تسجيل الدخولFiraris Industry Co., Ltd.
(บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด)
รถกระบะสี่ประตูสีขาวแปะสติ๊กเกอร์โลโก้ฟีรารีสพึ่งเดินทางจากเชียงใหม่มาถึงหน้าบริษัท ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงน้ำใสยังไม่ได้บอกแฟนหนุ่มว่าจะกลับวันนี้ เดิมทีแผนการเดินทางกลับจะเป็นวันพรุ่งนี้แต่ด้วยความที่ว่างานเสร็จเร็วจึงเร่งกลับ เพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อนในวันอาทิตย์ก่อนถึงวันเปิดทำการของบริษัทในวันจันทร์
น้ำใสคิดได้ว่าตอนนี้ร้านของฟีนิกซ์ยังคงเปิดทำการอยู่ เขาอาจจะยังอยู่ที่ร้าน เธอจึงจะไปเซอร์ไพรส์เขาเสียหน่อย และถือโอกาสเอาของฝากที่ซื้อมาไปฝากพนักงานที่ร้านของแฟนหนุ่มด้วย
ที่ร้านของฟีนิกซ์เดิมทีเปิดเป็นสนามแข่งรถแต่ตอนนี้ได้มีให้บริการซ่อม เช็กรถ ครบวงจร มีพนักงานมากขึ้น และลูกค้าก็เข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายด้วยชื่อเสียงของทางร้านที่ให้บริการในระดับพรีเมี่ยม
เธอเก็บของใส่หลังรถก่อนจะขับมุ่งตรงไปยัง Superior race สนามแข่งรถที่แฟนของเธอเป็นเจ้าของ
เธอขับเข้าไปยังที่จอดรถก่อนหิ้วของฝากเต็มไม้เต็มมือเดินเข้าไปที่อู่ซ่อม
“พวกมึงซ้อมา” จั๊ดลูกน้องคนสนิทที่อยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งร้าน พร้อมกับ ปื๊ด และบอล ตะโกนขึ้นทันทีเมื่อเห็นน้ำใส ก็รีบละจากงานที่ทำวิ่งมาช่วยถือของที่ดูท่าว่าจะหนัก
“สวัสดีค่ะ พี่จั๊ด พี่ปื๊ด พี่บอล น้ำเอาขนมมาฝาก”
“ไหนเฮียบอกว่าซ้อไปเชียงใหม่ไม่ใช่เหรอครับ”
“ไปแล้ว และกลับมาแล้วค่ะ ตอนนี้พี่เค้าอยู่ไหนเหรอคะ”
“อยู่ข้างในครับ ให้พี่ไปเรียกไหม”
“ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวหนูไปเอง ของฝากของพี่ ๆ เอาไปแบ่งกันนะคะ”
“ขอบคุณครับซ้อ” ทั้งสามคนพูดขอบคุณหญิงสาวพร้อมกัน ที่ทั้งสามเรียกเธอว่าซ้อเป็นเพราะน้ำใสเป็นแฟนของฟีนิกซ์เจ้านายของพวกเขา และพวกเขาก็เรียกฟีนิกซ์ว่าเฮียอยู่แล้ว จึงเรียกน้ำใสว่าซ้อไปโดยปริยาย
น้ำใสเดินเข้าไปในร้านที่เป็นโซนรับรองลูกค้า พอเปิดประตูก็ได้ยินน้ำเสียงใสเอ่ยต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวสวยที่น้ำใสไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเอ่ยต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ทำให้น้ำใสแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร ด้วยความที่เคยได้ยินแฟนหนุ่มบ่นว่าเหนื่อยที่ต้องจัดการอะไรในร้านเอง ตั้งแต่ต้อนรับลูกค้า ทำบัญชี ทำสต๊อกของในร้านเองทั้งหมด ก็คงอยากหาคนมาช่วยตรงนี้
“สวัสดีค่ะ” น้ำใสตอบรับการทักทายพร้อมกับยิ้มให้
“ต้องการให้ช่วยอะไรไหมคะ” พนักงานใหม่ยิ้มและถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เปล่าค่ะ แค่จะแวะมาหาพี่ฟีนิกซ์”
“อ๋อ พี่เขาน่าจะอยู่ห้องทำงานข้างบนค่ะ เดี๋ยวหนูไปเรียกให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปเองดีกว่า” ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นสองของร้าน ซึ่งเป็นห้องทำงานและเป็นห้องที่ฟีนิกซ์เอาไว้สังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็เห็นว่าคนรักกำลังลงมาพอดี เธอจึงถอยหลังออกห่างจากบันไดเว้นที่ให้เขา
“กลับมาเร็วจัง ไม่เห็นบอกพี่เลย” เจ้าของร้านเดินมาหยุดตรงหน้าของเธอแล้วยกมือขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ
“งานเสร็จเร็วกว่าแผนที่วางไว้ค่ะ”
“เหนื่อยไหม”
“เหนื่อย อ้อนได้ไหม”
“เต็มที่เลย” มือใหญ่ขยี้หัวก่อนหอมไปหนึ่งทีโดยไม่ได้สนใจสายตารอบข้าง
ตุ๊บ!! เสียงของหล่นทำให้ทั้งสองต้องหันไปดูเว็นดี้ดันทำอะไหล่ที่แขวนบนชั้นหล่น
“ซุ่มซ่ามอีกแล้ว นั่นอะไหล่นำเข้าแพงนะ ระวังหน่อย” ฟีนิกซ์หันไปว่าแต่ไม่ได้มีทีท่าดุเธอแต่อย่างใด
"ขอโทษค่ะ" เธอยิ้มเจื่อนอย่างเกรงใจ
“จริงสิ นี่เว็นดี้เด็กฝึกงานคนใหม่ที่ร้าน เป็นญาติของพี่วินมันฝากมาฝึกงานที่บริษัท”
“เว็นดี้ นี่น้ำใสแฟนพี่” หญิงสาวพยักหน้ายกมือขึ้นสวัสดีพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะเดินหายเข้าไปทางหลังร้าน
“อ้าวแล้วทำไมให้มาทำที่ร้านล่ะคะ” ฟีนิกซ์โอบเอวของแฟนสาวพาเธอไปนั่งคุยที่โซฟา
“พี่อยากได้คนมาช่วยงานที่ร้านอยู่เหมือนกัน ทำคนเดียวเหนื่อย ไอ้พวกนั้นก็ซ่อมเป็นอย่างเดียว งานอย่างพวกเอกสาร บัญชีมันก็ทำไม่เป็นกัน”
“จะใช้น้องเขาทำงานแทนตัวเองอีกล่ะสิ” จำได้ว่าก่อนหน้านี้ร้านนี้เคยจ้างพนักงานมาช่วยซึ่งตอนนี้เธอคนนั้นก็กลายไปเป็นภรยาของ อากิระ ชื่อริบบิ้น ซึ่งก็หลายปีมาแล้วที่ผ่านมาฟีนิกซ์ก็ทำเอง แต่พอคบกันน้ำใสก็คอยช่วยเชามาตลอดเลยไม่ได้จ้างพนักงานมาดูเรื่องเอกสารโดยเฉพาะ
“ก็มาช่วยแบ่งเบาไง เธอก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยสองที่ทั้งงานที่บริษัทแล้วก็ร้านนี้” สักพักเว็นดี้ก็เดินมาเสิร์ฟน้ำ
“น้ำกับขนมมาแล้วค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ มานั่งกินขนมด้วยกันสิ” น้ำใสเอ่ยชวน ตามนิสัยใจดีของเธอ
“งานหนูยังไม่เสร็จอะ พวกพี่กินเลย อยากได้อะไรเพิ่มเรียกหนูได้เลยนะ” รีบยกมือขึ้นมาพัดปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
“ลูกค้ายังไม่มี มานั่งด้วยกันก่อนไม่เป็นไร” ฟีนิกซ์ชวน เธอจึงค่อยๆ นั่งลงด้วยความเกรงใจ น้ำใสมองเด็กคนนี้ก็ดูน่ารักดีคงจะดีไม่น้อยหากแฟนของเธอมีคนมาช่วยงานที่ร้านอย่างจริงจัง
“ไม่รู้มาก่อนเลยนะ ว่าพี่วินจะมีลูกพี่ลูกน้องสวยขนาดนี้” หญิงสาวที่โดนชมก็ยิ้มอย่างเขินอาย
“ทำไมพี่ไม่บอกเค้าล่ะคะ ว่ามีรับน้องเข้ามาทำงานด้วย เค้าจะได้ซื้อของมาฝาก”
“ช่วงนี้งานที่ร้านยุ่ง เลยไม่ได้บอก”
“เดือนหน้าถ้าไปต่างจังหวัดพี่จะซื้อของมาฝากนะ” หันไปพูดกับเว็นดี้
“ขอบคุณค่ะ พี่น้ำใสสวยแล้วก็ใจดีอีก นางฟ้าชัดๆ” หญิงสาวเอ่ยชมแฟนของเจ้านายในความใจดีของเธอ
“พึ่งเดินทางกลับมาถึงหิวไหม อยากกินของหวานหรือเปล่า” ฟีนิกซ์รู้ว่าการเดินทางไกลทำให้เหนื่อยและแฟนของเขามักจะอยากกินอะไรหวานๆ
“นิดน่อยค่ะ”
“ไปหาอะไรกินกัน” เขาหยัดกายขึ้นจากโซฟารับรองแขก ยื่นมือออกไปตรงหน้าแฟนสาวเธอจับมือของเขาก่อนจะลุกขึ้นตาม
“ฝากดูความเรียบร้อยของร้านด้วยนะ วันนี้พี่น่าจะไม่ได้เข้ามาแล้ว เจอกันอีกทีวันจันทร์ ปิดฟงปิดไฟอะไรให้ด้วย”
“รับทราบค่ะ” เว็นดี้ตอบรับคำสั่งของเขา
หลังจากฟีนิกซ์และน้ำใสก็ออกไปกินข้าวกันที่ร้านประจำ ก่อนสั่งอาหารที่ชอบมาทานเสร็จแล้วก็มีแวะซื้อของไปติดตู้เย็นเอาไว้เผื่อทำอาหารเย็นและอาหารเช้าของวันพรุ่งนี้ที่เป็นหยุดซึ่งบางทีก็ขี้เกียจออกจากห้อง เพียงแค่อยากนอนพักผ่อนอยู่เฉยๆ จนกระทั่งถึงห้องทั้งสองก็หย่อนกายนั่งพักให้หายเหนื่อยบนโซฟา
“เดือนหน้าไปช่วงไหน”
“ช่วงปลายเดือแหละ”
“ที่เดิมเหรอ”
“ที่เชียงใหม่นั่นแหละ อาทิตย์นี้ไปดูสถานที่แล้วก็จองไว้ เดือนหน้าต้องเตรียมงานและคงไปอยู่ที่นั่นสองอาทิตย์ได้”
“นานเกิน ปกติไปอาทิตย์เดียว ไม่ไปได้ไหม”
“ได้…ที่ไหนล่ะ บอกแล้วไงว่าช่วงนี้ต้องตั้งใจทำงานเก็บเงิน เผื่อเอาไว้ยามฉุกเฉิน”
“ลาออกมาช่วยพี่ได้นะมาทำด้วยกัน วันไหนเหนื่อยก็พัก ไม่ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืน เดินทางไปนู่นมานี่ตลอดให้เหนื่อย”
“ทุกวันนี้น้ำก็ช่วยพี่อยู่ไง แต่น้ำก็อยากทำงานเก็บเงินทำธุรกิจของน้ำเองพี่ก็รู้ว่าน้ำอยากทำแบรนด์เสื้อผ้า”
“รู้ว่าอยากทำเดี๋ยวออกเงินให้”
“ไม่ได้พี่ต้องเก็บเงินไว้ทำสาขาใหม่”
“แบ่งจากตรงนั้นมานิดหน่อยจะเป็นไรไป จากที่วางแผนไว้เงินก็ยังพอเหลือนี่เธอก็บอกพี่เอง”
“ถึงจะเหลือแต่อย่าลืมนะคะว่ามันต้องมีเงินสำรองเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นเงินที่เอาไว้สำหรับทำร้านและเงินฉุกเฉินพี่ห้ามเอามาใช้ ต้องเก็บไว้” สีหน้าของแฟนหนุ่มดูจะผิดหวังเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะจับใบหน้าของเขา แล้วมองตาพูดด้วยความจริงใจ
“ถ้าพี่อยากให้น้ำช่วยน้ำก็จะช่วยพี่เต็มที่ โอเคไหมคะ”
“อือ” ตอบไม่เต็มเสียงอย่างไม่พอใจนัก
“ตอบแบบนี้แปลว่าไม่โอเค”
“ก็ใช่ แต่ถ้าเธอเลือกแล้วพี่ก็ไม่ว่า” ถึงจะรู้สึกงอนเธอนิดหน่อยเพราะอยากให้เธอมาทำธุรกิจดูแลร้านด้วยกัน แต่เขาก็ไม่สามารถบังคับฝืนใจเธอได้ เขารู้ว่าน้ำใสเองก็เกรงใจเขา เธอมีจุดยืนของเธอชัดเจนไม่ได้หวังพึ่งพาเขาเธอมักจะพึ่งพาตัวเองเสมอ ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมาที่มักจะเข้าหาเพื่อผลประโยชน์
“แล้วค่ารักษาแม่ล่ะพอไหม”
“เค้ามีเงินประกันอยู่ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” แม่น้ำใสป่วยเป็นมะเร็งยังดีที่มีเงินจากประกันทำให้มีค่ารักษาไม่ได้เดือดร้อนอะไร
“เค้าไปเก็บของก่อนนะ เดี๋ยวจะแช่น้ำอุ่นสักหน่อย”
“เอาดิเดี๋ยวพี่เก็บของเข้าตู้เอง”
“ไม่ต้องเดี๋ยวเค้าเก็บเอง เดี๋ยวพี่ก็เอาของเก็บไม่ถูกที่มันจะเสียง่าย ไปนั่งเล่นเกมรอไป” น้ำใสจัดของเข้าที่แล้วเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไปใส่ในเครื่องซักผ้าให้มันทำงานของมันเอง ระหว่างนั้นฟีนิกซ์เองก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมอย่างที่ชอบทำเป็นปกติ
ทั้งสองอยู่คอนโดเดียวกันห้องอยู่ติดกันแต่ตอนนี้เหมือนว่าส่วนใหญ่เธอจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่ห้องของฟีนิกซ์มากกว่านาน ๆ ทีจะไปทำความสะอาดปัดฝุ่นที่ห้องเธอบ้าง
ห้องของน้ำใสเดิมทีแล้วเป็นของฟีน่าเพื่อนสนิทของเธอ และยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของฟีนิกซ์ แต่ฟีน่ายกให้น้ำใสอยู่เพราะเธอเองชอบอยู่ที่บ้านมากกว่า นั่นทำให้เธอได้เจอฟีนิกซ์ได้มารู้จักกัน
“เค้าไปอาบน้ำก่อนนะ” เธอเอ่ยบอกเขาเพราะรู้สึกเหนียวตัว
“ไม่ต้องล็อกประตูนะ เล่นตานี้เสร็จจะตามเข้าไป”
เธอเข้าไปแช่ในอ่างอาบน้ำอุ่นที่หยดน้ำมันหอมระเหยเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย และออยล์บำรุงผิวลงไปด้วย จากความเหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์ได้แช่น้ำอุ่น ตอนนี้ราวกับตัวเบาหวิว เธอหลับตาพริ้มพิงหลังไปกับขอบอ่างขณะที่ฟังเสียงน้ำไหลเบาๆ เวลาผ่านไปสองถึงสามนาทีก็ได้ยินเสียงเปิดประตู น้ำใสยังคงหลับตาจนเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้
“ขยับให้พี่หน่อยสิ”
เธอขยับตัวไปนั่งอยู่กลางอ่างเว้นที่ให้เขาเข้ามานั่งด้วยกัน ฟีนิกซ์ในร่างเปลือยเปล่า ก้าวลงในอ่างอาบน้ำเดียวกันนั่งข้างหลังเธอก่อนดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแล้วกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ริมฝีปากจูบไปตามท้ายไล่ไปบนไหล่พร้อมกับสูดกลิ่นหอมบนผิวกายเนียนละเอียดอย่างหลงใหล มือไม่อยู่นิ่งลูบไล้ไปอย่างไม่มีทิศทางที่แน่นอน
“อือ พี่อยากทำแล้วเหรอ”
“อยากแล้ว รอมาทั้งอาทิตย์หนึ่งแล้ว”
“ปกติอยู่ด้วยกันก็ทำทุกวัน”
“เดือนหนึ่งพี่มีอะไรกับเธอแค่ครึ่งเดือนเอง ถ้านับตามจริง เป็นเมนส์ไปแล้วสามสี่วัน อีกอาทิตย์ไปต่างจังหวัด”
“คิก คิก” เธอถึงกลับหลุดหัวเราะออกมา
“น่าสงสารจัง”
“ใช่ไหมล่ะ ขอเอานะ แล้วก็ขอสดด้วย”
“ทำไมขอสดล่ะ ถุงยางอยู่ไหน”
“หมดยังไม่ได้ซื้อ” ปกติแล้วเธอกับเขามีอะไรกันก็จะป้องกันด้วยถุงยางตลอด นาน ๆ ทีอาจจะมีไม่ป้องกันบ้างแต่เธอก็จะกินยาคุมฉุกเฉินแทน
แต่ก็ไม่ทำบ่อยนักเพราะน้ำใสเองก็รู้สึกว่าเธอยังไม่ได้มีความพร้อมที่จะมีลูกในตอนนี้ ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน และการใช้ถุงนั้นปลอดภัยมากที่สุดทั้งป้องกันโรคและป้องกันการตั้งท้องได้ อีกอย่างน้ำใสกินยาคุมแล้วก็มักจะเป็นสิวขึ้นที่ใบหน้าและน้ำหนักขึ้นเธอเลยเลือกวิธีนี้ในการป้องกันแทน
“ให้พี่ได้ไหม นะเธอครับ” เวลาเขาอยากได้อะไรจากเธอก็มักจะล่อลวงด้วยคำพูดสุภาพและหวานเชื่อมจนเธอใจอ่อนไปเสียทุกครั้ง
“อือ…”
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก







