ログインในแต่ละวันหากผู้ใดในที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิงมองหาผู้ว่าการเซียวเหวินรุ่ย ก็แทบไม่ต้องไปตามหาที่ห้องทำงานใหญ่ให้เสียเวลา เพราะไม่ว่าหมอหญิงซ่งเถาจะขยับกายไปทิศทางใด ย่อมต้องมีร่างสูงสง่าของชายหนุ่มติดตามไปเป็นเงาตามตัวอยู่เสมอแม้กระทั่งยามที่นางต้องลงพื้นที่ตรวจเขตชุมชนเพื่อดูการรักษาอาการเจ็บป่วยของเหล่าเจ้าหน้าที่และทหารยามชั้นผู้น้อย ใต้เท้าเซียวผู้เคร่งขรึมก็ยังยอมลดตัวนั่งรถม้าหลวงตามไปคุมเข้มด้วยตนเอง โดยอ้างเหตุผลกับขุนนางคนอื่นอย่างหน้าตายว่า "ข้ามาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย" ทว่าสายตาคู่นั้นกลับเอาแต่จับจ้องแผ่นหลังบางของหมอหญิงตัวน้อยตาแทบไม่กะพริบ จนพวกหมอหลวงต่างลอบมองหน้ากันแล้วอมยิ้มอยู่เนือง ๆจนกระทั่งวันหนึ่ง เป่าลี่เซียนต้องอยู่สะสางงานที่เรือนหมอหลวงจนดึกดื่น เนื่องจากต้องคัดแยกประเภทตัวยาสมุนไพรทั้งคลัง กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามวิกาล บรรยากาศรอบกายเงียบสงัด เจ้าหน้าที่และคนงานคนอื่น ๆ ต่างดับไฟเข้านอนกันหมดแล้วร่างระหงเดินทอดน่องกลับมายังเรือนพักส่วนตัวด้วยความเหนื่อยล้า ทันทีที่นางผลักบานประตูก้าวเข้าไปในห้องที่มืดสลัวและกำ
สามเดือนต่อมา บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังกว้างของเซียวเหวินรุ่ยสมานตัวจนเกือบเรียบเนียน เนื้อตัวกลับมาแข็งแรงกำยำดังเดิมด้วยการดูแลอย่างดีของเป่าลี่เซียน ส่วนเรื่องคดีความของคนร้าย รองผู้ว่าการเสิ่นอวี่เจียได้ทำการตัดสินโทษประหารชีวิตสวี่ตงหลานและพวกพ้องล้างบางไปจนสิ้นซากตั้งนานแล้วในที่สุดวันสุดท้ายของการทำหน้าที่ดูแลคนเจ็บก็มาถึง พรุ่งนี้ใต้เท้าเซียวมีกำหนดการต้องกลับไปว่าราชการเต็มตัว บรรยากาศยามค่ำคืนในห้องพักฝั่งตะวันออกปกคลุมไปด้วยความเงียบกว่าทุกวันเมื่ออยู่กันสองคนตามลำพังเซียวเหวินรุ่ยทอดสายตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาเผลอไผลและโหยหาจนเกินจะหักห้ามใจ หลายเดือนมานี้นางช่างเหมือนเป่าลี่เซียนของเขาเหลือเกิน ยิ่งคิดถึง ยิ่งใกล้ชิด เขาก็ยิ่งอึดอัดทรมานจนแทบจะอดใจไม่ไหว"ซ่งเถา" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า สายตาจับจ้องใบหน้าหมดจดไม่วางตา "พรุ่งนี้เจ้าก็ไม่ต้องมาดูแลข้าแล้วหรือ"ทางด้านลี่เซียนเอง ในส่วนลึกของความทรงจำทุกอย่างแจ่มชัด ความว้าเหว่โดดเดี่ยวประดังประเดเข้ามา ตั้งแต่บิดามารดาในอดีตด่วนจากไป ซ้ำร้ายยังถูกท่านโหวและโหวฮูหยินแสดงท่าทีรังเกียจเหยียดหยามตั้งแต่นางสิ้นไร้ไม้ตอก ยาม
หลายวันผ่านไป บรรยากาศตึงเครียดในที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิงเริ่มคลี่คลายลง บาดแผลที่ศีรษะของซ่งเถาหรือยามนี้คือเป่าลี่เซียน เริ่มสมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลที่ปิดผ้าซับไว้บาง ๆ ร่างกายของนางฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ แววตาคู่สวยดูนิ่งลึกและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความทรงจำในอดีตที่แจ่มชัดขึ้นทุกวัน ส่วนอาการของผู้ว่าการมณฑลก็พ้นขีดอันตรายแล้วเช่นกัน ทว่าบาดแผลที่หลังลึกเกินไป แพทย์หลวงจึงสั่งห้ามไม่ให้ขยับเขยื้อนกายเด็ดขาดในบ่ายวันหนึ่งเสิ่นอวี่เจียเดินทางมาเยี่ยมเยียนนางถึงห้องพัก ชายหนุ่มทอดสายตามองนางด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยจากใจจริง "แม่นางซ่ง อาการของเจ้าดีขึ้นมากแล้วหรือไม่ ขาดเหลือสิ่งใดรีบบอกข้าเถิดนะ""ขอบคุณใต้เท้าเสิ่นเจ้าค่ะ ข้าน้อยดีขึ้นมากแล้ว" นางเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มบางหลังจากนั้น เขาจึงเดินต่อไปยังห้องพักฝั่งตะวันออกเพื่อเข้าเยี่ยมเยียนเซียวเหวินรุ่ย ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล "ใต้เท้าเซียว เรื่องคดีความ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าได้ลงมือจัดการสอบสวนและควบคุมดูแลที่ว่าการแทนท่านทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ยามนี้ท่านควรพักผ่อนให้มาก"
ตึกตึกตึกตึก ฮี้!!!เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดังก้องกังวานฝ่าความเงียบสงัดของค่ำคืน รถม้าสำรองควบทะยานผ่านประตูใหญ่เข้าสู่ลานด้านหน้าของที่ว่าการมณฑลเหวินเฉิงอย่างรีบร้อน ก่อนที่กู้เฉิงจะดึงสายบังเหียนจนม้าหยุดลง ตัวรถครูดไปกับพื้นจนเกิดเสียงบาดหู"เร็วเข้า! ตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้! ใต้เท้าเซียวถูกลอบโจมตีได้รับบาดเจ็บสาหัส แม่นางซ่งก็บาดเจ็บไม่ได้สติ เร็ว!!!"สิ้นเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกและสิ้นหวังขององครักษ์คนสนิท ที่ว่าการมณฑลที่เคยเงียบสงบพลันแตกตื่น ทหารยามที่เข้าเวรดึกต่างเบิกตาโพลง วิ่งสวนกันไปมาจนเสียงชุดเกราะกระทบกันดังเคร้งคร้าง ทหารนับสิบนายวิ่งกระจายกำลังกันออกไปตามตัวหมอหลวงทุกคนที่อยู่ในเรือนพักอย่างรีบเร่ง บางส่วนรีบพุ่งเข้าไปช่วยประคองร่างโชกเลือดของเซียวเหวินรุ่ยและร่างซีดเซียวของซ่งเถาลงจากรถม้าอย่างระมัดระวังที่สุดสถานการณ์บีบคั้นจนบรรดาหมอหลวงที่วิ่งกระหืดกระหอบมาในชุดคลุมตัวยาวแทบไม่มีเวลาหายใจ ร่างของคนเจ็บทั้งสองถูกจับแยกห้องพักทันทีเพื่อความรวดเร็วในการรักษาห้องพักฝั่งตะวันออก ทหารหามร่างของเซียวเหวินรุ่ยเข้าไปนอนคว่ำบนเตียง บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังยาวลึกจนเห็นกระ
ภายในตัวรถม้าบรรยากาศปกคลุมไปด้วยความอึดอัด เสียงล้อรถม้าบดไปตามถนนลูกรังดังเป็นจังหวะ แต่ไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันอยู่ได้เลยซ่งเถานั่งตัวตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้ว่าการมณฑล สองมือของนางโอบกอดห่อผ้าและสมุนไพรบำรุงของบิดาเอาไว้แน่นราวกับมันเป็นโล่กำบังภัยเพียงชิ้นเดียวที่มี นัยน์ตาคู่สวยหลุบต่ำ จับจ้องเพียงลวดลายบนพรมปูพื้นรถม้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อด้วยความอายแกมขัดเขิน นางทำหน้าไม่ถูกและรู้สึกทำตัวไม่ถูกที่ต้องมาติดอยู่ในพื้นที่จำกัดสองต่อสองกับบุรุษที่นางพยายามหลบหน้ามาตลอดทั้งเดือนยิ่งยามที่แอบชำเลืองสายตาขึ้นมอง แล้วพบว่าสายตาคู่นั้นยังคงจ้องตรงมาที่นางโดยไม่วางตา ซ่งเถาก็ยิ่งกระชับห่อผ้าในอ้อมอกแน่นขึ้นไปอีก จนนิ้วมือแทบจะจมหายไปในเนื้อผ้าเซียวเหวินรุ่ยทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งคิดถึงทั้งรู้สึกผิด และเหนื่อยใจกับกำแพงที่นางสร้างขึ้นมาปิดกั้นเขา เมื่อเห็นว่ารถม้าเคลื่อนตัวออกมาไกลจากตัวเมืองและไม่มีใครคอยรบกวนแล้ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทำลายความเงียบลง เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดัน
โรงเตี๊ยมเล็กแห่งหนึ่งนอกเมืองเหวินเฉิงบรรยากาศร้อนระอุด้วยเพลิงแค้น บุรุษผู้หนึ่งในชุดทหารชายแดนกำลังนั่งกำจอกสุราแน่น ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง สายตาจับจ้องไปยังทหารยามของที่ว่าการสองคนที่กำลังเมามายได้ที่สวี่ตงหลาน อดีตนายกองผู้มีอนาคตไกลแห่งกองทัพชายแดน ชีวิตของเขาและตระกูลสวี่กลับต้องพังพินาศย่อยยับลงภายในค่ำคืนเดียว เพียงเพราะราชโองการล้างบางขุนนางชั่วที่โกงกินคดีสมุนไพรหลวงและกักตุนสินค้าเมื่อคราวส่งไปซีอาน บิดาและพวกพ้องของเขาถูกตัดศีรษะประจาน ส่วนตัวเขาถูกปลดประจำการและเนรเทศอย่างหมดศักดิ์ศรี ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตระกูลสวี่สร้างมา ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของเซียวเหวินรุ่ยเพียงคนเดียว"พี่ชาย ได้ยินว่าใต้เท้าเซียวปรีชาสามารถยิ่งนัก ขบวนเสด็จขององค์หญิงหกก็กลับไปแล้ว ที่ว่าการคงกลับมาสงบเรียบง่ายเหมือนเดิมแล้วกระมัง" สวี่ตงหลานแสร้งปั้นรอยยิ้มซื่อ แย้มยิ้มพลางรินสุราเอาใจทหารยามทั้งสอง"สงบอันใดกันเล่า ใต้เท้าเซียวของพวกเราทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน คล้อยหลังขบวนเสด็จไม่กี่วัน อีกสองสามวันข้างหน้านี้ ใต้เท้าก็มีกำหนดการจะออกตรวจการนอกเมืองอีกแล้ว คราวนี้สั่งจัดกำลั







