All Chapters of เถื่อนปรารถนา: Chapter 1 - Chapter 10

104 Chapters

บทที่ 1

พันตรีสุริยะ สุริโยปกรณ์ เดินงุ่นง่านวนไปวนมาจนพื้นห้องแทบทรุด ใบหน้าเข้มที่ประกอบด้วยเครื่องหน้าคมจัด ออกหล่อเหลา ถูกแต่งเติมด้วยดวงตาคมกริบดุดันอยู่ตลอดเวลา และประดับด้วยปลายจมูกโด่งแหลม ริมฝีปากสีเข้ม หยักลึกได้รูปสวย รวมๆ แล้วเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เดินวนเป็นเจ้าเข้าอยู่นี่ รูปงามสมชายชาตรีทีเดียว “ผู้พันครับ ผู้พันจะหมุนอีกนานไหมครับ ผมเวียนหัวไปหมดแล้วนะครับ”จ่าเฉย แต่ไม่เฉยเหมือนชื่อ ถามผู้บังคับบัญชาหนุ่มอย่างอดไม่ได้ เพราะตนเริ่มวิงเวียนเกือบคลื่นไส้เต็มทีแล้ว “มึงเวียนหัว มึงก็ปิดตาไว้ อย่ามองกูสิวะ” “เว้ย...กูจะทำยังไงดีวะ กูอยู่ของกูดีๆ ก็หาเหาโยนใส่หัวกูซะงั้น โอ๊ย...คู่หมั้นไปไหนวะ ทำไมต้องเป็นกูด้วย”พันตรีสุริยะตะโกนลั่น และยกมือขยี้เส้นผมที่ตัดสั้นเข้ารูป ราวกับคนบ้ายังไงยังงั้น ดีหน่อยที่ผมสั้น ถ้าผมยาวกว่านี้คงไปยืนข้างถังขยะแล้วล้วงมือเข้าไปหาของกินได้แล้ว “เอ่อ...ผู้พันยะเป็นอะไรไปเหรอครับ มีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกได้นะครับ เผื่อผมจะช่วยได้” จ่าเฉยบอกอย่างหวังดี “ถ้ากูให้มึงช่วยได้ กูบอกมึงไปนานแล้ว ไม่ต้องเดิ
Read more

บทที่ 2

“อย่าเพิ่งนอนใจไป อีนังนั่นมันเห็นหน้าพวกเราชัดทุกคน มันต้องจำได้ขึ้นใจแน่ เพราะฉะนั้นต้องตามดูให้แน่ใจ ว่ามันรอดหรือว่ามันตายแล้ว”สุริยะทะลึ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำ พร้อมทั้งดึงร่างบางของจันทร์ดาราขึ้นมาด้วย ชายหนุ่มลากหญิงสาวฝ่าสายน้ำที่เริ่มไหลเชี่ยวเข้าหาโขดหินใหญ่ และปีนขึ้นไปนั่งหอบหายใจจนตัวโยนด้วยกันทั้งคู่ ดีหน่อยที่น้ำลึกและเขาก็กอดหญิงสาวแน่นทำให้ร่างของเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน“โอ๊ย...อีตาบ้า ไม่มีหัวคิดรึไง ถึงได้กระโดดลงน้ำตกแบบนี้”“เพราะมีหัวไง เลยต้องโดดลงมานี่ ถ้าไม่โดด คุณคิดว่าเราจะรอดเหรอ”จันทร์ดาราค้อนใส่ร่างหนาขวับๆ ใส่คนมีหัวคิด และยื่นมือให้สุริยะช่วยแกะเชือกให้ อดค่อนขอดในใจไม่ได้ว่า ‘นี่มีหัวคิดแล้วนะ ถ้าไม่มีหัวคิดเธอคงตายแน่ อีตาบ้าเอ๊ย!’“แกะเชือกให้หน่อย”เสียงห้วนๆ ที่ไม่คิดจะขอร้องด้วยเสียงหวาน ทำให้สุริยะเบ้ปากมองเธอหมิ่นๆ“พูดเพราะๆ ไม่เป็นรึไง หรือคิดว่าเป็นลูกสาวนายพล แล้วจะเหยียบหัวใครก็ได้”“นี่! ฉันก็พูดดีแล้วนะ เพียงแต่ไม่มีคำลงท้ายว่าคะขาเท่านั้น แล้วที่สำคัญเท้าฉันก็เหยียบบนหิน ไม่ได้เหยียบบนหัวนายเลยสักนิด”“อายุเท่าไหร่แล้ว ทำไมพูดจากับผู้ใหญ่แ
Read more

บทที่ 3

จันทร์ดาราก้าวถอยหลังทันทีที่สุริยะก้าวเข้าหา หนึ่งก้าวต่อหนึ่งก้าว หญิงสาวมองร่างสูงอย่างหวาดผวา ริมฝีปากบ่วมเจ่อจากการถูกจูบอย่างรุนแรงนั้นสั่นระริก ดวงตาคู่สวยฉายชัดถึงความหวาดกลัวคนตรงหน้า “อย่าเข้ามานะ ถ้านายทำอะไรฉันล่ะก็ ฉันจะฟ้องพ่อจริงๆ ด้วย แล้วฉันจะบอกพ่อให้ไล่นายออกจากราชการ” “เหรอ...อย่าลืมบอกด้วยล่ะ ว่าได้พันตรีสุริยะเป็นผัวตั้งแต่อยู่กลางป่าแล้ว” “อ๊าย...คนบ้า ถึงฉันจะดูง่าย แต่ฉันก็เลือกนะยะ” จันทร์ดาราบอกเสียงหลง แต่เท้าบางที่เดินถอยหลังไปทีละก้าว ต้องหยุดนิ่ง เมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง “ผมไม่อยากเป็นตัวเลือกของคุณหรอก” สุริยะก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกชิดกัน “แต่ถ้าแก้ขัดล่ะก็พอได้” “เอาหน้าดำๆ ของนายออกไปนะนายราหู ไม่งั้น...ฉันจะร้องจริงๆ ด้วย” จันทร์ดาราเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่เอียงวูบเพียงให้ริมฝีปากทำงานได้ถนัดถนี่ “เชิญเลย ถ้าคุณไม่กลัวพวกมันมาตามไล่ล่าอีก ก็เอาสิ” สุริยะขู่เสียงดุ แต่ดวงตานั้นพราวระยับ จันทร์ดาราจึงหุบปากฉับ และเม้มปากแน่นเมื่อเรียวปากร้อนผ่าวแตะทาบเบาๆ
Read more

บทที่ 4

“สาวเมืองกรุงไม่เคยเห็นช้าง ก็เป็นอย่างนี้ล่ะน๊า” “ฉันเคยเห็นแต่ในสวนสัตว์ แต่ไม่เคยเห็นเป็นโขลงแบบนี้ นายราหู...ช้างป่านี่มันดุร้ายใช่มั้ย แล้ว...มันจะข้ามฝั่งมาเหยียบเรามั้ย”จันทร์ดาราถาม โดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากภาพของธรรมชาติอันงดงามเบื้องหน้าเลย “หึ หึ ช้างมันก็กลัวตายเหมือนกันนะคุณ น้ำเชี่ยวขนาดนี้ มันคงไม่ลงไปหรอก แต่...ถ้าคุณยังยืนดูมันอยู่ตรงนี้ แล้วมันมองเห็นคุณ ก็ไม่แน่หรอกนะ มันอาจจะอยากข้ามมาหาคุณก็ได้”สุริยะแสร้งขู่ให้จันทร์ดารากลัว ก่อนเดินนำหญิงสาวออกไปก่อน “นี่ๆ รอฉันด้วยสิ นายราหู”จันทร์ดารารีบวิ่งตามร่างสูงไปทันที สงครามฝีปากสงบลงไปชั่วขณะ ต่างคนก็ลืมๆ ไปว่าได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกันบ้าง ทั้งคู่เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำตกดังสนั่น สุริยะจึงมองหาหนทางใหม่ เขามองเห็นกองหินสลับซับซ้อนเป็นขั้นๆ ไล่ลงไปเบื้องล่างอ้อมไปทางที่สายน้ำตกลงไป เขาจึงหันไปคว้ามือบางและพาไต่ก้อนหินลงไปช้าๆ บางก้อนมีตะไคร่น้ำเกาะอยู่เต็มจนลื่นไปหมด ผู้พันหนุ่มก็ใช้วิธียกร่างบางส่งข้ามไปอีกก้อน ใช้กำลังและความชำนาญในการเดินป่ามาช่วยเ
Read more

บทที่ 5

“รู้ว่ามันลำบากและอันตราย แล้วนายจะพาฉันเข้าไปได้ยังไง” “ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ไม่เอะอะโวยวาย ไม่ถามมากแบบนี้ ผมพาคุณเข้าไปได้แน่ๆ” จันทร์ดาราจำต้องหุบปากฉับ ไม่ถามอะไรอีก แต่ยังหวั่นใจระคนสงสัยว่านายราหูจะพาเธอเข้าไปในนั้นได้ยังไง สุริยะเปิดกระเป๋าเป้ทหารที่สะพายมาตลอด และหยิบเชือกเส้นใหญ่ออกมา ก่อนจะผูกเป็นบ่วงและเงยหน้ามองหาหลัก ชะง่อนหินเล็กๆ ที่ยื่นออกมานั้นเป็นหลักให้สุริยะเหวี่ยงบ่วงขึ้นไปหาอย่างแม่นยำในคราเดียว เขาทดสอบความแข็งแรงของชง่อนเล็กๆ นั่นจนรู้ว่ามันแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักตัวของคนทั้งคู่ไหว ก็ใช้ปลายเชือกอีกข้างผูกลำตัวของทั้งคู่เอาไว้ “นี่...ทำไมต้องผูกเชือกให้ตัวติดกันด้วยล่ะ นายอย่าบอกนะว่าจะใช้เชือกเส้นนี้โหนเข้าไปในถ้ำนั้นน่ะ” “ผมบอกให้คุณเงียบไงล่ะ ทำตามที่ผมบอกทุกอย่างก็พอ” เขาสั่งเสียงดุ ดวงตามีแววไม่พอใจ “แต่...ฉันกลัวนี่” เสียงหวานนั้นสั่น จนสุริยะอดสงสารไม่ได้ “ถ้าตกลงไปก็คงไม่ตายหรอก แต่ที่ผมต้องผูกคุณไว้แบบนี้ เพราะผมขี้เกียจลงไปช่วยคุณ” เอวบางถูกมัดติดกับเอวหนาแน่นจนไม
Read more

บทที่ 6

“งูเหลือมน่ะคุณ และตอนนี้ก็ปล่อยผมได้แล้ว เพราะผมหายใจไม่ออก” “ไม่เอาน่ะ ฉันกลัว งูเหลือมเหรอ...” จันทร์ดาราเอนกายออกห่าง แต่ยังไม่ปล่อยมือจากลำคอหนา “นายรู้ได้ไงว่าเป็นงูเหลือม” ก่อนดีดตัวออกไปเสียสองสามก้าว เมื่อเริ่มปะติดปะต่อความคิดของตนได้ “นี่แสดงว่านาย...นายรู้ล่ะสิว่าที่นี่มีงู แล้ว...แล้วนายยังจะพาฉันเข้ามาอีกเหรอ คนบ้า ไอ้บ้า ทำอะไรไม่รู้จักคิด” “เฮ้อ...ถามหน่อยเถอะ กะอีแค่คราบงูตัวเดียวที่มันลอกคราบทิ้งเอาไว้ กับไอ้โจรที่มันกำลังตามล่าเราอยู่ คุณกลัวอะไรมากกว่ากัน คุณจะออกไปนอนข้างนอกก็ได้นะ ถ้าคิดว่ามันปลอดภัยกว่านอนในนี้ แต่ผม...จะนอนในนี้ แล้วถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ผมจะไปบอกพ่อคุณว่า ผมมาช่วยคุณไม่ทัน” “นาย...ก็ได้ ฉันจะนอนในนี้ แต่นายต้องเอาคราบงูไปทิ้งให้ฉันก่อน”จันทร์ดาราต่อรอง จะให้เธอออกไปนอนข้างนอกคนเดียวเธอไม่ไปแน่ แต่ถ้ามีเขาไปด้วยล่ะก็ไม่แน่ ลูกสาวนายพลย่นคิ้วให้กับความรู้สึกของตัวเอง เธอรู้สึกอบอุ่นเวลาที่อยู่ใกล้เขา เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ นี่เธอกำลังเป็นอะไรไปนี่ ยังไม่ทันข้ามวัน เธอกลับรู้สึกดีๆ
Read more

บทที่ 7

เวลาผ่านไปจากนาทีเป็นร่วมชั่วโมง จันทร์ดาราก็ได้ยินเสียงกร๊อบแกร๊บ ก่อนที่ร่างสูงจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ความดีใจที่เห็นชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนและวิ่งเข้าไปหา “นาย...ฉันนึกว่านายจะโกรธจนทิ้งฉันไปแล้ว” สุริยะโยนกิ่งไม้แห้งที่ออกไปเก็บและกล้วยเครือเล็กๆ ลงพื้น ความโกรธยังไม่จางหาย แต่หน้าที่ต้องมาก่อน “ถ้าผมทิ้งคุณไปจริงๆ คุณจะทำยังไง รู้มั้ยว่าผมอยากทิ้งคุณใจจะขาด”สุริยะหันมามองตาเขียว และชี้หน้าหวานๆ นั้นอย่างฉุนจัด เกิดมายังไม่มีใครเคยด่าว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมาก่อนเลย แต่ผู้หญิงตรงหน้าที่เพิ่งรู้จักไม่ทันข้ามวัน กลับด่าเขาฉอดๆ จันทร์ดาราเสียใจจนน้ำตาคลอเบ้า และปล่อยให้มันไหลลงมาอาบสองแก้ม ร่างบางสะอื้นฮักจนตัวโยน เสียใจที่ดันปากเสียและเสียใจที่เกือบถูกทิ้ง และเหนือกว่าอื่นใดเสียใจที่ได้รู้ว่าคนตรงหน้าอยากทอดทิ้งเธอใจจะขาด สุริยะเห็นจันทร์ดาราร้องไห้ก็เงียบกริบ หันไปเปิดกระเป๋าเป้หยิบไฟแช็กออกมาจุด แต่ก็จุดไม่ติดเสียที ชายหนุ่มจึงขว้างทิ้งอย่างไม่ไยดีและเริ่มจุดไฟด้วยมือเปล่า เขาเอาท่อนไม้ใหญ่ตั้งไว้ข้างล่างและนำ
Read more

บทที่ 8

“นาย...” จันทร์ดาราอยากห้าม แต่ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงของเธอจึงไม่ดังผ่านลำคอออกมา “พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ผมจะถอดคราบนายราหูออก แล้วคุณจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผม” สิ้นคำ สุริยะก็มอบจูบแสนหวานระคนเร่าร้อนให้เธออีกครั้ง “นายราหู” “เรียกผมว่าพี่ยะ โดยเฉพาะเวลาที่ผมกอดคุณ” แม้จะไม่อยากทำตาม แต่ดวงตาคมกริบที่ทอดมองอย่างเว้าวอนก็ทำให้จันทร์ดารายอมพยักหน้า หลังจากที่ลิ้มรสหวานจากริมฝีปากพักใหญ่ หญิงสาวก็ยอมถอดเสื้อที่เปียกชื้นเพราะยิ่งใส่ยิ่งหนาว และก็มีเขามอบกอดอันอบอุ่นให้ “ผมจะไปล้างหน้าแล้วล่ะ เปลี่ยนใจแล้ว เพราะสีดำๆ นี่มันติดหน้าอกคุณ คุณอยากอาบน้ำมั้ย คงไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันสินะ กลิ่นหอมเชียว หึ หึ”สุริยะหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี และโดนทุบด้วยกำปั้นน้อยๆ ดัง “อึก” “จะให้ฉันมีโอกาสไปอาบน้ำได้ตอนไหนกันล่ะ ว่าแต่...เราจะไปอาบน้ำกันที่ไหนเหรอ” ชายหนุ่มพาจันทร์ดาราโหนตัวออกมานอกถ้ำ เขาเดินสำรวจน้ำตกแห่งนี้มาแล้ว และเห็นว่ามีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่น้ำไหลมาขังอยู่บริเวณนั้น แถมยังมีโขดหินใหญ่เล็กกั้นเป็นกำแพงธรรม
Read more

บทที่ 9

“ไง...ถึงกับตะลึงเลยเหรอ” “นาย...เอ๊ย...พี่ยะ” “ใช่ ผมคือพันตรีสุริยะ สุริโยปกรณ์ หรือคนที่คุณควรเรียกว่า...พี่ยะ” สุริยะจบคำพูดด้วยการกดจูบลงบนกลีบปากนุ่ม ลิ้นสากช่ำชองสอดเข้ากระหวัดไล้ปลายลิ้นนุ่ม ดูดดื่มความหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า ความหวานที่ไม่มีใครเคยได้ลิ้มลอง และไม่มีผู้หญิงคนไหนจะหวานล้ำได้เท่านี้อีกแล้วในความคิดของสุริยะ “เวลาผมกอดคุณ ผมจะเรียกแทนตัวเองว่าพี่...ตกลงมั้ย” “มะ...หมายความว่า...ถ้า...ถ้าไม่กอด...”เสียงหวานใสเริ่มกระเส่าอีกครั้ง คำพูดที่เปล่งออกมาจึงขาดห้วงเป็นพักๆ “แล้วแต่จันทร์เจ้าแล้วกัน อยู่ในป่า มีเราแค่สองคน จะเรียกอะไรก็ได้”ทำไมจันทร์ดาราถึงรู้สึกว่าชื่อเล่นของเธอ เวลาที่เขาเป็นคนเรียกถึงได้ไพเราะนักก็ไม่รู้ “ค่ะ” “ตอนนี้เนื้อตัวจันทร์เจ้าสกปรก พี่จะอาบน้ำให้เอง”“อ๊ะ...ดูโน่นสิจันทร์เจ้า” จันทร์ดารามองตามปลายนิ้วที่ชี้ขึ้นไปยังท้องฟ้า เห็นหมู่ดาวระยิบระยับวับวาวอยู่เต็มฟากฟ้า แสงของดวงจันทร์ส่องสว่างลอดช่องว่างของใบไม้ที่พลิ้วไหว ช่างงดง
Read more

บทที่ 10

“หยุดเรียกว่าที่รักสักทีได้มั้ย เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เราไม่ได้รักกัน”หญิงสาวผุดลุกขึ้นหันหน้ามาตวาดแว๊ด สุริยะเองก็ขมวดคิ้วมุ่นไม่พอใจที่ถูกตะโกนใส่หน้าเช่นกัน “อ๋อ...ลืมไป ว่าคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว จริงสินะ คนที่จะเรียกว่าที่รักได้ก็ต้องเป็นคนที่กำลังจะเป็นสามีในอนาคต” “ใช่ เพราะฉะนั้น นายอย่าเรียกฉันว่าที่รักอีก” “ได้ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ขอโทษด้วย เพราะเรียกคำนี้จนติดปาก นอนกับใครก็เรียกเค้าแบบนี้ทั้งนั้น” “เพียะ” จันทร์ดาราฟาดฝ่ามือใส่หน้าคร้ามคมเต็มแรง สุริยะหน้าหันไปตามแรงตบ ก่อนยกมือขึ้นลูบแก้มที่ถูกตบ และหันกลับมามองคนที่บังอาจตบหน้าเขาเป็นคนแรกตาลุกวาว “คุณคิดว่าคุณเป็นใคร เอะอะอะไรก็ตบ ผมจะบอกให้นะ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นลูกใคร ลูกท่านหลานเธอคนไหน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ตบหน้าใครง่ายๆ แบบนี้” “แล้วสิ่งที่นายทำล่ะ ที่นายทำกับฉันในแอ่งน้ำน่ะ นายมีสิทธิ์เหรอ อยากนักทำไมไม่รอให้ออกไปจากป่าบ้าๆ นี่ซะก่อน ถึงเวลานั้นนายก็ไปหาคนที่นายเคยนอนด้วย แล้วจะกกกอดใครก็แล้วแต่ มันเป็นสิทธิ์ของนาย แต่ไม่ใช่ฉัน”จันทร์ดาร
Read more
PREV
123456
...
11
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status