Share

ตอนที่4 กฎของคนรู้จัก

last update publish date: 2026-09-18 22:46:24

ตอนที่4 กฎของคนรู้จัก

หลายวันผ่านไป

จากวันแรกที่ทุกอย่างดูวุ่นวายและสับสน กะทิเริ่มค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น แม้เนื้อหาวิชาที่เรียนจะไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดหรือหลงใหลนัก แต่ด้วยพื้นฐานการเรียนที่ดี บวกกับความตั้งใจ เธอจึงค่อย ๆ ไล่ตามบทเรียนได้ไม่ยากอย่างที่คิด

เครื่องกลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยจินตนาการ

แค่ต้องใช้เวลา

และความอดทน

ในห้องเรียน เธอได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อ โดนัท เด็กผู้หญิงหน้าตาสดใส ผมสั้นประบ่า บุคลิกคล่องแคล่ว ยิ้มเก่ง และพูดเก่งไม่แพ้กัน นิสัยของโดนัทคล้ายเธออย่างน่าประหลาด ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันเร็วเกินคาด

โดนัทเป็นคนประเภทที่ไม่ปล่อยให้บรรยากาศเงียบได้นาน

ส่วนกะทิ… เป็นคนที่กำลังต้องการเสียงแบบนั้นพอดี

ทั้งคู่เริ่มนั่งเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เดินไปไหนมาไหนด้วยกันแทบทุกคาบ

เสียงหัวเราะของกะทิเริ่มกลับมา แม้จะไม่สดใสเท่าเดิม แต่ก็ไม่หม่นเหมือนวันแรก ๆ

ตอนนี้เป็นคาบสุดท้ายของวัน

อากาศในห้องเรียนเริ่มอึดอัด เสียงพัดลมดังสม่ำเสมอ นักศึกษาหลายคนเริ่มขยับตัวไปมาอย่างรอคอย

ทันทีที่เสียงกริ่งดังขึ้น โดนัทกับกะทิหันมามองหน้ากันแทบจะพร้อมกัน

“เฮ้ย! ต้องไปเข้าแถวใช่ไหม!” โดนัทพูดเสียงหลง

“ใช่! วันนี้รุ่นพี่บอกให้รวมตัวหน้าคณะ!” กะทิหน้าเสีย

ทั้งสองรีบเก็บของใส่กระเป๋าอย่างลนลาน หนังสือแทบจะยัดไม่ทัน ซิปกระเป๋าถูกดึงปิดลวก ๆ ก่อนจะลุกพรวดออกจากที่นั่ง

“วิ่ง!” โดนัทคว้ามือกะทิแล้วลากออกจากห้อง

บันไดทางลงอาคารเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กรูออกมาพร้อมกัน เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะปะปนกันอย่างชุลมุน เสื้อเชิ้ตสีขาวปลิวตามแรงวิ่ง กระโปรงแกว่งไกวตามจังหวะรีบเร่ง

กะทิรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรง ปอดเหมือนจะระเบิด ขาทั้งสองข้างเริ่มล้า

“ฮือออ” โดนัทหอบ “จะทันไหม หวังว่าจะไม่โดนลงโทษนะ!”

ทั้งสองฝ่าฝูงชนลงมาถึงหน้าคณะในที่สุด และภาพตรงหน้าก็ทำให้ต้องชะงัก รุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนยืนตรงเป็นแถวเรียบร้อย หลังตรงมือแนบลำตัว ทุกคนเงียบสนิท มีเพียง… กะทิ กับ โดนัทที่ยังยืนก้มหอบอยู่สองคน

ลมหายใจขาดเป็นห้วง หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัด ทุกสายตาหันมามองพร้อมกัน รวมถึงสายตาของรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าหลายสิบคนยืนล้อมวงเป็นระเบียบ

บรรยากาศเปลี่ยนจากความวุ่นวายกลายเป็นความกดดันทันที กะทิยกหน้าขึ้นช้า ๆ และก็ต้องชะงัก! น่านน้ำ เขายืนอยู่ตรงกลางเสื้อช็อปสีเข้มท่าทางนิ่งสนิท

ข้าง ๆ เขามีจอมทัพ วายุ วาตะ พี่ว้ากปีสามที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด

อีกฝั่งคือส้มส้ม เทมป์ แฮม ฝ่ายสันทนาการที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าจริงจังไม่แพ้กัน และยังมีรุ่นพี่ปีสามปีสี่ที่ยืนล้อมวงกันอยู่กว่ายี่สิบชีวิต

“สองคนที่มาช้า... ออกมาข้างหน้าครับ”

“...”

หัวใจของกะทิหล่นวูบ เธอหันไปมองโดนัทที่ยืนข้างๆ ทั้งสองสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไรแต่ก็เข้าใจกันดี

เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเรียบ แต่กดดันขึ้นกว่าเดิม

“ที่พูด… ไม่ได้ยินเหรอครับ?”

กะทิเม้มปาก มือกำสายกระเป๋าจนแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทั้งสองค่อย ๆ ก้าวออกจากแถว

ฝีเท้าแต่ละก้าวหนักอึ้งเหมือนเดินฝ่าลมต้าน ก่อนจะหยุดยืนอยู่ด้านหน้า โดนัทก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“พี่ว้ากคนนี้โคตรโหด!… เคยทำรุ่นน้องร้องไห้มาแล้วหลายคนเลยนะ”

กะทิกลืนน้ำลายก่อนจะเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอไปปะทะกับสายตาของน่านน้ำโดยไม่ตั้งใจ

เขามองเธออยู่ก่อนแล้วแต่ทว่าก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่สำหรับกะทิ…แค่นั้นก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

น่านน้ำขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานกิจกรรม ทำให้บรรยากาศตึงขึ้นทันที

“ทำไมมาช้าครับ!” เสียงนั้นดังชัด ดังจนกะทิกับโดนัทสะดุ้งพร้อมกัน

หัวใจของกะทิเต้นแรงขึ้นทันที เหมือนถูกกระชากให้ตื่นจากภวังค์ เธอกลืนน้ำลายลงคอ พยายามตั้งสติ ท่ามกลางสายตาหลายร้อยคู่ที่จ้องมองอยู่

“พวกหนู… เพิ่งเลิกเรียนค่ะ” โดนัทเป็นฝ่ายตอบก่อน เสียงหอบยังไม่ทันหายดี

น่านน้ำเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองแถวรุ่นน้องที่ยืนเรียงอยู่

“เพื่อน ๆ เขาก็เพิ่งเลิกเรียนเหมือนกัน”

“...”

“แล้วทำไมเขามาได้”

“...”

คำถามนั้นเหมือนตอกย้ำและเหมือนตั้งใจจะบีบให้เธอรู้สึกผิด

กะทิเม้มปากแน่น ความไม่พอใจแล่นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเผลอชักสีหน้าใส่เขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรู้ตัวและรีบกดมันลง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

น่านน้ำเห็น เขาเห็นชัดเจน ดวงตาคมของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

“ไปวิ่งรอบสนามสามรอบ!!”

ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าของกะทิซีดลงทันที ความกล้าหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงความอึดอัดและความน้อยใจที่ตีขึ้นมาจุกอก แต่ถึงจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

ปฏิเสธไม่ได้ เถียงไม่ได้ ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำสั่ง

“พวกคุณไม่ได้ยินที่ผมบอกเหรอครับ!” น่านน้ำพูดเสียงเข้ม “วิ่งรอบสนามสามรอบ!”

ทั้งสองหันหลังออกไปอย่างจำยอม ก้าวแรกของการวิ่งหนักอึ้งกว่าที่คิด

แดดยามเย็นยังไม่ทันลับฟ้า แต่ก็ไม่ร้อนจัดเหมือนตอนกลางวัน ลมอ่อน ๆ พัดผ่านสนามหญ้า แต่กลับไม่ได้ช่วยให้ความเหนื่อยลดลงสักนิด

รอบแรกผ่านไปอย่างฝืดเคือง

รอบที่สอง… ลมหายใจเริ่มขาดเป็นห้วง

อกของกะทิขยับขึ้นลงแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขาเริ่มหนัก รู้สึกเหมือนมีอะไรถ่วงอยู่ทุกก้าว โดนัทเองก็ไม่ต่างกัน เสียงหอบดังชัดจนแทบจะกลบเสียงฝีเท้า

ทั้งสองยังคงวิ่งวนอยู่แบบนั้นโดยมีสายตาคู่หนึ่ง… จับจ้องอยู่ตลอด

น่านน้ำยืนกอดอกอยู่ตรงขอบสนาม ไม่ละสายตาไปไหนกะทิเหลือบมองเขาเป็นระยะ สายตานั้นเต็มไปด้วยความคาดโทษ ความน้อยใจ และความเสียใจที่เริ่มกัดกินหัวใจ

‘เรานี่มันโง่จริง ๆ’

‘ไปแอบรักคนแบบนี้ได้ยังไง’

รอบที่สองผ่านไปอย่างยากลำบาก ร่างกายเริ่มอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

“สู้ ๆ นะ…” โดนัทหอบ พูดเสียงแทบไม่ออก “เหลือรอบเดียวแล้ว”

กะทิพยักหน้า ทั้งที่รู้สึกเหมือนขาจะยกไม่ขึ้น

“อื้อ…”

เหงื่อเริ่มไหลลงมาตามกรอบหน้า ลำคอแห้งผาก เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยแห้งสนิท ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบกับร่างบางโดยไม่รู้ตัว เนื้อผ้าบางส่วนเริ่มโปร่งจนเห็นเงาของบราด้านใน แต่กะทิไม่ได้สังเกตเลยสักนิด

เธอสนใจแค่ว่า… จะวิ่งให้จบได้ยังไง

แต่น่านน้ำเห็น เห็นทุกอย่าง เขาชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนจะสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ ในลำคอ

“ทิ!... บ้าฉิบ!”

รอบที่สาม… คือรอบที่หนักที่สุด

ขาของกะทิสั่น ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ลมหายใจร้อนผ่าว เหมือนอากาศรอบตัวขาดหายไป

เมื่อวิ่งครบสามรอบ ทั้งสองก็ฝืนตัวเองวิ่งเลยมาที่ท้ายแถว ก่อนจะทรุดตัวลงทันทีโดยไม่รู้ตัว

แต่ยังไม่ทันที่ลมหายใจจะได้ปรับเข้าที่เสียงเข้มก็ดังลั่นขึ้นอีกครั้ง

“ลุกขึ้น! ใครบอกให้นั่ง!”

!!

เสียงนั้นฟาดลงมาอย่างไม่ปรานี กะทิสะดุ้ง ดวงตาแดงจัด น้ำตาคลอขึ้นมาทันที เธอทั้งเหนื่อย ทั้งน้อยใจ ทั้งโกรธ ที่เขาตะโกนใส่โดยไม่สนใจสภาพของเธอเลย

แต่ถึงอย่างนั้น… เธอก็ไม่อาจขัดคำสั่งได้ มือเล็กดันพื้น พยายามลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นจนแทบทรงตัวไม่อยู่

“ขอโทษค่ะ…” เสียงเธอสั่น “หนู… หนูเหนื่อย”

“ไหวไหมกะทิ…” โดนัทหันมามองเพื่อน น้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

“ไหว… ต้องไหว” กะทิพยักหน้า ทั้งที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว

ทั้งสองยืนขึ้นอย่างยากลำบาก หลังตรงไม่สนิทนัก แต่ก็พยายามสุดชีวิต

ท่ามกลางแถวรุ่นน้องที่ยืนนิ่ง และท่ามกลางสายตาของรุ่นพี่หลายสิบคน

และสายตาของน่านน้ำ ในแววตานั้น…มีบางอย่างสั่นไหวอยู่ลึก ๆ เขาไม่พูดอะไรต่อแต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น…ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่เขา... เป็นคนทำเองกับมือ

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่39 จับพิรุธเด็กโกหก

    ตอนที่39 จับพิรุธเด็กโกหกเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่กะทิออกจากห้องไปคอนโดทั้งห้องเงียบผิดปกติน่านน้ำนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง แขนพาดหน้าผาก สีหน้าเหมือนคนถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง ทั้งที่ความจริงแฟนเขาแค่ไปงานเลี้ยงคณะ“แค่ครึ่งชั่วโมงเอง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ทำไมแม่งนานขนาดนี้วะ”สุดท้ายความคิดถึงก็ชนะ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหน้าจอเข้าแอปพลิเคชันหนึ่ง เช็กความเคลื่อนไหวในสตอรี่ เช็กว่ามีใครแท็กเธอบ้าง เช็กว่ามีผู้ชายหน้าไหนโผล่มาใกล้ๆ เธอหรือเปล่ารูปแรกที่เห็นคือภาพหมู่หน้าเวที รูปถัดมาคือเธอยืนยิ้มอยู่กลางกลุ่มเพื่อน เดรสสีขาวลายดอกเล็กๆ พริ้วเบาๆ ใต้แสงไฟสวยเกินไปแล้ว น่านน้ำกัดกรามเบาๆ“แต่งตัวสวยขนาดนี้ไปให้ใครดูวะ…”ยังไม่ทันจะไถหน้าจอต่อ เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นติ๊งต่องเขาหลับตา ถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่ายพวกมันอีกแล้ว ถึงจะสบถในใจแบบนั้น แต่เจ้าตัวก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูอยู่ดี ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดออก“เฮ้ยย!! ไอ้คนตาบอดดดด!”เสียงโวยวายดังลั่นทางเดิน วายุผลักประตูเข้ามาก่อนใครเพื่อน เดินยิ้มกว้างอย่างคนไม่เกรงใจเจ้าของห้อง“ตอนนี้มึงหายตาบอดแล้วเนาะ?” เขาแซวเสียงกวน

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่38 ชายตาบอดและผู้หญิงของเขา

    ตอนที่38 ชายตาบอดและผู้หญิงของเขาสองอาทิตย์ผ่านไปกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางลงจากความทรงจำ เหลือเพียงรอยแผลสีชมพูอ่อนที่หน้าอกของน่านน้ำ และผ้าพันแผลที่เล็กลงเรื่อยๆ ทุกวันอาการเขาดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่าปอดฟื้นตัวได้ดี การหายใจเป็นปกติ แขนขาขยับได้คล่องกว่าเดิม ส่วนเรื่องการมองเห็น…ยังต้องติดตามอาการซึ่งแน่นอนว่า...คนไข้บางคนก็ “ติดตามอาการ” แบบมีเล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อยตอนนี้กะทินั่งอยู่บนโซฟาในคอนโดตัวเอง กองหนังสือเรียนวางเต็มโต๊ะกลาง เธอกำลังง่วนกับการบ้านวิชาหนักที่ต้องส่งพรุ่งนี้และบนตักของเธอ มีศีรษะของแฟนหนุ่มวางหนุนอยู่น่านน้ำกำลังนอนตะแคง ซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ เสื้อยืดตัวบางถูกเขาเลิกขึ้นสูงอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะมุดหน้าเข้าไปด้านใน“พี่น่าน!” กะทิสะดุ้ง “อยู่นิ่งๆ สิ ตัว!”“ไม่นิ่งตรงไหน” เสียงเขาอู้อี้อยู่ใต้เสื้อ “พี่แค่หาที่อุ่นๆ นอน”“ตัวอย่าขยับสิ เค้าเขียนไม่ถูกแล้วเนี่ย”เขาขยับยุกยิกอีกเล็กน้อย จงใจเอาจมูกไล้ผิวเธอเบาๆ แล้วสูดลมหายใจยาว“หอม…”“บ้า!” เธอเขินจนแก้มร้อน “อย่ามาดมแบบนี้นะ”“มองไม่เห็น ก็ต้องใช้จมูกแทนสิครับ” คำตอบหน้าตายทำเอากะทิพูดไม่ออกน้ำอิงเ

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่37 โลกที่มืดมิด

    ตอนที่37 โลกที่มืดมิดเช้าวันถัดมา กะทิฝืนตัวเองลุกจากเตียงทั้งที่แทบไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ใบหน้าในกระจกซีดกว่าปกติ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้สองคืนติดกัน ภายในเวลาเพียงสองวัน เธอดูซูบลงไปมากอย่างเห็นได้ชัดไม่ใช่ว่าเธออยากอดอาหารแต่มันกลืนไม่ลงต่างหากทุกครั้งที่พยายามตักข้าวเข้าปาก มันเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ต่อให้ฝืนกลืนลงไป มันก็เจ็บแปลบเหมือนกลืนเศษแก้ว น้ำเปล่าที่เคยดื่มง่ายๆ ก็ขมจนฝาดคอเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังประท้วงความเจ็บปวดในใจกะทิขับรถมาถึงตึกคณะในช่วงสาย ลมเช้าอ่อนๆ พัดผ่านลานกว้าง นักศึกษากลุ่มเล็กๆ นั่งคุยกันตามม้าหินอ่อน เสียงหัวเราะบางๆ ดังเป็นระยะ ชีวิตคนอื่นยังคงปกติแต่ของเธอ…เหมือนโลกหยุดหมุนไปตั้งแต่คืนนั้นโดนัทกับอคินนั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนตัวเดิม ทันทีที่ทั้งสองเห็นเธอ โดนัทก็ลุกพรวดขึ้นมาแทบจะทันที“ทิ! ทำไมเป็นแบบนี้!”กะทิพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นบางเบาจนแทบมองไม่เห็น“เราไม่ได้เป็นไรนิ่…”“ไม่เป็นไรอะไรเล่า!” โดนัทเดินเข้ามาจับไหล่เธอ “ทิผอมลงไปเยอะมากเลยนะ”“เมื่อคืนได้นอนไหม” อคินเองก็ลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยกะทิส่ายหน้าเบาๆ“นิ

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่36 ความคิดถึงมันฆ่าคนได้

    ตอนที่36 ความคิดถึงมันฆ่าคนได้กะทิมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้งในช่วงสายของวันเดียวกัน แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านกระจกหน้าต่างตึกสูง แต่ในใจเธอกลับมืดครึ้มเหมือนเมื่อคืนยังไม่ผ่านไปไหนเธอมากับอิงอรและไพฑูรย์ สามคนเดินเคียงกันไปตามทางเดินยาวสีขาว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังคงฉุนเหมือนเดิม เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสะท้อนในโถงเงียบๆน้ำอิงกับสิงหายังไม่มา วันนี้เป็นวันเรียน ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะนั่งฟังอาจารย์ก็ตาม แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไปในแบบที่ฝืนหัวใจทั้งสามหยุดอยู่หน้าห้องไอซียู ไฟเหนือประตูยังสว่าง พยาบาลเดินเข้าออกเป็นระยะ เสียงเครื่องมือแพทย์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนหัวใจของสถานที่แห่งนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้าเยี่ยมพวกเขาได้แต่ยืนรอเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน เข็มนาฬิกาเหมือนจงใจเดินทีละวินาที เสียงเปลเข็นผู้ป่วยผ่านไปด้านหลัง เสียงญาติอีกครอบครัวร้องไห้อยู่ไกลๆ ทุกอย่างวุ่นวาย แต่สำหรับกะทิแล้ว เหมือนมีเพียงความเงียบที่กดทับอกเธออยู่อิงอรจับมือเธอแน่น ไพฑูรย์ยืนอยู่ข้างๆ อย่างสงบนิ่ง แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความกังวลในที่สุด เสียงพยาบาลก็เรียกให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ ทั้งสามรีบเดินเข้าไปด้าน

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่35 ขอได้ไหม ปาฏิหาริย์...

    ตอนที่35 ขอได้ไหม ปาฏิหาริย์...กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนลอยคละคลุ้งอยู่ทั่วโถงหน้าห้องฉุกเฉิน เสียงล้อเตียงเข็นดังครืดคราดผ่านไปมา เสียงประกาศเรียกชื่อผู้ป่วยสลับกับเสียงสะอื้นของใครบางคนที่เพิ่งได้รับข่าวร้าย ทุกอย่างวุ่นวาย แต่สำหรับกะทิแล้ว โลกเหมือนถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงประตูบานเดียวที่เขียนคำว่า ห้องฉุกเฉินเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กแข็งๆ ข้างน้ำอิง มือสองข้างสั่นเทาจับกันแน่นจนนิ้วซีดขาว น้ำตาไหลไม่หยุดจนตาพร่าไปหมดน้ำอิงเองก็ไม่ต่างกัน เด็กสาวที่ปกติสดใส ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่น เธอก้มหน้าร้องไห้จนไหล่สะท้าน“อิง… ฮึก… พี่น่านจะไม่เป็นไรใช่ไหม” กะทิถามเสียงแตก น้ำอิงส่ายหน้าไปมาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก“พี่เราแข็งแรงจะตาย… เขาไม่เป็นอะไรหรอก… เขาไม่เคยเป็นอะไรเลย…”คำพูดนั้นเหมือนปลอบตัวเองมากกว่าปลอบใครกะทิกลืนน้ำลาย ก่อนจะเล่าออกมาทั้งหมด ทั้งเรื่องที่เธอกับน่านน้ำคบกันแล้ว ทั้งความกังวลเรื่องโทรศัพท์ เรื่องที่เขาแอบออกไปคืนนี้“เราคิดว่าเขา… เขาไปหาผู้หญิงคนอื่น ฮึก… เราเลยตามไป” เธอพูดทั้งน้ำตา “ถ้าเราไม่คิดมาก ถ้าเราไม่ทำให้เขาต้องรีบกลับ… เขาอาจจะไม่รีบขับรถ…”“ไม่ใช่ควา

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่34 ขอให้ได้ยินเสียงอีกครั้ง

    ตอนที่34 ขอให้ได้ยินเสียงอีกครั้งหลังจากความอบอุ่นบนเตียงค่อยๆ คลายลง เสียงลมหายใจของกะทิสม่ำเสมอขึ้นเรื่อยๆ เธอขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา แก้มยังแดงเรื่อจากสัมผัสก่อนหน้า เส้นผมบางส่วนปกคลุมใบหน้าอย่างน่าทะนุถนอมน่านน้ำยันตัวลุกขึ้นช้าๆ เวลาบนหน้าจอดิจิทัลหัวเตียงบอกว่าเลยเที่ยงคืนมาแล้วเขามองเธออยู่นานกว่าที่จำเป็น มองแบบคนที่รู้ว่าตัวเองโชคดี มองแบบคนที่รักมากกว่าที่แสดงออกเขาก้มลงจูบหน้าผากเธอเบาๆ อย่างรักใคร่ ก่อนจะหอมแก้มนวลทั้งสองข้างสลับกันอย่างอดไม่ได้“เด็กขี้หึงของพี่…” เขากระซิบเบาๆเธอขยับตัวนิดหนึ่งแต่ไม่ตื่น เขายิ้มอ่อน ก่อนจะลุกเดินออกไปที่ระเบียงลมกลางคืนพัดเย็นจัด แสงไฟจากตึกสูงฝั่งตรงข้ามสะท้อนผิวเขาเป็นเงาวาว เขามีเพียงผ้าขนหนูพันเอวไว้หลวมๆ แผ่นหลังแข็งแรงและหน้าท้องที่เป็นลอนชัดเจนขยับตามจังหวะหายใจ กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังตึงสวยอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอเขาหยิบบุหรี่ออกมาจุด สูดควันเข้าไปลึกๆ ก่อนปล่อยออกช้าๆ ควันสีเทาลอยขึ้นปะทะแสงไฟเมืองอย่างเงียบงันใบหน้าเขานิ่ง แต่สายตาไม่ได้สงบเลยโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างในห้องยังค้างสายเรียกเข้าเมื่อครู่ในความทรงจำเขากั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status