เข้าสู่ระบบฟ้าพราวหาเรื่องถ่วงเวลา ‘กินขนม’ กับภูริดลด้วยการจัดห้องให้ที่รักนานเป็นชั่วโมง โดยสามีของเธอยกห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องนอนของเขาและเธอให้เจ้าแมวอ้วน เสร็จแล้วออกไปทำอาหารเย็นอย่างอ้อยอิ่ง
“ถ่วงเวลาเก่งนักนะ!”
เสียงเข้มที่ดังขึ้นบริเวณหน้าประตูห้องครัว ทำให้หญิงสาวที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีฟ้าพาสเทลแบบพอดีตัวกับกางเกงผ้ายืดเนื้อนิ่มสะดุ้งเฮือกเผลอทำมะเขือยาวผลอวบใหญ่หลุดมือกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่แทบเท้าของภูริดล
“คุณไปรอข้างนอกก่อน ทำกับข้าวเสร็จแล้วฉันจะไปตาม” เธอบอกโดยไม่หันไปมองหน้าเขา
ชายหนุ่มหลุบตาลงมองมะเขือยาวที่นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นนิดหนึ่งก่อนจะก้มเก็บมันขึ้นมา “มะเขือยาว เอามาทำอะไร”
“ฉันจะทำยำมะเขือเผา”
“ผมไม่ชอบ” เขาบอกเสียงห้วนแล้วถือมะเขือยาวเดินเข้าไปหาภรรยาที่ยืนหั่นผักอยู่ตรงโต๊ะสำหรับเตรียมอาหาร ร่างหนาแนบนาบเธอจากทางด้านหลังทั้งตัว บดเบียดสะโพกเข้ากับบั้นท้ายนุ่มอย่างอดใจไม่ไหว เนื่องจากอารมณ์ปรารถนายังคุกรุ่นคั่งค้างมาจากเหตุการณ์ที่ลานจอดรถในห้าง สาบานเลย วันนี้เขาจะไม่ปลดปล่อยความต้องการด้วยตัวเองอีกเด็ดขาด เขาจะต้องสุขสมด้วยฝีมือของภรรยาเนื้อนุ่มคนนี้เท่านั้น
“ยำมะเขือเผาสูตรชาววังเลยนะ แม่ครัวที่วังเป็นคนสอนฉัน รับรองว่าสูตรนี้คุณไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนแน่นอน”
“ผมจำได้ว่ารายการอาหารที่ผมชอบที่บอกคุณหญิงไปไม่มีเมนูนี้” เขาเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะคร่อมร่างเล็กเอาไว้ แล้วโน้มใบหน้าลงพูดเสียงขุ่นที่ข้างหูเธอ “ไม่ใส่ใจผัวเลยใช่มั้ย บอกอะไรไปถึงจำไม่ได้”
“ฉันจำได้ เมนูที่คุณชอบไม่มียำมะเขือเผา แต่ฉันก็อยากทำให้กินไง ไม่ได้เหรอ”
“เปลี่ยนเมนูเถอะ เมนูนี้มันโคตรจะไม่มงคลเลย” เขาฟาดมะเขือยาวผลอวบใหญ่ลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
ร่างเล็กสะดุ้งเบาๆ แล้วเอียงหน้ามองสบตาเขาด้วยความไม่เข้าใจ “อะไรของคุณเนี่ย แค่นี้ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย”
“ถามจริง ถ้าของของผัวคุณหญิงเหี่ยวเป็นมะเขือเผา คุณหญิงจะโอเคมั้ย”
“อะไรเหี่ยว” ถามหน้าซื่อตาใส
“งูดินมั้ง” เขากระแทกเสียงอย่างรำคาญความใสซื่อของเธอเต็มทน เรื่องอื่นทำเป็นดุเก่ง แต่พอเรื่องนี้ทำเป็นอินโนเซนส์
เธอพลิกตัวหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจแบบสุดๆ “เป็นอะไร ดูหงุดหงิดงุ่นง่านเหลือเกิน ถ้าหิวมากก็ถอยไปห่างๆ เลย ฉันจะรีบทำกับข้าวให้กิน”
“อย่าตีเนียน คุณหญิงรู้ว่าผมไม่ได้หิวข้าว แต่ผมหิวคุณหญิง จะต้องให้พูดตรงๆ มั้ยว่าคุณหญิงทำให้ผมอารมณ์ค้างมาตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นเช้าก็มาเดินแก้ผ้ายั่วผม ไปห้างก็มาบีบ ‘งูดิน’ ของผมจนตอนนี้มันกลายพันธุ์เป็น ‘อนาคอนดา’ ไปแล้ว” ว่าแล้วปลดหัวเข็มขัดหนังออกแล้วจับมือเล็กสอดเข้าไปในขอบเอวกางเกง ให้เธอชื่นชมผลงานตัวเองว่ามันยอดเยี่ยมขนาดไหน
“อะ...อะ..อนาคอน...ดา” ฟ้าพราวเปล่งเสียงตะกุกตะกัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ตอนจับที่ลานจอดรถในห้างมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย แล้วทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งยาว ทั้งใหญ่ล้นมือจนกำแทบไม่รอบอย่างนี้ หญิงสาวจะดึงมือออก แต่ถูกเขาโต้กลับด้วยการยัดมือเธอใส่เข้าไปในขอบกางเกงชั้นใน
ฟ้าพราวหลับตาปี๋ แทบอยากร้องกรี๊ด เมื่อกี้จับผ่านเนื้อผ้าของกางเกงชั้นในก็ว่าสยิวมากแล้ว แต่ตอนนี้เนื้อแนบเนื้อ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลยทีเดียว
“คุณหญิงถ่วงเวลามาหลายชั่วโมงแล้ว ผมจะไม่ทนอีกแม้แต่วินาทีเดียว”
“จะทำจริงเหรอ” เธอถามเสียงแผ่ว หน้าแหย มือเล็กที่ถูกกดแนบอยู่กับท่อนเนื้อใหญ่หนาและร้อนผ่าวเริ่มชื้นเหงื่อด้วยความหวั่นวิตก ยิ่งเธอขยับมือยุกยิก มันก็ยิ่งแข็งขึงมากขึ้น
“ไหนบอกว่าเตรียมใจมาเป็นเมียผมแล้วไง” ภูริดลกล่อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางจับมือเล็กให้ขยับขึ้นลงตามความยาวอย่างเชื่องช้าและใจเย็น “อย่าป๊อดสิ”
“ฉะ...ฉัน...ฉันมีประจำเดือน” ฟ้าพราวพูดโพล่งออกมาและหวังว่าจะถ่วงเวลาการขึ้นเตียงกับเขาไปได้สักสี่หรือห้าวัน
“มุกเก่ามากคุณหญิง” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคอแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่สอดเข้าไปในขอบกางเกงเอวยางยืดแล้วสอดผ่านขอบกางเกงชั้นในเข้าไปอีกที มือใหญ่กอบกุมเนินเนื้อนุ่ม หมุนวนปลายนิ้วบนจุดอ่อนไหว “ไหนประจำเดือน แห้งสนิท แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะทำให้คุณหญิงเปียกเอง”
“คนป่าเถื่อน หยาบคายที่สุด” ฟ้าพราวต่อว่าใบหน้าแดงก่ำ แล้วใช้มือที่ว่างอยู่เพียงข้างเดียวดึงมือเขาออกแต่ไม่เป็นผล เขาออกแรงขืนข้อมือไว้แล้วขยับปลายนิ้วอย่างพลิ้วไหว ในขณะที่มืออีกข้างก็บังคับมือเธอให้รูดขึ้นลงตามความยาวของ ‘อนาคอนดา’ ที่ตอนนี้พองตัวขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า
ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นแล้วรูดกางเกงขาสั้นของภรรยาลงพร้อมกับกางเกงชั้นใน เปิดเปลือยเนินเนื้ออวบอูมที่เมื่อคืนนี้เขาเห็นไม่ถนัดนัก กลีบเนื้อของเธอเนียนแน่นปิดสนิท คล้ายไม่เคยถูกคลี่แย้มมาก่อนเลยสักครั้ง
จะเป็นไปได้ยังไง!?
ภูริดลนึกค้านตัวเองอยู่ในใจ เขาไม่อยากเชื่อ ว่าผู้หญิงที่ยอมแต่งงานกับชาวไร่อย่างเขาเพื่อเงิน อีกทั้งยังจุดติดง่ายและยอมให้เขาจับ ยอมให้เขาจูบ ยอมให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรอย่างง่ายดายจะไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน
แต่กระนั้น กลิ่นหอมสะอาดเย้ายวนใจก็ดึงดูดให้เขาต้องฝังใบหน้าลงไปสูดดมอย่างลุ่มหลง แล้วปาดลิ้นขึ้นลงตามรอยแยกก่อนจะกดแทรกเข้าไปตวัดวนบนปุ่มเนื้ออ่อนไหว
ฟ้าพราวกัดริมฝีปากล่างไว้แน่นแต่ก็ไม่อาจปิดกั้นเสียงครางแผ่วหวิวเอาไว้ได้ สองขาของเธอสั่นระริกจนแทบยืนไม่อยู่ ต้องใช้สองมือเท้าโต๊ะที่อยู่ด้านหลังประคองตัวเองเอาไว้
สะโพกของเธอบิดส่ายไปมาเมื่อเขาสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปในช่องทางคับแคบแล้วควานลึกเข้าสู่ภายใน เขาหมุนวน ไล้เลียแล้วดื่มกินหยาดหยดหอมหวานอย่างหิวกระหาย
เธอได้ยินเสียงคำรามทุ้มต่ำด้วยความพึงพอใจจากคนที่ซุกใบหน้าอยู่กับหว่างขาเธอ หนวดเครารุงรังของเขาเสียดสีกับต้นขาด้านในจนซ่านสยิวไปทั้งเนื้อตัว ฟ้าพราวจิกขอบโต๊ะจนเล็บยาวที่ตัดแต่งไว้อย่างสวยงามแทบหัก ผิวกายเธอร้อนผ่าวและชื้นเหงื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ยามตะวันตกดินที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัวจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ
“อื้อ..ฉันไม่ไหวแล้ว” เธอบอกเสียงกระเส่า ลมหายใจหอบลึกขาดเป็นห้วง กล้ามเนื้อภายในส่วนที่ลึกลับที่สุดเต้นตุบตับอย่างรวดร้าว
น้ำมณีดีใจมากที่เห็นภูริดลและฟ้าพราวพาลูกๆ มาหา และยิ่งเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กๆ ก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก “เจ้าสองชาจะมาอยู่กับย่าใช่มั้ยลูก” คุณย่าถามหลานสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่ค่ะ” ใบชาตอบ “คุณหญิงแม่ฟ้าอนุญาตให้ใบชากับน้องน้ำชาอยู่บ้านคุณย่าสามวันค่ะ” “อ้าว อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอม อยู่กับย่าจนกว่าจะเปิดเทอมไม่ได้เหรอลูก” ฟ้าพราวเห็นสีหน้าผิดหวังเล็กๆ ของผู้เป็นย่าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “แค่สามวันกำลังดีค่ะคุณแม่ ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังคุณแม่ไมเกรนขึ้นแน่ๆ เจ้าสองชาของคุณแม่แสบไม่น้อยเลยนะคะ” “โอ้ย จะสักแค่ไหนกันเชียว แม่เลี้ยงดินมาตั้งแต่เด็กจนแก่ป่านนี้ได้ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว” น้ำมณีพูดพลางมองหน้าลูกชายสุดที่รักด้วยรอยยิ้มรักใคร่ ถึงแม้เขาจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่น้ำมณีก็รักเหมือนเป็นลูกในไส้ “ตอนเด็กๆ น่ะดินแสบแค่ไหนอย่าให้แม่เล่าเลย เดี๋ยวจะอายลูกอายเมียซะเปล่าๆ” “ไม่ต้องเล่าเลยครับคุณแม่” ภูริดลรีบห้าม “แล้วนี่คุณพ่ออยู่หรือเปล่าครับ ไม่เห็นออกมาหาหลานเลย”
ภูริดลพาลูกสาวสองคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดน่ารักๆ มานั่งที่โต๊ะอาหาร และเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กลับจากบ้านต้นไม้ดึก เด็กหญิงทั้งสองคนจึงตื่นสายกว่าปกติ “ใบชากับน้ำชานั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปช่วยคุณแม่ยกอาหารเช้ามาให้” “ใบชาไปช่วยค่ะ” เด็กหญิงใบชาในวัยเจ็ดขวบอาสาอย่างแข็งขัน “ใบชาช่วยพ่อดูแลน้องน้ำชาอยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวน้องเล่นซนตกเก้าอี้” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวคนโต ใบชาเป็นเด็กน่ารัก กล้าแสดงออก มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนฟ้าพราวผู้เป็นแม่ “ค่ะคุณพ่อ ใบชาจะดูแลน้องน้ำชาอย่างดี ไม่ให้ตกเก้าอี้แน่นอน” เด็กหญิงใบชารับปากอย่างแข็งขันแล้วหันไปมองน้องสาววัยสามขวบอย่างระแวดระวังกลัวน้องที่นั่งขยับตัวยุกยิกไปมาจะตกเก้าอี้ไปจริงๆ อย่างที่คุณพ่อบอก “ลูกสาวพ่อน่ารักจริงๆ เลย” คุณพ่อจุ๊บหน้าผากลูกสาวคนโตหนึ่งที แล้วหันไปจุ๊บลูกสาวคนเล็กที่นั่งมองตาแป๋วอีกหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมกัน ภูริดลเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าได้
ท้องฟ้ายามราตรีที่ไร่ภูสรวงคืนนี้ดำสนิท ทำให้มองเห็นดาวน้อยใหญ่ได้ชัดเจน เด็กหญิงใบชายืนเกาะขอบหน้าต่างบ้านต้นไม้ซึ่งสร้างอยู่บนต้นก้ามปูต้นใหญ่ท้ายไร่ โดยมีพ่อกับแม่ขนาบข้างคอยระวังความปลอดภัยให้ลูกภูริดลชี้ชวนให้ลูกดูกลุ่มดาวต่างๆ ในขณะที่ฟ้าพราวสาละวนอยู่กับการฉีดสเปรย์กันยุงและติดสติกเกอร์กันยุงให้ลูกสาวกับสามี “นั่นดาวลูกไก่ โน่นดาวหมีใหญ่ ตรงโน้นดาวจระเข้” เด็กหญิงใบชาฟังแล้วทำหน้าสงสัย “คูมพ่อขา...” “คะ?” “นี่ท้องฟ้านะคะ” “ใช่ค่ะ ท้องฟ้า” คุณพ่อตอบพลางมองหน้าลูกสาว สงสัยว่าลูกสงสัยอยู่ “แล้วทำไมท้องฟ้ามีแต่สัตว์ละคะ ไม่ใช่สวนสัตว์สักหน่อย” “ลองถามคุณแม่สิคะ” ภูริดลโบ้ยไปให้ภรรยาหน้าตาเฉย “คูมหญิงแม่ฟ้ารู้มั้ยคะ” เด็กหญิงถามเสียงใส แม้จะเลยเวลานอนตามปกติมามากแล้วก็ตาม “เพราะดาวแต่ละดวงเวลาเราลากเส้นจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งจนครบทุกจุดแล้วมันจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ไงคะ”ฟ้าพราวอธิบายจริงจังตามหลักวิชาการ เด็กหญิงวัยสามขวบคิดตามไม่ทันจึงทำหน้างงยิ่งกว่า
ฟ้าพราวจัดโต๊ะอาหารเสร็จและนั่งรออยู่พักใหญ่ คุณสามีกับคุณลูกสาวก็ยังไม่มา เธอจึงเดินไปตามที่ห้องนอน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเจ้าตัวเล็กส่งเสียงแสดงความดีใจยกใหญ่ “ว้าววว คูมพ่อมีบ้านบนต้นไม้ด้วยเหรอคะ” “ไม่ใช่บ้านของคุณพ่อหรอกค่ะ” ภูริดลตอบพลางจับผมยาวสลวยของลูกสาวขึ้นม้วนเป็นทรงดังโงะที่กลางศีรษะอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่มีลูกสาว เขาก็หาทรงผมน่ารักๆ จากอินเตอร์เน็ตมาทำให้ลูกแทบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เห็นแบบนี้ฟ้าพราวก็อดยิ้มอย่างสบายใจไม่ได้ ตอนแรกภูริดลตั้งความหวังไว้มาก ว่าอยากให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย ตอนที่รู้ว่าท้องแรกเป็นผู้หญิง ฟ้าพราวกลัวมากว่าเขาจะผิดหวัง ทว่าเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เขาไม่มีอาการผิดหวังเลยสักนิด แถมยังเตรียมหาข้อมูลในการดูแลลูกสาวอย่างดีอีกต่างหาก “อ้าว แล้วของใครคะ” ใบชาทำหน้าจ๋อย เพราะถ้าไม่ใช่ของคุณพ่อ เธอก็อดไปเล่นที่บ้านต้นไม้น่ะสิ “ของใบชาไงคะ” คุณพ่อหน้าดุที่คนงานเห็นแล้วพากันขนหัวลุกบอกลูกสาวด้วยเสียงสอง “จริงเหรอค้า” “จริงสิคะ หนูบอกอยากได้ คุณพ่อก็เลยทำให้ไงคะ”
ภูริดลขับรถออกจากบ้านของหรรษามาได้นิดหนึ่ง ฟ้าพราวก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนสุดแสนจะธรรมดา ทว่าโดดเด่นด้วยวิกผมสีแดงที่ยาวถึงบั้นเอวเดินอยู่ข้างถนน ไหล่ข้างหนึ่งของเธอสะพายกระเป๋ากระสอบสีสายรุ้งใบใหญ่แบบที่แม่ค้าชอบใช้ มืออีกข้างถือถุงผ้าขนาดย่อมที่ใส่ของไว้เต็มอีกหนึ่งใบ “พี่ดิน นั่นน้องที่มาเล่านิทานในงานเอลล่าเมื่อกี้นี่นา” “ใช่เหรอ” ภูริดลผู้ไม่มีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนนอกจากภรรยาตัวเองหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ “ใช่ค่ะ ฟ้าจำน้องได้ ยิ่งใส่วิกผมสีแดงแบบนี้ใช่เลย พี่ดินจอดค่ะ จอดๆ” ภูริดลขับรถเลยสาวผมแดงไปนิดหนึ่งแล้วจอดรถเทียบข้างทาง ฟ้าพราวเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปทักทาย“น้องเจ้าหญิงคะ”คนที่ถูกเรียกว่า ‘น้องเจ้าหญิง’ เดินเข้าหาช้าๆ อย่างระวังตัวแต่พอเห็นว่าเป็นฟ้าพราวก็จำได้ว่าเป็นญาติของเจ้าของงานวันเกิดเมื่อสักครู่จึงคลายความระแวง“พี่ที่อยู่ในงานเมื่อกี้ เรียกเพลินทำไมเหรอคะ”“จะไปปากซอยใช่มั้ยคะ” ฟ้าพราวถาม“ใช่ค่ะ”“ขึ้นรถเลยค่ะ ไปด้วยกัน”“ไม่เป็นไรค่ะ เดินอีกแค่นิดเดียวก็ถึงปา
ห้าโมงเย็น เป็นเวลาแดดร่มลมตก เพื่อนที่โรงเรียนของเอลล่ามาถึงงานกันครบทุกคนแล้ว งานนี้นอกจากเด็กๆ จะได้เล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว บรรดาแม่ๆ ก็ยังได้พบปะเมาท์มอยกันด้วย เพราะแต่ละคนก็คุ้นเคยกันดีจากที่ได้เจอกันบ่อยๆ ตอนไปรับส่งลูกที่โรงเรียนและจากการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูกๆ ฟ้าพราวเห็นบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ ตรงกันข้ามกับภูริดลที่ควันออกหูเมื่อเห็นเด็กชายวัยเดียวกับเอลล่าเดินเข้ามาจูงมือหลานสาวไปนั่งเก้าอี้หน้าเวทีเล็กๆ เพื่อฟังนิทานจาก ‘นักเล่านิทาน’ สาวสวยที่หรรษาจ้างมามอบความบันเทิงให้เด็กๆ ในวันนี้โดยเฉพาะ “เจ้หลิวสอนลูกยังไงเนี่ย ทำไมปล่อยให้ผู้ชายจูงมือเดินไปง่ายๆ อย่างนั้น” ภูริดลบ่นอุบอุบ “เด็กๆ เขาเป็นเพื่อนกัน ก็เล่นกันแบบนี้เป็นธรรมดาน่ะพี่ดิน” ฟ้าพราวบอกอย่างไม่คิดอะไรมาก “ไม่ได้ๆ สังคมทุกวันนี้มันน่ากลัว เราต้องสอนให้เอลล่าระวังตัวกับผู้ชายตั้งแต่เด็ก” ว่าแล้วภูริดลก็เดินตามเอลล่าไปแล้วสะกิดบอกเด็กชายให้ขยับไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวถัดไป ส่วนเขาก็นั่งคั่นกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน การกระทำของภูริดลไม่ได้ทำให้เด็กชายร







