Partager

บทที่ 9 สายตาคู่นั้น

last update Date de publication: 2026-04-06 08:34:30

บทที่ 9 สายตาคู่นั้น

          ได้ยินประโยคนั้นของสาวใช้ที่วิ่งมาบอกหน้าตาตื่นตกใจหูทั้งสองข้างของอันหนิงจึงอื้ออึงไปชั่วขณะ มือที่กำเมล็ดพันธุ์เผลอปล่อยมันร่วงตกพื้น เสียงคำบอกเล่าจากปากสาวใช้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ลมหายใจสะดุดติดขัด

          “แล้ว...นางเป็นอันใดมากหรือไม่” อันหนิงถามเสียงพร่าราวกับหาเสียงของตนไม่เจอ

          เฉินอันหนิงไม่เคยคิดจะทำร้ายจ้าวฟางหรูจนทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บตัว นางแค่คิดว่าจะให้อีกฝ่ายคุกเข่ารอจนกว่าหลี่เจิ้งหลังจะมาตัดสินด้วยตนเอง ไม่ได้อยากให้เรื่องออกมาเป็นเช่นนี้

          ยอมรับว่าอารมณ์ร้อนเกินไปที่สั่งให้ทางนั้นคุกเข่า แต่ก็แค่อยากเตือนสติจ้าวฟางหรูว่านางทำหน้าที่ของอาจารย์ได้ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย

          “ท่านแม่...”

          เมี่ยวเมี่ยวยื่นมือไปกุมมือรอบนิ้วชี้ของผู้เป็นแม่ เมี่ยวเมี่ยวรู้ว่าท่านแม่ไม่ได้ตั้งใจ

          “แม่ไม่เป็นไร เมี่ยวเมี่ยวกลับไปพักก่อน แม่จะไปดูอาจารย์จ้าวของเจ้าสักหน่อย” เสียงของอันหนิงยังคงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

          อันหนิงรู้สึกผิดจากใจจริง นางไม่เคยคิดทำร้ายใคร แค่อยากสั่งสอนเพียงเล็กน้อย

          เท้าของอันหนิงเหยียบย่ำไปบนทางเดินด้วยความร้อนใจ ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าของนางแม้จะโดนเศษไม้ทิ่มตำอันหนิงก็ไม่ได้สนใจ ความคิดสับสนวุ่นวายไปหมด

          “รองเท้าเจ้าค่ะฮูหยิน” รั่วซีวิ่งถือรองเท้าตามมา

          เพียงแค่วิ่งมาถึงโถงศึกษาอันหนิงก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงกำยำยืนหน้าเข้มรออยู่แล้ว เจิ้งหลิงมองนางด้วยดวงตาคมกริบเชือดเฉือน

          อันหนิงชะงักฝีเท้าชั่วครู่ ในอกเต้นระส่ำไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร หรือต้องแสดงออกอย่างไร

          “เฉินอันหนิง!” เสียงเข้มตวาดเรียกชื่อนางเสียงเย็น

          “ทะ ท่านพี่” อันหนิงยิ้มแหย ตอบเขาเสียงสั่น

          ตอนที่วิ่งมาก็คิดแต่เป็นห่วงจ้าวฟางหรู แต่เมื่อเจอหน้าสามีที่กำลังทำหน้าเคร่งขรึมก็เกิดกลัวขึ้นมา

          “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป” เขาพยายามแล้วจริงๆ พยายามใจเย็นกับนางมากแล้ว

          “ข้าไม่ได้ตั้งใจ นางเป็นอย่างไรบ้าง” อันหนิงถามเสียงอ่อน ดูเหมือนเขากำลังโมโหหนัก

          สายตาคมของเจิ้งหลิงมองมาที่อันหนิงด้วยความกดดัน ฝ่ามือของอันหนิงชื้นไปด้วยเหงื่อที่ซึม นางไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาเขาด้วยซ้ำ แค่เขาตะคอกใส่นางก็สะดุ้งตัวสั่นไปทั้งร่าง

          “ยังกล้าถามถึงนางอีกหรือ ข้าเคยย้ำกับเจ้าหลายครั้งแล้วว่าเจ้าไม่มีสิทธิตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับแม่นางจ้าว” เขายังคงตวาดใส่นางเสียงแข็งกร้าว

          “ข้าแค่...ให้นางคุกเข่ารอท่านกลับมา”

          ตอนแรกอันหนิงรวบรวมความกล้าได้ก็เชิดหน้าจะพูดแก้ตัว แต่พอเห็นดวงตาลึกล้ำที่เหมือนมีเปลวไฟลุกโชนก็รู้สึกเหมือนตัวหดเหลือเล็กนิดเดียว

          “ทำไมเจ้าต้องคอยหาเรื่องนางอยู่ตลอด แค่ใช้ชีวิตของเจ้าไปมันยากนักหรือเฉินอันหนิง”

          “ทำไมท่านไม่ถามว่าแม่นางจ้าวทำอะไรลงไปข้าถึงได้สั่งให้นางคุกเข่า” อันหนิงพรั่งพรูความน้อยใจออกมา

          เหมือนในสายตาเขานางจะทำสิ่งใดก็ไม่ดีสักอย่าง คนที่ทำไม่ดีกับคนอื่นก่อนหน้านี้ไม่ใช่นางเสียหน่อย ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ว่านางไม่ใช่เฉินอันหนิงตัวจริง แต่มันก็ยังอดน้อยใจไม่ได้

          “จับนางไว้” เขาสั่งเสียงหนักแน่นไม่เปิดช่องว่างให้อันหนิงได้ต่อรองหรือโต้แย้ง

          ใบหน้าเนียนซีดเผือดด้วยความวิตกกังวล ชีวิตไม่เคยเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร พวกบ่าวตรงเข้ามาตรึงแขนของอันหนิงไว้จนนางร้องเจ็บ

          “โอ๊ย! ท่านทำอะไรของท่านเนี่ย ข้าเจ็บ” เจ็บถึงกับน้ำตาเล็ด แต่เขาไม่มีแม้แต่เสี้ยวเดียวที่จะดูหวั่นไหวเห็นใจนาง

          “ข้าเคยพูดหลายครั้งแล้วเจ้าไม่จำ ครั้งนี้ก็คงต้องลงโทษ หลังจากนี้จงจำไว้ให้ดี เรื่องของจ้าวฟางหรูเจ้าไม่ต้องมายุ่ง”

          “ข้าเจ็บนะหลี่เจิ้งหลิง ปล่อยข้า” อันหนิงดิ้นไปมาแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากพันธนาการที่รัดแน่น

          “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรเฉินอันหนิง” เขาตวาดใส่นางอีกครั้งเมื่อโดนเรียกชื่อโดยตรง ไม่เคยมีใครเรียกชื่อเขาเช่นนี้มานานแล้วและนางก็ไม่สมควรทำ

          ในฐานะภรรยานางไม่ควรเรียกเขาด้วยชื่อ มันทำให้คนหยิ่งยโสอย่างเขาโลหิตในกายเดือดดาลพุ่งพล่าน

          “...” อันหนิงปิดปากเงียบ นางไม่อยากทำให้เรื่องราวมันแย่และบานปลายไปมากกว่านี้

          “เอาไม้มา!” เขาหันไปสั่งกับคนสนิทข้างกาย

          ไม่นานไม้ยาวประมาณเท่าแขนก็มาอยู่ในมือของเจิ้งหลิง เขาหันไปมองภรรยาของตนด้วยแววตาแสนเยือกเย็น แต่ก็ต้องเผลอชะงักเมื่อเห็นว่านางกำลังร้องไห้จนเปลือกตาบวมแดง

          ตลอดการแต่งงานไม่ว่าเขาจะทะเลาะกับนางกี่ครั้งก็ไม่เคยเลยที่จะได้เห็นนางในสภาพนี้ หรือว่าเขาจะพูดรุนแรงเกินไป แต่จะให้เรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปก็ไม่เป็นผลดีต่อสกุลหลี่และไม่เป็นผลดีต่อตัวเฉินอันหนิงทั้งสิ้น

          หากให้คนนอกนินทาว่านายหญิงสกุลหลี่รังแกอาจารย์ของบุตรสาวจนอีกฝ่ายเป็นลม แล้วยังไม่ได้รับโทษอันใดเลย คงสร้างคำนินทาและความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

          คนรักชื่อเสียงอย่างอันหนิงคงทุกข์ใจหนักที่ต้องกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว

          “ท่านพี่อย่าตีข้า ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว”

          อันหนิงบอกกับเขาเสียงสั่นเครือ น้ำตาอาบแก้ม ใบหน้างามส่ายไปมา นางไม่อยากโดนลงโทษและยิ่งไม่อยากเจ็บตัว

          ความเป็นจริงที่โหดร้ายคือสถานะของนางในจวนแห่งนี้ไม่ได้สูงส่งเท่าใดนัก อันหนิงไม่อาจขัดขืนคำสั่งของเขาได้ หากดื้อด้านไปมันจะไม่เป็นการดีต่อนางเอง

          “แบมือมา” เขาบอกด้วยใบหน้าเย็นชา

          เจิ้งหลิงไม่ได้คิดจะลงโทษนางหนักอย่างที่นางกลัว เพียงแต่ต้องมีคำอธิบายให้จ้าวฟางหรูและมารดาของนาง ถึงอย่างไรจ้าวฟางหรูก็มาที่นี่ในฐานะแขกคนหนึ่งของจวน

          “ไม่เอาๆ” อันหนิงร้องไห้คร่ำครวญเสียงสั่นเครือน่าเวทนา

          ภาพในอดีตซ้อนทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตอนที่อันหนิงยังเด็กมีคุณครูคนใหม่เข้ามาสอนในบ้านเด็กกำพร้า ครูคนนั้นโกรธที่อันหนิงทำหนังสือตกจึงลากอันหนิงไปตีที่หน้าห้อง ถึงแม้จะแค่ตีมือแต่คุณครูตีหนักจนเป็นรอยช้ำ อันหนิงทั้งเจ็บและอับอายต้องนอนเจ็บมืออยู่หลายวัน

          ร่างสูงสูดลมหายใจลึก ใจเขาไม่ได้อยากทำเช่นนี้แต่เพราะความจำเป็น แต่ยิ่งได้เห็นท่าทางน่าสงสารของนางเขาก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวอยู่ข้างใน แม้จะไม่แสดงออกแต่เขาเริ่มสงสารนางจากใจจริง

          เพี๊ยะ!

          บ่าวคนหนึ่งที่จับอันหนิงใช้มืออีกข้างจับมือนางยื่นไปข้างหน้า อันหนิงหลับตาไม่อยากมอง ความเจ็บแล่นปวดร้าวไปทั้งฝ่ามือ

          ถึงเขาไม่ได้ใช้แรงเต็มที่แต่แรงของคนที่ฝึกร่างกายกับการต่อสู้มาตลอดย่อมแรงเยอะกว่าคนทั่วไป

          “ฮึก” ร่างบางสะอื้นตัวโยน

          เพี๊ยะ!

          “ท่านพ่อ!” เสียงใสของเมี่ยวเมี่ยวตะโกนจากทางหน้าประตู ขาสั้นสาวเท้าวิ่งเข้าไปยืนขวางตรงหน้าคนที่นางเรียกว่าท่านแม่

          แขนเล็กๆกางออก ราวกับกำลังปกป้องผู้เป็นแม่อย่างสุดความกำลัง

          ฟุ่บ!

          มือแกร่งโยนไม้ในมือทิ้งไปให้ไกลมือ

          เฉินอันหนิงอยู่ในอาการตระหนกไม่สามารถรับรู้สิ่งรอบข้างได้ชั่วคราว แม้มันจะเป็นแค่การลงโทษเล็กๆแต่มันกลับไปกระตุ้นปมในใจของนาง

          “อย่าทำเช่นนี้เมี่ยวเมี่ยว พ่อไม่อยากลงโทษเจ้าด้วยอีกคน” คิ้วหนาขมวดมุ่น ทำไปทำมามันเหมือนเขากำลังรังแกสองคนแม่ลูกเสียอย่างนั้น ใครกันแน่ที่ทำผิด

          เขาพยายามหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่าตนกำลังหวั่นไหวต่อสายตาตัดพ้อคู่นั้น แต่มันกลับทำได้ยากยิ่ง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสทำให้เจิ้งหลิงควบคุมความคิดและการกระทำของเขาได้ยากขึ้น

          “ท่านพ่อตีท่านแม่ไม่ได้นะเจ้าคะ”

          เด็กน้อยยังไม่ยอมแพ้ และยืนยันไม่ยอมถอยออกไป กางแกขนปกป้องคนที่นางเรียกว่าท่านแม่อย่างสุดกำลัง

          “พ่อก็ไม่ได้อยากทำเช่นนี้เมี่ยวเมี่ยวแต่ท่านแม่ของเจ้าทำผิด” เขาไม่ใช่คนเสียสติที่อยากจะทำร้ายภรรยาของตนโดยไร้สาเหตุ

          “แต่ท่านแม่ไม่ได้ทำผิด ท่านอาจารย์ต่างหากที่ผิด” เมี่ยวเมี่ยวหลับตาแล้วตะโกนเสียงดัง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 80 บทส่งท้าย

    บทที่ 80 บทส่งท้าย บรรยากาศจวนสกุลหลี่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่นายหญิงของจวนยังไม่ฟื้นขึ้นมา มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นสัญญาณที่ดีคือสีผิวที่เคยซีดขาวเริ่มกลับมาเป็นปกติ ลมหายใจที่อ่อนแรงของคนบนเตียงเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนยังมีความหวัง แม้มันจะเลือนรางแต่ก็ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา สามีของนางยังคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ไปไหน ร่างกายของเจิ้งหลิงเริ่มทรุดโทรมลงในทุกวัน แต่ก็ปฏิเสธที่จะห่างจากภรรยา “ร้อนหรือไม่ ข้าจะเช็ดตัวให้” ต่อให้นางไม่มีสติแต่เขาก็ยังคอยพูดกับนางตลอด เขาปล่อยให้ร่างกายของตนทรุดโทรมแต่ดูแลภรรยาเป็นอย่างดี คอยดูแลและเช็ดตัวให้ตลอด ป้อนน้ำดื่มและน้ำแกงสารพัดสิ่งที่มีประโยชน์ มือหนาคว้าผ้าสะอาดเนื้อนุ่มมาถือไว้และชุบน้ำที่อยู่ในถังข้างกาย ออกแรงบิดพอหมาดๆและเริ่มเช็ดตัวให้นาง เขาค่อยๆเช็ดตามแขนขาและลำตัวอย่างเบามือ กลัวว่าถ้าเผลอใช้แรงมากไปจะทำให้ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วแย่ลงกว่าเดิม “รีบฟื้นขึ้นมาเร็วๆเถิดฮูหยิน เจ้าหลับนานเกินไปแล้ว ขี้เซาแบบนี้เดี๋ยวก็ตื่นไม่ทันส่งลูกไปสำนั

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 79 ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

    บทที่ 79 ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ความมืดมิดปกคลุมทั่วบริเวณ บนท้องฟ้าไร้แสงสว่างดั่งที่เคย อากาศหนาวเหน็บยิ่งกว่าอยู่ท่ามกลางหิมะในเหมันตฤดู ที่แห่งนี้มีเพียงความว่างเปล่าชวนหวาดหวั่น ไร้ซึ่งทิศทางให้เดินไป ไร้ซึ่งกาลเวลาที่หมุนเวียน เฉินอันหนิงเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย มีเพียงความว่างเปล่าที่รออยู่เบื้องหน้า ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับเบาหวิวราวกับกำลังลอยอยู่บนอากาศ ไม่ว่าจะย่ำเท้าแรงเพียงใดก็มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่า “มีใครอยู่แถวนี้ม้ายยย” นางตะโกนจนเจ็บคอแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ มีแค่เสียงสะท้อนของตนที่สะท้อนกลับมา มือทั้งสองข้างกอดร่างกายของตนเอาไว้เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น คิดถึงลูกๆและสามีที่รออยู่ที่จวนแต่ไม่อาจกลับไปหาได้ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จำได้แค่นางหมดสติไปในตอนที่กำลังคลอดลูก พอได้ยินว่าเด็กออกมาแล้วก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีก “เจิ้งหลิงงง! เมี่ยวเมี่ยววว!” เบื้องหน้าบังเกิดแสงสว่างวูบหนึ่งผ่านไป นางกัดริมฝีปากครุ่นคิดว่าควรจะทำอย่างไร หากตามไปก็อาจจะพบกับอันตรายแต่ถ้าเดินต่อไปแบบไร้จุด

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 78 ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักบทที่

    บทที่ 78 ยอมทำทุกอย่างเพื่อรัก จวนสกุลหลี่ตกอยู่ความวุ่นวายเมื่อนายหญิงของจวนคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน เสียงกรีดร้องทรมานแสนเจ็บปวดของอันหนิงสร้างความสะเทือนใจให้ใครหลายคนที่ได้ยิน พวกบ่าวต่างวิ่งวุ่นช่วยหาวิธีที่จะทำให้นางเจ็บปวดและทรมานน้อยลง เป็นเวลาเกือบสองชั่วยามแล้วที่อันหนิงเบ่งคลอดเจ้าตัวน้อย “เบ่งอีกเจ้าค่ะฮูหยิน อื๊ดดด” รั่วซีช่วยส่งเสียงให้กำลังใจอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง “ฮึบ! อ๊าาา” อันหนิงกลั้นหายใจและออกแรงเบ่งสุดกำลัง สติของนางเริ่มเลือนรางเต็มที ภาพที่เห็นก็พร่ามัวเห็นเพียงเงาดำมืด แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นมารดา อันหนิงจึงออกแรงเบ่งต่อไป “เจ็บมากหรือไม่ บีบมือข้าแรงๆเลยฮูหยิน” เจิ้งหลิงจับมือภรรยาให้นางบีบมือเขาเพื่อให้มีแรงเบ่งมากขึ้น เสียงเมี่ยวเมี่ยวร้องไห้โวยวายอยู่ข้างนอกยิ่งทำให้สถานการณ์น่าหวาดหวั่นเข้าไปใหญ่ เจ้าตัวเล็กไม่เคยเรียนรู้ว่าเวลาสตรีคลอดลูกจะเป็นเช่นไร แต่เพียงได้ยินเสียงมารดากรีดร้องทรมานก็ใจเสีย อยากจะวิ่งเข้าไปดูให้ได้แต่ก็โดนห้ามไว้ “ท่านแม่! แงงงง ปล่อยเมี่ยวเมี่ย

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 77 แทบขาดใจ

    บทที่ 77 แทบขาดใจ ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆาสีเทาเข้มจนเกือบดำซ้อนทับกันเป็นชั้นหนาแน่น คล้ายกับควันหนาที่แผ่กระจายบดบังแสงสว่างทำให้เมืองหลวงที่เคยคึกคักดูมืดมนแม้จะเป็นเวลากลางวัน เสียงท้องฟ้าคำรามลั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศ ประกายแสงวาบขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน เป็นบรรยากาศที่แสนอึดอัดชวนหายใจลำบาก ร่างสูงของหลี่เจิ้งหลิงนั่งรอฟังรายงานผลของภารกิจที่มอบหมายให้องครักษ์เงาของตนจัดการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนโต๊ะประสานกันระดับอก “...” ใบหน้าคมคายมองตรงไปด้านหน้าไม่แสดงอารมณ์ เพียงแค่ใช้สายตากดดันคนใต้บัญชา “ขออภัยขอรับท่านแม่ทัพที่พวกข้าทำภารกิจไม่สำเร็จ” องครักษ์เงารีบเอ่ยขออภัยทันทีที่เปิดปาก “ตู้จื่อเย่ตายแล้วใช่หรือไม่” เขาถามเสียงเย็น ไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดดั่งที่อีกฝ่ายคาดเอาไว้ “ขอรับ ข้าเห็นศพของเขากับตา ไม่มีทางรอดแน่นอน” “อืม ไปเถอะ” เจิ้งหลิงไม่ได้ซักไซ้มากไปกว่านั้น เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป คนที่เคยทำร้ายภรรยาของเขาก็ได้รับในสิ่งที่สมควรจะได้รับทั้งหมดแล้ว เขาจึงไม่ม

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 76 เปลวไฟแห่งเวรกรรม

    บทที่ 76 เปลวไฟแห่งเวรกรรม เสียงหัวเราะเย็นชาของตู้จื่อเย่ทำให้จ้าวฟางหรูสะดุ้งเฮือก นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เขาเกลียดชังและโกรธแค้นตน จากที่ใจคิดว่าทุกคนคือหมากบนกระดานที่จะช่วยให้นางก้าวไปสู่ความสำเร็จก็เริ่มหวั่นไหว จ้าวฟางหรูไม่ได้เข็มแข็งอย่างที่นางเคยคิด พอตู้จื่อเย่ที่เคยผูกพันกันมานานเปลี่ยนไป นางก็รู้สึกไม่ดีต่อตัวเอง ทั้งอึดอัดและกระอักกระอ่วนจนอยากอาเจียน “ข้าขอไปปลดทุกข์สักครู่จะได้หรือไม่” หากนางยังอยู่ตรงนี้ต่อไปคงทนไม่ไหวและร้องไห้ออกมา “อย่าไปไกลล่ะ” เจ้าหน้าที่ผู้ชายบอกเสียงเรียบ ตั้งแต่ที่โดนตัดสินโทษก็ทำให้จ้าวฟางหรูคิดได้ถึงหลายๆเรื่อง สายตารังเกียจจากบุรุษที่นางหมายปองมาตั้งแต่ยังไม่เข้าวัยปักปิ่นนั้นเป็นดั่งหนามแหลมคมทิ่มแทงให้ใจแหลกสลาย เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนเคยกระทำโดยไม่หาเหตุผลมาเข้าข้างเพื่อการกระทำผิดของตนจึงได้รู้ นางทำเรื่องผิดบาปจนแม้กระทั่งตัวเองยังไม่อาจให้อภัย จ้าวฟางหรูเดินไปหลบมุมตรงพุ่มไม้ นางไม่ได้มาปลดทุกข์แต่อย่างใด แค่อยากจะหลีกหนีจากสายตาของตู้จื่อเย่เพื่อทำให้ใจสงบ

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 75 ความสุขของครอบครัว

    บทที่ 75 ความสุขของครอบครัว “แต่ฮูหยินและลูกในท้องของนางก็ยังอยู่ดีมิใช่หรือ ได้โปรดไว้ชีวิตลูกของข้าด้วยเถิด ข้าจะยอมมอบหลักฐานทุกอย่างให้กับท่านด้วยมือตัวเอง” หลักฐานที่ว่านั้นคือหลักฐานที่ใต้เท้าตู้เคยใช้ขู่พวกขุนนางให้ทำตามในสิ่งที่เขาต้องการ แม้จะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ไม่โกงกินแต่เขาก็รวบรวมหลักฐานเพื่อใช้ขู่ขุนนางที่ทำชั่วเพื่ออำนาจทำให้ฝ่ายตนสามารถควบคุมราชสำนักได้มานาน เจิ้งหลิงตวัดสายตามองใต้เท้าตู้พร้อมแสยะยิ้มพึงพอใจ ความรักที่ใต้เท้าตู้มีต่อบุตรชายสุนัขนั้นช่างมากล้นเสียจริง “หากท่านยอมแลกขนาดนี้แล้ววันนี้ข้าก็จะไว้ชีวิตของตู้จื่อเย่ แต่เขายังต้องได้รับโทษที่สาสม” “อะแฮ่ม! หมดเวลาสนุกของท่านแล้วท่านแม่ทัพ” เสียงจากคนนั่งบนบัลลังก์ทองแทรกขึ้นมา เพียงสิ้นเสียงประโยคนั้นหลี่เจิ้งหลิงก็ยกฝ่าเท้าออกจากอกของตู้จื่อเย่ เดินเร็วๆไปยืนอยู่ที่เดิมในตอนแรก ชายอาภรณ์ของเขาสะบัดพลิ้วไหว เหล่าขุนนางที่เคยอยู่ฝั่งเดียวกับใต้เท้าตู้พากันทรุดเข่ากับพื้น ดั่งคนที่รู้ว่าชีวิตของพวกเขาจบสิ้นแล้ว “กระหม่อมขอส่งต่อใ

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 58 พ่อหนุ่มเย็นชาคลั่งรัก

    บทที่ 58 พ่อหนุ่มเย็นชาคลั่งรัก ตั้งแต่ที่อันหนิงถูกลักพาตัวและได้รับบาดเจ็บก็เป็นเวลากว่าสามวันแล้ว ครอบครัวสกุลหลี่เดินทางกลับเมืองหลวงโดยมาถึงที่หมายช้ากว่าปกติไปเกือบวันเต็มๆ ด้วยคำสั่งของคนที่ถืออำนาจใหญ่ที่สุด เขาสั่งให้เดินทางช้าๆเพราะกลัวจะกระทบกระเทือนบาดแผลของภรรยา “นี

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 53 เดินทางสู่ชนบท

    บทที่ 53 เดินทางสู่ชนบท “ใจเย็นแล้วฟังที่ข้าจะพูดก่อนเถิดทั้งสองคน” ชายชราส่ายศีรษะช้าๆ ถอนหายใจอย่างคนลำบากใจ “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าใจร้อนเกินไป” จ้าวฟางหรูยิ้มเจื่อน เมื่อครู่นางแสดงอาการมากเกินไปคงสร้างความปั่นป่วนให้ท่านหมอหนักใจ เดิมทีจ้าวฟางหรูมิใช่สตรีร้ายกาจเลือดเย

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 10 พระเอกไม่จำเป็นแล้ว

    บทที่ 10 พระเอกไม่จำเป็นแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนไม่มีเลยสักครั้งที่หลี่เฟยเมี่ยวจะกล้าขัดคำสั่งคนที่นางเรียกว่าท่านพ่อ เมี่ยวเมี่ยวเชื่อฟังเขาเสมอ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เจ้าตัวเล็กถึงกับกล้าขัดคำสั่งท่านพ่อของนางเพื่อปกป้องอันหนิง “เรื่องของผู้ใหญ่เจ้าเป็นเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจ” เ

  • ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม   บทที่ 8 ชอบตอนนี้เลย

    บทที่ 8 ชอบตอนนี้เลย สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินทำให้จ้าวฟางหรูอ้าปากพะงาบๆ คิดคำพูดตอบโต้ได้ไม่ทัน ทั้งๆที่นางไม่เคยที่จะเป็นคนอารมณ์ร้อนขนาดนี้ แต่เพราะอะไรบางอย่างในตัวของเฉินอันหนิงที่เปลี่ยนไปทำให้จ้าวฟางหรูไม่สามารถคุมสติได้ “ข้าจะให้คนไปบอกท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้ว่าฮูหยินกำลังก่อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status