Share

ตอนที่ 1/1

last update publish date: 2026-08-11 08:42:21

ไม่นานนัก หลัวเย่หลีก็ถูกเรียกตัวมายังห้องหนังสือ เด็กสาววัยสิบสี่ปีผู้มีนิสัยอ่อนโยน สุขุม และเชื่อฟังผู้ใหญ่ก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่วงท่าสงบสำรวม ทุกย่างก้าวเป็นไปตามกิริยาของบุตรสาวตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี

เมื่อเดินมาถึงกลางห้อง นางยอบกายคารวะผู้ใหญ่ทั้งสามอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"เย่หลีคารวะชินอ๋องเพคะ คารวะซู่กั๋วกง คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของเด็กสาวแผ่วเบาและนุ่มนวลดังเช่นทุกครั้ง ทว่าหลังสิ้นคำคารวะ กลับไม่มีผู้ใดเอ่ยตอบในทันที

ความเงียบแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องหนังสือ มีเพียงเสียงไม้ฟืนในเตาอั้งโล่แตกดังเปรี๊ยะเป็นครั้งคราว บรรยากาศอึดอัดเสียจนหลัวเย่หลีสัมผัสได้ว่า เรื่องที่บิดากำลังจะกล่าวขึ้นกับตนนั้นคงไม่ใช่เรื่องเล็ก

แม้ใบหน้างดงามของเด็กสาวจะยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาคู่ใสกลับฉายแววฉงน นางค่อย ๆ กวาดสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสามอย่างระมัดระวัง

บิดานั่งนิ่ง สีหน้าอ่อนล้าและเคร่งเครียดกว่าที่นางเคยเห็น ซู่กั๋วกงขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ส่วนชินอ๋องยังคงประทับนั่งอย่างสงบ พระพักตร์เรียบเฉย ดวงพระเนตรลุ่มลึกจนยากจะคาดเดาความคิดได้

ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเด็กสาวค่อย ๆ หนักอึ้งขึ้นทีละน้อย

ตลอดมา นางไม่เคยเห็นผู้ใหญ่ทั้งสามมานั่งพร้อมหน้ากันภายในห้องหนังสือของจวนติ้งเป่ยโหวมาก่อน ยิ่งบิดาผู้สุขุมและเด็ดเดี่ยว บัดนี้กลับมีแววเหนื่อยล้าและหม่นหมองราวกับแบกรับเรื่องหนักอึ้งไว้เพียงผู้เดียว

ระหว่างทางที่ถูกเรียกตัวมาที่นี่ บ่าวรับใช้เพียงแจ้งว่า ติ้งเป่ยโหวมีเรื่องสำคัญต้องพบนางโดยด่วน หาได้บอกเหตุผลแม้แต่น้อย เด็กสาว จึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นภายในจวน

ยิ่งไม่รู้เลยว่า การถูกเรียกตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของชีวิตตนเองหรือไม่ เด็กสาวไม่รู้แม้แต่น้อย

หลัวเย่หลีแอบกำชายแขนเสื้อไว้หลวม ๆ เพื่อระงับความประหม่า แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ยังยืนนิ่ง ก้มหน้ารอให้ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายเอ่ยวาจาก่อนตามธรรมเนียมของกุลสตรี

หลัวหย่งคังทอดมองบุตรสาวคนเล็กอยู่นาน ดวงตาแข็งกร้าวที่เคยใช้บัญชาทหารนับหมื่นในสนามรบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความลังเลและรู้สึกผิด ริมฝีปากขยับหลายครั้งราวกับมีถ้อยคำมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่กลับไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน

ท้ายที่สุด เขาจึงถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"เย่หลี..."

เด็กสาวรีบเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนยอบกายอีกครั้ง

"ท่านพ่อมีสิ่งใดจะรับสั่งหรือเจ้าคะ"

หลัวหย่งคังสบดวงตาคู่ใสของบุตรสาว ความรู้สึกผิดพลันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งจะต้องเป็นผู้เอ่ยถ้อยคำที่อาจเปลี่ยนชีวิตของลูกสาวเช่นนี้เพราะเดิมทีคิดว่าบุตรสาวคนเล็กไม่ต้องแบกรับภาระใด คิดว่าอีกสักสามถึงห้าปีจึงค่อยคิดเรื่องแต่งงาน ติ้งเป่ยโหว หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเบา

"เย่หลี... เรื่องที่ท่านพ่อกำลังจะพูดต่อไปนี้ อาจทำให้เจ้าตกใจ"

"ลูกกำลังฟังอยู่เจ้าค่ะ"

หลัวเย่หลีพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย หลัวหย่งคังเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนกล่าวออกมาทีละคำ

"พี่รองของเจ้า นางหลบหนีออกจากจวนไปพร้อมบุรุษอื่นตั้งแต่ราตรีที่ผ่านมา"

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางของหลัวเย่หลี เด็กสาวเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับดาษสา

"อะไรนะเจ้าคะ!"

เสียงอุทานหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว เด็กสาวรีบเม้มริมฝีปากด้วยความตกใจ สีเลือดบนใบหน้าค่อย ๆ จางหาย นางส่ายหน้าไปมาคล้ายไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ก็พี่สาวของตนเคร่งครัดทุกสิ่งไฉนเลยจะคาดถึง คุณหนูรองหลัวหนีตามบุรุษ ทอดทิ้งบิดาและคนกสุลหลัวไปเช่นนี้

"นี่พี่รอง...นางหลบหนีไปจริงหรือเจ้าคะ"

หลัวหย่งคังพยักหน้าช้า ๆ หลังบุตรสาวคนเล็กเอ่ยปากถามราวกับคนละเมอ

"จริง"

เพียงคำเดียวก็หนักอึ้งจนแทบทำให้บรรยากาศรอบกายของเด็กสาวหยุดนิ่ง

"บัดนี้พี่ใหญ่ของเจ้ากำลังออกไปตามหาตั้งแต่เมื่อคืน ค้นหาทุกเส้นทางที่เป็นไปได้ แต่จนถึงเวลานี้ก็ยังไร้วี่แวว พี่ใหญ่ส่งข่าวมาว่าไม่พบ"

หลัวเย่หลีรู้สึกราวกับศีรษะว่างเปล่า พี่รองที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและกิริยา พี่สาวที่อีกไม่กี่วันก็จะเข้าพิธีอภิเษกกับชินอ๋อง กลับเลือกหลบหนีในช่วงเวลาสำคัญที่สุด

นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวจึงตัดสินใจเช่นนั้น ห้องหนังสือกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

หรงเฟยเยี่ยมองเด็กสาวด้วยแววตาสงบ มิได้เร่งรัดหรือซักถาม ขณะที่หลี่หลงเฟยก็ยังประทับนั่งตรงตำแหน่งเดิม พระพักตร์เรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์แม้แต่น้อย

หลัวหย่งคังสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวต่อ

"งานอภิเษกเหลือเวลาอีกเพียงสองเดือน หากยกเลิกในเวลานี้ ไม่เพียงสกุลหลัวจะได้รับผลกระทบ หากแต่ยังเกี่ยวพันถึงพระพักตร์ของฝ่าบาท หรงไท่เฮา และราชวงศ์หลี่ทั้งสิ้น"

ติ้งเป่ยโหวหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เอ่ยประโยคที่หนักที่สุดออกมาให้บุตรสาวคนเล็กได้กระจ่าง

"เมื่อครู่ ท่านพ่อของเจ้าได้ทูลเสนอชินอ๋อง ขอให้เจ้าแต่งเข้าตำหนักชินอ๋องแทนพี่สาวแก้สถานการณ์คับขันนี้"

หลัวเย่หลีชะงักงันไปทั้งร่าง ดวงตาคู่งามราวลูกกว้างน้อยเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยสงบนิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"ให้ ลูกแต่งแทนพี่ร้องหรือเจ้าคะ"

เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบเป็นเพียงเสียงกระซิบ หลัวหย่งคังค้อมศีรษะลงอย่างช้า ๆ

"ใช่"

แม่ทัพผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใดในสนามรบ บัดนี้กลับไม่กล้าสบตาบุตรสาวของตนเอง

"แต่ชินอ๋องมิได้ทรงรับปากในทันที" หนุ่มใหญ่เงยหน้าขึ้นมองหลี่หลงเฟย ก่อนกล่าวต่อ

"พระองค์รับสั่งว่า จะไม่ทรงฝืนใจเจ้า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าเพียงผู้เดียว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (6)

    เสียงครวญครางผสานไปกับเสียงคำรามกึกก้อง ยิ่งในจังหวะที่กายอวบอั๋นถูกสลับตำแหน่งให้ขึ้นไปขยับขับอยู่ด้านบน แล้วนางปล่อยผมยาวสลวยสะบัดพลิ้วไปมา แหงนเงยใบหน้าเชิด ห่อปากด้วยความเสียวซ่านสุดชีวิต ช่างเป็นภาพอันงดงามที่กระชากความรู้สึกของบุรุษวัยฉกรรจ์จนสติเขาเตลิดยิ่งนางโยกคลึงบดสะโพกส่ายโยกไหวมิผิดจากที่เขากระทำต่อนาง หลี่หลงเฟยเขากลับยิ่งรู้สึกว่าเขาช่างเป็นบุรุษผู้มีโชคดีเหลือเกิน เรือนร่างงามนุ่มนิ่มนี้มีความสุขมอบให้เขาอย่างใจกว้างเขาจึงเอื้อมมือไปยึดที่สะโพกขาวกลมกลึง ก่อนเร่งซอยกระแทกถี่ยิบขึ้นไปหานางเสียเอง ยิ่งเขาอัดกระแทกผลักดันเสยขึ้นไปร่องรักของภรรยาสาวนั้น ก็ยิ่งตอดรัดดูดดึงดุ้นแข็งขึง จนทำให้เขาไม่สามารถทนทานได้อีกต่อไป"โอ้ว…ซี้ด…เมียรักของข้า ท่านพี่เฟยทนไม่ไหวแล้ว ร่องของเมียรักช่างเอามันเหลือเกิน โอ้ว…โอ้ว…"ท่อนลำถูกอัดกระแทกรุนแรงและเร็วรี่"อา…อา…อา…ทะ…ท่านพี่…หลี่หลงเฟย…กรี๊ด…"ทั้งสองกายเกร็ง ร่างกระตุกสั่นไหว ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักแตกกระจายโดยพร้อมเพรียงกันพระชายาคนงามรู้สึกสุขสมอย่างสุดขีด ร่างอวบอั๋นนั้นสั่นกระตุกถี่ระรัวอย่างเนิ่นนาน ก่อนที่นางจะทิ้งกายลงกอดเกี

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (5)

    "พระชายา…จะช่วยรับทั้งชีวิตของหลี่หลงเฟยเอาไว้ได้หรือไม่?"ดวงตาทรงดอกท้อหวานซึ้งมองประสานกับดวงตาคมเข้มที่ก็หวานซึ้งมิต่างกัน"ที่ยินยอมรั้งอยู่ข้างกายท่านมาสี่หนาว ถามจากใจ…พระสวามีท่านมิแจ้งใจจริงหรือ?"หากจะกล่าวว่าจอมทัพเช่นหลี่หลงเฟยนั้นเป็นบุรุษร้ายกาจ มากมายเล่ห์ คิดวางแผนเดินหมากอย่างรอบคอบเป็นฉากเป็นตอนมาจวบจนถึงบทสุดท้าย ที่ทุกผู้ล้วนสุขสมหวังกันไปทุกทางเกรงว่าภรรยาพยัคฆ์นางคงยืนอยู่เหนือเมฆา เฝ้ามองบุรุษที่ตนแอบรักเล่นบท 'คนเลว' อย่างสนุกสนานมาเสียสี่หนาวเสียแล้ว"เจ้า…อาหลีน้อย…เจ้ามันร้าย…ฮึ…ฮ่า…ฮ่า…แสบกว่าพยัคฆ์ก็ภรรยาพยัคฆ์นี่เอง"…เป็นครั้งแรกที่หลี่หลงเฟยรู้สึกสะใจต่อการถูกสตรีรังแก!...ซึ่งในใต้หล้านี้เกรงว่าจะมีนางเดียวที่ทำได้ นาง…หลัวเย่หลี…พระชายาตัวหอมแห่งตำหนักชินอ๋องผู้นี้เท่านั้น!จากนั้นหลัวเย่หลีนางก็ถูกจอมทัพร้ายกาจรังแกด้วยท่อนลำยิ่งใหญ่ ที่กดกระแทกผลักดันจนใบหน้าสราญนั้นบิดเบี้ยวด้วยความจุกแน่นปนเปไปกับความเสียวซ่านยิ่งเขาเริ่มกดกระแทกท่อนลำแกร่งเข้าออกอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ชนิดเข้าจนลึกสุดก่อนจะถูกถอนออกมาจนเกือบสุด จนปลายหัวหยักเกือบจะหล

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (4)

    แม้หัวใจจะเต้นแรงเสียจนแทบหลุดออกจากอก แต่นางก็ยังโน้มกายลงไป ประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ปลายคางของเขา ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ริมฝีปากลงมาตามลำคอแกร่ง แวะหยุดเหนือแผ่นอกกำยำซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจเมื่อระลึกได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเอาใจนางเช่นไร หลัวเย่หลีจึงพยายามทำตามสิ่งที่เพิ่งจดจำมาอย่างเก้กัง แม้ทุกการเคลื่อนไหวยังเต็มไปด้วยความประหม่า แต่ความตั้งใจของนางกลับชัดเจนกว่าสิ่งใดทุกครั้งที่ริมฝีปากนุ่มแตะแผ่วลงบนผิวกายของเขา หรือปลายลิ้นสัมผัสอย่างระมัดระวัง เสียงครางทุ้มต่ำก็ดังลอดออกมาจากลำคอของหลี่หลงเฟยโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้ยิ่งได้ยินเช่นนั้น หลัวเย่หลีก็ยิ่งทั้งอาย ทั้งอยากรู้ว่าตนทำได้ถูกหรือไม่ จึงช้อนสายตาขึ้นมองสีหน้าของพระสวามีเป็นระยะ ราวกับกำลังเฝ้ารอคำชื่นชมจากเขาหลี่หลงเฟยยกมือขึ้นลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คล้ายกำลังปลอบโยนให้คลายความประหม่า"เจ้าก็เพียงใช้ปลายลิ้นแตะทักทายเสียก่อน จากนั้นค่อย ๆ ทำไปตามจังหวะของตนเอง ไม่ต้องรีบร้อน เพียงอ่อนโยนและระวังอย่าให้ฟันโดนก็พอ"แม้พระสวามีจะสอนเพียงครั้งเดียว แต่นักเรียนผู้ตั้งใจอย่างหลัวเย่หลีกลับจดจำ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (3)

    หลัวเย่หลีในยามนี้ถูกความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเรือนร่างอวบอิ่มบิดไหวอย่างเร่าร้อน เพลิงราคะที่หลี่หลงเฟยค่อย ๆ จุดขึ้นราวกับกำลังเผาผลาญนางให้หลอมละลาย ริมฝีปากงามเผยอปล่อยเสียงครางแผ่วพร่าไม่ขาดสาย ขณะมือน้อยลูบไล้ไปตามเรือนร่างกำยำของพระสวามีหนุ่มอย่างลืมตัว"อา...หลี่หลงเฟย...หลี่หลงเฟย...""อา...คนดี...เรียกอีก...เรียกข้าว่า 'หลี่หลงเฟย' อีก...ยิ่งเรียกทุกคราวที่ท่านพี่เข้าหาเจ้า ข้าก็ยิ่งชอบ"เพียงได้ยินนางเอ่ยนามตน หลี่หลงเฟยก็ถอนริมฝีปากออก พลางเอ่ยบอกความต้องการด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ ลูบไล้ และขบจุมพิตไปทั่วเรือนกายอวบอิ่ม ราวกับไม่มีส่วนใดของร่างงามที่จะรอดพ้นจากการปรนนิบัติของเขาจากนั้นเขาจึงก้มลงซุกใบหน้าที่ซอกคอขาวผ่อง ไล่จุมพิตและโลมไล้อย่างอ้อยอิ่ง จนหลัวเย่หลีเกร็งกายด้วยความสั่นไหว เสียงครวญครางหวานพร่าหลุดออกจากริมฝีปากอีกครั้ง"อา...อูย...พะ...พอก่อน...หลี่หลงเฟย...พอก่อน...ซี้ด..."ทันใดนั้นหลี่หลงเฟยก็คลายการกักแขนทั้งสองข้างของนางเสียจนหลัวเย่หลีเผลอโล่งใจ คิดว่าพระสวามีผู้ร้ายกาจคงยอมปรานีแล้วทว่าความหวังนั้นกลับอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อเขาทรุ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (2)

    ดวงตากลมโตของหลัวเย่หลีพร่าพรายไปด้วยความอ่อนโยน นางทอดมองพระสวามีด้วยความรักอย่างไม่คิดปิดบัง"เป็นของข้า ด้วยความเต็มใจเถิด อาหลีน้อยของท่านพี่เฟย"สิ้นคำกล่าว หลี่หลงเฟยยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังของนางไว้แน่น สายตาคมเข้มทอดมองสตรีตรงหน้าราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาหวงแหนที่สุดหลัวเย่หลีเผยอริมฝีปาก สูดลมหายใจแผ่วเบา ก่อนจะยกมือขึ้นโอบลำคอของพระสวามีไว้แน่น พลางซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างไว้วางใจ"อื้อ...ท่านพี่..."หลี่หลงเฟยลูบศีรษะนางเบา ๆ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน"ราตรีนี้ท่านพี่จะมอบความสุขให้เจ้า จะรักเจ้าให้สาสม"คำกล่าวนั้นทำให้หลัวเย่หลีเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างแผ่วเบา แล้วซบกลับลงสู่อ้อมกอดของบุรุษผู้เป็นทั้งพระสวามีและที่พักพิงของหัวใจอีกครั้ง“เจ้ายินยอมหรือไม่อาหลีน้อย”เขาพึมพำถามนางแผ่วเบา ทว่าใบหน้ายังคงซุกไซ้อยู่กับร่องอกอวบอิ่ม ปลายลิ้นตวัดเลียลูบไล้วนเวียนอยู่เหนือฐานทรวงผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะย้อนกลับมาดูดยอดปทุมถันสีแดงก่ำด้วยความกระหาย จนเกิดเสียงแผ่วดัง...จุ๊บ...จ๊าบ...กลิ่นหอมและรสหวานของกายสาวแรกรุ่นยิ่งปลุกเร้าความคลั่งไคล้ ย

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (1)

    หลัวเย่หลีกะพริบตาเรียกสติ ก่อนจะเข้าใจคำถามของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ นางใช้เวลาไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดก็ได้คำตอบให้กับหัวใจของตนเอง"เชิญกล่าวเพคะ""ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงข้าไม่เคยเอ่ยคำว่ารักกับเจ้า แต่ข้าแสดงออกไม่ชัดเจนหรือ ว่าข้ารักเจ้า ข้ายกย่องเจ้า มีเจ้าเป็นภรรยา เป็นสตรีเพียงผู้เดียวในดวงใจ ข้ารู้ว่าข้าผิดที่ไม่ยอมบอกความจริง ข้าผิดที่รวบรัดเจ้า ข้าผิดทุกทาง แต่ทั้งหมดที่ข้าทำก็เพราะข้ารักเจ้า อาหลีน้อย ข้ามิใช่คนดีก็จริง แต่ความรักที่ข้ามีให้เจ้ามันจริงแท้ที่สุด หรือสี่ฤดูหนาวที่พวกเราเป็นสามาภรรยากันมา เจ้าไม่เคยมองเห็นความรักและความจริงใจของคนเลวผู้นี้เลยหรือ"ดวงตาของจอมทมิฬที่ทอดมองมายังนางในยามนี้ เปี่ยมไปด้วยความรัก หากก็แฝงความน้อยใจอยู่ไม่น้อยหลัวเย่หลีทบทวนทุกสิ่งอีกครั้ง จึงเริ่มเข้าใจว่า ที่ผ่านมานางมิใช่มองไม่เห็น เพียงแต่เพราะเขาเคยเป็นว่าที่อดีตพี่เขยของนาง แม้ลึก ๆ จะเผลอมีใจ แต่ความละอายกลับทำให้นางพยายามบังคับตนเองให้มองข้ามทุกความรู้สึกนั้นมาตลอด"หรือความผิดนี้ เจ้ามิอาจอภัยให้สามีผู้นี้ได้เลย"จะเป็นไปได้อย่างไรกันถึงนางจะมิใช่สตรีเฉลียวฉลาดนัก แต่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status