Share

ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ
ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ
Author: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

ปฐมบท

last update publish date: 2026-08-11 08:41:04

ปฐมบท

ฤดูหนาวปีนี้มาเยือนแคว้นเป่ยฉีแห่งอาณาจักรต้าเฉิงเร็วกว่าทุกปี

หิมะแรกของปีโปรยปรายลงจากผืนฟ้าราวกับขนห่านสีขาว ปกคลุมหลังคาเรือน ถนนหนทาง และกำแพงเมืองทั่วทั้งแคว้น ลมเหนือพัดกระโชกเป็นระยะ พัดพาเกล็ดหิมะให้ปลิวละล่องไปตามสายลม เสียงกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันแผ่วเบา คล้ายเสียงคร่ำครวญท่ามกลางฤดูเหมันต์อันยาวนาน

ผู้คนในเมืองต่างเร่งรีบกลับเรือนเพื่อหลบไอหนาว ร้านรวงสองฟากถนนทยอยปิดประตูตั้งแต่ยามเย็น บรรยากาศทั้งแคว้นเงียบเหงากว่าทุกวัน

ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับมิอาจเทียบได้กับบรรยากาศอันอึมครึมภายในจวนติ้งเป่ยโหว

บ่าวรับใช้ทั่วทั้งจวนต่างก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาเกินความจำเป็น เพราะงานอภิเษกซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้านานกว่าสามปี กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ก่อนถึงกำหนดรับตัวเจ้าสาวเพียงไม่กี่วัน

ภายในห้องหนังสือ ประตูไม้จันทน์ถูกปิดสนิท เตาอั้งโล่ลุกโชนอยู่กลางห้อง ทว่าความอบอุ่นจากเปลวไฟกลับมิอาจคลายบรรยากาศอันตึงเครียดของผู้คนภายในได้แม้แต่น้อย

หลัวหย่งคัง ติ้งเป่ยโหวคนปัจจุบัน นั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง บุรุษวัยสี่สิบสองปีผู้นี้นำทัพรักษาชายแดนเหนือมานานสิบห้าปี จนศัตรูนอกด่านมิกล้ารุกรานแผ่นดินต้าเฉิงแม้แต่ก้าวเดียว

แม่ทัพผู้ไม่เคยหวาดหวั่นต่อสนามรบ บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเซียว ราวกับชั่วข้ามคืนได้พรากเรี่ยวแรงและวัยหนุ่มของเขาไปกว่าสิบปี

เบื้องหน้าของเขาคือหรงเฟยเยี่ย ซู่กั๋วกง น้องชายแท้ ๆ ของหรงไท่เฮา พระราชมารดาของฮ่องเต้หลี่หลงอี้และชินอ๋องหลี่หลงเฟย จึงนับเป็นเสด็จน้าชายของทั้งสองพระองค์

ส่วนบุรุษหนุ่มที่ประทับนั่งอยู่ด้านข้าง สวมอาภรณ์สีดำปักมังกรเงิน พระพักตร์หล่อเหลา สง่างาม ดวงตาคมลึกราวกับน้ำแข็งพันปี เพียงประทับนั่งนิ่งก็ยังแผ่แรงกดดันออกมาโดยไม่ต้องตรัสวาจา บุรุษผู้นั้นคือชินอ๋อง หลี่หลงเฟย พระอนุชาร่วมพระราชมารดาของฮ่องเต้ ผู้มีฐานันดรศักดิ์รองเพียงฮ่องเต้และหรงไท่เฮา อีกทั้งยังเป็นเจ้าบ่าวของงานอภิเษกครั้งนี้

หลัวหย่งคังค่อย ๆ ลุกขึ้น ประสานมือค้อมศีรษะลงต่ำ

"เรื่องทั้งหมดเกิดจากการอบรมบุตรสาวของกระหม่อมไม่ดี กระหม่อมสมควรตายหมื่นครั้งพ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋อง"

น้ำเสียงของติ้งเป่ยโหวแหบพร่า ราวกับมิได้นอนมาทั้งคืน

"ซ่งหรานหลบหนีออกจากจวนไปพร้อมบุรุษอื่น นับเป็นความผิดใหญ่หลวง หากซู่กั๋วกงและชินอ๋องทรงมีพระประสงค์ลงโทษ กระหม่อมจะไม่โต้แย้งแม้แต่ครึ่งคำ"

หรงเฟยเยี่ยถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

"ติ้งเป่ยโหว เจ้าเองก็ทราบดีว่าเรื่องนี้มิใช่ปัญหาระหว่างสกุลหลัวกับสกุลหรงเพียงเท่านั้น"

"ยามนี้ฝ่าบาทเพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ได้เพียงสองปี ราชสำนักยังแบ่งเป็นหลายฝ่าย หากงานอภิเษกของชินอ๋องต้องล้มเลิก ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย"

"งานอภิเษกครั้งนี้ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ส่วนหรงไท่เฮาก็ทรงเตรียมการด้วยพระองค์เองมาตลอดสามปี หากข่าวเจ้าสาวหลบหนีแพร่ออกไป เจ้าคิดหรือว่าจะมีเพียงสกุลหลัวที่เสียหน้า"

หลัวหย่งคังเม้มริมฝีปากแน่น

ติ้งเป่ยโหวย่อมทราบดีว่า เรื่องนี้มิได้กระทบเพียงสกุลหลัว หากยังเกี่ยวพันถึงพระพักตร์ของฮ่องเต้ หรงไท่เฮา ราชวงศ์หลี่ และความมั่นคงของราชบัลลังก์

หลี่หลงเฟยทอดพระเนตรเปลวไฟในเตาอั้งโล่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันพระพักตร์ไปทางผู้เป็นท่านน้า หรงเฟยเยี่ยจึงเอ่ยถามอย่างนอบน้อม

"ชินอ๋องทรงคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"

หรงเฟยเยี่ยหันไปมองหลานชายก่อนเอ่ยถามอย่างนอบน้อม ภายในห้องหนังสือพลันตกอยู่ในความเงียบ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังชินอ๋อง รอคอยพระดำรัสจากพระองค์โดยมิได้นัดหมาย

ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่หลงเฟยจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยกิริยาเชื่องช้า ก่อนวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา สีพระพักตร์ยังคงเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาความคิด

"เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว การตามตัวหลัวซ่งหรานกลับมาย่อมไร้ประโยชน์"

พระสุรเสียงของพระองค์สงบนิ่ง หากหนักแน่นจนผู้ฟังไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแทรก สายพระเนตรทอดไปยังหลัวหย่งคัง ก่อนตรัสต่ออย่างสุขุม

"ต่อให้นำตัวกลับมาได้ นางก็ไม่อาจเข้าพิธีอภิเษกในฐานะพระชายาของเปิ่นหวางอีก"

พระองค์เว้นช่วงเพียงครู่ ก่อนตรัสต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม

"ส่วนการเอาผิดติ้งเป่ยโหวในเวลานี้ ก็มีแต่จะสร้างปัญหาให้เสด็จพี่ฮ่องเต้"

หลัวหย่งคังค้อมศีรษะลงต่ำกว่าเดิม มือที่ประสานอยู่เบื้องหน้ากำแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความละอาย หากกลับมิคิดเอ่ยคำแก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ

หรงเฟยเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วยกับทุกถ้อยคำของหลานชาย ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ชินอ๋องตรัสถูกต้อง เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมิอาจย้อนคืนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือหาทางคลี่คลายสถานการณ์"

หลัวหย่งคังสูดลมหายใจลึก คล้ายรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย ก่อนประสานมือกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"กระหม่อมเองก็คิดเช่นนั้น จึงกล้าทูลเสนอทางออกเพียงประการเดียว"

เขาหยุดไปชั่วครู่ ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับชั่งใจ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง

"กระหม่อมยังมีบุตรสาวอีกคน นามว่าหลัวเย่หลี แม้อายุเพียงสิบสี่ปีและยังมิได้ผ่านพิธีปักปิ่น แต่หากชินอ๋องมิทรงรังเกียจ กระหม่อมยินดีให้นางแต่งเข้าตำหนักชินอ๋องแทนพี่สาว"

สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในห้องยิ่งเงียบงันกว่าเดิม หรงเฟยเยี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าครุ่นคิด ก่อนหันมองติ้งเป่ยโหวแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง

"ติ้งเป่ยโหว เจ้าตรึกตรองดีแล้วหรือ"

"กระหม่อมตรึกตรองมาดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ" หลัวหย่งคังตอบโดยไม่ลังเล ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง

"ยามนี้ผู้คนในเมืองหลวงทราบเพียงว่าชินอ๋องจะทรงอภิเษกกับบุตรสาวของติ้งเป่ยโหว หาได้ทราบว่าเป็นคุณหนูคนใด อีกทั้งเย่หลีก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกเช่นเดียวกับซ่งหราน"

เขาหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

"หากปล่อยให้งานอภิเษกล้มเลิก พระพักตร์ของฝ่าบาท หรงไท่เฮา ตลอดจนราชวงศ์และสองสกุลย่อมได้รับความเสียหายยิ่งกว่าเดิม"

หรงเฟยเยี่ยมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงหันไปมองหลานชาย เพราะท้ายที่สุด ผู้ที่จะตัดสินใจเรื่องนี้มีเพียงชินอ๋องผู้เดียว

หลี่หลงเฟยนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สีพระพักตร์ยังคงสงบนิ่ง ก่อนตรัสขึ้นอย่างเรียบเฉย

"เปิ่นหวางไม่มีความเห็นคัดค้าน"

เพียงประโยคเดียว หลัวหย่งคังก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราวกับยกภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับอยู่บนบ่าออกไปได้ครึ่งหนึ่ง

ทว่า ก่อนที่เขาจะทันกล่าวคำขอบพระทัย หลี่หลงเฟยก็ตรัสต่อทันที

"แต่ก่อนที่ทุกคนจะตัดสินใจ เปิ่นหวางต้องการทราบความสมัครใจของคุณหนูสามหลัวเสียก่อน"

คำกล่าวนั้นทำให้หลัวหย่งคังชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ราวกับไม่คาดคิดว่าชินอ๋องจะทรงให้ความสำคัญกับความสมัครใจของบุตรสาววัยสิบสี่ปีถึงเพียงนี้

ทว่าหลังตั้งสติได้ เขารีบประสานมือค้อมศีรษะลงต่ำ "ได้พ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋อง กระหม่อมจะให้คนไปตามเย่หลีมาเดี๋ยวนี้"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (2)

    หลัวเย่หลีในยามนี้ถูกความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเรือนร่างอวบอิ่มบิดไหวอย่างเร่าร้อน เพลิงราคะที่หลี่หลงเฟยค่อย ๆ จุดขึ้นราวกับกำลังเผาผลาญนางให้หลอมละลาย ริมฝีปากงามเผยอปล่อยเสียงครางแผ่วพร่าไม่ขาดสาย ขณะมือน้อยลูบไล้ไปตามเรือนร่างกำยำของพระสวามีหนุ่มอย่างลืมตัว"อา...หลี่หลงเฟย...หลี่หลงเฟย...""อา...คนดี...เรียกอีก...เรียกข้าว่า 'หลี่หลงเฟย' อีก...ยิ่งเรียกทุกคราวที่ท่านพี่เข้าหาเจ้า ข้าก็ยิ่งชอบ"เพียงได้ยินนางเอ่ยนามตน หลี่หลงเฟยก็ถอนริมฝีปากออก พลางเอ่ยบอกความต้องการด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ ลูบไล้ และขบจุมพิตไปทั่วเรือนกายอวบอิ่ม ราวกับไม่มีส่วนใดของร่างงามที่จะรอดพ้นจากการปรนนิบัติของเขาจากนั้นเขาจึงก้มลงซุกใบหน้าที่ซอกคอขาวผ่อง ไล่จุมพิตและโลมไล้อย่างอ้อยอิ่ง จนหลัวเย่หลีเกร็งกายด้วยความสั่นไหว เสียงครวญครางหวานพร่าหลุดออกจากริมฝีปากอีกครั้ง"อา...อูย...พะ...พอก่อน...หลี่หลงเฟย...พอก่อน...ซี้ด..."ทันใดนั้นหลี่หลงเฟยก็คลายการกักแขนทั้งสองข้างของนางเสียจนหลัวเย่หลีเผลอโล่งใจ คิดว่าพระสวามีผู้ร้ายกาจคงยอมปรานีแล้วทว่าความหวังนั้นกลับอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ เมื่อเขาทรุด

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนจบ (1)

    หลัวเย่หลีกะพริบตาเรียกสติ ก่อนจะเข้าใจคำถามของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ นางใช้เวลาไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ และในที่สุดก็ได้คำตอบให้กับหัวใจของตนเอง"เชิญกล่าวเพคะ""ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงข้าไม่เคยเอ่ยคำว่ารักกับเจ้า แต่ข้าแสดงออกไม่ชัดเจนหรือ ว่าข้ารักเจ้า ข้ายกย่องเจ้า มีเจ้าเป็นภรรยา เป็นสตรีเพียงผู้เดียวในดวงใจ ข้ารู้ว่าข้าผิดที่ไม่ยอมบอกความจริง ข้าผิดที่รวบรัดเจ้า ข้าผิดทุกทาง แต่ทั้งหมดที่ข้าทำก็เพราะข้ารักเจ้า อาหลีน้อย ข้ามิใช่คนดีก็จริง แต่ความรักที่ข้ามีให้เจ้ามันจริงแท้ที่สุด หรือสี่ฤดูหนาวที่พวกเราเป็นสามาภรรยากันมา เจ้าไม่เคยมองเห็นความรักและความจริงใจของคนเลวผู้นี้เลยหรือ"ดวงตาของจอมทมิฬที่ทอดมองมายังนางในยามนี้ เปี่ยมไปด้วยความรัก หากก็แฝงความน้อยใจอยู่ไม่น้อยหลัวเย่หลีทบทวนทุกสิ่งอีกครั้ง จึงเริ่มเข้าใจว่า ที่ผ่านมานางมิใช่มองไม่เห็น เพียงแต่เพราะเขาเคยเป็นว่าที่อดีตพี่เขยของนาง แม้ลึก ๆ จะเผลอมีใจ แต่ความละอายกลับทำให้นางพยายามบังคับตนเองให้มองข้ามทุกความรู้สึกนั้นมาตลอด"หรือความผิดนี้ เจ้ามิอาจอภัยให้สามีผู้นี้ได้เลย"จะเป็นไปได้อย่างไรกันถึงนางจะมิใช่สตรีเฉลียวฉลาดนัก แต่

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนที่ 15/2

    เพียงได้ยินเสียงแหลมใสที่แฝงความขุ่นเคือง พร้อมดวงตาคู่หวานที่บัดนี้เต็มไปด้วยแววดุดัน ท่านอ๋องทมิฬผู้เลื่องชื่อก็ถึงกับเสียอาการ เอ่ยผิดเอ่ยถูกเสียจน หากผู้ใดมาเห็นเข้าคงได้หัวเราะจนตัวงอ"อาหลีน้อย...เอ่อ...ใจเย็นก่อนคนดี""หากท่านยังไม่รีบกล่าว หม่อมฉันจะไม่เป็นคนดีแล้วเพคะ!""แม่เจ้าประคุณ...อาหลีน้อยดุร้ายกับพระสวามีเกินไปแล้วนะ"แม้ในใจจะอดบ่นมิได้ แต่หลี่หลงเฟยก็ยังเป็นบุรุษชาติทหาร เมื่อกล้าทำก็ย่อมกล้ารับ เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนยืดอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"ก่อนอื่น...วันนี้ท่านพี่ขอสารภาพว่า มิได้ดื่มสุราแม้แต่หยดเดียว""ท่านว่าอย่างไรนะ...หลี่หลงเฟย!"หลัวเย่หลีถามเสียงเย็น ใบหน้ายังคงเรียบตึง ทว่าดวงตาคู่งามที่เคยอ่อนหวานกลับคมกริบราวกับคมมีด จนท่านอ๋องทมิฬยังอดหนาวสะท้านมิได้"ท่านพี่เพียงแสร้งเมา เดี๋ยว...ชายารัก อย่าเพิ่งลงไม้ลงมือ ขอให้ท่านพี่สารภาพผิดทั้งหมดก่อน ฟังจบแล้ว อาหลีน้อยจะตีหรือจะสังหาร ค่อยจัดการทีเดียวก็ยังไม่สาย""..."หลัวเย่หลีมิอาจคาดคิดว่า พระสวามีผู้เคยเย็นชา สุขุม และวางพระองค์สูงส่ง จะเอ่ยวาจาหน้าด้านหน้าทนได้ถึงเพียงนี้ทว่าในเมื่อเขากล้าขอ นางก็ยิ

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนที่ 15/1

    “อาหลีน้อย ท่านพี่คิดถึงเจ้านัก เจ้ารู้บ้างหรือไม่”ในขณะที่ริมฝีปากเอ่ยชวนหลัวเย่หลีพูดคุยไปเรื่อยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หลี่หลงเฟยก็แสร้งทำเป็นเมามายแนบเนียนเสียจนผู้ใดก็จับพิรุธไม่ได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลัวเย่หลีคุ้นชินกับการที่เขาชอบอาศัยจังหวะเข้าใกล้ แนบชิด หรือแตะเนื้อต้องตัวนางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้พิรุธ ครั้นวันนี้เขาเปลี่ยนมาชวนสนทนาอย่างออกรสออกชาติ นางจึงลดความระแวดระวังลงโดยไม่รู้ตัวนั่นยิ่งเข้าทางบุรุษเจ้าเล่ห์ผู้เปี่ยมด้วยมารยา เขาอาศัยทุกจังหวะขยับกายแนบชิด เสียดสีเรือนร่างนุ่มนิ่มของนางอย่างแนบเนียน ด้วยความโหยหาที่ต้องอดกลั้นมาร่วมเดือนเพราะถูกภรรยา 'ทอดทิ้ง' ความอดทนที่สั่งสมไว้จึงใกล้ถึงขีดสุดท้ายที่สุดเขาก็โอบร่างอวบอิ่มเข้ามาในอ้อมแขน ดึงใบหน้างดงามของนางลงมา ก่อนฉวยโอกาสหอมแก้มฟอดใหญ่เสียอย่างหน้าตาเฉย"อุ้ย! ท่านพี่หลงเฟย มาหอมแก้มหม่อมฉันด้วยเหตุใดกัน ปล่อยเพคะ!"หลัวเย่หลีร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบผลักอกแกร่งของคนเมาเพื่อถอยหนี พยายามประคองกายลุกขึ้นจากเตียง ก่อนยกมือกุมแก้มข้างที่ถูกหอม ดวงหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธและอับอายเมื่อครู่นี้ยังพูดคุยกันดี ๆ ผู

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนที่ 14/2

    ปลายนิ้วเรียวเพิ่งแตะลงบนหัวไหล่ของหลี่หลงเฟย ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เอนตัวเข้าหานางทันที ราวกับไร้เรี่ยวแรงจะนั่งต่อไป“ท่านพี่เฟย เป็นเช่นไรบ้างเพคะ เหตุใดไม่เข้าไปนอนพักในห้องบรรทม”หลัวเย่หลีตกใจ รีบยกมือประคองเขาไว้โดยสัญชาตญาณ ก่อนบ่นคนเมาเสียงอ่อนอาเต๋อกับขันทีเสี่ยวเจี๋ยเห็นดังนั้น จึงรีบก้าวเข้ามาช่วยประคองเจ้านายที่แสร้งเมามาย เนื่องจากชินอ๋องหนุ่มสูงใหญ่เกือบแปดฉื่อ ส่วนพระชายาตัวเล็กคงรับน้ำหนักไม่ไหว“ให้บ่าวช่วยพาไปในห้องนะ พ่ะย่ะ...”ทว่าเพิ่งยื่นมือเข้าไป หลี่หลงเฟยก็ยกเท้าถีบออกมาเต็มแรงเสียก่อน“โอ๊ย!”อาเต๋อร้องลั่น ร่างกระเด็นไปนั่งกองกับพื้น มือกุมท้อง สีหน้าบิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวดเสียเต็มประดาภาพตรงหน้าทำเอาหลัวเย่หลีตกใจไม่น้อย รีบหันกลับมามองคนที่กำลังซบอยู่บนไหล่ของตนอย่างจนปัญญาพ่อบ้านจ้าวรีบก้าวเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ“พระชายา เห็นทีคืนนี้คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว หากชินอ๋องเป็นเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้”หลัวเย่หลีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนทอดสายตามองบุรุษตรงหน้า แม้ในใจจะยังติดค้างเรื่องราวมากมาย แต่จะปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพนี

  • ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ    ตอนที่ 14/ 1

    หลังออกจากวังหลวง หลี่หลงเฟยก็ทิ้งสมญา 'ท่านอ๋องทมิฬ' ไว้เบื้องหลัง ก่อนแปลงกายเป็นพยัคฆ์เจ้าเล่ห์ งัดกลอุบายที่แม้แต่ตนเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีวันต้องใช้ในเมื่อหลัวเย่หลีตั้งใจหลบหน้าเขามาเกือบหนึ่งเดือน เช่นนั้นเขาก็จะทำให้นางเป็นฝ่ายมาหาเขาเองแผนการนั้นมิได้ซับซ้อน เพียงแสร้งเมามาย กลับถึงตำหนักก็โวยวาย ทุบทำลายข้าวของ เอาแต่ร้องเรียกหา 'อาหลีน้อย' ไม่หยุด จนข่าวลือแพร่ไปถึงหูผู้เป็นเจ้าของนามนั้นเพราะเขารู้ดีว่า ต่อให้นางโกรธเพียงใด ก็ไม่มีวันทอดทิ้งผู้บาดเจ็บหรือผู้ไร้สติไว้ตามลำพังจะโทษเขาก็มิได้หลี่หลงเฟยอาจกล้าหาญพอจะเผชิญหน้าศัตรูนับหมื่น วางแผนศึกจนผู้คนทั่วใต้หล้าครั่นคร้าม อีกทั้งต่อกรกับเหล่าขุนนางหัวเก่าเพื่อช่วยเสด็จพี่ปกป้องราชบัลลังก์มาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของภรรยา เขากลับจนปัญญายิ่งกว่าต้องเผชิญศึกใหญ่ชินอ๋องผู้มีนามสะเทือนใต้หล้า ผู้คนต่างขนานนามว่า 'ท่านอ๋องทมิฬ' กลับหวาดหวั่นต่อสตรีตัวเล็กเพียงผู้เดียวสิ่งที่เขาหวั่นเกรงหาใช่คมดาบหรือห่าธนู หากเป็นสายตาเย็นชาของหลัวเย่หลี และถ้อยคำเพียงประโยคเดียวที่นางอาจเอ่ยออกมา'ขอหนังสือหย่า'ก่อนออกจากวัง เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status