Inicio / รักโบราณ / ไม่สิ้นวาสนา / คุณหนูเป่าตายแล้ว

Compartir

คุณหนูเป่าตายแล้ว

last update Fecha de publicación: 2026-07-30 12:48:56

นางหยิบรากไม้แห้งขึ้นมาทีละชิ้น ชิ้นแรกนางนำมาจรดที่ปลายจมูก สูดดมกลิ่นลึกซึ้ง กลิ่นหอมฉุนละมุนแฝงความอบอุ่นแยกไว้ฝั่งซ้าย

ชิ้นต่อมา นางสูดกลิ่นแล้วกลับพบกลิ่นเหม็นเขียวเอียน ๆ คล้ายพืชเน่าโชยออกมาจาง ๆ เพื่อความแน่ใจ นางใช้เล็บจิกเนื้อไม้แห้งเล็กน้อยแล้วแตะที่ปลายลิ้น รสชาติขมขื่น ๆ แฝงความชาหนึบแล่นพล่านขึ้นมาทันที นางรีบบ้วนน้ำลายทิ้งลงกระบอกไม้ไผ่ข้างกาย ชิ้นนี้คือรากพิษแยกไว้ฝั่งขวา

เวลาล่วงเลยผ่านไปจากชั่วยามเป็นหลายชั่วยาม ลมด้านนอกพัดกระโชกจนตัวเรือนไม้ไผ่สั่นไหว แต่สมาธิของหญิงสาวกลับไม่สั่นคลอนตาม นางยังคงหยิบ ดม และแตะชิมยาทุกชิ้นอย่างเชื่องช้าทว่าแม่นยำและสม่ำเสมอ

กลางดึกสงัด ประตูห้องนอนของเฉียวฟงแง้มออกเล็กน้อย ชายชราลอบมองฝ่าความมืดออกมา เดิมทีเขาคิดว่าจะได้เห็นเด็กสาวจากเมืองหลวงนั่งร้องไห้ถอดใจเพราะความยากลำบาก แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นเพียงแผ่นหลังนิ่งสนิทที่ยังคงนั่งคัดแยกยาอยู่ใต้แสงตะเกียงอย่างสุขุม ไม่มีอาการลนลานหรือเหนื่อยหน่ายให้เห็นแม้แต่น้อย แววตาของเฉียวฟงสั่นไหววูบหนึ่งด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะปิดประตูกลับเข้าห้องไปเงียบ ๆ

กระทั่งแสงแรกของวันใหม่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

เฉียวฟงเดินออกจากห้องมา เขาเห็นเป่าลี่เซียนนั่งสัปหงกเล็กน้อยบนม้านั่ง แต่บนโต๊ะกลับจัดระเบียบไว้อย่างดี กองสมุนไพรแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจนไม่มีปะปน

ชายชราก้าวเข้าไปหยิบสมุนไพรจากทั้งสองกองขึ้นมาดมและตรวจดูอย่างละเอียด ชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนกระทั่งครบชิ้นสุดท้าย ผลลัพธ์คือถูกต้องทั้งหมดไม่มีรากพิษปนอยู่ฝั่งยาบำรุงแม้แต่ชิ้นเดียว

"ตื่นได้แล้ว"

 เสียงแหบแห้งของหมอเฉียวฟงปลุกให้นางสะดุ้งตื่น

เป่าลี่เซียนรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนประสานมือ 

"อาจารย์ ศิษย์แยกเสร็จแล้วเจ้าค่ะ"

เฉียวฟงไม่ได้เอ่ยปากชมตรง ๆ เขาเพียงแต่เอามือไพล่หลัง เดินไปที่หีบไม้เก่าแก่ในมุมห้อง ก่อนจะหยิบตำราปกสีน้ำเงินครามเล่มหนาที่เย็บด้วยด้ายดิบออกมาเล่มหนึ่ง แล้วนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าของนาง

"นี่คือคัมภีร์จำแนกพิษและสมุนไพรเก้าสิบเก้าชนิดที่ข้าเขียนขึ้นเอง งานบ้านในวันนี้เลื่อนไปทำตอนบ่าย ช่วงเช้าเจ้าจงอ่านและท่องจำตำราเล่มนี้ให้ขึ้นใจ"

 เฉียวฟงเอ่ยเสียงเรียบ แววตาเต็มไปด้วยความยอมรับอย่างแท้จริง

เป่าลี่เซียนมองตำราเล่มนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย คลี่ยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงที่นี่ รู้ว่าตนเองได้ก้าวผ่านบททดสอบสำคัญ และได้รับการยอมรับเป็นศิษย์สืบทอดวิชาของหมอเทวดาแห่งตงซานอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว

"ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"

ขณะเดียวกันทางทิศตะวันตกแคว้นต้าเฉิงกำลังมีเรื่องน่าเป็นห่วงเกิดขึ้น ทางการเร่งจัดการปัญหาโรคระบาดของหมู่บ้านที่มีราษฎรจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ข่าวโรคระบาดร้ายแรงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตื่นตระหนก สิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าคือรายงานลับฉบับหนึ่งที่ส่งตรงมาจากสายสืบภาคสนามของฝั่งตะวันตกของต้าเฉิง

​กู้เฉิง องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยฝ่าเท้าที่หนักอึ้ง ใบหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งแววทะเล้นอย่างเคย เขารีบปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะทรุดเข่าลงเบื้องหน้าเซียวเหวินรุ่ยที่กำลังนั่งคุมสถานการณ์

​"เรียนใต้เท้า สายสืบที่ข้าน้อยส่งไปทางทิศตะวันตกมีรายงานเรื่องด่วนที่สุดขอรับ" 

กู้เฉิงเอ่ยเสียงสั่น

 "ในหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาด ต้นตอของเชื้อมาจากหญิงสาวเร่ร่อนคนหนึ่ง นางเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสองวันก่อนขอรับ"

​เซียวเหวินรุ่ยขมวดคิ้ว วางพู่กันลงทันที

 "หญิงเร่ร่อนแล้วอย่างไร เหตุใดต้องรายงานเป็นเรื่องด่วน"

​"สายสืบของเราสงสัยในปูมหลังของนางจึงตามสืบจากชาวบ้านที่รอดชีวิตขอรับ ชาวบ้านบอกว่านางอพยพมาตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร ยังชีพด้วยการเก็บของป่าและสมุนไพรมาขาย แต่อยู่ ๆ ก็ล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรงและแพร่เชื้อให้คนในหมู่บ้านตายไปเป็นสิบคนในเวลาอันสั้น" 

กู้เฉิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของคนฟังแทบหยุดเต้น

 "ที่สำคัญ ชาวบ้านบอกว่านางอายุราวสิบเก้าปี ผิวพรรณดีผิดกับชาวบ้านทั่วไป กิริยาท่าทางมีการศึกษา และนางเคยบอกคนอื่นว่าเป็นกำพร้า พ่อแม่ตายหมดในสงครามชายแดน ไม่รู้ว่าเดินทางมาจากที่ใดขอรับ"

"เจ้าว่าอย่างไรนะ!"

 เซียวเหวินรุ่ยผุดลุกขึ้นยืนจนโต๊ะทำงานสะเทือน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด

 "แล้วศพของนางเล่า! พวกเจ้าได้ตรวจดูหรือไม่ว่าในตัวนางมีสิ่งใดติดตัวอยู่ไหม"

"ดูไม่ได้เลยขอรับใต้เท้า"

 กู้เฉิงก้มหน้าต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

 "โรคนี้ร้ายแรงและติดต่อง่ายมาก ชาวบ้านหวาดกลัวกันมาก ทันทีที่นางสิ้นใจ พวกเขาจึงร่วมมือกันลากศพนางไปเผาทิ้งทันทีรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดเพื่อตัดตอนโรคระบาด สายสืบของเราไปถึงช้าไปเพียงก้าวเดียว จึงไม่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่เลย แต่จากการสอบถามรูปพรรณสัณฐานและประวัติอย่างละเอียด สายสืบคนนั้นรับประกันว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็น...คุณหนูเป่าขอรับ"

​สิ้นคำรายงานขององครักษ์คนสนิท ราวกับโลกทั้งใบของเซียวเหวินรุ่ยพังทลายลงมาตรงหน้า ขาทั้งสองข้างของเขาหมดแรงเอาดื้อ ๆ ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้อย่างคนไร้สติ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ

​"ทิ้งหลักฐานทั้งหมดแล้วหรือ เผาร่างจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน"

​เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาดั่งคนละเมอ น้ำตาที่เคยสะกดกลั้นไว้ไหลทะลักอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างไร้ทิศทาง ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้าย ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบหายใจไม่ออก ความหวังริบหรี่ที่เขาเพียรจุดประกายเพื่อตามหานางบัดนี้มอดดับลงด้วยความความตายอันโหดร้าย ยิ่งคิดว่านางต้องเผชิญกับโรคร้ายเพียงลำพังในหมู่บ้านที่ห่างไกล โดยที่เขาไม่เคยไปอยู่เคียงข้าง หัวใจของเขาก็เหมือนถูกกรีดซ้ำ ๆ จนแหลกเหลว

เขาร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวังและอ้างว้างที่สุดในชีวิต ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่าการสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดไปโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำลา มันร้าวรานใจเพียงใด

ขณะที่หยาดน้ำตาหลั่งรินและความมืดมิดกัดกินหัวใจ ภาพความทรงจำในอดีตยามเยาว์วัยพลันผุดขึ้นมาเป็นมโนภาพชัดเจน

ตอนนั้นเขาอายุได้ราวสิบเอ็ดขวบ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังได้รับสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เป็นช่วงเวลาที่เขาต้องคร่ำเคร่งเล่าเรียนอย่างหนักภายใต้ความกดดันของจงหย่งโหวผู้เป็นบิดา ในวันประกาศผลสอบของสำนักศึกษา เขาสอบได้อันดับที่สามของรุ่น ซึ่งนับว่าเก่งกาจมากแล้วสำหรับเด็กในวัยเดียวกัน ทว่าเมื่อกลับมาถึงจวน บิดากลับตบโต๊ะดุด่าเขาอย่างรุนแรง หาว่าเขาเกียจคร้านและทำให้ตระกูลเซียวต้องขายหน้าที่ไม่ใช่อันดับหนึ่ง

เซียวเหวินรุ่ยในวัยเด็กทนรับความกดดันไม่ไหว เขาแอบวิ่งหนีมานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตัวคนเดียวที่ม้านั่งใต้ต้นหลิวของอุทยานจวนโหว คำปรามาสของผู้เป็นบิดาสะเทือนใจจนคิดว่าตนเองเป็นคนไร้ความสามารถ

ในขณะที่เขากำลังโดดเดี่ยวและมืดแปดด้าน เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ คู่หนึ่งก็ดังขึ้น เป่าลี่เซียนในวัยเยาว์ที่ติดตามบิดามารดามาเยี่ยมเยียนจวนโหว เดินตามหาเขาจนเจอ เด็กหญิงตัวน้อยก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ทรุดตัวลงนั่งลงข้าง ๆ บนม้านั่ง ตัวของนางเล็กกว่าเขาเล็กน้อย แต่นางกลับขยับเข้ามาใกล้ เอื้อมมือป้อม ๆ ออกไปตบที่ไหล่ของเขาเบา ๆ สามครั้งด้วยท่าทางเลียนแบบผู้ใหญ่

"พี่เหวินรุ่ย ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ"

น้ำเสียงเจื้อยแจ้วแฝงความอบอุ่นและจริงใจเอ่ยปลอบโยน

 "ท่านพ่อของท่านดุร้ายยิ่งนัก แต่เซียนเอ๋อร์รู้ว่าพี่เหวินรุ่ยเก่งที่สุดแล้ว ต่อไปหากไม่มีใครชื่นชมท่าน ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์จะอยู่กับท่านเอง จะคอยปกป้องและอยู่ข้าง ๆ ท่านชั่วชีวิตเลย"

คำพูดไร้เดียงสากับสัมผัสที่ไหล่สามครั้งในวันนั้น เป็นดั่งโอสถทิพย์ชโลมใจเขาให้ยืนหยัดขึ้นมาได้ และทำให้เขาปักใจรักนางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เซียวเหวินรุ่ยยังคงนั่งคุดคู้อยู่หลังโต๊ะทำงาน เสียงสะอื้นไห้อย่างทรมานดังระงมไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด เขากำป้ายหยกแน่นจนเจ็บฝ่ามือ

‘ลี่เซียน เจ้าบอกว่าจะอยู่ข้างข้าชั่วชีวิต เหตุใดเจ้าจึงผิดสัญญา เหตุใดจึงทิ้งข้าไว้ลำพังเช่นนี้’ 

ชายหนุ่มคร่ำครวญในใจด้วยความเศร้าใจที่สุดที่มาสูญเสียคนรักและความหวังเดียวในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี บรรยากาศภายในจวนผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิงบัดนี้ไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป เป่าลี่เซียน ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยถึงสองคนคนโตเป็นคุณชายน้อยนามว่าเซียวหมิงเจ๋อวัยสี่ขวบ ผู้มีใบหน้าคมคายฉายแววเฉียบแหลมเหมือนเซียวเหวินรุ่ย มีไหวพริบและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเป่าลี่เซียนไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนเล็กคือเซียวหลินเอ๋อร์ วัยสองขวบครึ่ง ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน ดวงตากลมโตสุกใสและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ใครเห็นก็ต้องหลงรักความเห่อหลานของปู่ย่าจวนโหวนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครเกิน ทันทีที่รู้ว่าลูกสะใภ้ให้กำเนิดทายาทเพิ่มขึ้น สองสามีภรรยาก็เดินทางจากเมืองหลวงมุ่งตรงมายังเมืองเหวินเฉิงทันที และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนจวนผู้ว่าการจนเกินไป แต่ก็อยากอยู่ใกล้ชิดหลาน ๆ ชนิดที่ว่าก้าวเท้าออกจากเรือนก็เจอจวหย่งโหวถึงกับยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อที่ดินผืนใหญ่ติดกับจวนผู้ว่าการแล้วสร้างเรือนขึ้นมาใหม่ เป็นเรือนหลังใหญ่สง่างาม มีประตูเชื่อมต่อเดินทะลุเข้าหาจวนผู้ว่าการได้โดยตรง ภายในจัดสร้างสนามเด็กเล่น สระบัวกว้างขวาง และห้องเก็บของเล่นที่แน่นขนัดไปด้วยหุ่นไม้ ตุ๊กตาผ้า และขนมนมเนยครบครันชนิดที่ว่าตามใจ

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 1

    ผ่านพ้นไปได้ไม่นานหออาภรณ์สำเร็จรูปสกุลเสิ่น ภายใต้การนำของเฉียวเอ๋อร์ กลายเป็นร้านค้าที่ทำกำไรมหาศาลและมีชื่อเสียงกระฉ่อนที่สุดในมณฑลเหวินเฉิงเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต รองเท้าปักลายน่ารัก และถุงหอมสมุนไพรหลวงจากหมอหลวงเป่าลี่เซียน ถูกผู้คนแย่งชิงกันซื้อจนผลิตแทบไม่ทัน ม้วนผ้าเก่าล้าสมัยที่เคยถูกทิ้งขว้างได้นำมาแปรสภาพเป็นเงินทองมูลค่านับพันตำลึง สามารถปลดหนี้และทำกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้านผ้าของคู่แข่งหลายเท่าตัวในวันที่ครบกำหนดสัญญา เฉียวเอ๋อร์ยื่นสมุดบัญชีพร้อมหีบใส่เงินกำไรก้อนโตลงบนโต๊ะต่อหน้านายหญิงเสิ่นและท่านเศรษฐีเสิ่น ชัยชนะอันงดงามนี้ทำเอานายหญิงเสิ่นที่เคยอคติและใจดำถึงกับพูดอะไรไม่ออก นึกไม่ถึงว่าสะใภ้ที่ตนเคยดูแคลน จะมีหัวการค้าอันชาญฉลาดและมีความเพียรพยายามถึงเพียงนี้"ข้ารักษาสัญญา" นายหญิงเสิ่นเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงไม่ปรากฏให้เห็น "ยกกิจการหออาภรณ์สำเร็จรูปให้เจ้าดูแลโดยเด็ดขาด และเจ้าคือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นที่ข้ายอมรับอย่างจริงแท้"ท่านเศรษฐีเสิ่นเองก็หัวเราะชอบใจ ตบโต๊ะดังปัง "ยอดเยี่ยมมากเฉียวเอ๋อร์ สายตาของอวี่เจียมอง

  • ไม่สิ้นวาสนา   ย้ายเข้าจวนผู้ว่าการ

    เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาฝู่เหวินใจกลางเมืองเหวินเฉิง เสี่ยวหาวที่นั่งอยู่ข้างพี่สาวแอบเลิกม่านมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยดวงตาเป็นประกาย ค่ำคืนแห่งความยากลำบากของตระกูลซ่งผ่านพ้นไปแล้ว และวันนี้ ก้าวแรกสู่หนทางปัญญาชนของน้องชายหมอหลวงกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ภายใต้ร่มเงาความรักและการสนับสนุนอันมั่นคงของพี่สาวและพี่เขยผู้ปกครองมณฑลขบวนรถม้าคู่แห่งจวนผู้ว่าการมณฑลเคลื่อนตัวผ่านย่านการค้าอันคึกคัก ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเหนือที่เงียบสงบอันเป็นที่ตั้งของสำนักศึกษาฝู่เหวิน ป้ายไม้โอ๊คขนาดใหญ่สลักตัวอักษรสีทองทรงพลังเด่นหราอยู่หน้าประตู บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายน้ำหมึกและเสียงท่องตำราก้องกังวานของเหล่าบัณฑิตเมื่อรถม้าจอดสนิท ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวลงมารอรับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยยามอยู่ต่อหน้าราษฎร บัดนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนยามทอดสายตามองมายังเป่าลี่เซียนและครอบครัวของนาง"คารวะใต้เท้าเซียว" บิดามารดาตระกูลซ่งรีบก้าวลงจากรถม้าและทำท่าจะคุกเข่าคำนับด้วยความเกรงใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าเซียวเหวินรุ่

  • ไม่สิ้นวาสนา   การค้ารุ่งเรือง

    วันต่อมา ภายในร้านผ้าสายใต้ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของเสิ่นอวี่เจีย ชายหนุ่มได้ส่งช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีสามคน และช่างปักสตรีผู้มีชื่อเสียงอีกสี่คนจากโรงปักหลวงมาประจำการที่ร้านตามคำขอของภรรยา และยังแอบลงบัญชีส่วนตัวออกเงินสำรองจ่ายค่าแรงล่วงหน้าให้ช่างทุกคนล่วงหน้า เพื่อให้เฉียวเอ๋อร์ปฎิบัติงานได้อย่างไร้กังวลเฉียวเอ๋อร์กางพับผ้าโบราณทั้งหมดออกมาบนโต๊ะยาว นางเริ่มแจกจ่ายงานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "ท่านป้า ผ้าไหมสีม่วงเข้มลายดอกโบตั๋นนี้เนื้อหนาเกินไปหากจะทำชุด ควรนำมาตัดเป็นรองเท้าฝีเข็มแน่น ๆ ปักลายไหมทองเล็กน้อยที่หัวรองเท้า ส่วนผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนล้าสมัยชุดนี้ ตัดเป็นชุดเอี้ยมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและชุดลำลองสำหรับสตรีชาวบ้านธรรมดา เน้นสวมใส่ง่าย ราคาไม่แพงเจ้าค่ะ""แล้วผ้าเศษเล็กเศษน้อยพวกนี้ล่ะนายหญิงน้อย" ช่างปักคนหนึ่งเอ่ยถาม"เศษผ้าพวกนี้อย่าทิ้งเด็ดขาดเจ้าค่ะ นำมาเย็บเป็นถุงหอมใบเล็ก ปักลายนกเป็ดน้ำหรือลายมงคลขนาดย่อม จากนั้นข้าจะไปขอแบ่งซื้อมะลิแห้งและสมุนไพรหอมจากโรงโอสถหลวงของท่านหมอเป่ามาบรรจุไว้ด้านใน ขายในราคาเพียงยี่ส

  • ไม่สิ้นวาสนา   กิจการร้าง

    ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะไปร้านไหน ครอบครัวไหนที่แสร้งทำเป็นเจ้าเล่ห์หมกเม็ด ก็จะถูกเฉียวเอ๋อร์ใช้ไหวพริบของอดีตแม่ค้าตลาดสดตลบหลังจนยอมจ่ายเงินครบทุกอีแปะ ส่วนร้านไหนที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ๆ เฉียวเอ๋อร์ก็จะช่วยต่อรองขอพ่อบ้านเฉิงให้ยืดระยะเวลาให้อย่างมีเหตุมีผล ความเก่งกาจ ไหวพริบปฏิภาณ และความมีน้ำใจของนาง ทำให้พ่อบ้านเฉิงรู้สึกประทับใจและเอ็นดูสะใภ้คนนี้จนถึงขั้นสุด"นายหญิงน้อย ท่านช่างมีพรสวรรค์ด้านการค้าขายยิ่งนัก ไหวพริบของท่านเหนือกว่าคุณหนูในห้องหอนับร้อยเท่า"พ่อบ้านเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก ขณะที่นั่งพักดื่มชา"มาเถอะขอรับ ข้าจะสอนเคล็ดลับการดูงบลับและการตรวจสอบบัญชีซ้อนของสกุลเสิ่นให้ท่านเอง วิชาพวกนี้นายท่านยังไม่เคยสอนคุณชายเลยด้วยซ้ำ""จริงหรือเจ้าคะ ขอบคุณท่านพ่อบ้านเฉิงยิ่งนักเจ้าค่ะ"เฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาวาววับรีบขยับเข้าไปนั่งฟังพ่อบ้านถ่ายทอดวิชาให้อย่างตั้งใจยามเย็นเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ เสิ่นอวี่เจียที่เพิ่งกลับจากที่ว่าการรีบมาหาภรรยาด้วยความห่วงใย แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเฉียวเอ๋อร์นั่งคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพ่อบ้านเฉิง โดยมีกองเงินค่าเช่าที่เก็บมาได้ครบถ้วนตั้

  • ไม่สิ้นวาสนา   มวยถูกคู่

    ความรักของขุนนางหนุ่มกับแม่ค้าเต้าหู้แห่งเมืองเหวินเฉิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อเสิ่นอวี่เจียนำเรื่องที่จะแต่งงานกับเฉียวเอ๋อร์เข้าบ้านไปบอกแก่บิดามารดา คฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเหวินเฉิงก็แตกตื่นทันที"เจ้าว่าอย่างไรนะอวี่เจีย เจ้าจะแต่งงานกับแม่ค้าขายเต้าหู้ที่ท้ายตลาดงั้นหรือ" เสียงของนายหญิงเสิ่น มารดาของเขาดังลั่นห้องโถง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ นางคัดค้านหัวชนฝาทันที "ไม่ได้! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! เจ้าเป็นถึงรองผู้ว่าการมณฑล ซ้ำยังเป็นบุตรชายคนโตสกุลเสิ่น บุตรีขุนนางหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีให้เลือกถมไป เหตุใดต้องไปคว้าสตรีชั้นต่ำที่บ้านดินซอมซ่อที่มารดาก็เพิ่งตายจากเช่นนั้นมาเป็นสะใภ้ใหญ่ นางไม่คู่ควรกับเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!"เสิ่นอวี่เจียยันกายนั่งนิ่ง ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็นราวกับกำลังนั่งเจรจาการค้าสำคัญ ชายหนุ่มปัดแขนเสื้อแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น"ท่านแม่ เฉียวเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีชั้นต่ำ นางเป็นคนกตัญญูและสู้ชีวิต เงินทองสกุลเสิ่นของเรามีล้นฟ้าจนกินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด เหตุใดต้องเอาเรื่องฐานะมาตัดสินความสุขชั่วชีวิตข

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status