Lahat ng Kabanata ng แสงจันทร์พันธนาการ: Kabanata 11 - Kabanata 20

428 Kabanata

บทที่ 4. ตอนที่ 1. โทษทัณฑ์มิอาจลืม

ลู่เสี่ยนยิ้มเอียงอาย แม้วั่งซูจะเป็นเด็กชายเพียงสิบขวบ แต่คารมและใบหน้าที่งดงาม รูปร่างที่ดูเหมือนจะโตเกินวัย ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้จิตใจของนางสั่นไหว ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มและดวงตาเช่นนี้“เจ้าค่ะ เช่นนั้นเล่าวีรกรรมของใครก็ได้ ให้ข้าฟังไปด้วยได้หรือไม่”“ลู่เสี่ยน นี่ไม่ใช่เวลาเรียนนะ เจ้าจะให้ข้าท่องจำตลอดเวลาเลยรึไง ไม่เอาหรอก เจ้านั่นแหละทำไปด้วยร้องเพลงให้ข้าฟังด้วย”“ได้อย่างไร เช่นนี้คุณชายกำลังเอาเปรียบข้าอยู่นะ”เฉิงวั่งซู ยิ้มให้นาง แล้วล้วงมือลงไปในถุงผ้าใบใหญ่ ที่วางอยู่ข้างที่นอน “ให้เจ้า แบบนี้เอาเปรียบอยู่หรือไม่”“อะไรเจ้าคะ” หญิงสาวมองถุงผ้าแพรสีชมพูอ่อนด้วยความใคร่รู้“แป้งหอม ข้าซื้อมาให้เจ้า”ลู่เซี่ยนยิ้มกว้าง รีบรับของจากมือเจ้านายด้วยความดีใจ “ขอบคุณเจ้าค่ะ”"ใช้มันเลยสิ ข้าอยากรู้ว่าแป้งนั่นจะหอมมากแค่ไหน ตาแก่เจ้าของร้าน ตื้อให้ข้าซื้อ ดูสิข้าเป็นบุรุษจะมีเหตุผลใดต้องใช้แป้งหอม ของสิ่งนี้เลยเหมาะสมกับเจ้า ลองเลย ตาแก่บอกข้าว่ากลิ่นนี้หอมชื่นใจ”สาวใช้คนสวย รีบล้วงดึงเอาตลับภายในถุงผ้าออกมา ตลับไม้แกะสลักลวดลายดอกไม้สวยงาม ดูภายนอกก็รู้ว่ามีมูลค่ามากเพียง
Magbasa pa

บทที่ 4. ตอนที่ 2. โทษทัณฑ์มิอาจลืม

รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้างดงาม กับเสียงหัวเราะของบรรดาสตรีโฉมงามตรงหน้า ทำให้วั่งซูถึงกับเคลิบเคลิ้มราวต้องมนต์สะกด “ซือซง หากเจ้าต้องการตามข้ามา เพียงเพราะได้มาพบเห็นบรรดาเทพธิดาเหล่านี้ เจ้ารั้งรอข้าอยู่ที่แดนปัญจธาตุก็ได้นะ ตามมาเช่นนี้หากท่านอาจารย์รู้เข้า ข้าคงถูกตำหนิ ซือซง…ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะได้ยินหรือไม่”เฉิงวั่งซู ได้ยินทุกถ้อยคำ แต่กลับไม่สามารถโต้ตอบกับบุรุษชุดขาวที่อยู่ด้านหน้าตนเองได้ วั่งซูทำได้แค่มองดูเส้นผมสีดำเงางามเรียบสวย หัวไหล่แผ่นหลัง และกลิ่นกายของเขา ที่ช่างแสนคุ้นเคย บุรุษชุดขาวหยุดฝีเท้าที่ก้าวเดินกะทันหัน จนเฉิงวั่งซูต้องรีบหยุดเพื่อไม่ให้ชนเข้ากับคนตรงหน้าบุรุษชุดขาวค่อย ๆ หันหลังมองมายังเขา ด้วยสายตาไม่พอใจ บุรุษขี้บ่นผู้นี้ มีใบหน้าสวยงามอ่อนหวานราวสตรี “เทพเจ้า ตงฉาง…”ภาพทั้งหมดกลับพลิกหมุนเคว้งแล้วสลายหายไป ความรู้สึกของเฉิงวั่งซู เหมือนตนเองกำลังตกจากที่สูง ที่หาจุดสิ้นสุดของพื้นพิภพไม่ได้ “เฉิงวั่งซู จำเสียงข้าได้หรือไม่”“ใคร นั่นใครกัน ข้าไม่เห็นหน้าจะรู้ได้เช่นไรว่าเป็นใคร” เฉิงวั่งซูตะโกนตอบสุดเสียงด้วยรู้สึกถึงแรงลมที่ปะทะร่างกายเสียงหัวเราะด
Magbasa pa

บทที่ 4. ตอนที่ 3. โทษทัณฑ์มิอาจลืม

“เด็กน้อย ๆ เฉิงวั่งซู ข้าจะบอกเจ้าเอาบุญ เจ้าน่ะมีหน้าที่ ที่ไม่อาจหลีกหนีได้รออยู่ กับคำสาปสิบข้อจากข้า นับแต่นี้ยังมีเหตุการณ์อีกมากมายที่เจ้าต้องเผชิญ อารมณ์แห่งธาตุไฟในกาย รู้จักระงับควบคุมมันบ้าง บิดาของเจ้าไม่อาจดูแลบุตรชายเสเพลเช่นเจ้าไปได้ตลอดชีวิต จำคำข้าไว้ แล้วสำนึกตนให้ดี นับแต่นี้ไป จงเร่งแก้ปัญหาที่ตนทำไว้ ข้ามีเวลาจำกัดหาได้ใจดีเช่นที่เจ้าคิด”พูดจบเขาก็หัวเราะออกมา แล้วเสียงนั้นก็เหมือนค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เหมือนดั่งชายผู้มีเพียงเสียง กำลังจะจากไป “ช้าก่อน นี่…เจ้า…กลับมานะ เจ้าทำข้าเจ็บเช่นนี้ แล้วก็จะจากไป กลับมานะ เจ้าคนไร้ชื่อแซ่ กลับมา…" เสียงที่ตอบกลับมามีแค่เพียงเสียงหัวเราะ ที่ไร้นามเฉิงวั่งซูสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้ง เสียงไก่ขันดังแววมาตามสายลม ฟ้ายังไม่สว่าง แต่ในตอนนี้คงใกล้เช้าแล้ว เขาเปิดม่านมุ้งลุกออกมานั่งอยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตาออกไปภายนอกห้อง มือก็จับลูบแก้มที่ในความฝันเหมือนโดนตบจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บและชา แต่เวลานี้กลับไม่มีความรู้สึกอะไรเหลืออยู่บนใบหน้า ตกลงแล้วนี่มันคืออะไรกันแน่ หน้าที่อะไรที่รออยู่ ผู้ชายในฝันคือใคร เหมือนคุ้นเคยแต่ทำไมกลับจำไม่ได
Magbasa pa

บทที่ 4. ตอนที่ 4. โทษทัณฑ์มิอาจลืม

รายนามของผู้คน เทพเจ้า ปีศาจ มาร หรือแม้แต่สรรพสัตว์ทั่วพิภพ ต่างกึกก้องสะท้อนนามอยู่ในหัวของเขา จนไม่สามารถฟังออกได้ว่าชื่อใครเป็นชื่อใคร ตงหยางทรุดตัวลง ยกมือขึ้นกุมหัวด้วยความรู้สึกปวดร้าว แล้วเริ่มเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้น มันรุนแรงเกินกว่าร่างมนุษย์จะรับไหว ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่งลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่หอบเหนื่อยของเขาเอง“ข้าจำได้…ข้าจำได้ ท่านเยว่เซียนเหล่าเหริน ข้าจำมันได้แล้ว…”“สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกหนึ่งเดียวของแดนดาราห้วงเวหา นับได้ว่าซื่อเว่ยต้าตี้โชคดีนัก ที่มีศิษย์ผู้มีปฏิภาณความรู้เช่นเจ้า จดจำได้ก็ดี ตงฉางเวลาไม่เคยคอยท่า หน้าที่ของเจ้าใกล้มาถึงแล้ว ข้าเพียงได้แต่หวังว่า เจ้าจะทำมันได้เป็นอย่างดี”จ้าวตงหยางคุกเข่าลง คำนับต่อเสียงไร้ตัวตน “ข้าจะทำให้สำเร็จ เพียงแต่ข้าจะรู้ได้เช่นไร ว่าผู้ใดคือด้ายแดงสิบเส้นที่มีปัญหา”“ไม่ยากเลยเด็กน้อย ในจิตของเจ้ามันมีบันทึกของข้าที่เจ้าขโมยไป เพียงแต่เวลานี้ร่างมนุษย์ของเจ้า มันไม่มีพลังมากพอที่จะเปิดบันทึกออกมาอ่านได้ แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ต่อจากนี้เจ้าจงหมั่นฝึกฝนร่างกายและพลังปราณ”“พลังปราณ…เช่น
Magbasa pa

บทที่ 5. ตอนที่ 1. แตว้นล่มสลาย

หลิวหยุนได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้าเข้าใจ นางยกถ้วยน้ำแกงกลิ่นหอมส่งให้ตงหยาง “นี่น้ำแกงสร่างเมา ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ เช้านี้พี่ไป่เยว่เอาสมุนไพรไปตากแดดให้แล้ว แต่วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม คงไม่ค่อยมีแสงแดด”“ขอบคุณท่านพี่ทั้งสอง สมุนไพรนั่นเริ่มแห้งแล้ว อันที่จริงวันนี้ไม่ต้องตากแดดก็ได้ หากถูกฝนจะเป็นเชื้อราอันตรายต่อการนำไปปรุงยา ต้องทิ้งทั้งหมด”“เช่นนั้น ข้าจะออกไปเก็บเข้ามาไว้ที่เดิมน่าจะดีกว่า ตอนนี้ท่านไป๋เยว่น่าจะเอาควายไปทุ่งนาแล้ว ที่นี่เหลือแค่เราสองคน”พูดจบนางก็หมุนตัวทำท่าจะออกไปเก็บสมุนไพร ตงหยางมองดูท่าเดินของนางแล้วให้รู้สึกไม่สบายใจ“พี่หลิวหยุน…ไม่เป็นไร เอาไว้เช่นนั้นก่อน รอสักครู่ข้าไปเก็บเอง ขาของท่านยังไม่หายดี อย่าขยับมากจะดีกว่า”“ไม่เป็นไรองค์ชาย ให้ข้าได้ทำอะไรบ้างเถอะ อยู่เฉย ๆ ข้ารู้สึกไม่ดีเลย”จ้าวตงหยางวางถ้วยน้ำแกงลง แล้วเหมือนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ข้ารู้แล้วว่าท่านพอจะช่วยอะไรข้าได้”แท่นหินกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกนำมาจัดวางยังลานกลางบ้าน หลิวหยุนยืนดูด้วยความสงสัย“นี่อะไรกัน”“อ๋อ…แม่นางหลิวหยุน ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน องค์ชาย เอ่อ…ไม่สิ เจ้าหนูตงหยาง
Magbasa pa

บทที่ 5. ตอนที่ 2. แคว้นล่มสลาย

หลิวหยุนเหล่ตามองดูเด็กชายที่ผ่านความตายร่วมกันมาด้วยความแปลกใจ “ข้าอยู่กับเจ้ามาตลอด ทำไมไม่รู้เลยว่าองค์ชายจ้าวตงหยางมีความสามารถมากมายเช่นนี้”“พี่หลิวหยุน ในวังหาใช่สถานที่ ที่ข้าควรแสดงออกถึงความรู้ความสามารถไม่ หากเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่ต่างกับกระเรียนในฝูงไก่ ตามปรัชญาของท่านสวินจื่อ หากข้าเอาแต่เปิดเผยสิ่งที่รู้สิ่งที่เป็น เพื่อหวังให้ตนเป็นที่โปรดปราน เช่นนั้นพวกเสด็จพี่คงหมายตาข้าเป็นศัตรูมิใช่พี่น้อง ”หลิวหยุนย่อตัวนั่งลงข้างองค์ชายแห่งเมืองล่มสลาย มองดูเขาด้วยความชื่นชมและเวทนาไปพร้อมกัน “ท่านคิดถึงพวกเขาบ้างไหมตงหยาง”จ้าวตงหยางหยุดมือที่กำลังโกยผงยาลงอ่างไม้ เงยหน้าขึ้นมองดูหญิงสาวตรงหน้า ที่ก่อนนี้เคยเป็นนางกำนันดูแลตนเอง มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กน้อย จนกลายมาเป็นพี่สาวร่วมสาบานในเวลานี้ “คิดถึง…แล้วเช่นไร ข้าหนีเอาชีวิตรอดมาได้ เพราะท่านนะพี่หลิวหยุน พวกเขาบางคน ลืมไปเสียด้วยซ้ำว่ายังเหลือพวกเราอยู่ในห้องนั้น”ภาพวันเกิดเหตุย้อนกลับมาอีกครั้ง บรรดาเชื้อพระวงศ์ถูกเรียกตัวให้ไปรวมกันยังท้องพระโรง เว้นแต่จ้าวตงหยางเพียงผู้เดียวที่ถูกจับแยกจากพระมารดา ให้ไปที่ตำหนักบูชาบรรพ
Magbasa pa

บทที่ 5. ตอนที่ 3. แคว้นล่มสลาย

จ้าวตงหยาง นั่งสงบต่อหน้าป้ายบรรพชนที่เรียงรายอยู่รอบตัว ภายในห้องมีเพียงแสงสว่างจากเปลวประทีปน้ำมัน ด้านนอกยังคงความโกลาหลปั่นป่วน ด้วยข้าศึกที่เริ่มบุกเข้ามาถึงด้านในเขตพระราชฐานชั้นนอกหลิวหยุนเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ เมื่อเสียงที่วุ่นวายดูเหมือนกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะมีใครหน้าไหน ต้านทานข้าศึกที่ถาโถมเข้ามาได้“องค์ชาย ข้าคิดว่าที่นี่หาใช่สถานที่ที่ปลอดภัยไม่ เรารีบออกจากที่นี่กันเถอะเพคะ”“ไม่มีคำสั่งข้าจะไปได้เช่นไรพี่หลิวหยุน”“องค์ชาย เวลานี้ข้าศึกบุกเข้ามาถึงด้านในแล้ว ไม่มีขันที ไม่มีผู้นำสาส์น ใครกันจะรู้ได้ว่า คำกล่าวรายงานออกคำสั่ง จะมาถึงที่นี่หรือไม่ องค์ชาย…การเป็นผู้อยู่ในระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่พึ่งกระทำ แต่กับเวลาเช่นนี้การรักษาชีวิตเอาไว้เพื่อวันข้างหน้า จะมิใช่ทางออกที่ดีกว่าหรือ ได้โปรดไตร่ตรองแล้วไปกับหม่อมฉันเถอะเพคะ”จ้าวตงหยางเงยหน้าขึ้นมองดูป้ายบรรพชน ที่ตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า “บรรพบุรุษทุกท่าน ข้าจ้าวตงหยางขอคำนับพวกท่าน หากมีชีวิตรอด สักวันข้าจะกลับมาทำพิธีบูชาพวกท่านที่นี่”ประตูตำหนักบูชาบรรพชนกำลังถูกเปิดออก แต่ผู้
Magbasa pa

บทที่ 5. ตอนที่ 4. แคว้นล่มสลาย

“ข้าขอมอบตราประทับนี้ให้เจ้า จงรักษามันเท่าชีวิตของเจ้าเอง ห้ามให้กวงไฮแย่งชิงไปได้เป็นอันขาด รับปากข้า”“ข้าจ้าวตงหยาง น้อมรับพระบัญชา จะเก็บรักษาตราประทับแผ่นดินแคว้นจ้าว เท่าชีวิต”“ไป รีบไปได้เแล้ว”หลิวหยุนรีบเข้าไปคว้าแขนเด็กชาย หมุนตัวตั้งใจกลับตามทางเก่าที่เดินเข้ามา แต่เวลานี้ด้านนอกเหมือนมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งปิดล้อมทางออกอุโมงค์ลับเอาไว้“พวกเจ้าออกทางนั้น” ตงหยางและหลิวหยุนมองดูเส้นทางเล็ก ๆ จากโถงลับ ที่มืดหายไปตามช่องทางขนาดเล็กจนต้องคลานออกไปทีละคน ตงหยางเอาตราประทับยัดใส่ไว้ในปกเสื้อเพื่อป้องกันสูญหาย“ท่านพ่อรักษาตัวด้วย ข้าจะรอท่านตามออกไป”จ้าวตงหยางทำได้เพียงตะโกนพูดคุยกับผู้เป็นบิดา ด้วยเพราะตัวเขาเอง ก็กำลังถูกหลิวหยุนกึ่งลากกึ่งจูง นางบังคับผลักเขาให้มุดเข้าไปในอุโมงค์ แต่แท้จริง ทั้งคู่กลับใช้มุมมืดหยุดรั้งรอเพื่อดูเหตุการณ์สำคัญ ด้วยหวังเพียงว่า อ๋องแคว้นจ้าวจะปลอดภัยและออกไปจากที่นี่พร้อมพวกตนแต่ภาพที่เห็นทำเอาทั้งสองแทบสติหลุด ดีที่หลิวหยุนมีสติดีกว่า รีบปิดปากองค์ชายข้างกาย ก่อนที่เขาจะตะโกนเรียกบิดาที่โดนทำร้ายและถูกคุมตัวออกไป นางพี่เลี้ยงทำได้แค่กอดเขาเอาไ
Magbasa pa

บทที่ 6. ตอนที่ 1. เกาทัณฑ์สี่ประสาน

ลี่ฉุนเอียงหน้ามองดูเจ้าเด็กสิบขวบ ที่เวลานี้เป็นทั้งเจ้านาย น้องชายและเพื่อนเล่น “องค์ชายท่านต้องการประลองสิ่งใดกับข้า”“ยิงเกาทัณฑ์…”ลี่ฉุนหัวเราะชอบใจ “ได้องค์ชาย ข้าลี่ฉุน เป็นรองแม่ทัพหน้าด่านตะวันออกมาค่อนชีวิต ไม่เคยคิดว่าต้องมาประลองทักษะฝีมือกับเด็ก แต่ในเมื่อท่านเป็นถึงองค์ชายแคว้นจ้าว มีหรือที่ทหารแคว้นจ้าวเช่นข้าจะออมมือ”“เดี๋ยวใต้เท้า ข้าเข้าใจว่าท่านนับถือองค์ชายเป็นลูกพี่ แล้วเหตุใดเวลานี้ข้าไม่เห็นว่าท่านจะเกรงใจเขาเลยแม้แต่น้อย นี่องค์ชายตงหยางนะ”“แม่นางหลิวหยุน ข้านับถือองค์ชายตงหยางเป็นลูกพี่ ก็แค่เรื่องประดิษฐ์กับดักจับปลาเท่านั้น เรื่องอื่นข้ายังไม่นับ เจ้าหนู เจ้าน่ะอ่อนกว่าลูกสาวข้าแค่สี่ปี หากจะนับดูแล้ว ข้าก็เทียบได้กับบิดาเจ้าเชียวนะ ไม่สิฝ่าบาทแก่กว่าข้ามาก ก่อนหน้าที่จะมีเจ้า เขาได้บุตรชายแล้วถึงสี่คน บุตรตรีอีกสาม เจ้าถึงได้มาเกิดเป็นบุตรชายคนที่สี่ ดีที่เป็นบุตรของฮองเฮา ไม่เช่นนั้นข้าคิดไม่ออกเลย…ว่า”“ท่านลี่ฉุน…” หลิวหยุนชักสีหน้าและเอ่ยปรามด้วยความไม่พอใจ ทำให้ลี่ฉุนนายทหารร่างใหญ่ผู้มีหนวดเคราเต็มใบหน้า ถึงกับหยดชะงักรู้สึกตัว ว่าตนได้พลาดพูดจาล่ว
Magbasa pa

บทที่ 6. ตอนที่ 2. เกาทัณฑ์สี่ประสาน

กลิ่นควันกำยานคละคลุ้งไปทั่ว ลานบูชาเทพเจ้าเงียบสงบด้วยเป็นเวลาเช้า ผู้คนยังไม่พลุกพล่านน่ารำคาญ เฉิงวั่งซู ลู่เสี่ยนและผู้ติดตามของเขา จัดวางถาดผลไม้และขนม พร้อมเครื่องบูชาต่าง ๆ เพื่อให้คุณชายบ้านเฉิงได้ทำการสักการะบูชา เฉิงวั่งซูตรวจตาดูเครื่องบูชาด้วยความพอใจ แล้วจึงเริ่มอธิษฐานต่อทวยเทพเด็กชายก้าวเท้าออกมาด้านนอกศาลเจ้า ด้วยความเบิกบานใจ ขณะกำลังก้าวขึ้นหลังม้าตัวโปรด สายตาพลันมองเห็นชายชราชุดขาว นั่งโบกพัดใบไม้อยู่ใต้ต้นชิงซงหน้าศาลเจ้า“เจอกันอีกแล้ว นี่คงไม่ใช่เหตุบังเอิญสินะ” เฉิงวั่งซูรีบเข้าไปทักทาย เสมือนเจอคนรู้จักที่คุ้นเคยชายชราเหลือบตามองคุณชายบ้านเฉิง แล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่น เหมือนไม่ได้สนใจในตัวเขา“เหตุใดถึงคิดว่าบังเอิญ ทำไมเจ้าไม่คิดบ้างว่าเป็นบุพเพ”“บุพเพ ท่านปู่ หากเป็นบุพเพจริงต้องแบบนั้น” วั่งซูชี้นิ้วไปที่สาวใช้คนงาม ผู้เฒ่าชราเหลือบตามองตามนิ้วมือของเด็กชาย แล้วก็ต้องยิ้มเยาะ“ไม่เคยคิดเลย ว่าหัวใจธาตุไฟจะเป็นผู้ที่ฝักใฝ่ในเรื่องพวกนี้ เป็นเด็กเป็นเล็ก รู้แล้วรึว่าบุพเพหมายถึงชายหญิง”“ท่านปู่ ข้าเป็นผู้ชาย จะมีอะไรน่าสนใจไปกว่าสตรีงาม ๆ กับกลิ่นกายหอม ๆ
Magbasa pa
PREV
123456
...
43
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status