Share

ตอนที่3 หนีหัวใจตัวเอง

last update publish date: 2026-09-18 22:46:04

ตอนที่3 หนีหัวใจตัวเอง

หลังเที่ยงคืนผ่านไป ห้องนั่งเล่นที่เคยอึกทึกค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนกับเสียงหายใจหนัก ๆ ของคนที่เมาหลับกันคนละมุม

วายุฟุบคาโซฟา แขนห้อยลงกับพื้น แฮมนอนพาดอยู่ตรงพรม มือยังกำขวดเหล้าแน่น

ส้มส้มเอนหัวซบหมอนอิง เทมป์กับวาตะนอนพิงกันแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว

กลิ่นเหล้าจาง ๆ คลุ้งไปทั่วห้อง

น่านน้ำเดินออกมาจากห้องนอนอีกครั้ง เสื้อยืดสีดำตัวเดิมแนบกับแผ่นอกกว้าง ใบหน้าคมคายยังคงนิ่ง แต่แววตาดูหม่นกว่าตอนก่อนหน้า เขามองภาพตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

เขาเดินไปนั่งลงที่เดิมบนโซฟา ตำแหน่งที่แฮมเคยนั่งแต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า แก้วเหล้ายังอยู่ตรงหน้า แต่ระดับน้ำแทบไม่ลดลงเลย

จอมทัพนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือถือแก้วเหล้าไว้หลวม ๆ เขาไม่ได้เมามายเหมือนคนอื่น จอมทัพมองเขานิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเหมือนนึกอะไรออก

“วันนี้ทำไมมึงไม่ค่อยแดกวะ!”

คำถามนั้นไม่ได้มีน้ำเสียงแซว แต่เป็นน้ำเสียงของเพื่อนสนิทที่จับสังเกตได้ น่านน้ำเอนหลังพิงโซฟา สายตามองเพดาน

“กูไม่อยากเมา”

“มึงนี่นะ ไม่อยากเมา?” จอมทัพเลิกคิ้ว เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ปกติมึงนี่ตัวเปิดทุกวง”

“วันนี้ไม่เหมือนวันอื่น” น่านน้ำตอบเสียงเรียบ จอมทัพเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ

“หรือมึงมีอะไรอยู่ในหัว”

น่านน้ำไม่ตอบในทันที ความเงียบยืดออกไปไม่กี่วินาที

“กูแค่… ไม่อยากให้สติหลุด” เขาพูดในที่สุด

“สติหลุดเรื่องอะไร?” จอมทัพถามต่อ

“มึงนี่ถามเก่งจังวะ!”

“ถ้ามึงไม่มีอะไร กูก็ไม่ถามหรอก” จอมทัพเอียงคอมอง “กูรู้จักมึงดี”

น่านน้ำหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพบางอย่างแล่นผ่านในหัวโดยไม่ตั้งใจ เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าแต่ไม่ได้ยกดื่มแค่หมุนมันเล่นในมือ

“มึงเคยรู้สึกไหม” เขาเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ “ว่าอยู่ดี ๆ ใจมันก็ไม่อยู่กับตัว”

“เคยสิ” จอมทัพมองหน้าเขาอย่างจริงจัง

“แล้วมึงทำยังไง?” น่านน้ำถาม

“กูจะถามตัวเองก่อนว่ามันเป็นเรื่องอะไร”

“ถ้ารู้ กูคงไม่เป็นแบบนี้” น่านน้ำหัวเราะในลำคอ จอม ทัพวางแก้วลงบนโต๊ะ เอียงตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย

“เรื่องผู้หญิง?”

“...”

คำถามนั้นตรงเกินไปตรงจนหัวใจน่านน้ำสะดุด เขาไม่ตอบแต่ก็ไม่ปฏิเสธจอมทัพถอนหายใจออกมา

“กูว่าแล้ว”

“ไม่ใช่แบบนั้น” น่านน้ำพูดเร็วขึ้น “กูไม่ได้คบใคร”

“กูไม่ได้ถามว่ามึงคบไหม” จอมทัพพูดเสียงเรียบ “กูถามว่ามึงคิดถึงใคร”

“...” น่านน้ำเงียบไป แต่ความเงียบครั้งนี้… เหมือนหนักขึ้นกว่าเดิม

“ถ้ามึงไม่คิด กูก็ไม่เซ้าซี้” จอมทัพเอนหลังกลับ คำพูดนั้นเหมือนตอกตะปูลงกลางอก

ทั้งคู่เงียบไปอีกครั้ง เสียงแอร์ดังหึ่งเบา ๆ แทรกอยู่ในความเงียบน่านน้ำล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

หยิบโทรศัพท์ออกมาโดยไม่รู้ตัว หน้าจอมืดสนิทไม่มีสายเข้า จอมทัพมองภาพนั้นแล้วไม่พูดอะไร เพียงแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

“มึงรู้ไหม” น่านน้ำพูดขึ้นช้า ๆ “กูเกลียดความรู้สึกแบบนี้”

“แบบไหน?”

“แบบที่ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง” น่านน้ำขมวดคิ้ว “จะนิ่งก็อึดอัด จะขยับก็เหมือนกำลังทำเรื่องผิด”

“แล้วมึงกลัวอะไร” จอมทัพพยักหน้าเข้าใจ น่านน้ำหลับตาลง คำตอบผุดขึ้นมาเร็วเกินกว่าจะกลั้น

“กูไม่ได้กลัว”

“แต่มึงรู้ใช่ไหม” จอมทัพมองเขานิ่ง ก่อนจะพูดช้า ๆ “ว่ามึงกำลังหนีหัวใจตัวเองอยู่”

น่านน้ำกำโทรศัพท์แน่นขึ้นหัวใจเต้นหนักโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแค่เอนหลังพิงโซฟา หลับตาลงด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นในใจ

***

เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน กะทิลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงกดทับอยู่กลางอก ร่างกายเหมือนจะไม่อยากขยับไปไหนเลย ทั้งที่โลกภายนอกยังหมุนไปตามปกติ

เธอยกมือขึ้นถูดวงตาเบา ๆ ก่อนจะต้องชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงความบวมฉ่ำที่ยังไม่ยุบหาย

เมื่อคืน… เธอเพิ่งได้นอนจริง ๆ ไม่กี่ชั่วโมงเอง ภาพและคำพูดที่ได้ยินยังวนซ้ำอยู่ในหัว

เสียงผู้หญิงคนนั้น

คำถามที่แทงใจ

และความเงียบหลังจากเธอกดวางสาย

กะทิลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างงัวเงีย ศีรษะหนักอึ้ง ใบหน้าหวานยังมีร่องรอยของคราบน้ำตาแห้ง ๆ ติดอยู่ เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะรวบผมขึ้นลวก ๆ แล้วลุกจากเตียง

ร่างเล็กเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำอุ่นไหลรดลงบนศีรษะ หยดน้ำไหลผ่านแก้ม ลงมาปะปนกับหยดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

‘ต้องไม่เป็นอะไร’

เธอบอกตัวเองในกระจก

หลังอาบน้ำเสร็จ กะทิแต่งตัวด้วยชุดนิสิตนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบ กระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ทุกอย่างดูเรียบร้อยตามแบบฉบับ แต่ใบหน้าของเธอกลับไม่สดใสเหมือนเคย

เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง กลิ่นอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก แต่กลับไม่สามารถเรียกความอยากอาหารได้เลย

อิงอร มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ เมื่อหันมาเห็นลูกสาวก็ถึงกับชะงัก

“กะทิ!… เป็นอะไรลูก ทำไมตาบวมแบบนี้!”

“เมื่อคืนดูซีรีส์ดึกไปหน่อยค่ะ เลยนอนไม่ค่อยพอ” กะทิฝืนยิ้ม ทั้งที่มุมปากแทบจะยกไม่ขึ้น

อิงอรขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวเบา ๆ

“แม่บอกแล้วใช่ไหม อย่าดูดึก เดี๋ยวไม่สบายเอา”

“ค่ะแม่…” เธอรับเสียงเบา

“มาลูก... มากินข้าว”

อิงอรพาเธอไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ข้าง ๆ ไพฑูรย์ ผู้เป็นบิดา ซึ่งกำลังจิบกาแฟยามเช้าอยู่เงียบ ๆ เขาเหลือบตามองลูกสาวเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกมุมปากยิ้มอ่อนโยน

“ไม่ใช่ว่ามีใครทำให้ลูกพ่อร้องไห้หรอกนะ” เสียงแซวอบอุ่นเอ่ยขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะพ่อ แค่… ง่วงเฉย ๆ” กะทิรีบส่ายหน้า

“งั้นก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกพ่อ” ไพฑูรย์หัวเราะเบา ๆ อย่างไม่คาดคั้น

เธอพยักหน้า ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมจะเล่าอะไรทั้งนั้น

ไพฑูรย์เป็นคนแบบนี้เสมอ อบอุ่น พูดเพราะและตามใจลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ

บนโต๊ะอาหารมีแม่บ้านอีกสองคนคอยเสิร์ฟข้าวต้ม ซุป และผลไม้ ทุกอย่างถูกจัดอย่างใส่ใจเหมือนทุกเช้า กะทินั่งกินไปเงียบ ๆ ต่างจากปกติที่เธอมักจะพูดเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้พ่อแม่ฟังไม่หยุด

อิงอรมองลูกสาวด้วยสายตาเป็นห่วง แต่ก็เลือกจะไม่ซักไซ้มากไป

หลังอาหารเช้า กะทิเดินออกมาหน้าบ้าน ลมเช้าพัดเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เธอมุ่งหน้าไปยังรถเต่าสีฟ้าคันเล็กกะทัดรัดที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ รถคันนี้เป็นของขวัญจากบิดา มือเล็กเอื้อมไปจับประตูรถแต่เสียงเรียกก็ดังขึ้นเสียก่อน

“กะทิ!”

“คะ?” เธอหันกลับไป

“เดี๋ยวพ่อไปส่งนะ” ไพฑูรย์เดินออกมาจากบ้าน

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูขับไปเองได้” กะทิส่ายหน้าเบา ๆ

“พ่ออยากไปส่งลูกสาวสุดที่รักของพ่อ” ไพฑูรย์ย่นคิ้วเล็กน้อย เธอยิ้มรับ ทั้งที่แววตายังดูเหนื่อยล้า

“หนูอยากลองไปเองค่ะพ่อ ไม่ต้องห่วงนะคะ”

“ก็ได้ ขับรถดี ๆ ล่ะ” ไพฑูรย์มองลูกสาวอยู่อึดใจ ก่อนจะถอนหายใจยอมแพ้

“ค่ะ” กะทิเปิดประตูรถ ก่อนจะหันมายกมือโบก “บาย บายค่ะพ่อ”

ไพฑูรย์ยืนมองรถเต่าสีฟ้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไปจากบ้าน รอยยิ้มเอ็นดูยังคงติดอยู่บนใบหน้า เขาไม่รู้เลยว่าในใจของลูกสาวตอนนี้… กำลังหนักอึ้งแค่ไหน

ระหว่างทางไปมหาวิทยาลัย กะทิขับรถไปเงียบ ๆ เสียงเพลงคลอเบา ๆ แต่เธอแทบไม่ได้ฟังมันเลย สายตาจ้องถนนตรงหน้า แต่ความคิดกลับล่องลอย

เธอกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกแน่นอกยังไม่จางหายเมื่อคืนเธอร้องไห้จนเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น และตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงที่ยังเหมือนเดิม

กะทิสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามบอกตัวเองว่าวันนี้ต้องเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็ต้องไปเรียนต้องใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป แม้หัวใจจะยังไม่พร้อมก็ตาม

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนพิเศษ กาลเวลาพิสูจน์คน

    ตอนพิเศษ กาลเวลาพิสูจน์คนหนึ่งปีผ่านไปหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นน่านน้ำหายดีเกือบสนิท แผลภายนอกจางลง เหลือเพียงรอยบาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า เขากลับไปเรียนได้ตามปกติ กลับมายืนเป็นรุ่นพี่ขาโหดที่ใคร ๆ ก็เกรงใจ เสียงดุๆ สีหน้าเรียบขรึม ท่าทางนิ่งเย็นเหมือนเดิมแต่ทั้งหมดนั้น…ใช้ได้กับทุกคนยกเว้นกะทิเพราะเวลาที่อยู่กับเธอ เขาแทบจะกลายเป็นแมวตัวใหญ่เชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง ซุกเก่ง อ้อนเก่ง หวงเก่ง และคลั่งรักแบบไม่ปิดบังเช้าวันนี้ ลานคณะเต็มไปด้วยรุ่นน้องกว่าห้าสิบคนที่กำลังเข้าแถวรับคำสั่งจากรุ่นพี่ น่านน้ำยืนอยู่ด้านหน้า แขนไขว้หลัง สีหน้าดุ ๆ ตามมาตรฐานแต่ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าแววตาเขาไม่ได้ดุเท่าไรนัก มันดูเว้าวอนเสียมากกว่า สายตาคมเหลือบมองไปยังแถวด้านข้างกะทินั่งหอบเหนื่อยอยู่ในแถว แขนกอดอกแน่น ใบหน้าหวานบูดสนิท โทษที่เธอขอลายเซ็น “น้ารหัส” ไม่ได้ ซึ่งน้ารหัสคนนั้นก็คือน่านน้ำที่ยืนทำหน้าดุอยู่ตรงนี้ซึ่งเขายังไม่ยอมเซ็นให้ วายุที่ยืนข้าง ๆ เหลือบมองเพื่อนแล้วหลุดหัวเราะ“ไอ้เหี้ย มึงทำหน้าจะร้องไห้แล้ว”“เขาเรียกว่ากรรมตามสนอง” จอมพลพ่นลมหัวเราะเบา ๆ“หุบปากไปเลย” น่านน้ำหงุดหงิดแ

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่41 สองเรา...ตลอดไป THE END  NC🔞💦

    ตอนที่41 สองเรา...ตลอดไป THE END NC🔞💦บรรยากาศอบอุ่นของห้องนอนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนละมุนที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วผิวกาย ไม่ใช่ความเร่งรีบ ไม่ใช่ความหุนหัน แต่เป็นแรงดึงดูดของความคิดถึงที่สะสมมาหลายวันจนล้นเกินอ้อมแขนเล็กของกะทิสอดกอดแผ่นหลังน่านน้ำแน่นขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ เป็นคำตอบจากจูบแผ่วเบากลายเป็นลึกซึ้งขึ้นทีละนิด ริมฝีปากของเขาแนบสนิทกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นพัวพันกันช้า ๆ เหมือนทั้งโลกหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงเต้นประสานกัน“อยากให้หยุดมั้ย…” เขาถามชิดริมฝีปาก น้ำเสียงต่ำพร่า กะทิยังหลับตาอยู่ มือกำเสื้อเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย“ไม่รู้ค่ะ… แต่เค้าไม่อยากให้หยุด”คำตอบนั้นเหมือนประกายไฟเล็ก ๆ ที่ถูกเป่าลมเข้าไปน่านน้ำก้มลงจุมพิตซ้ำ ลึกขึ้นแต่ยังละมุน ปลายลมหายใจอุ่นไล้ผ่านพวงแก้มเธออย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้เร่งจังหวะ แต่ปล่อยให้ความรู้สึกค่อย ๆ ไหลไปตามแรงคิดถึงที่สะสมไว้จากนั้นจูบก็ยาวนานขึ้นอีก ละมุนเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ครู่หนึ่งอ่อนโยน ครู่หนึ่งแน่นขึ้นตามแรงหัวใจ ความเจ้าเล่ห์ของเขาแฝงอยู่ในจังหวะที่ชี้นำอย่างไม่เร่งร้อน แต่ชัดเจนพอให้เธอเผลอตามไปโดยไม่รู้

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่40 ยอมแพ้แค่เธอคนเดียว

    ตอนที่40 ยอมแพ้แค่เธอคนเดียว“แล้วก่อนหน้านี้ คือแกล้งหลอกพี่ใช่ไหม”น้ำเสียงน่านน้ำยังเจือความขบขัน ดวงตาคมที่ตอนนี้ไม่ได้ปิดบังอะไรอีกแล้ว มองเธออย่างจับผิดปนเอ็นดู“หนูหลอกยังไง ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” กะทิสะบัดหน้าเล็กน้อย“ยังไม่ได้ทำอะไร?” เขาเลิกคิ้ว “ก็หนูแก้ผ้าต่อหน้าพี่ รู้ไหม…ว่าหนูทำให้พี่แข็งไปทั้งตัว”“พี่น่าน!” เธอร้องเสียงหลง หน้าแดงจัดจนลามไปถึงใบหู “ใครใช้ให้แอบมองก่อนละ ก็พี่บอกว่ามองไม่เห็นนี่”“นั่นไง ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกล้งแก้ผ้าต่อหน้าพี่” เขาแกล้งจับคำกะทิอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดดันสะดุดอยู่ตรงริมฝีปาก เธอทั้งอายทั้งขำในเวลาเดียวกัน“ฮือ… ก็ใครมาแกล้งก่อนละ ถ้าไม่โกหกว่ามองไม่เห็น หนูก็ไม่ทำแบบนั้นหรอก”น่านน้ำหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความพอใจความจริงแล้ว ตอนนั้นเขาแทบต้องกลั้นหายใจ กลั้นอาการทุกอย่างไม่ให้หลุดพิรุธ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนคิดว่าเธอคงได้ยิน เขาเอื้อมมือไปกอดเธอแน่นขึ้น ดึงร่างบางเข้ามาซบอก“ขอโทษที่โกหกนะครับ” เขากระซิบใกล้ขมับบาง แล้วกดจูบลงอย่างรักใคร่ “พี่แค่…อยากอยู่ใกล้หนูนานๆ”น้ำเสียงเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยินเขารักเธอเหลือเก

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่39 จับพิรุธเด็กโกหก

    ตอนที่39 จับพิรุธเด็กโกหกเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่กะทิออกจากห้องไปคอนโดทั้งห้องเงียบผิดปกติน่านน้ำนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง แขนพาดหน้าผาก สีหน้าเหมือนคนถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง ทั้งที่ความจริงแฟนเขาแค่ไปงานเลี้ยงคณะ“แค่ครึ่งชั่วโมงเอง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ทำไมแม่งนานขนาดนี้วะ”สุดท้ายความคิดถึงก็ชนะ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหน้าจอเข้าแอปพลิเคชันหนึ่ง เช็กความเคลื่อนไหวในสตอรี่ เช็กว่ามีใครแท็กเธอบ้าง เช็กว่ามีผู้ชายหน้าไหนโผล่มาใกล้ๆ เธอหรือเปล่ารูปแรกที่เห็นคือภาพหมู่หน้าเวที รูปถัดมาคือเธอยืนยิ้มอยู่กลางกลุ่มเพื่อน เดรสสีขาวลายดอกเล็กๆ พริ้วเบาๆ ใต้แสงไฟสวยเกินไปแล้ว น่านน้ำกัดกรามเบาๆ“แต่งตัวสวยขนาดนี้ไปให้ใครดูวะ…”ยังไม่ทันจะไถหน้าจอต่อ เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นติ๊งต่องเขาหลับตา ถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่ายพวกมันอีกแล้ว ถึงจะสบถในใจแบบนั้น แต่เจ้าตัวก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูอยู่ดี ทันทีที่บิดลูกบิดเปิดออก“เฮ้ยย!! ไอ้คนตาบอดดดด!”เสียงโวยวายดังลั่นทางเดิน วายุผลักประตูเข้ามาก่อนใครเพื่อน เดินยิ้มกว้างอย่างคนไม่เกรงใจเจ้าของห้อง“ตอนนี้มึงหายตาบอดแล้วเนาะ?” เขาแซวเสียงกวน

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่38 ชายตาบอดและผู้หญิงของเขา

    ตอนที่38 ชายตาบอดและผู้หญิงของเขาสองอาทิตย์ผ่านไปกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางลงจากความทรงจำ เหลือเพียงรอยแผลสีชมพูอ่อนที่หน้าอกของน่านน้ำ และผ้าพันแผลที่เล็กลงเรื่อยๆ ทุกวันอาการเขาดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่าปอดฟื้นตัวได้ดี การหายใจเป็นปกติ แขนขาขยับได้คล่องกว่าเดิม ส่วนเรื่องการมองเห็น…ยังต้องติดตามอาการซึ่งแน่นอนว่า...คนไข้บางคนก็ “ติดตามอาการ” แบบมีเล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อยตอนนี้กะทินั่งอยู่บนโซฟาในคอนโดตัวเอง กองหนังสือเรียนวางเต็มโต๊ะกลาง เธอกำลังง่วนกับการบ้านวิชาหนักที่ต้องส่งพรุ่งนี้และบนตักของเธอ มีศีรษะของแฟนหนุ่มวางหนุนอยู่น่านน้ำกำลังนอนตะแคง ซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องแบนราบของเธอ เสื้อยืดตัวบางถูกเขาเลิกขึ้นสูงอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะมุดหน้าเข้าไปด้านใน“พี่น่าน!” กะทิสะดุ้ง “อยู่นิ่งๆ สิ ตัว!”“ไม่นิ่งตรงไหน” เสียงเขาอู้อี้อยู่ใต้เสื้อ “พี่แค่หาที่อุ่นๆ นอน”“ตัวอย่าขยับสิ เค้าเขียนไม่ถูกแล้วเนี่ย”เขาขยับยุกยิกอีกเล็กน้อย จงใจเอาจมูกไล้ผิวเธอเบาๆ แล้วสูดลมหายใจยาว“หอม…”“บ้า!” เธอเขินจนแก้มร้อน “อย่ามาดมแบบนี้นะ”“มองไม่เห็น ก็ต้องใช้จมูกแทนสิครับ” คำตอบหน้าตายทำเอากะทิพูดไม่ออกน้ำอิงเ

  • ไหนว่าจะ (ไม่) รัก (น่านน้ำxกะทิ)   ตอนที่37 โลกที่มืดมิด

    ตอนที่37 โลกที่มืดมิดเช้าวันถัดมา กะทิฝืนตัวเองลุกจากเตียงทั้งที่แทบไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ใบหน้าในกระจกซีดกว่าปกติ ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้สองคืนติดกัน ภายในเวลาเพียงสองวัน เธอดูซูบลงไปมากอย่างเห็นได้ชัดไม่ใช่ว่าเธออยากอดอาหารแต่มันกลืนไม่ลงต่างหากทุกครั้งที่พยายามตักข้าวเข้าปาก มันเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ต่อให้ฝืนกลืนลงไป มันก็เจ็บแปลบเหมือนกลืนเศษแก้ว น้ำเปล่าที่เคยดื่มง่ายๆ ก็ขมจนฝาดคอเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังประท้วงความเจ็บปวดในใจกะทิขับรถมาถึงตึกคณะในช่วงสาย ลมเช้าอ่อนๆ พัดผ่านลานกว้าง นักศึกษากลุ่มเล็กๆ นั่งคุยกันตามม้าหินอ่อน เสียงหัวเราะบางๆ ดังเป็นระยะ ชีวิตคนอื่นยังคงปกติแต่ของเธอ…เหมือนโลกหยุดหมุนไปตั้งแต่คืนนั้นโดนัทกับอคินนั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนตัวเดิม ทันทีที่ทั้งสองเห็นเธอ โดนัทก็ลุกพรวดขึ้นมาแทบจะทันที“ทิ! ทำไมเป็นแบบนี้!”กะทิพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นบางเบาจนแทบมองไม่เห็น“เราไม่ได้เป็นไรนิ่…”“ไม่เป็นไรอะไรเล่า!” โดนัทเดินเข้ามาจับไหล่เธอ “ทิผอมลงไปเยอะมากเลยนะ”“เมื่อคืนได้นอนไหม” อคินเองก็ลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยกะทิส่ายหน้าเบาๆ“นิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status