั่งลำบาก เธอก็จะพอจะมีเพื่อนที่อุ้มชูและยื่นมือมาช่วยเหลือเธอได้ เพื่อนคนนั้นคือฟ้ารุ้งหล่อนเป็นลูกสาวนายธนาคารใหญ่ ที่คริมาคุยกับฟ้ารุ้งแล้วว่า ถ้าเกิดเรียนจบทางนั้นพร้อมจะให้เธอไปทำงานด้วย บิดาของฟ้ารุ้งนึกชอบในความเก่งกาจ ฉลาดเฉลียว และหน้าตาที่น่ารักของคริมา วีรพลเป็นพ่อหม้ายภรรยาเสียชีวิตไปเกือบสิบปีแล้ว เขาไม่เคยให้ใครมาแทนที่ภรรยา แต่เมื่อเห็นเพื่อนของลูกสาวก็เหมือนศรรักปักเข้ากลางอก เขาจึงเลียบๆ เคียงๆ กับฟ้ารุ้งให้ชวนคริมา มาทำงานด้วยกันถ้าเกิดว่าหล่อนเรียนจบ
คริมานั้นไม่ได้คิดว่าตัวเองจะอยู่ที่บ้านสิงหชัชไปตลอดหรอก เธอคิดว่าถ้าเรียนจบแล้วเธอจะขอมารดาออกไปทำงานเอง และเธอก็วางแผนไว้ว่าจะค่อยๆ ปลีกตัวออกมา ไม่ทำตัวเป็นกาฝากเกาะครอบครัวของกานต์เอก แต่แผนนั้นเปลี่ยนเมื่อมารดาบิดาเลี้ยงเสียชีวิตไปเสียก่อน มีเรื่องของกริชดนัยเข้ามาแทน...
หญิงสาวคิดวนไปอย่างสับสน วุ่นวายหัวใจ เธอบีบมือตัวเองบนตักไปตลอดทาง เธอเครียดถึงได้แสดงออกมาทางร่างกายแบบนั้น กริชดนัยเองก็สังเกตเห็น และเขาก็เครียดไม่แพ้กับเธอ...กับสิ่งที่ตัวเองพูดและคิดจะทำ
เขาปรายตามองเสี้ยวหน้างามแอร่มของคริมา เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา หึ...มารยานั่นแหละ ก็ตอนนั้นเธออยากได้ตัวเขามากมาย ถึงได้พาตัวเองขึ้นมาบนเตียงเขา สร้างดราม่าจนพี่ชายของเขาตะเพิดเขาออกไปจากบ้าน เธอร่ำไห้ขอโทษเขา ดักรอเขาก่อนที่เขาจะเดินทางและบอกกับเขาว่า...
‘วี่ขอโทษ วี่ไม่รู้เรื่องจริงๆนะคะอากริช วี่ขอโทษ วี่รักอากริช’
รัก?
เธอไม่น่าจะรู้สึกกับเขาแบบนั้นหรอกตอนนั้น อยากรู้อยากลอง...หรือว่าอยากล่ามเขาไว้ก็เหลือจะเดา เอาเถอะคืนนี้แหละคริมา เธอจะได้ในสิ่งที่อยากได้ สร้างเรื่องสร้างราวก่อความเดือดร้อนไว้ เขาจะทำให้เธอสมใจอยากและแทบจะคลานลงจากเตียง!
กริชดนัยใช้ความโกรธ แค้น เอาชนะความรู้สึกอื่น จะอย่างไรคืนนี้เขาจะต้องทำให้แม่สาวตัวร้ายข้างๆ นี่รู้จักคนอย่างกริชดนัยให้ดี...
เขาไม่เคยข่มขืนผู้หญิง
แต่กับคริมาอาจจะเป็นคนแรก...
เขาอยากทำให้เธอเจ็บ...
แต่ไม่แน่หรอกนะ ผู้หญิงอย่างเธออาจจะชอบเซ็กซ์ที่รุนแรงนั้นก็ได้ กริชดนัยคิดเหยียดๆ เขาจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็หันมาบอกคริมาที่ยังคงนั่งเหม่อ
“ลงไปได้แล้ว วีวี่ คืนนี้นอนห้องของอา”
“...”
คริมาเพียงสะดุ้งแล้วเม้มปากแน่น หน้าของเธอซีดเผือด ก่อนที่จะลงรถตามเขาไป กริชดนัยเปิดประตูรถให้กับเธอ แล้วจับมือเธอไว้มือของเธอเย็นมาก เขาพาเธอเดินเข้าไปในบ้าน และก้าวขึ้นบันไดไปด้วยกัน
ขาของคริมานั้นสั่น เธอเดินทอดน่องให้ช้าที่สุดยิ่งเดินเข้าใกล้ห้องของเขา มันเหมือนกับเธอเดินเข้าหลักประหาร
กริชดนัยรับรู้ถึงอาการเดินขาลากของคริมา เขาทำเสียงบางอย่างในลำคอ ก่อนจะตวัดช้อนอุ้มเธอขึ้นในวงแขน คริมาร้องออกมาเบาๆ อย่างตกใจเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้นแบบนั้น เขาก้มลงมองเธอด้วยหน้าตาเย็นชา ตึงเคร่งเหมือนปูนปั้น พาเธอก้าวยาวๆ เข้าไปในห้องของตัวเอง
ประตูห้องเปิดออกด้วยมือของเขาและปิดลงค่อนข้างแรงด้วยเท้า
ปัง...
เสียงของมันดังก้องในความเงียบสงัด ชั้นนี้ตอนนี้อยู่กันเพียงเธอและเขา ฉะนั้นการกระทำของเขาไม่มีคนในบ้านรับรู้แน่นอน
เขาวางเธอลง แล้วชี้ไปที่เตียงคิงไซซ์ของตนเอง
“ขึ้นไป แล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกสิ วี่...ทุกชิ้น”
เขาจะทำให้เธอรู้สึกด้อยค่าไปถึงไหนกันนะ
เขาไม่ช่วยเธอเลย...
คริมาคิดอย่างเจ็บช้ำ แต่ก็ยอมขึ้นไปบนเตียงเขาและทำตามที่เขาสั่ง...เธอหลับตาแน่น หายใจหอบเมื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าทีละชิ้น ทีละชิ้น เธอทำใจปลดชั้นในไม่ได้ เธอทำไม่ได้จริงๆ...ลำแขนของเธอโอบสองเต้าอวบล้นซ่อนรูปข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งปิดที่ความอวบอูมที่ล้นออกมาจนเห็นได้ชัด...
กริชดนัยนั้นตอนนี้เพียงแค่เธอถอดชุดออก เขาก็หายใจแรงด้วยความปรารถนา...เธอสวยละมุนตา อวบอิ่มล้นไปทุกส่วน สาวน้อยตัวบางซ่อนความงดงามสะพรั่งไว้ภายใต้เสื้อผ้าของตนเอง คริมาน้ำตาไหลอย่างอับอายและตื่นกลัวเมื่อต้องเปิดเผยเนื้อตัวกับเขาแบบนั้น
เธอไม่ต้องเลื่อนมือไปที่ตะขอบราเซีย กริชดนัยที่ยืนพินิจความงดงามของเธอก็ก้าวพรวดเดียวถึงตัวเธอแล้วเขาก็ก้มลงจูบดื่มด่ำ เร่าร้อนให้กับคริมา
ความตื่นเต้น...ระคนหวาดกลัว มันทำให้เธอใจเต้นแรงกระหน่ำ จนแทบจะเป็นลม
และเธอก็เป็นลมคาอ้อมแขน คาจูบของอาหนุ่มไปจริงๆ
คนทำนั้นเมื่อเห็นว่าเธอตัวอ่อน หายใจระรวยรินไปแล้วก็ตกใจ เขาขมวดคิ้วแน่น มองใบหน้าซีดเผือดนั้น พร้อมกับตบแก้มเธอเบาๆ แม่ตัวร้าย...แกล้งเป็นลมหรือเปล่านะ กริชดนัยสั่นหน้า ก่อนจะเขย่าตัวเธอแรงๆ เรียกชื่อเธอ และพูดพ่นคำพูดร้ายๆ ใส่หวังจะให้เธอที่ถ้าแกล้งก็คงจะลุกกรี๊ดใส่หน้าเขาแหละ แต่เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมฟื้นแถมยังเพียงแค่หายใจแผ่วๆ ก็ประจักษ์แก่ใจว่าคริมาคงจะเป็นลมไปแล้วจริงๆ เขาจึงปฐมพยามบาลจนเธอฟื้นขึ้นมา
“อาน่ากลัวมากขนาดนั้นเลยหรือวี่”
เขาเปรยเสียงแข็งใส่ เมื่อคริมาค่อยฟื้นคืนสติแล้ว เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ เขานั้นจ่อยาดมที่จมูกให้กับเธอ นวดเฟ้นร่างกายให้กับหญิงสาวจนเลือดไหลเวียนดีขึ้น หน้าตาของเขาตอนนี้บึ้งตึงนัก ความปรารถนาถูกแทนที่เป็นความตื่นตกใจกลัวว่าเธอจะช็อคตาย...
“ปละ เปล่าค่ะ”
“หึ...ถ้าคืนนี้ยังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้อง...ไว้ค่อยพรุ่งนี้”
เขาถอดใจ ใครจะไปมีอารมณ์กัน คริมาที่ตอนนี้เหลือเพียงชั้นในสองชิ้นติดกาย เธอร้องอุทานเบาๆ หน้าซีดเซียวของเธอเมื่อครู่แดงเถือกขึ้นมาในทันทีเมื่อเธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว
“ถ้าอย่างนั้น วี่คงไม่จำเป็นสำหรับคืนนี้แล้ว วี่ขอกลับห้องนะคะ”
“นอนที่นี่แหละ...”
“แต่...”
“นอนกับอา จะได้ไม่เป็นลมไปอีก ถ้าเกิดว่าอาเริ่มต้นทำอะไรกับวี่จริงๆ”
เขาถอนใจแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเข้าไปเขาเอ่ยเสียงดุๆ เหมือนจะขู่คริมา
“อนุญาตแค่กลับห้องตัวเองไปอาบน้ำนะวี่ แล้วเข้ามานอนกับอา”
คริมาจำต้องทำตามคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัด
คืนนั้นเธอนอนตัวแข็งทื่อในอ้อมแขนของกริชดนัย
ที่เขาเองก็แข็ง...ทื่อเช่นกัน
ยัยตัวแสบนี่...
ชายหนุ่มคิดก่นด่าแม่ตัวร้ายที่หลับไปแล้วเพราะอ่อนเพลียในอ้อมแขนของเขา
เขาตั้งใจจะทรมานเธอ แต่แล้วในที่สุด คืนนี้เขากลับทรมานตัวเองไปเสียได้
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







