แชร์

ตอนที่ 8 หนูไม่มีพ่อค่ะ

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-22 15:23:54

“คิดดีแล้วใช่ไหม” เฉิดฉันถามขึ้นอีกครั้ง แววตายังแฝงความห่วงใยเอาไว้

            “คิดดีแล้วค่ะ ฉันชอบบ้านหลังนี้ค่ะ”

            “แต่ผมว่ามันน่ากลัวนะครับแม่” ฉัตรกุลเอ่ยออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก หน้าตาไม่ได้บอกว่ากลัวเหมือนคำพูด

            “หนูก็ว่ามันน่ากลัวค่ะ มีแต่หญ้าเต็มไปหมด” ปากน้อย ๆ ขยับขึ้นลง สายตามองเข้าไปยังตัวบ้านแล้วพูดขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “แม่คะหนูเห็นคนยืนอยู่ในบ้านสองคนค่ะ”

            ทุกคนมองตามด้วยความตกใจ คมสันต์ มนสิริ และเฉิดฉันขนลุกซู่ไปทั่วร่าง

            จันดีมองตามที่ลูกบอก เอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ เพราะไม่อยากให้ลูกกลัว “ไม่เห็นมีใครนี่นา ฉายตาฝาดแล้วล่ะ”

            “แต่ผมก็เห็นนะครับ เป็นผู้หญิงกับผู้ชายแก่ ๆ ยืนยิ้มโบกมือให้ผมด้วยครับ” ไม่ว่าเปล่า ฉัตรกุลหันหน้าไปโบกมือให้คนที่ยืนอยู่บนเรือนด้วย

            ตอนนี้คมสันต์กับภรรยาและเฉิดฉันต่างหน้าเหวอ ขนลุกตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะแล้ว

            “ฉัน…ฉันว่าเรากลับกันดีกว่า” คมสันต์เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

            มนสิริกับเฉิดฉันก็พยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เริ่มก้าวขาไม่ออกแล้ว แต่เด็กสองคนยังหัวเราะคิกคัก ก็แค่คนแก่สองคนไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน จันดีก็แอบขำเช่นกัน บ้านที่ปล่อยร้างไว้หลายปี ย่อมมีผีสางเทวดามาอาศัยอยู่บ้าง แต่พอมีคนเข้ามาอยู่ ทำบ้านให้สะอาดสะอ้าน ผีก็ไม่อยู่แล้ว

            จันดีกลับมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านจึงขอต่อราคาลงอีกเหลือสามหมื่นบาทถ้วน เพราะเธอยังไม่มีรายได้ทางอื่นเข้ามา เกรงว่าเงินที่เหลือจะไม่พอใช้ คมสันต์อยากขายบ้านให้ได้เร็ว ๆ จึงตอบตกลง

จากนั้นจันดีก็วางเงินมัดจำครึ่งหนึ่งทันที คมสันต์กับภรรยาเห็นจันดีอยากได้บ้านหลังนั้นมากจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก ถึงทั้งสองจะมั่นใจว่าบ้านหลังนั้นมีผีจริงก็ตาม

            เดินออกมาไกลแล้วเฉิดฉันจึงพูดกับหลานสาวเสียงกระซิบกระซาบ เพราะเกรงว่าหลานทั้งสองที่วิ่งไล่กันอยู่ด้านหน้าจะได้ยิน “แกไม่กลัวจริง ๆ เหรอจันดี”

            “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะป้า”

            “แต่ฉัตรกับฉายก็เห็น…”

            “เด็กก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ” ถึงจันดีจะเชื่อว่าในโลกนี้ผีมีจริง แต่เธอก็ไม่ได้นึกกลัว บางครั้งการที่เธอฝันว่าป้าเฉิดชวนเธอมาอยู่ด้วย แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นอยากให้เธอมาอยู่ที่นี่ก็ได้

            “ถ้างั้นพรุ่งนี้เราค่อยไปทำความสะอาดกัน”

            “ค่ะ” แค่รู้ว่ามีที่ให้ซุกหัวนอนเธอก็เบาใจแล้ว ต่อไปก็คิดอ่านหาทางทำมาหากินต่อไป

            ให้หลังจันดีอาทิตย์จึงเอ่ยถามพ่อกับแม่ “จันดีซื้อบ้านหลังนั้นจริง ๆ เหรอครับพ่อ”

            “อือ”

            “เธอไม่กลัวผีเหรอครับ”

            “น่าจะไม่กลัว เพราะพ่อบอกทุกอย่างกับเธอแล้ว”

            “ก็ไม่น่าจะมีอะไร ยังไงก็มีผัวอยู่ด้วย” อาทิตย์กล่าว

            “เป็นม่าย” มนสิริพูดแทรกขึ้น

            “อะไรนะครับ” น้ำเสียงมีความอยากรู้อยู่มาก

            มนสิริจึงพูดซ้ำอีกครั้ง “จันดีเป็นแม่ม่ายลูกติด”

            “อ้อ งั้นเหรอครับ” ใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกมีความหวังขึ้นมาราง ๆ คนหน้าตาสวยอย่างจันดี อีกหน่อยคงมีทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มารุมจีบ “แล้วผัวเขาไปไหนเหรอครับ”

            “น่าจะโดนผัวทิ้งกระมัง ปากก็บอกว่าเลิกกันแต่โดยดี แต่ความจริงใครจะไปรู้ด้วย” ถ้าเลิกกันดี ๆ เหตุใดจันดีถึงหนีสามีมาอยู่ไกลเช่นนี้

            “ช่างเขาเถอะน่า เขาจะเลิกกันดีหรือไม่ดีมันก็เรื่องของเขา”

            “หึ พี่ก็ชอบพูดขัดฉันอยู่เรื่อย ฉันไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนที่ศูนย์โอทอปดีกว่า” ว่าแล้วมนสิริก็เดินสะบัดบั้นท้ายจากไป

            คมสันต์ส่ายหัวไปมา ระอากับภรรยาจริง ๆ พวกผู้หญิงทำไมถึงชอบนินทานัก

            กลับไปถึงบ้านเบญญาก็กลับมาจากโรงเรียนแล้ว เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นจันดีเดินมากับแม่ พร้อมกับทักขึ้นเสียงตื่นเต้น “จันดีมาได้ยังไง” สายตามองเด็กที่จันดีเดินจูงมือมาด้วย “แล้วนี่…”

            “ลูกฉันเองค่ะ คนนี้ชื่อฉัตรเป็นพี่ ส่วนคนนี้ชื่อฉายเป็นน้อง ฉัตรฉายไหว้ป้าเบญสิลูก”

            ฉัตรกุลกับฉายระวีพนมมือไหว้ กล่าวสวัสดีเบญญาเสียงอ่อย แล้วรีบไปหลบอยู่หลังแม่ตามเคย

            เบญญาครางอือในลำคออย่างคาดไม่ถึง “ได้ลูกแฝดเหรอ”

            “ค่ะ” จันดียิ้มรับเต็มใบหน้า

            เบญญามองหลานด้วยความรักใคร่พร้อมเอ่ยออก “แล้วพ่อหนูทั้งสองไม่มาด้วยเหรอคะ”

            “หนูไม่มีพ่อค่ะ” ฉายระวีตอบเสียงไม่เบาไม่ดังแต่ได้ยินอย่างชัดเจน

            เบญญาได้ยินดังนั้นถึงกับหน้าเจื่อน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เงยหน้ามองจันดีด้วยความรู้สึกผิดที่ถามออกไปอย่างนั้น

            “จริงเหรอจันดี”

            “เรื่องมันยาวค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยเล่าให้พี่ฟัง” สายตามองไปที่ท้องของอีกฝ่าย “พี่เบญท้องได้กี่เดือนแล้วคะ”

            “ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว”

            “อ้อ”

            “เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ รอพ่อแกกับไอ้ยมกลับมาก่อนค่อยคุยทีเดียว อ้อ แกขี่รถไปเรียกไอ้ยุตมากินข้าวเย็นที่นี่หน่อยนะ”

            “ค่ะแม่” เบญญารับปาก สายตายังมองจันดีด้วยความกังขา แสดงว่าจันดีต้องมีเรื่องแน่ ๆ

            จันดีพาลูกทั้งสองไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นจึงไปช่วยเบญญาทำอาหารเย็น แต่กว่าจะกล่อมให้ลูกทั้งสองอยู่กับยายเฉิดได้ก็ทำเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะเด็กทั้งสองยังไม่สนิทกับใครจึงรู้สึกกลัวอยู่บ้าง

            ขณะที่กำลังทำอาหารเบญญาจึงถามขึ้นอย่างอดใจไม่อยู่ “พ่อของเด็กไปไหน”

            “เลิกกันแล้วค่ะ”

            “อ้าว ทั้งที่มีลูกด้วยกันนี่นะ”

            “เขาไม่รู้ว่าฉันท้องหรอกค่ะ”

            “อ้าว เป็นงั้นไป แล้วแกบอกเขาหรือยัง”

            “ไม่ได้บอกค่ะ และฉันก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วย”

            “เฮ้อ! แล้วก็ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนี่นะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะฉันเลี้ยงไหว”

            เบญญามองด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนัก “หนีใครมาหรือเปล่าเนี่ย เล่าให้พี่ฟังได้นะ”

            “ไม่ได้หนีจริง ๆ ค่ะ ฉันกับลูกอยากมาอยู่ที่นี่จริง ๆ” เธอจะหนีทำไมล่ะ กระทั่งหน้าพ่อเด็กเธอยังไม่เคยเห็น ที่มาที่นี่ ส่วนหนึ่งก็เพราะมาตามหาเขาคนนั้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เธอมีลางสังหรณ์ว่าเขาอาจจะเป็นคนในหมู่บ้านนี้ และถึงไม่รู้ว่าจะเจอเขาคนนั้นหรือไม่ แต่เธอก็ได้ทำตามความตั้งใจเดิมของเจ้าของร่างนี้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา

           

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 54 ความลับไม่มีในโลก (จบ)

    สุริยายิ้มกว้าง โอบกอดภรรยาไว้แน่น เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมา เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินทองมากขนาดนี้มาก่อน “แล้วยังมีอีกไหม” เขาถามเสียงสั่น ที่เขาถามไม่ใช่เพราะความโลภ แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะอย่างไร เรื่องเงินเขาก็ให้ภรรยาจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งเธอยังฝากเงินให้เขากับลูกไม่เคยขาด“มีค่ะ แต่เอาไว้วันหน้าเราค่อยขุดกันนะคะ วันนี้เราเอาเงินในนี้ไปฝากธนาคารก่อนค่ะ” ไหแรกเธอนำไปซื้อรถ และฝากให้เขากับลูกหมดแล้ว ส่วนไหนี้เธอจะเอาไปฝากให้ตัวเองให้มากหน่อย และแบ่งฝากให้ลูกกับสามีอีกคนละหนึ่งล้านบาท และคงเอาไปฝากครั้งเดียวไม่ได้ อีกทั้งต้องทยอยนำทองคำออกไปฝากด้วยเช่นเดียวกันเงินไหที่สองจันดีหยิบไปฝากธนาคารบ้างแล้ว ส่วนไหที่สาม และสี่เธอยังไม่ได้หยิบออกไปใช้ เพราะรายได้ที่ได้จากการทำสวนดอกไม้และปลูกแตงยังมีเหลือเฟือให้ใช้จ่าย และเก็บออม แถมยังใช้เป็นต้นทุนในการทำสวนอีกด้วย เพราะในหนึ่งปีครอบครัวของเธอใช้เงินไม่ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท และไม่มีหนี้สินทางอื่น เงินที่ได้จากการทำสวนจึงนับว่าเพียงพอ แต่เมื่อลูกทั้งสามเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เธอคิดว่าต้องได้ใช้เงินพวกนี้เป็นแน่“ท่านทั้งสองคงเอ็

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 53 ขุดสมบัติ

    ในวันที่จันดีปลูกแตงโมกับแตงไทย รำเพยกับสมจิตยังไปช่วยปลูก แต่จันดีก็จ่ายค้าจ้างให้ทุกคน นอกจากนั้นยังมีชยุต พิมพา และยมนาด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องไถดินแรกนา ซึ่งจันดีใช้เวลาปลูกสี่วันก็เสร็จ ในขณะที่คนในหมู่บ้านปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง จันดีปลูกแตงไทยกับแตงโม และผลผลิตที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ แตงโมได้กำไรเจ็ดหมื่นบาท ส่วนแตงไทยได้กำไรแปดหมื่นบาท ภายในเวลาสามเดือนจันดีมีกำไรจากการปลูกแตงสองชนิดถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คนในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อน และอยากทำตาม โดยเฉพาะรินรดากับอาทิตย์ พวกเขาอยากได้กำไรมากเหมือนจันดี จึงแบ่งพื้นที่นาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกปลูกแตงโมแตงไทย ส่วนที่สองปลูกดอกไม้ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ขาดทุนเพราะแตงโมกับแตงไทยทั้งแตกทั้งมีรสจืด เพราะช่วงที่ใกล้เก็บเกี่ยวนั้นฝนกำลังตกชุก พอหันมาปลูกดอกไม้ตอนปลายฤดูฝนก็น้ำท่วม เพราะพื้นที่นาของอาทิตย์เหมาะสำหรับปลูกข้าวมากกว่า ทั้งสองจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น “เป็นไง พี่บอกแล้วว่าอย่าทำตามเขา ทีนี้จะทำยังไง ปีนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน” เพราะข้าวปีก่อน ๆ ก็ขายออกเกือบหมดแล้ว

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 52 ช่วยเหลือครั้งสุดท้าย

    เช้าวันต่อมาฉวีตบหน้าจันทร์แรมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พร้อมเสียงด่าทอ “ทำไมแกโง่อย่างนี้ฮะ แล้วทีนี้เราจะไปอยู่ที่ไหน”“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้นี่แม่ ใครจะไปรู้ว่าจันดีมันจะตื่นมาเจอฉันพอดี” จันทร์แรมพูดอย่างหน้าไม่อาย“แล้วแกจะให้มันเป็นยังไง แกจะให้คนนินทาไปทั่วเหรอว่าแกอยากได้ผัวน้องสาวจนตัวสั่น” เรื่องนี้ฉวีไม่ได้เข้าข้างจันทร์แรมเลยสักนิด“แม่!”เพียะ!ฉวีตบหน้าลูกอย่างแรงอีกครั้ง “หุบปาก” พูดแล้วหันไปมองลูกสาวคนเล็ก กล่าวออกเสียงอ้อนวอนว่า “จันดี ให้โอกาสพี่เขาอีกสักครั้งเถอะนะลูก แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”“สุริยาส่ายหน้าให้ภรรยาเป็นคำตอบ เธอจึงบอกออกไปว่า “อย่าทำร้ายความรู้สึกกันมากไปกว่านี้เลยค่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ”“แต่ว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วนะจันดี” ขุนบอกลูกสาวเสียงเศร้า“ให้โอกาสฉันเถอะนะจันดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกจริง ๆ นะ ๆ” จันทร์แรมจับแขนน้องสาวเขย่า แต่จันดีสะบัดออก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์“พี่แสงช่วยไปหยิบกระเป๋าผ้าบนบ้านมาให้ฉันหน่อยค่ะ”สุริยาเดินเร็วขึ้นไปบนบ้านตามคำไหว้วานของภรรยารับกระเป๋ามาแล้ว มือเล็กล้วงเ

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 51 อยากเป็นใหญ่

    ตลอดทางกลับบ้านจันทร์แรมก็คิดหาวิธีที่จะอยู่ในบ้านของน้องสาวตลอดไป จันดีมีทุกอย่างในเวลาไม่ถึงปี ถึงแม้เงินที่นำมาซื้อทุกอย่างจะเป็นเงินกู้ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเธอตอนนี้ อย่างน้อยอยู่บ้านจันดีก็มีทุกอย่าง หากเธอไปอยู่ที่อื่นต้องลำบากมากแน่ เช่นนั้นเธอจะทำทุกวิถีทางให้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อไป และขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ช่วงบ่ายจันทร์แรมจึงทำทีเข้ามาช่วยงานน้องสาว เพียงแต่จะเลือกทำงานใกล้สุริยามากกว่า และยังสวมชุดเดรสตัวใหม่ที่แหวกอกจนเห็นเนินเนื้อมาทำงานที่เรือนเพาะชำด้วยสุริยารู้สึกอึดอัดจนยากจะระงับความรังเกียจเอาไว้ได้เขาแอบเดินมาคุยกับภรรยา “ถ้าเธอให้จันทร์แรมอยู่ที่นี่ถึงสิบห้าวันพี่ทนไม่ไหวแน่”“ทำไมคะ” จันดีรู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังถาม“เธอไม่เห็นกิริยาที่พี่สาวเธอทำหรือไง” ชอบเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขา ยามก้มก็ไม่ระมัดระวังตัวสักนิด สุริยาไม่ได้อยากดูของไร้ค่าพวกนั้นสักหน่อย“ทนอีกนิดนะคะ พี่แสงก็อย่าไปสนใจก็แล้วกัน ฉันเชื่อค่ะ ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอก” อีกหน่อยก็คงเผยธาตุแท้ออกมาวันนี้สุริยาจึงอาสาไปรับลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 50 มีคนคิดไม่ซื่อ

    ฉวีพยักหน้า ขุนจึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ไม่นานหรอกนะจันดี”“อยู่กี่วันคะ”จันทร์แรมทนไม่ไหวจึงพูดแทรกขึ้น “แกกับลูกก็เคยอยู่บ้านฉันมาหลายปีนะจันดี ฉันหวังว่าแกคงไม่ใจดำเกินไป” พูดพร้อมกับปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องสาวด้วยดวงตาวาววาม“บังเอิญว่าฉันเป็นคนใจดำด้วยสิ” จันดีเอ่ยขึ้นไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น“ให้พวกเขาปลูกกระท่อมอยู่ชั่วคราวก็ได้จันดี แต่จะให้อยู่กี่วันจันดีตัดสินใจเองก็แล้วกัน” เฉิดฉันกล่าวขึ้น“อย่างน้อยฉันก็คลอดแกมา แกก็ควรแสดงความกตัญญูรู้คุณบ้าง” ฉวีเริ่มทวงบุญคุณจันดีมองหน้าลุงกับป้า พวกเขาพยักหน้าน้อย ๆ เธอจึงเอ่ยออก “ฉันให้อยู่ได้แค่สิบห้าวันค่ะ จะขายที่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไป” จันดียื่นคำขาดฉวีกับขุนจึงยิ้มออก มีเพียงจันทร์แรมที่มองน้องสาวด้วยแววตาเกลียดชัง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “รวยขนาดนี้ยังแล้งน้ำใจอีก”“หรือจะไม่อยู่ล่ะ ฉันไม่ติดอะไรนะ” จันดีพูดอย่างไม่ยี่หระ“อยู่จ้ะอยู่” ฉวีหันไปหยิกแขนจันทร์แรมพร้อมถลึงตาใส่ ค่อยหันกลับมาถามจันดี “แล้วนี่ผัวแกเหรอ”“ค่ะ”สุริยายกมือไหว้ตามมารยาท นัยน์ตายังมีแววกรุ่นโกรธ“ฉัตรกับฉายมาหายายสิลูก ยายคิดถึงพวกเรามากเล

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 49 ขออาศัยอยู่ด้วย

    สามคนพ่อแม่ลูกนิ่งงัน ฉวีตกอยู่ในภวังค์อยู่นาน แสดงว่าเงินที่จันดีใช้หนี้คืนเธอ เป็นเงินของจันดีจริง ๆ “แล้วมันไปทำอะไรมาถึงได้รวยขนาดนั้นคะ” ความอิจฉาเข้าครอบงำจันทร์แรมขึ้นทันตา “ทำสวนดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ” “ทำสวนดอกไม้อย่างนั้นเหรอ” ฉวี “ค่ะ ถ้าถึงแล้วฉันจะชี้ให้ดูนะคะ ตอนนี้เขาปิดไปแล้วค่ะ” รินรดา ทุกคนเงียบไปเกือบสิบนาที อาทิตย์ก็ชะลอรถอีแต๊ก และชี้ให้ทุกคนดู “นั่นไงครับ สวนดอกไม้จันดี” ฉวี ขุน และจันทร์แรม มองไปยังสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ ในพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ มันยังคงดูสวยงาม แม้ดอกไม้เริ่มร่วงโรยไปบางส่วนแล้ว แต่เฟื่องฟ้ายังชูใบดอกอวดอ้างสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาหลายหลากสีเช่นเดียวกับพวงครามที่ยังมีพวงดอกสีม่วงสดให้คนชื่นชมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จันดีจึงเลือกปลูกเฟื่องฟ้า และพวงคราม เพราะมันทั้งทนแดดและออกดอกตลอดทั้งปี อีกทั้งใบดอกยังมีสีสันสวยงาม รถอีแต๊กเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้จันดีไปแล้ว ฉวีจึงเอ่ยถาม “คนมาเที่ยวเยอะไหมคะ” “เยอะค่ะ วันนึงน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคนค่ะ” ร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status