Home / มาเฟีย / ใต้บัลลังก์มาเฟีย / บทที่5 เดิมพันสองชั่วโมง

Share

บทที่5 เดิมพันสองชั่วโมง

last update Last Updated: 2025-12-05 12:19:00

แชมเปญสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากคีริน พยายามระงับความรู้สึกหวาดกลัวลง ถ้าจะบอกว่าเธอคือ นักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลก ก็รับประกันได้เลยว่าเขาคือ อาวุธนิวเคลียร์ที่อันตรายที่สุดในจักรวาล ที่มีรัศมีอันตรายไม่ต่ำกว่าสองพันเมตร

บอสใหญ่คะ บอสใหญ่.. ท่านช่างสมกับฉายาที่ทั้งโลกยกย่องจริงๆ

อธิปมองสีหน้าอันกล้าหาญของแชมเปญ เขายกมุมปากขึ้นยิ้ม ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ สามารถคงความสงบและยืนอยู่ต่อหน้าบอสใหญ่ได้ขนาดนี้ จัดว่ามีฝีมือไม่เบา

“คุณพูดมาสิ ผมอยากฟัง” เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนโต๊ะยังคงมีแววสงสัย มองผู้หญิงแปลกหน้าอย่างครุ่นคิด

เวลานี้แชมเปญจึงละความสนใจจากคีริน แล้วหันไปมองชายหนุ่มคนนั้นแทน เธอเหยียดหลังตรงเรียกคืนความเย่อหยิ่งที่มีมาแต่กำเนิดกลับมา แล้วกล่าวอย่างใจเย็น

“คุณพกผ้าเช็ดหน้าและเป็นสีขาวด้วย นั่นแสดงว่าคุณรักความสะอาด ยิ่งไปกว่านั้นจากร่างกายของคุณ ฉันได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ดังนั้นคุณจึงเป็นเจซุสอย่างแน่นอน และผู้ที่ได้รับสมญานามว่า ‘ชายชุดดำ’ อยู่ข้างกายบอสใหญ่ ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น”

แชมเปญกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังเล่าเรื่อง ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มผู้นั้นเกิดประกายความสนใจ

เขายืนขึ้นก้าวเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว จากนั้นก้มหน้าลงเผชิญหน้ากับเธอ มองตรงเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามที่เปี่ยมเสน่ห์ ก่อนจะยิ้มอย่างใสซื่อราวกับเด็กๆ แล้วถาม “คุณเป็นใคร?”

น้ำเสียงของเขาสบายๆ บวกกับรอยยิ้มบนริมฝีปากที่ดูเหมือนกำลังล้อเล่น แต่มีดสั้นในมือของเขาและปลายมีดที่จ่ออยู่ที่หน้าท้องของเธอ กลับไม่มีความเป็นมิตรอยู่เลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มีเพียงคนเดียวที่เขาต้องการจะประลองด้วย ซึ่งเป็นคนที่เจซุสเรียกขานว่าเป็นคู่แข่งมาโดยตลอด แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม

นั่นก็คือนักล่าเงา!

แต่ทว่าวันนี้...ผู้หญิงคนนี้ฉลาดเฉลียว คมคาย และไหวพริบดีเกินกว่าจะเชื่อได้ เจซุสเพิ่งเคยเจอคู่ต่อสู้ที่สามารถกระตุ้นความสนใจอยากประมือได้ขนาดนี้เป็นครั้งแรก

เป็นทั้งนักฆ่าชื่อดัง ‘นักสังหารไร้เงา’ และยังมีความเฉียบแหลมทางประสาทขนาดนี้ อา! แม้จะรู้ว่าเธออันตรายมาก แต่...มันยากที่จะหาคู่ต่อสู้ระดับนี้ได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ เลือดในกายของเจซุสราวกับจะเดือดพล่าน มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่ดูเป็นเด็กอย่างที่สุด “งั้นคุณลองทายสิ ว่าผมอายุเท่าไหร่ ถ้าคุณทายถูก ชีวิตคุณก็จะไม่อยู่แล้วนะ” พูดจบ ดวงตาของเขาก็หรี่ลง ริมฝีปากบางเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด

มีดสั้นถูกขยับเข้าใกล้บริเวณท้องของเธอมากขึ้น แชมเปญรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบจากปลายมีด เธอยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ริมฝีปากที่สวยงามและอิ่มเอิบแย้มรอยยิ้มที่สดใส อยู่ในถ้ำเสือ ไม่มีเหตุผลที่จะตอบโต้ เพราะการตอบโต้ก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นตัวเองเข้าไปในปากเสือแล้วบอกว่า เนื้อฉันอร่อยมาก กินสิ

เธอรู้ว่าเขากำลังสนใจ ในสมองของแชมเปญกำลังคำนวณอายุของเขา

ชายชุดดำ ผู้ที่มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ถูกเปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มีชีวิต เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์แผนจีนและตะวันตก รวมถึงด้านจิตวิทยาด้วย แม้จะไม่เคยพบหน้า ‘ชายชุดดำ’ มาก่อน แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงอยู่บ้าง มีคนกล่าวว่าในด้านจิตวิทยา บุคคลที่ทุกคนให้ความเคารพยกย่องใ ห้อยู่ในอันดับสองรองจากนักล่าเงา ก็คือชุดดำเจซุสนั่นเอง

เพียงแต่เธอคาดไม่ถึง... ว่าชายชุดดำจะยังเด็กขนาดนี้ เมื่อพิจารณาจากอายุผิวและสัดส่วนของใบหน้าแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าเขาอายุเพียงสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีเท่านั้น

“ผมรู้แล้วนะ คุณกำลังคิดว่าผมอายุสิบแปดปีใช่ไหม?” เจซุสลุกขึ้นยืนตรงแล้วกล่าว “คุณกลัวตายขนาดนั้นเลยเหรอ? ถึงไม่กล้าทายอายุผมให้ถูก? ผมอายุยี่สิบเจ็ดปีต่างหาก!”

อ้ะ...อะไรนะ? ยี่สิบเจ็ด?

“เข้าเรื่องเสียทีซุส”

ไม่ปล่อยให้แชมเปญประหลาดใจนานนัก เสียงที่ทุ้มลึกราวกับมาจากใต้น้ำแข็งนับพันชั้นก็ดังขึ้น เย็นชาจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกและชาตามร่างกาย

แชมเปญเหลือบมองชายผู้นั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิมราวกับรูปปั้น เพียงแต่ทั่วทั้งร่างของเขาแผ่ ไอรังสีเยือกเย็นที่กดดันผู้คนจนผู้ที่เผชิญหน้าพลันรู้สึกหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว

สมกับเป็นบอสใหญ่แห่งโลกมาเฟียจริงๆ แชมเปญรำพึงในใจ

“อ่า ถูกแล้วครับ ขอโทษครับบอส” เจซุสได้ยินคีรินพูด ก็หันตัวเดินเร็วไปหาเจ้านายยิ้มอย่างใสซื่อ หยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา แล้วมองคีรินพลางกล่าว “เรื่องนี้ค่อนข้างตึงมือเลยครับบอส ผมไม่ได้มีสามหัวหกแขนที่จะจัดการไอ้กองงานที่ค้างคาอยู่นั่นได้ทั้งหมด แถมตอนนี้ยังต้องแบกก้อนเนื้อร้ายก้อนนี้เพิ่มอีก เลยต้องใช้เวลาเพิ่มหน่อยครับ”

คีรินเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ก่อนจะเอ่ยออกมาสองคำเบาๆ “นานแค่ไหน?”

เจซุสได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม หัวเราะคิกคักพลางลูบจมูกตัวเอง “สองวัน”

“สองชั่วโมง”

ดูเหมือนจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจซุสพูดน้ำเสียงที่คมชัดไพเราะก็ดังขึ้นมา ทันใดนั้นดวงตาหกคู่ในห้องก็พร้อมใจกันหันไปทางแชมเปญ ต้นกำเนิดของเสียงที่นุ่มนวลน่าฟังนั้น

แชมเปญประสานมือไว้ด้านหลัง ยืดหลังตรงมองลึกเข้าไปในดวงตาของคีริน “สำหรับฉัน...ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงก็พอค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่17 เป้าหมายคือเธอ

    หลังจากคำพูดของคีริน ทั้งห้องก็ดูเหมือนจะจมดิ่งลงสู่ความเงียบอีกครั้ง แชมเปญยังคงกอดอกไว้ เพียงแต่ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาไหววูบ เลือดทั่วร่างราวกับหยุดไหล สมองยังประมวลผลข้อมูลไม่ทันหลังจากผ่านไปชั่วขณะ เธอถึงได้รู้สึกตัวราวกับเพิ่งตื่นขึ้น ม่านตาสีฟ้าครามหดตัวเล็กน้อย เผยอยิ้มเย้ยหยันเบาๆ “หัวหน้าใหญ่ คุณช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ บอกว่าฉันเป็นฆาตกร ทั้งที่ฉันถูกจับตัวมาที่ตระกูลโภคินชยกุล และไม่ได้ออกไปไหนเลยแม้แต่ครึ่งก้าว”ขณะที่พูดเธอก็เลิกคิ้วขึ้น สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดพุ่งตรงไปยังคีริน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างสูงจรดพื้น ล้อเล่นอะไรกัน! ถ้าบอกว่าเธอเป็นฆาตกร? นั่นแปลว่าต้องรับโทษทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? ยิ่งกว่านั้นมันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลมากที่จะบอกว่าเธอเป็นฆาตกร คีรินไม่ได้เป็นคนที่เหนือกว่าอะไรเลย เสียแรงที่เคยนับถือจนถึงขั้นหวาดกลัวขนาดนั้นความรุ่งเรืองของตระกูลโภคินชยกุลในปัจจุบันก็เป็นเพียงผลมาจากบรรดาลูกน้องคนสนิทเท่านั้น แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ลึกๆ ในใจก็ยังมีความหวั่นอยู่บ้างความจริงแล้ว...เธอกำลังกลัวเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนั้น เจซุสก็พยักหน้าคล้อยตาม “นักสังหา

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่16 คุณคือฆาตกร

    ในห้องโถงใหญ่…ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากแชมเปญได้ยินคีรินพูดถึงการตายของมาวิสในคุก และยังมีกระดาษในมือซึ่งเขียนข้อความว่า ‘We are the same’ เธอรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมแล้ววิ่งออกมาดูในมือของแชมเปญคือแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด ข้างกายเธอคือชายหนุ่มรูปงามผู้ ทรงอิทธิพลสามคนแห่งตระกูลโภคินชยกุล หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่กุมอำนาจ และเป็นสายเลือดเศรษฐกิจของโลกคีรินยืนอยู่ด้านหลังแชมเปญ ส่วนเจซุสและอธิปยืนอยู่สองข้าง สิ่งเดียวที่พวกเขาทุกคนกำลังทำคือจ้องมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อป ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขและรูปภาพบางส่วน ในนั้นมีรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ในฝ่ามือกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ หากขยายภาพจะเห็นชัดเจนว่าบนกระดาษเขียนว่า we are the same.บรรยากาศในห้องเงียบงันอย่างที่สุด เงียบจนกระทั่งได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ หรือเสียงหัวใจเต้นอย่างชัดเจนนิ้วของแชมเปญกำลังจะพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง“หยุดก่อน” อธิปเอ่ยขึ้น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อปทันทีที่เขาพูดจบ นิ้วของแชมเปญก็หยุดลง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอหรี่ลงเล็กน้อยอะไรกัน?ความหมายของคุณคือ...” แชมเปญพูดติดอ่า

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่15 คุณไม่สามารถทำให้ผมมีอารมณ์ได้

    เสียงครางแผ่วเบาของผู้หญิง ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ลอยเข้าสู่หูของคีริน ทำให้ร่างกายของเขาตึงเครียดขึ้นมา มือหนาหดกลับอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณนั้นจุดอ่อนไหว เปลี่ยนมาจับและบีบคลึงผิวขาวผ่องบนต้นขาของเธอ ดวงตาคมราวกับมีเปลวไฟอยู่ภายใน กำลังจะลุกโชน แต่ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาอย่างไรดี จึงทำได้เพียงกัดฟันแน่นและออกแรงบีบที่ต้นขาเนียนสวยแชมเปญไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้กำลังมากขนาดนี้ จึงไม่ได้เตรียมใจไว้ ต้นขาสวยเจ็บแปลบ เธอขบเม้มริมฝีปาก แล้วส่งเสียงร้องออกมาแผ่วเบา เสียงร้องเล็กๆ นั้นราวกับลูกแมว ทั้งน่ารัก และทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะต้องการทำรุนแรงใส่สักครั้งดวงตาที่คมกริบของคีรินยังคงจ้องมองอย่างตั้งใจส่วนแชมเปญนั้นรู้สึกอับอายแทบจะทนไม่ไหวตกลงเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?หญิงสาวหนีบเรียวขาที่บอบบางเข้าหากันแน่น มีเจตนาจะก้มลงเก็บผ้าขนหนู โดยหวังจะถอยห่างจากคีรินให้ไกลที่สุด แต่ทว่า...มือหนายังคงไม่ปล่อย หนำซ้ำยังเพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีกด้วย“คะ คุณคีริน หนึ่งนาทีสิบสองวินาที น่าจะพอให้คุณยืนยันแล้วนะคะ?” แชมเปญยิ้มออกมา พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วต้นขา แล้วเอ่

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่14 ถอดตามคำสั่ง

    แชมเปญเผยรอยยิ้มจางๆ ริมฝีปากขยับราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ นิ้วที่จับขอบผ้าขนหนูไว้กำแน่นขึ้น ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นขาวซีดสลับกับแดงเรื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม “ฉันขอถามคุณหนึ่งคำได้ไหมคะ?”คีรินจ้องมองตรงมาที่เธอ เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่เม้มปากเบาๆ แทนคำตอบแชมเปญฝืนยิ้ม “ทำไมคุณถึงต้องการตัวฉันคะ?”ต้องการตัวฉัน?ไม่ใช่ว่าคีรินจะไม่เข้าใจความหมายของเธอเขาหัวเราะออกมาเบาๆ “คุณคิดว่าคุณมีความสามารถมากพอ ที่จะทำให้ผมต้องการอย่างนั้นหรือ?” ขณะที่พูด คีรินเน้นคำว่า “ต้องการ” อย่างชัดเจน เขายกคิ้วมองแชมเปญด้วยสีหน้าที่ขบขันอย่างที่สุด ราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลกมาเมื่อแชมเปญได้ยินเขาพูดเช่นนั้น จิตใจของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย คีรินไม่ได้ต้องการตัว นั่นแสดงว่าเขาเพียงแค่ต้องการตรวจสอบบางอย่างบนตัวเธอเท่านั้น แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง บนร่างกายเธอมีอะไรที่ต้องตรวจสอบกันแน่? หรือว่าเขากำลังสงสัยว่าจะซ่อนอาวุธอะไรไว้บนร่างกาย?ความคิดนี้ทำให้แชมเปญรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขัน ไม่มีทางที่คีรินผู้ทรงอิทธิพลจะกลัวว่าเธอจะพกอะไรติดตัวมา หากจำเป็น เขาก็แค่จับขังไว้แล้วสั่งค

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่13 ตรวจสอบร่องรอย

    “ถอดผ้าขนหนูออก” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันและคำสั่งแชมเปญได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมมือของเธอถึงสั่น อาจเป็นเพราะความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา หรืออาจเป็นเพราะ...เป็นเพียงเพราะความเย่อหยิ่ง ราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดของคีรินเท่านั้นแชมเปญพยายามระงับความกลัวไว้ แล้วกลับมาสู่ความสงบ ใช่! ต้องใจเย็นเธอคือไดแอนน่า แชมเปญแห่งองค์กรลับ เป็นนักฆ่าที่ใครๆ ก็ต้องเกรงกลัว เป็นนักล่าเงาที่ใครๆ ก็ต้องเทิดทูน แล้วทำไมเธอถึงจะต้องมากลัวเพียงเพราะคำพูดของเขาด้วยเล่า?แชมเปญเงยหน้าขึ้น ยืดหลังตรง มองเข้าไปในดวงตาของคีริน แล้วพูดเสียงดัง “คุณคีริน คุณช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ เข้ามาในห้องลูกสาวคนอื่น แล้วยังกล้าสั่งให้เธอถอดเสื้อผ้าอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ไม่ทราบว่า... ” แชมเปญหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย พุ่งตรงไปยังคีรินที่นั่งผึ่งผายอยู่บนเตียงของเธอ “คุณห่างหายจากการปลดปล่อยมานานเกินไป เลยกำลังหิวจนตาลายอยู่หรือเปล่าคะ?”คีรินยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ด้วยท่าทีที่เย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย มุมปากของเขาเผยอยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ผมไม่มีความเห็นอะไ

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่12 ถอดผ้าออก

    คีรินไม่พูดอะไร เพียงแค่เหลือบตาไปมองเจซุสแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง ขนตาที่ยาวและหนาปิดสนิท ใบหน้าเย็นชา แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ด้านหลัง ขาทั้งสองข้างที่เรียวยาวและแข็งแกร่งไขว้กัน มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันบรรยากาศในห้องพลันจมดิ่งสู่ความเงียบงันเจซุสมองไปที่อธิปจากนั้นก็เชิดคางเล็กน้อย แล้วส่ายหน้าเบาๆ อธิปดูเหมือนจะเข้าใจความหมาย สายตามีแววจำใจอยู่บ้าง “คีริน ฉันจะพูดเรื่องนี้”คีรินยังคงหลับตาอยู่ ไม่ได้เอ่ยอะไร อธิปใช้ความเงียบนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าอนุญาตแล้ว เพราะหากไม่ต้องการฟัง ชายหนุ่มคงไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่เตะเขาปลิวออกจากห้องไปแล้ว“ที่นายรั้ง นักสังหารไร้เงาไว้ที่นี่ เป็นเพราะ…” อธิปหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “นายน่าสงสัยว่าเธอคือคนที่กำลังตามหาใช่ไหม?”ความจริงแล้วเรื่องนี้อธิปก็พอจะคาดเดาจุดประสงค์ของคีรินได้รางๆ น่าจะเป็นเพราะอีกฝ่ายมีจุดที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้ จึงรั้งเธอไว้ที่ตระกูลโภคินชยกุล ไม่อย่างนั้นนักสังหารไร้เงาคงถูกคีรินฆ่าทิ้งอย่างไม่ไยดีตั้งแต่ตอนที่จับตัวเธอได้แล้วนิสัยของคีรินนั้น อธิปเข้าใจดีกว่าเจ้าตัวเสียอีกเห็นคีรินย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status