“คืนนี้ฉันจะนอนที่บ้านเธอ พอดีไม่ได้จองโรงแรมไว้ คงไม่เป็นไรใช่ไหม” ใบหน้าของเต้าหู้เต็มไปด้วยความงุนงง ไม่ต่างจากลูกน้องอีกสองคนที่ไม่เข้าใจเจ้านายว่าพูดแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่พี่แกมีบ้านพักตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ขับรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจองโรงแรมเลย หรือนี่จะเป็นข้ออ้างขอค้างบ้านผู้หญิง
“คิดอะไรกับหนูปะเนี่ย” จู่ๆ ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ทำทีจะมาขอนอนที่บ้านด้วย รู้อยู่ว่าเธอสวยคงจะมีแต่คนหมายปอง ถึงเจ้าหนี้คนนี้จะหล่อก็เถอะ แต่เธอก็เป็นผู้หญิงจะให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกับผู้ชายมันก็จะดูไม่งามเอานะ
“หรือจะให้หนูขัดดอก บังคับขืนใจให้เป็นนางบำเรอ ก็พวกคุณสามคนตัวโตอย่างกับยักษ์อุ้มปิดปากหนูก็ทำได้สบาย เพราะหนูไม่มีทางสู้อยู่แล้ว” เคยอ่านหนังสือเคยดูละครมาเยอะ ถ้านางเอกติดหนี้ไม่มีเงินจ่ายจะต้องเอาตัวเองไปขัดดอกเพื่อใช้หนี้ อย่าบอกนะว่าเขาจะให้เธอทำแบบนั้น
“แค่มองเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว ไม่ได้สวยขนาดนั้น” เอาจริงๆ ตอนนี้ เขาก็ไม่มีอารมณ์กับใครทั้งนั้นแหละ ไม่ว่ากับเธอหรือกับใคร ไม่รู้ว่าจะกลับมาใช้งานได้ตอนไหน หรืออาจต้องอยู่อย่างเหี่ยวเฉาไปทั้งชีวิต
“แรงมาก”
“รีบเปิดบ้านสิ ฉันง่วงแล้ว” คนตัวโตเร่งให้คนตัวเล็กเปิดประตูบ้าน พอเธอเปิดได้เขาก็พุ่งตัวเข้าไปโดยที่ไม่รอให้เธอได้อนุญาต แต่จะให้เธอลากตัวเขาออกมาคงไม่ไหว คนอะไรตัวโตอย่างกับยักษ์เลยต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะตอนนี้เธอก็ทั้งเหนื่อยและง่วงเหมือนกัน
“นอนตรงโซฟาหน้าทีวีได้ไหมคะ”
“ยุงเยอะ จะนอนยังไง”
“งั้นนอนห้องของแม่หนูได้ไหม”
“ไม่อะแม่เธอพึ่งเสีย ฉันจะนอนห้องเธอ เธอก็ไปนอนห้องแม่เธอแทนแล้วกัน” ไอ้เจ้าหนี้นี่ก็เรื่องมากพอตัวเลย แต่ถ้าเกิดเธอทำอะไรขัดใจเขาขึ้นมาแล้วทำให้เขาไม่พอใจก็กลัวจะจบไม่สวย
“งั้นหนูนอนห้องแม่ก็ได้ค่ะ ห้องนอนอยู่ชั้นสอง ห้องน้ำก็เดินไปเข้าทางนู้นนะคะ หนูขอตัวเคลียร์ห้องก่อนถ้าเสร็จแล้วจะบอกให้คุณค่อยเข้าไปค่ะ” เธอเอ่ยบอกกับชายหนุ่มทั้งสามคนก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าที่จะใส่นอนและใส่วันพรุ่งนี้ออกมา พร้อมจัดห้องนอนให้ดูเรียบร้อย แล้วค่อยไปอาบน้ำ
ระหว่างที่รอเต้าหู้ไปจัดการห้องเฉินก็ได้นั่งรอไปพลางหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมอย่างสบายใจ
“ลูกพี่ลืมเหรอครับว่าเรามีบ้านอยู่แถวๆ นี้ด้วย” จ๊อดที่ต่อมเผือกกระตุกอยากรู้เลยเอ่ยถาม
“ไม่ได้ลืม แต่ไม่อยากไป อยากนอนที่นี่” เหตุผลก็แค่ไม่อยากปล่อยให้เด็กสาวที่ชีวิตรันทดอยู่แล้วเพราะแม่พึ่งจากไป ยังมีคนคิดทำไม่ดีไม่ร้ายด้วยอีก เขาแค่ไม่อยากให้ชีวิตเธอรันทดมากไปกว่าเดิมอีกก็แค่นั้น
จ๊อดแจ๊ดมองหน้ากันก่อนจะแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย นานแล้วที่ไม่ได้เห็นลูกพี่คุยกับสาวๆ สงสัยลูกพี่จะถูกใจน้องคนนี้แน่ๆ
“พวกมึงยิ้มอะไรกัน”
“ลูกพี่ไม่ได้ชอบน้องเขาหรอกเหรอครับ” แจ๊ดถามไปตรงๆ
“นั่นดิลูกพี่ น้องเขาก็น่ารักดีนะ สเป็กลูกพี่เลย”
“ไม่ใช่อย่างที่พวกมึงคิดหรอก” ระหว่างที่คุยกันเต้าหู้ที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้เดินมาบอกกับเฉิน
“เสร็จแล้วค่ะ เดินขึ้นบันไดไปห้องอยู่ทางซ้ายมือค่ะ”
“อืม”
“ห้องหนูไม่มีของมีค่าอะไรหรอกนะคะ ไม่ต้องรื้อ ไม่ต้องค้นหาอะไร แล้วก็ห้ามแตะต้องของส่วนตัวด้วย ถึงจะเป็นเจ้าหนี้แต่ก็ห้ามทำอะไรตามอำเภอใจนะคะ” เต้าหู้เอ่ยเตือนทำหน้าจริงจัง ไม่รู้หรอกเจตนาของเขาคือมาทำอะไร บางทีอาจจะอยากมารื้อมาค้นบ้านหาของมีค่าเอาไปขาย แต่ก็ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก เพราะตั้งแต่แม่ป่วยทั้งเงินทั้งทองก็ขายเอาไปรักษาแม่หมดแล้ว แต่ถ้าทำไม่ดีเธอก็ไม่ยอมแน่นอน ก่อนจะไปอาบน้ำเพื่อรีบเข้านอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปที่วัดเพื่อช่วยเตรียมงานเผาศพที่จะมีขึ้นในช่วงบ่าย
“จะบอกอะไรให้ ฉันไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรอกนะ มารยาทฉันก็ดี” หญิงสาวเบะปากมองบน แต่ไอ้ที่พุ่งพรวดเข้ามาใหนบ้านไม่รอให้อนุญาต เนี่ยเหรอที่เขาเรียกว่ามีมารยาท
“เหรอคะ เห็นทำอะไรตามอำเภอใจเลยนึกว่าไม่มี” คนหล่อย่นคิ้ว เด็กนี่ไม่รู้เลยสินะว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่นอกจากเพื่อน พ่อ แม่พี่น้อง ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้เลยนะ คิดดอกเพิ่มเลยดีไหมเนี่ย
“หนูขอตัวก่อนนะคะ”
เต้าหู้เดินเข้าไปในห้องของแม่ เพราะห้องนอนเธอเจ้าหนี้นอนอยู่ ก่อนนอนไม่ลืมไหว้พระพร้อมบอกกล่าววิญญาณของแม่
“หนูรักแม่นะ แต่ว่าเราอยู่กันคนละโลกแล้ว หนูคิดถึงแม่นะ มาเข้าฝันได้บอกหวยได้ แต่ไม่ต้องมาหานะ หนูกลัว” ก่อนจะรีบล้มตัวข่มตานอนหลับไปพร้อมกับความกลัว รักแค่ไหนแต่ก็กลัวผีอยู่ดี
ด้านของเฉิน เขาเข้ามาในห้องนอนเด็กสาวที่ตกแต่งไปด้วยรูปไอดอลที่ชอบ บนหัวเตียงก็มีกรอบรูปวางเอาไว้ สามสี่อัน เขาก็ไม่ได้สนใจก่อนจะเปิดหน้าต่างกว้างๆ แล้วปิดไฟล้มตัวลง นอนรอใครบางคนที่มันคิดจะทำเรื่องไม่ดี แต่จะว่าไป ทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ได้
เด็กที่ชื่อเต้าหู้จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ใจ หรือคงเป็นเพราะความดีในตัวยังมีอยู่ เห็นใครเดือดร้อนไม่ช่วยก็จะดูใจร้ายเกินไปล่ะมั้ง
แหมเราก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย เฉินเอ่ยชมตัวเองอยู่ในใจ
ผ่านไปสักพักจนเฉินผล็อยหลับไปจริงๆ ตรงหน้าต่างก็มีเสียงกุกๆกักๆ เฉินเลยสะดุ้งตื่น และรู้ว่ามีคนกำลังเข้ามาจริงๆ เขาจึงคลุมโปง แกล้งหลับต่อ ในห้องที่มีแสงไฟกิ่งส่องเข้ามาสลัวๆ ทำให้เห็นรายละเอียดไม่ชัดนัก แต่ก็พอเห็นเป็นรูปร่างคนนอนอยู่บนเตียง
อาร์มที่หมายตาเต้าหู้เอาไว้เพราะแอบชอบมานาน แต่ไม่กล้าจีบ อะไรไม่รู้ดลใจทำให้มันคิดทำเรื่องเลวร้าย แอบย่องจะเข้ามาลักหลับเต้าหู้ในคืนนี้ แต่ก็ดันมีคนไปรู้เข้า และกำลังทำให้ชะตาของมันจะขาด
อาร์มขยับขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกับเฉินโดยที่มันก็คิดว่านี่คือเต้าหู้ มันสืบมาอย่างดีแล้วว่าเต้าหู้นอนห้องนี้ มันจึงเอาบันไดไม้ไผ่บาดหน้าต่างแล้วปีนขึ้นมาโดยที่มีไอ้บูมคอยดูต้นทางให้ด้านล่าง
“เต้าหู้ กูอาร์มเอง กูชอบมึงนะ”
มือของไอ้เวรนั่นไม่หยุดนิ่งลูบไล้ พร้อมทั้งบีบทั้งคลำต้นแขน ของเฉินจนเขาขนลุก
“กล้ามมึงใหญ่เหมือนกันนะ ซ้อมมวยกับส้มลิ้มมันบ่อยล่ะสิกล้ามแน่นมาก แต่ไม่เป็นไร จะเป็นยังไงกูก็ชอบมึงอยู่ดี เป็นของกูนะเต้าหู้”
“กูไม่เป็น!!”
“เห้ย!! เต้าหู้ทำไมเสียงมึงใหญ่จังวะ”
"โทษทีเสียงกูพึ่งแตกหนุ่ม" ไอ้อาร์มรีบดึงผ้าห่มออกจังหวะนั้นเฉินก็ดีดตัวขึ้นจากที่นอนพอไอ้อาร์มเห็นว่าไม่ใช่เต้าหู้จึงรีบถอยหนี
“เห้ย มึงเป็นใครวะ”
“เป็นพ่อมึงไง! ไอ้ลูกเหี้ย!” ฝ่าเท้าของเฉินกระแทกเข้าที่หน้าอกของไอ้คนที่มันคิดทำเรื่องชั่ว จนมันกระเด็นหลังไปกระแทกกับผนังห้อง แล้วมันก็ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความจุก จากนั้น ก็รัวกระแทกเท้าลงบนตัวไอ้เด็กนี่อย่างเมามัน
“ไอ้เด็กเวร ใครสั่งใครสอนให้ทำตัวระยำแบบนี้ฮะ!!? สมองมึงคิดได้แต่เรื่องพวกนี้หรือไง กินตีนเข้าไปเยอะๆ จะได้เลิกชั่ว”
“อะ โอ๊ย ยอมแล้ว ยอมแล้ว”
“เห้ย ไอ้อาร์ม เป็นอะไรวะ” ไอ้เพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันพอได้ยินเสียงเพื่อร้องโอดโอยด้วยความเป็นห่วงก็ปีนบรรได้ขึ้นมาดู
“ไอ้ บูม ช่วยกูด้วย” ไอ้อาร์มที่ได้ยินเสียงเพื่อนจึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ
“มาช่วยเพื่อนมึงกินตีนกูนี่เลยมา โทษฐานสนับสนุนกันทำเรื่องชั่วๆ” พอมันปืนจนขึ้นมาถึงหน้าต่างก็ถูกเฉินกระชากลงไปกระทืบด้วยอีกคน โทษฐานที่ไม่ห้ามเพื่อนทำสิ่งไม่ดี มิหนำซ้ำยังมาดูต้นทางให้อีก กลายเป็นว่าตอนนี้เป็นหนึ่งรุมสอง วัยรุ่นสองคนไม่สามารถสู้แรงเฉินได้เลย ได้แต่นั่งขดนอนขดให้เฉินลงโทษอยู่อย่างนั้น
แค่นี้จิ๊บๆสิบรุมหนึ่งยังเอาพี่ไม่ลง