เข้าสู่ระบบsuperior service
เวลา 16.05 น.
พนักงานประจำของศูนย์บริการอย่างจั๊ด ปื๊ด และบอลกำลังช่วยกันซ่อมรถของลูกค้าที่มารับบริการอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันตามกำหนดที่ให้ไว้กับลูกค้า
“จะเลิกงานแล้ว เร่งหน่อย พรุ่งนี้เช้ากูต้องเอารถไปส่งลูกค้า”
“ครับเฮีย~” เสียงทั้งสามคนตอบรับประสานกัน พร้อมกับเร่งมือทำให้เสร็จเพราะทั้งสามเองก็อยากกลับบ้านไปพักผ่อนแล้วเหมือนกัน
ฟีนิกซ์เดินเข้าไปเช็กของที่ในร้านว่ามีอะไรขาดเหลือก่อนจะจดเอาไว้ในกระดาษ ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ชอบงานอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ เขาชอบที่จะขับรถและใช้ชีวิตกินเที่ยวเล่นสนุกไปวัน ๆ มากกว่า แต่ด้วยความที่อายุเพิ่มมากขึ้น คงจะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้คนเราก็ต้องเติบโตและหาความมั่นคงให้ชีวิต อีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้อยากไปช่วยงานของพ่อที่บริษัท ไม่อยากไปเจอพ่อ หากเจอคงได้มีปากเสียงทะเลาะกันเหมือนเช่นทุกครั้ง
เขาจึงอยากมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แม้ว่าตัวเองจะมีเงินจากการลงทุนอยู่แล้วแต่การสร้างธุรกิจของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี ก่อนหน้านี้ร้านนี้เขาแค่เปิดเล่น ๆ กับพวกเพื่อน ๆ แต่ว่าเพื่อนแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันไปหมดแล้ว แถมยังยกหุ้นทั้งหมดให้กับฟีนิกซ์อีก สรุปร้านนี้ก็กลายเป็นของเขาไปโดยปริยาย
เขามีแผนว่าจะขยายสาขาเพื่อรองรับลูกค้าที่มีมากขึ้น ตอนนี้ได้ทำเลที่ตั้งร้านใหม่แล้ว เหลือเพียงหาผู้รับเหมาที่จะเข้ามาสร้างร้าน หลังจากนี้เขาก็เดินหน้าลงทุนลงแรงกับธุรกิจนี้อย่างเต็มที่
Rrrrrrrrr
ขณะที่กำลังจะหย่อนก้นลงบนโซฟาสีแดงในห้องทำงาน สายเรียกเข้าจาก วินเนอร์ ซึ่งเป็นพี่ที่สนิทกันก็ดังขึ้น เขากดรับสายอย่างไม่ลังเล
“ว่าไงพี่”
(เงียบไปเลยนะมึงช่วงนี้)
“งานเยอะว่ะ ดูร้านอยู่คนเดียว”
(แล้วเพื่อนมึงอีกสามคนล่ะ)
“ตั้งแต่มีเมียก็หายหัวกันไปหมดแล้ว แล้วพี่มีอะไรหรือเปล่าถึงได้โทรมา”
(ว่าจะชวนมึงแดกเหล้า แล้วก็มีเรื่องจะให้มึงช่วยหน่อย)
“ได้ดิ ที่ไหนล่ะ”
(ร้านกูนี่แหละ)
“เดี๋ยวปิดร้านแล้วไปหาเลย”
(เออ ๆ รีบมากูแดกรอก่อนล่ะ) หลังจากวางสาย วินเนอร์ไป ข้อความจากแฟนสาวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือของฟีนิกซ์
ตอนนี้น้ำใสยังอยู่ที่ต่างจังหวัดด้วยหน้าที่ที่ต้องทำเลยต้องห่างกันหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาเสมอ เดือนหนึ่งเธอก็ต้องไปต่างจังหวัดเพื่อเอาอะไหล่ไปส่งลูกค้าพร้อมกับหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มด้วย
Baby Namsai : ทำอะไรอยู่คะ ปิดร้านหรือยัง
Phoenixxx : ปิดแล้ว
Phoenixxx : คืนนี้ดื่มนะ พี่วินชวน
Baby Namsai : อย่าดื่มเยอะนะ ถ้ากลับไม่ไหวเรียกแท็กซี่นะ เป็นห่วง^^
Baby Namsai : ถึงห้องแล้วทักบอกด้วย
Phoenixxx : โอเค
Baby Namsai : คิดถึงนะคะ จุ๊บ
Phoenixxx : คิดถึงเหมือนกัน รีบกลับมา
Baby Namsai : จะรีบทำงานให้เสร็จแล้วรีบกลับไปหาค่ะ
หลังจากปิดร้านฟีนิกซ์ก็เลือกขับมอเตอร์ไซค์คันโปรดไปยังร้านของ วินเนอร์ ซึ่งเปิดเป็นร้านสัก ข้าง ๆ ก็เป็นร้านเสื้อยืดมือสองของน้องชายวินเนอร์ที่ชื่อวิคเตอร์ แถมตึกแถวก็เปิดเป็นร้านนั่งชิว ขายหม่าล่าและเหล้าเบียร์
วินเนอร์นั้นถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของฟีนิกซ์เลยก็ว่าได้ ตอนที่เขามีเรื่องชกต่อยกับคู่อริ และถูกมีดแทงก็ได้วินเนอร์ช่วยให้เข้ามาหลบในร้าน ยังไม่พอวินเนอร์กับลูกน้องก็ช่วยไล่พวกที่มีเรื่องกับฟีนิกซ์ให้ล่าถอยไป แถมยังใจดีพาส่งโรงพยาบาลอีกเสร็จสรรพแล้วแวะมาเยี่ยมด้วยจึงเริ่มสนิทกันนับตั้งแต่นั้นมา
รอยสักรูปนกฟีนิกซ์ วินเนอร์ก็ยังสักให้ฟรีเพื่อทับรอยแผลเป็นที่หน้าท้อง วินเนอร์บอกว่านกฟีนิกซ์เป็นนกที่เกิดใหม่ได้จากเถ้าถ่าน ตายยาก ก็เหมาะกับชื่อของเขา และรอยสักก็บ่งบอกถึงตัวตนของเขาเช่นกัน
พอขับมอเตอร์ไซค์มาถึงร้านก็เห็นวินเนอร์กำลังนั่งดื่มกับน้องชายอยู่ ทั้งสองคนพอเห็นว่าฟีนิกซ์มาก็ยกมือขึ้นกวักเรียกให้รีบไปหา
“มา ๆ เดี๋ยวกูรินให้เองวันนี้” วินเนอร์คีบน้ำแข็งใส่แก้ว พร้อมกับรินของเหลวสีอำพันราคาแพงใส่ลงไปแล้วจึงยื่นให้คนที่พึ่งมาถึง
“มาไม้ไหนเนี่ยพี่” ฟีนิกซ์นั่งลงก่อนจะรับแก้วมา
“มีเรื่องจะรบกวนไง เลยต้องเอาใจมึงหน่อย”
“จะติดสินบนว่างั้น”
“เออ”
“แล้วเรื่องอะไรที่จะให้ช่วย”
“แดกแก้วนี้ให้หมดก่อนเดี๋ยวบอก” ฟีนิกซ์ยิ้มก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนของเหลวในแก้วนั้นหายไปจนหมด
"ว่ามา"
“ลูกพี่ลูกน้องกูเรียนใกล้จะจบแล้วตอนนี้กำลังหาที่ฝึกงาน เลยอยากฝากเข้าทำที่บริษัทมึงหน่อย เป็นบริษัทใหญ่ด้วยเวลาจบไปหางานทำมันจะได้มีโอกาสไปทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ”
“โถ่ เรื่องแค่นี้เอง โทรบอกก็ได้ไม่เห็นต้องให้มาหา”
“ก็กูอยากหาคนมาแดกเหล้าด้วยนี่หว่า ดื่มกับไอ้วิคสองคนทุกวันจนไม่มีเรื่องจะคุยกันแล้วเนี่ย”
“ไอ้วิคแล้วมึงเป็นไง เรียนจบยังอะ” ฟีนิกซ์หันไปถามวิคเตอร์ที่เจอกันทีไรอีกฝ่ายเหมือนจะเรียนไม่จบสักที
“ยัง” แถมพอถามก็ได้คำตอบเดิมแบบนี้
“อยู่ปีอะไรแล้วเนี่ย”
“ปีเจ็ด”
“มึงเรียนยังไงเนี่ย จะให้ครบโควตาแปดปีเหรอสัด”
“ก็เรียนไปทำงานไปไงพี่ อีกอย่างเรียนนาน ๆ ความรู้แน่นดีด้วย” วิคเตอร์ตอบติดตลก ด้วยความที่วินเนอร์และวิคเตอร์นั้นเป็นคนต่างจังหวัด การกระเสือกกระสนหาทำงานและส่งตัวเองเรียนจึงทำให้ทั้งสองมีชีวิตที่ดีขึ้น เดิมทีวิคเตอร์เองก็ไม่ค่อยชอบเรียนอยู่แล้วด้วย แต่ก็ดันเป็นคนหัวดีใช้ได้ สอบติดคณะวิศวะ แต่ก็นั่นแหละเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยมันก็เหนื่อย เลยเลือกที่จะลงเรียนแต่ละเทอมแค่สองถึงสามวิชาเพราะเอาเวลาที่เหลือมาหาเงินแทน
“เจริญล่ะมึง” ขณะที่มือกำลังจะเอื้อมหยิบถั่วในจานกับแกล้มก็หมดเสียก่อน
“กับแกล้มหมดแล้วเนี่ย ไอ้เตอร์มึงไปดูน้องดิ กูให้ไปเอากับแกล้มไปเอาถึงที่ไหนน่ะ นานจังวะ”
ขณะที่วิคเตอร์กำลังจะลุกขึ้น สาวสวยสวมเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กางเกงขาสั้น มัดผมอย่างลวก ๆ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเล็กน้อย ใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ถือจานใส่ถั่วพร้อมกับจานหมาล่าเสียบไม้เอามาเสิร์ฟให้
“มาแล้ว”
“หายไปซะนาน นึกว่าไปปลูกถั่วเอง”
“พี่ก็เว่อร์เกิน พอดีในครัวที่ร้านยุ่ง ๆ เลยช่วยพวกพี่ ๆ เขาก่อน” เพราะร้านของวินเนอร์เป็นร้านเหล้าด้วย ช่วงนี้ปิดเทอมน้องสาวเลยมาช่วยงาน
“เนี่ยเพื่อนพี่ ชื่อฟีนิกซ์” วินเนอร์แนะนำเธอให้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้
“นี่ลูกพี่ลูกน้องกู ชื่อเว็นดี้ เรียนวิทลัยที่ต่างจังหวัดกำลังหาที่ฝึกงาน กูเลยอยากฝากฝึกงานกับบริษัทมึง”
“แล้วเรียนสาขาอะไร” ฟีนิกซ์ถามเพราะจะได้ช่วยฝากงานถูกตำแหน่ง
“บัญชีค่ะ” ฟีนิกซ์คิดอยู่ครู่หนึ่ง ความจริงร้านเขาเองก็อยากได้คนมาช่วยจัดการเรื่องของบัญชี สต๊อกอะไหล่ ทำใบเสร็จออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า และทำรายรับรายจ่ายของร้านเหมือนกัน ตอนนี้น้ำใสก็เข้ามาช่วยทำอยู่ แถมยังช่วยดูแลเรื่องเงินให้ฟีนิกซ์ด้วย แต่ว่าเธอเองก็ยุ่งกับงานเซลล์อยู่แล้ว ถ้าให้เว็นดี้มาทำตรงนี้แทนก็คงจะลดภาระของน้ำใสลง
“งั้นให้ไปทำที่ร้านผมก็ได้ อยากได้คนช่วยพอดี ส่วนใบผ่านฝึกงานเดี๋ยวบอกให้บริษัทออกให้ก็ได้”
"ขอบคุณนะคะ พี่กินอะไรเดี๋ยวหนูชงให้" เธอขยับไปนั่งใกล้ฟีนิกซ์พร้อมกับรินเหล้าเพื่อเอาอกเอาใจแต่ดันโดนวิคเตอร์ผลักออกห่าง
"อย่าทำตัวแรด พี่เขามีเมียแล้ว"
"หนูก็ไม่ได้จะแรด แค่จะเอาอกเอาใจพี่เขา เผื่อพี่เขาจ้างหนูจะได้เอ็นดูให้เงินเดือนหนูเยอะ ๆ ไง" เธอมักทำอะไรติดเล่นอยู่เสมอจึงเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
“เออ จะทำยังไงก็แล้วแต่มึงเลย" พอวินเนอร์พูดกับน้องสาวเสร็จก็หันไปคุยกับฟีนิกซ์
"กูฝากด้วย ถ้ามันทำอะไรไม่ดีมึงด่ามันได้เลยเต็มที่”
“ถ้าพี่ไม่กล้าโทรมาบอกผมเดี๋ยวผมช่วยด่าให้” วิคเตอร์ว่าเสริม ไอ้คนนี้มันปากจัดอยู่แล้วเรื่องด่านี่ของถนัดมันเลย
“อ้าวพี่วิน พี่วิค ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ นี่น้องเองนะ” หญิงสาวขึ้นเสียงทำหน้างอนพี่ชายทั้งสอง
“เพราะเห็นมึงเป็นน้องนั่นแหละถึงได้ต้องว่าต้องเตือน ถ้าทำอะไรเหี้ยมากูจะด่าให้หนักกว่าคนอื่น” วิคเตอร์ว่าปิดท้ายก่อนที่ทั้งสามจะนั่งดื่มด้วยกันจนเกือบจะเช้า
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)