Home / รักโบราณ / ไม่สิ้นวาสนา / ท่านผู้ว่าการเปลี่ยนไป

Share

ท่านผู้ว่าการเปลี่ยนไป

last update publish date: 2026-07-30 12:49:37

ในทุก ๆ วันเป่าลี่เซียนยังคงติดตามอาจารย์เฉียวฟงไปรักษาคนป่วยเป็นกิจวัตร บางครั้งค้างแรมเป็นเดือนในพื้นที่ห่างไกล เมื่อกลับบ้านนางก็ขยันทำงานบ้านและดูแลอาจารย์ที่ร่างกายถดถอยลงทุกวันอย่างไม่ย่อท้อ

นางได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ให้ออกไปรักษาคนป่วยเพียงลำพังเป็นครั้งคราว เนื่องจากร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้าลง ฝีมือการแพทย์ของนางพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง นั่นเพราะเกิดจากความมุ่งมั่นของนางเอง นับเป็นสิ่งที่หมอเฉียวฟงภาคภูมิใจที่สุด

"ข้าได้ถ่ายทอดวิชาการแพทย์ให้เจ้าจนหมดแล้ว เจ้าหัวไวไม่เบา จำสูตรจากตำราจนแม่นยำแล้วยังมีแนวทางการรักษาเป็นของตัวเองอีก เห็นอย่างนี้แล้วข้าก็เบาใจ"

เฉียวฟงกล่าวกับนางในวันหนึ่งขณะที่ทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ถนนบริเวณหน้าบ้าน

"ท่านอาจารย์ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะศิษย์ยังต้องเรียนรู้อีกมาก"

นางพูดถ่อมตัวเสียงเบา เขาจึงพูดความในใจที่ไม่เคยคิดจะบอกใครให้นางฟัง

"ที่ข้าไม่ยอมรับศิษย์ เพราะครั้งหนึ่งข้าสูญเสียคนที่เก่งและดีที่สุดไปจนไม่คิดว่าจะมีใครเทียบเขาได้"

เขาหยุดฝีเท้าทอดมองสายตาออกไปเบื้องหน้ากำลังหวนระลึกถึงอดีตที่งดงาม

"เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นหลานชายที่ข้ารักและฝากความหวังให้สืบทอดวิชาเต็มเปี่ยม ข้าทุ่มเทถ่ายทอดวิชาการแพทย์สมุนไพรให้จนหมด แต่แล้วโชคชะตาก็พรากเขาไปจากข้า"

ชายชราเว้นจังหวะก่อนถอนหายใจยาว เป่าลี่เซียนที่ตั้งใจฟังอดสะท้านในใจไม่ได้

"เขาโดนสัตว์ร้ายกัดและตายในทันที นับจากนั้นมาข้าตั้งใจว่าจะไม่รับใครเป็นศิษย์อีก จนมาเจอเจ้า"

"ท่านอาจารย์"

"แต่ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจสัจธรรมดีกว่าเมื่อก่อนมาก หากมีสิ่งใดเปลี่ยนไปข้าย่อมยอมรับได้"

เขาพูดเหมือนคนที่ปล่อยวางได้หมดจด หันมาพยักหน้าให้นางและเดินนำหน้า

"ศิษย์จะติดตามอาจารย์ตลอดไป ไม่ทำให้ท่านผิดหวังเจ้าค่ะ"

นางพูดแน่วแน่มั่นคง หมอเฉียวฟงหยุดฝีเท้าก่อนยิ้มบางและเดินต่อไป

หลังจากที่หัวใจแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดีเพราะข่าวเรื่องความตายของเป่าลี่เซียน เซียวเหวินรุ่ยก็แปรเปลี่ยนความปวดร้าวทั้งหมดให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนในการทำงาน ชายหนุ่มละทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิงผู้บ้างานและเย็นชา

เวลาผ่านไปครึ่งปี จากขุนนางหนุ่มที่เคยสุขุมลุ่มลึก ยามนี้เซียวเหวินรุ่ยกลับยิ่งนิ่งขรึมและเฉียบขาดจนน่ากลัว บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาในที่ว่าการต่างพากันก้มหัวตัวสั่นยามที่ต้องเข้ามารายงานราชการ เพราะหากมีสิ่งใดผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ดวงตาเคยเรียบเฉยจะวาวโรจน์และตวัดมองด้วยสายตาดุดัน แผ่รังสีแห่งอำนาจกดดันจนคนมองแทบหยุดหายใจ เขาโหมงานหนักตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น ราวกับต้องการใช้กองฎีกาและหนังสือราชการเหล่านั้นมาทับถมความทรงจำที่สุดทรมานให้เลือนหายไป

เมื่อถึงยามค่ำคืนที่ความวุ่นวายในที่ว่าการสงบลง ความเหงาและความคิดถึงกลับยิ่งกัดกินหัวใจ

ที่ศาลาริมสระน้ำนอกเรือนพักของที่ว่าการ บุรุษในชุดขุนนางสีเข้มหลุดลุ่ยเล็กน้อย เซียวเหวินรุ่ยสลัดคราบใต้เท้าผู้ดุดันน่าเกรงขามในยามกลางวัน เหลือเพียงชายหนุ่มผู้โดดเดี่ยวและแหลกสลายคนหนึ่ง

มือหนึ่งถือจอกสุรา อีกมือหนึ่งทอดวางบนเข่าอย่างเลื่อนลอย สายตาเหม่อลอยทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย บรรยากาศรอบตัวเงียบเหงาและเยือกเย็น ความทุกข์ระทมที่อัดแน่นภายในใจไม่เคยได้รับการเยียวยาจากสิ่งใดเลย

เขายกสุรารสแรงขึ้นดื่มอึกใหญ่ ปล่อยให้ความร้อนรุ่มของน้ำเมาแล่นผ่านลำคอลงไปเพื่อหวังจะดับความเย็นชาในใจ ยามที่สายลมพัดผ่านมาพัดพาเอาใบไม้ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำ หัวใจของบุรุษก็ดิ่งวูบลงไปสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

มือหนาเลื่อนเข้าไปในอกเสื้อ ลูบไล้ป้ายหยกชิ้นเล็กที่ยังคงพกติดตัวไว้แน่น

'ลี่เซียน ข้าทำให้เหวินเฉิงสงบเรียบร้อยได้ด้วยสองมือของข้า แต่เหตุใด ข้ากลับไม่เคยรักษาเจ้าเอาไว้ได้เลย'

ชายหนุ่มแค่นยิ้มหยันให้แก่โชคชะตาอันโหดร้าย ก่อนจะเทสุราลงบนพื้นดินหนึ่งจอก เหมือนจะส่งผ่านความระทมทุกข์นี้ไปถึงสตรีที่เขาคิดว่าล่วงลับไปแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันนั้น นางกำลังเติบโตอย่างงดงามและเข้มแข็งอยู่ภายใต้แสงจันทร์ดวงเดียวกัน

ข่าวเรื่องสภาวะย่ำแย่และการโหมงานหนักจนคล้ายคนไร้สติของผู้ว่าการเหวินเฉิงแพร่งพรายไปถึงเมืองหลวงเซิ่งจิงและส่งตรงเข้าสู่รั้วจวนจงหย่งโหว บรรยากาศภายในจวนที่เคยสงบสุขพลันอึดอัดขึ้นมาทันตา

ในห้องโถงใหญ่ จงหย่งโหวเซียวหย่งคังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าที่เคยดุดันและถือดีในยามนี้กลับฉายแววกังวลอย่างไม่อาจปกปิด มือที่จับถ้วยชาสั่นจนน้ำชากระเพื่อมไหว เมื่อได้รับรายงานว่าบุตรชายคนเดียวกลายเป็นคนนิ่งขรึม ดุดัน และใช้ชีวิตอยู่กับกองงานรวมถึงดื่มหนักยามค่ำคืนราวกับคนตรอมใจ บ่งบอกชัดเจนว่าเซียวเหวินรุ่ยกำลังเผชิญกับมรสุมในใจที่สาหัสเพียงใด

"โถ เหวินรุ่ยของแม่"

โหวฮูหยินผู้ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตาด้วยความสะเทือนใจ หัวใจของผู้เป็นมารดาแทบแตกสลายเมื่อคิดถึงสภาพของบุตรชายที่ต้องโดดเดี่ยวอยู่ห่างไกล 

"เขาโหมงานหนักขนาดนั้น ร่างกายจะทนทานได้อย่างไร ตั้งแต่เกิดเรื่องตระกูลเป่าพ่ายศึกและคดีความครั้งนั้น เขาก็ไม่เคยยิ้มอีกเลย นี่เขาคิดจะทรมานตัวเองไปถึงเมื่อไหร่กัน"

จงหย่งโหวถอนหายใจยาว เสียงทุ้มต่ำแฝงความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

"ทั้งหมดเป็นเพราะข้า หากวันนั้นข้าไม่บีบคั้นเขา ไม่เย็นชาใส่ลี่เซียนจนนางต้องช้ำใจหนีหายไป เหวินรุ่ยก็คงไม่ต้องกลายเป็นคนอมทุกข์เช่นนี้"

ผู้เป็นบิดาเอ่ยพึมพำ แววตาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทิฐิและเกียรติยศที่เคยพยายามปกป้อง ยามนี้กลับกลายเป็นศรพิษที่ย้อนกลับมาทำร้ายบุตรชายแท้ ๆ ของตนจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน

ความเงียบงันระคนเป็นห่วงของพ่อแม่ปกคลุมไปทั่วจวนโหว ผู้อาวุโสได้แต่เฝ้ามองด้วยใจที่กระวนกระวาย หวังเพียงว่าวันหนึ่ง บาดแผลลึกในใจของเซียวเหวินรุ่ยจะได้รับการเยียวยา 

ท่ามกลางแสงสลัวในห้องทำงานที่ว่าการมณฑล บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง แผ่นหลังของเซียวเหวินรุ่ยยังคงเหยียดตรงอยู่หลังโต๊ะทำงาน กองฎีกาและรายงานราชการตั้งสุมไว้สูงลิบลิ่ว บ่งบอกถึงความบ้างานที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

เหตุการณ์โรคระบาดระลอกสองที่ฝั่งตะวันตกกลับมาอีกครั้งและแผ่ขยายไปหลายหมู่บ้าน

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของกู้เฉิงดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าขององครักษ์คนสนิทเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและหนักใจ เขาประสานมือรายงานเสียงต่ำ

"ใต้เท้า เรื่องการจัดสรรเสบียงและยารักษาโรคที่จะส่งไปควบคุมพื้นที่โรคระบาดทางทิศตะวันตก เกิดปัญหาใหญ่แล้วขอรับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายคลังทำงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง ตัวเลขในบัญชีไม่ตรงกับจำนวนของจริง เสบียงและยาขาดไปถึงสามในสิบส่วน ทั้งยังล่าช้ากว่ากำหนดไปแล้วสองวันขอรับ"

"ปัง!"

เสียงทุบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนแท่นฝนหมึกและพู่กันกระเด็นกระดอน เซียวเหวินรุ่ยผุดลุกขึ้นยืน แววตาคมกริบวาบขึ้นด้วยความโกรธจัด คล้ายกับมีเปลวไฟปะทุอยู่ในดวงตาคู่ที่เคยเย็นชาคู่นั้น รังสีอำนาจและกลิ่นอายสังหารรุนแรงแผ่กระจายออกมาจนกู้เฉิงยังต้องก้มหน้าลงต่ำ

"กล้าทำงานพลาดงั้นหรือ" 

เสียงทุ้มตวาดกร้าว ดุดันและทรงพลังจนคนฟังสะเทือน

 "ชีวิตของชาวบ้านที่ล้มตายด้วยโรคร้ายไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ พวกเขากินภาษีราษฎร แต่กลับทำงานสะเพร่าเป็นเด็กอมมือ สองวันที่ล่าช้าไป หมายถึงชีวิตคนอีกกี่สิบกี่ร้อยคน"

เจ้าหน้าที่ฝ่ายคลังสองคนที่เดินตามกู้เฉิงเข้ามาเพื่อขอรับโทษ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปหมอบราบกับพื้น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ

"ใต้เท้าโปรดเมตตาด้วยขอรับ พวกข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจ"

"เงียบ!" 

เซียวเหวินรุ่ยตวัดเสียงตัดบทเด็ดขาด ไร้ซึ่งความปรานี

 "ในมณฑลเหวินเฉิงของข้า ไม่ต้องการคนไร้ความสามารถที่ทำงานด้วยความสะเพร่า กู้เฉิง! สั่งปลดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขังคุกรอการสอบสวนวินัย ส่วนตำแหน่งที่ว่างลง ให้โยกย้ายคนที่พร้อมทำงานเข้าไปแทนทันที ข้าต้องการให้ขบวนเสบียงและยาออกเดินทางภายในคืนนี้ หากรุ่งเช้าข้ายังเห็นว่าขบวนเดินทางไม่ได้ หัวของพวกเจ้าทุกคนต้องหลุดจากบ่า!"

"รับบัญชาขอรับใต้เท้า!"

 กู้เฉิงรีบสั่งการให้ทหารลากตัวเจ้าหน้าที่ที่นั่งหน้าซีดเผือดออกไปจากห้องทันที

เมื่อความวุ่นวายสิ้นสุดลง ห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบงันอึดอัดอีกครั้ง เซียวเหวินรุ่ยทรุดตัวลงนั่งช้า ๆ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลายามนี้บึ้งตึงและเคร่งเครียดจนคิ้วขมวดมุ่นแทบไม่เคยคลาย บรรยากาศรอบกายเขาเต็มไปด้วยความกดดันรุนแรงจนไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนกล้าแม้แต่จะเดินผ่านหน้าห้องยามค่ำคืน

เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความผิดพลาดของคนอื่นยิ่งย้ำเตือนให้เขาคิดถึงความผิดพลาดของตัวเองในอดีต ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดร้าว ยิ่งสะเทือนใจก็ยิ่งแปรเปลี่ยนมันเป็นความดุดันและเฉียบขาดในการปกครอง ราวกับว่าความเข้มงวดนี้จะช่วยชดเชยความล้มเหลวในการปกป้องสตรีที่ตนรักได้

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี บรรยากาศภายในจวนผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิงบัดนี้ไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป เป่าลี่เซียน ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยถึงสองคนคนโตเป็นคุณชายน้อยนามว่าเซียวหมิงเจ๋อวัยสี่ขวบ ผู้มีใบหน้าคมคายฉายแววเฉียบแหลมเหมือนเซียวเหวินรุ่ย มีไหวพริบและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเป่าลี่เซียนไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนเล็กคือเซียวหลินเอ๋อร์ วัยสองขวบครึ่ง ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน ดวงตากลมโตสุกใสและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ใครเห็นก็ต้องหลงรักความเห่อหลานของปู่ย่าจวนโหวนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครเกิน ทันทีที่รู้ว่าลูกสะใภ้ให้กำเนิดทายาทเพิ่มขึ้น สองสามีภรรยาก็เดินทางจากเมืองหลวงมุ่งตรงมายังเมืองเหวินเฉิงทันที และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนจวนผู้ว่าการจนเกินไป แต่ก็อยากอยู่ใกล้ชิดหลาน ๆ ชนิดที่ว่าก้าวเท้าออกจากเรือนก็เจอจวหย่งโหวถึงกับยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อที่ดินผืนใหญ่ติดกับจวนผู้ว่าการแล้วสร้างเรือนขึ้นมาใหม่ เป็นเรือนหลังใหญ่สง่างาม มีประตูเชื่อมต่อเดินทะลุเข้าหาจวนผู้ว่าการได้โดยตรง ภายในจัดสร้างสนามเด็กเล่น สระบัวกว้างขวาง และห้องเก็บของเล่นที่แน่นขนัดไปด้วยหุ่นไม้ ตุ๊กตาผ้า และขนมนมเนยครบครันชนิดที่ว่าตามใจ

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 1

    ผ่านพ้นไปได้ไม่นานหออาภรณ์สำเร็จรูปสกุลเสิ่น ภายใต้การนำของเฉียวเอ๋อร์ กลายเป็นร้านค้าที่ทำกำไรมหาศาลและมีชื่อเสียงกระฉ่อนที่สุดในมณฑลเหวินเฉิงเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต รองเท้าปักลายน่ารัก และถุงหอมสมุนไพรหลวงจากหมอหลวงเป่าลี่เซียน ถูกผู้คนแย่งชิงกันซื้อจนผลิตแทบไม่ทัน ม้วนผ้าเก่าล้าสมัยที่เคยถูกทิ้งขว้างได้นำมาแปรสภาพเป็นเงินทองมูลค่านับพันตำลึง สามารถปลดหนี้และทำกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้านผ้าของคู่แข่งหลายเท่าตัวในวันที่ครบกำหนดสัญญา เฉียวเอ๋อร์ยื่นสมุดบัญชีพร้อมหีบใส่เงินกำไรก้อนโตลงบนโต๊ะต่อหน้านายหญิงเสิ่นและท่านเศรษฐีเสิ่น ชัยชนะอันงดงามนี้ทำเอานายหญิงเสิ่นที่เคยอคติและใจดำถึงกับพูดอะไรไม่ออก นึกไม่ถึงว่าสะใภ้ที่ตนเคยดูแคลน จะมีหัวการค้าอันชาญฉลาดและมีความเพียรพยายามถึงเพียงนี้"ข้ารักษาสัญญา" นายหญิงเสิ่นเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงไม่ปรากฏให้เห็น "ยกกิจการหออาภรณ์สำเร็จรูปให้เจ้าดูแลโดยเด็ดขาด และเจ้าคือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นที่ข้ายอมรับอย่างจริงแท้"ท่านเศรษฐีเสิ่นเองก็หัวเราะชอบใจ ตบโต๊ะดังปัง "ยอดเยี่ยมมากเฉียวเอ๋อร์ สายตาของอวี่เจียมอง

  • ไม่สิ้นวาสนา   ย้ายเข้าจวนผู้ว่าการ

    เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาฝู่เหวินใจกลางเมืองเหวินเฉิง เสี่ยวหาวที่นั่งอยู่ข้างพี่สาวแอบเลิกม่านมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยดวงตาเป็นประกาย ค่ำคืนแห่งความยากลำบากของตระกูลซ่งผ่านพ้นไปแล้ว และวันนี้ ก้าวแรกสู่หนทางปัญญาชนของน้องชายหมอหลวงกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ภายใต้ร่มเงาความรักและการสนับสนุนอันมั่นคงของพี่สาวและพี่เขยผู้ปกครองมณฑลขบวนรถม้าคู่แห่งจวนผู้ว่าการมณฑลเคลื่อนตัวผ่านย่านการค้าอันคึกคัก ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเหนือที่เงียบสงบอันเป็นที่ตั้งของสำนักศึกษาฝู่เหวิน ป้ายไม้โอ๊คขนาดใหญ่สลักตัวอักษรสีทองทรงพลังเด่นหราอยู่หน้าประตู บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายน้ำหมึกและเสียงท่องตำราก้องกังวานของเหล่าบัณฑิตเมื่อรถม้าจอดสนิท ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวลงมารอรับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยยามอยู่ต่อหน้าราษฎร บัดนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนยามทอดสายตามองมายังเป่าลี่เซียนและครอบครัวของนาง"คารวะใต้เท้าเซียว" บิดามารดาตระกูลซ่งรีบก้าวลงจากรถม้าและทำท่าจะคุกเข่าคำนับด้วยความเกรงใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าเซียวเหวินรุ่

  • ไม่สิ้นวาสนา   การค้ารุ่งเรือง

    วันต่อมา ภายในร้านผ้าสายใต้ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของเสิ่นอวี่เจีย ชายหนุ่มได้ส่งช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีสามคน และช่างปักสตรีผู้มีชื่อเสียงอีกสี่คนจากโรงปักหลวงมาประจำการที่ร้านตามคำขอของภรรยา และยังแอบลงบัญชีส่วนตัวออกเงินสำรองจ่ายค่าแรงล่วงหน้าให้ช่างทุกคนล่วงหน้า เพื่อให้เฉียวเอ๋อร์ปฎิบัติงานได้อย่างไร้กังวลเฉียวเอ๋อร์กางพับผ้าโบราณทั้งหมดออกมาบนโต๊ะยาว นางเริ่มแจกจ่ายงานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "ท่านป้า ผ้าไหมสีม่วงเข้มลายดอกโบตั๋นนี้เนื้อหนาเกินไปหากจะทำชุด ควรนำมาตัดเป็นรองเท้าฝีเข็มแน่น ๆ ปักลายไหมทองเล็กน้อยที่หัวรองเท้า ส่วนผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนล้าสมัยชุดนี้ ตัดเป็นชุดเอี้ยมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและชุดลำลองสำหรับสตรีชาวบ้านธรรมดา เน้นสวมใส่ง่าย ราคาไม่แพงเจ้าค่ะ""แล้วผ้าเศษเล็กเศษน้อยพวกนี้ล่ะนายหญิงน้อย" ช่างปักคนหนึ่งเอ่ยถาม"เศษผ้าพวกนี้อย่าทิ้งเด็ดขาดเจ้าค่ะ นำมาเย็บเป็นถุงหอมใบเล็ก ปักลายนกเป็ดน้ำหรือลายมงคลขนาดย่อม จากนั้นข้าจะไปขอแบ่งซื้อมะลิแห้งและสมุนไพรหอมจากโรงโอสถหลวงของท่านหมอเป่ามาบรรจุไว้ด้านใน ขายในราคาเพียงยี่ส

  • ไม่สิ้นวาสนา   กิจการร้าง

    ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะไปร้านไหน ครอบครัวไหนที่แสร้งทำเป็นเจ้าเล่ห์หมกเม็ด ก็จะถูกเฉียวเอ๋อร์ใช้ไหวพริบของอดีตแม่ค้าตลาดสดตลบหลังจนยอมจ่ายเงินครบทุกอีแปะ ส่วนร้านไหนที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ๆ เฉียวเอ๋อร์ก็จะช่วยต่อรองขอพ่อบ้านเฉิงให้ยืดระยะเวลาให้อย่างมีเหตุมีผล ความเก่งกาจ ไหวพริบปฏิภาณ และความมีน้ำใจของนาง ทำให้พ่อบ้านเฉิงรู้สึกประทับใจและเอ็นดูสะใภ้คนนี้จนถึงขั้นสุด"นายหญิงน้อย ท่านช่างมีพรสวรรค์ด้านการค้าขายยิ่งนัก ไหวพริบของท่านเหนือกว่าคุณหนูในห้องหอนับร้อยเท่า"พ่อบ้านเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก ขณะที่นั่งพักดื่มชา"มาเถอะขอรับ ข้าจะสอนเคล็ดลับการดูงบลับและการตรวจสอบบัญชีซ้อนของสกุลเสิ่นให้ท่านเอง วิชาพวกนี้นายท่านยังไม่เคยสอนคุณชายเลยด้วยซ้ำ""จริงหรือเจ้าคะ ขอบคุณท่านพ่อบ้านเฉิงยิ่งนักเจ้าค่ะ"เฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาวาววับรีบขยับเข้าไปนั่งฟังพ่อบ้านถ่ายทอดวิชาให้อย่างตั้งใจยามเย็นเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ เสิ่นอวี่เจียที่เพิ่งกลับจากที่ว่าการรีบมาหาภรรยาด้วยความห่วงใย แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเฉียวเอ๋อร์นั่งคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพ่อบ้านเฉิง โดยมีกองเงินค่าเช่าที่เก็บมาได้ครบถ้วนตั้

  • ไม่สิ้นวาสนา   มวยถูกคู่

    ความรักของขุนนางหนุ่มกับแม่ค้าเต้าหู้แห่งเมืองเหวินเฉิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อเสิ่นอวี่เจียนำเรื่องที่จะแต่งงานกับเฉียวเอ๋อร์เข้าบ้านไปบอกแก่บิดามารดา คฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเหวินเฉิงก็แตกตื่นทันที"เจ้าว่าอย่างไรนะอวี่เจีย เจ้าจะแต่งงานกับแม่ค้าขายเต้าหู้ที่ท้ายตลาดงั้นหรือ" เสียงของนายหญิงเสิ่น มารดาของเขาดังลั่นห้องโถง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ นางคัดค้านหัวชนฝาทันที "ไม่ได้! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! เจ้าเป็นถึงรองผู้ว่าการมณฑล ซ้ำยังเป็นบุตรชายคนโตสกุลเสิ่น บุตรีขุนนางหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีให้เลือกถมไป เหตุใดต้องไปคว้าสตรีชั้นต่ำที่บ้านดินซอมซ่อที่มารดาก็เพิ่งตายจากเช่นนั้นมาเป็นสะใภ้ใหญ่ นางไม่คู่ควรกับเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!"เสิ่นอวี่เจียยันกายนั่งนิ่ง ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็นราวกับกำลังนั่งเจรจาการค้าสำคัญ ชายหนุ่มปัดแขนเสื้อแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น"ท่านแม่ เฉียวเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีชั้นต่ำ นางเป็นคนกตัญญูและสู้ชีวิต เงินทองสกุลเสิ่นของเรามีล้นฟ้าจนกินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด เหตุใดต้องเอาเรื่องฐานะมาตัดสินความสุขชั่วชีวิตข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status