Share

ตอนที่ 8 หนูไม่มีพ่อค่ะ

last update Tanggal publikasi: 2025-12-22 15:23:54

“คิดดีแล้วใช่ไหม” เฉิดฉันถามขึ้นอีกครั้ง แววตายังแฝงความห่วงใยเอาไว้

            “คิดดีแล้วค่ะ ฉันชอบบ้านหลังนี้ค่ะ”

            “แต่ผมว่ามันน่ากลัวนะครับแม่” ฉัตรกุลเอ่ยออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก หน้าตาไม่ได้บอกว่ากลัวเหมือนคำพูด

            “หนูก็ว่ามันน่ากลัวค่ะ มีแต่หญ้าเต็มไปหมด” ปากน้อย ๆ ขยับขึ้นลง สายตามองเข้าไปยังตัวบ้านแล้วพูดขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “แม่คะหนูเห็นคนยืนอยู่ในบ้านสองคนค่ะ”

            ทุกคนมองตามด้วยความตกใจ คมสันต์ มนสิริ และเฉิดฉันขนลุกซู่ไปทั่วร่าง

            จันดีมองตามที่ลูกบอก เอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ เพราะไม่อยากให้ลูกกลัว “ไม่เห็นมีใครนี่นา ฉายตาฝาดแล้วล่ะ”

            “แต่ผมก็เห็นนะครับ เป็นผู้หญิงกับผู้ชายแก่ ๆ ยืนยิ้มโบกมือให้ผมด้วยครับ” ไม่ว่าเปล่า ฉัตรกุลหันหน้าไปโบกมือให้คนที่ยืนอยู่บนเรือนด้วย

            ตอนนี้คมสันต์กับภรรยาและเฉิดฉันต่างหน้าเหวอ ขนลุกตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะแล้ว

            “ฉัน…ฉันว่าเรากลับกันดีกว่า” คมสันต์เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

            มนสิริกับเฉิดฉันก็พยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เริ่มก้าวขาไม่ออกแล้ว แต่เด็กสองคนยังหัวเราะคิกคัก ก็แค่คนแก่สองคนไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน จันดีก็แอบขำเช่นกัน บ้านที่ปล่อยร้างไว้หลายปี ย่อมมีผีสางเทวดามาอาศัยอยู่บ้าง แต่พอมีคนเข้ามาอยู่ ทำบ้านให้สะอาดสะอ้าน ผีก็ไม่อยู่แล้ว

            จันดีกลับมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านจึงขอต่อราคาลงอีกเหลือสามหมื่นบาทถ้วน เพราะเธอยังไม่มีรายได้ทางอื่นเข้ามา เกรงว่าเงินที่เหลือจะไม่พอใช้ คมสันต์อยากขายบ้านให้ได้เร็ว ๆ จึงตอบตกลง

จากนั้นจันดีก็วางเงินมัดจำครึ่งหนึ่งทันที คมสันต์กับภรรยาเห็นจันดีอยากได้บ้านหลังนั้นมากจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก ถึงทั้งสองจะมั่นใจว่าบ้านหลังนั้นมีผีจริงก็ตาม

            เดินออกมาไกลแล้วเฉิดฉันจึงพูดกับหลานสาวเสียงกระซิบกระซาบ เพราะเกรงว่าหลานทั้งสองที่วิ่งไล่กันอยู่ด้านหน้าจะได้ยิน “แกไม่กลัวจริง ๆ เหรอจันดี”

            “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะป้า”

            “แต่ฉัตรกับฉายก็เห็น…”

            “เด็กก็พูดไปเรื่อยแหละค่ะ” ถึงจันดีจะเชื่อว่าในโลกนี้ผีมีจริง แต่เธอก็ไม่ได้นึกกลัว บางครั้งการที่เธอฝันว่าป้าเฉิดชวนเธอมาอยู่ด้วย แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นอยากให้เธอมาอยู่ที่นี่ก็ได้

            “ถ้างั้นพรุ่งนี้เราค่อยไปทำความสะอาดกัน”

            “ค่ะ” แค่รู้ว่ามีที่ให้ซุกหัวนอนเธอก็เบาใจแล้ว ต่อไปก็คิดอ่านหาทางทำมาหากินต่อไป

            ให้หลังจันดีอาทิตย์จึงเอ่ยถามพ่อกับแม่ “จันดีซื้อบ้านหลังนั้นจริง ๆ เหรอครับพ่อ”

            “อือ”

            “เธอไม่กลัวผีเหรอครับ”

            “น่าจะไม่กลัว เพราะพ่อบอกทุกอย่างกับเธอแล้ว”

            “ก็ไม่น่าจะมีอะไร ยังไงก็มีผัวอยู่ด้วย” อาทิตย์กล่าว

            “เป็นม่าย” มนสิริพูดแทรกขึ้น

            “อะไรนะครับ” น้ำเสียงมีความอยากรู้อยู่มาก

            มนสิริจึงพูดซ้ำอีกครั้ง “จันดีเป็นแม่ม่ายลูกติด”

            “อ้อ งั้นเหรอครับ” ใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกมีความหวังขึ้นมาราง ๆ คนหน้าตาสวยอย่างจันดี อีกหน่อยคงมีทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มารุมจีบ “แล้วผัวเขาไปไหนเหรอครับ”

            “น่าจะโดนผัวทิ้งกระมัง ปากก็บอกว่าเลิกกันแต่โดยดี แต่ความจริงใครจะไปรู้ด้วย” ถ้าเลิกกันดี ๆ เหตุใดจันดีถึงหนีสามีมาอยู่ไกลเช่นนี้

            “ช่างเขาเถอะน่า เขาจะเลิกกันดีหรือไม่ดีมันก็เรื่องของเขา”

            “หึ พี่ก็ชอบพูดขัดฉันอยู่เรื่อย ฉันไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนที่ศูนย์โอทอปดีกว่า” ว่าแล้วมนสิริก็เดินสะบัดบั้นท้ายจากไป

            คมสันต์ส่ายหัวไปมา ระอากับภรรยาจริง ๆ พวกผู้หญิงทำไมถึงชอบนินทานัก

            กลับไปถึงบ้านเบญญาก็กลับมาจากโรงเรียนแล้ว เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นจันดีเดินมากับแม่ พร้อมกับทักขึ้นเสียงตื่นเต้น “จันดีมาได้ยังไง” สายตามองเด็กที่จันดีเดินจูงมือมาด้วย “แล้วนี่…”

            “ลูกฉันเองค่ะ คนนี้ชื่อฉัตรเป็นพี่ ส่วนคนนี้ชื่อฉายเป็นน้อง ฉัตรฉายไหว้ป้าเบญสิลูก”

            ฉัตรกุลกับฉายระวีพนมมือไหว้ กล่าวสวัสดีเบญญาเสียงอ่อย แล้วรีบไปหลบอยู่หลังแม่ตามเคย

            เบญญาครางอือในลำคออย่างคาดไม่ถึง “ได้ลูกแฝดเหรอ”

            “ค่ะ” จันดียิ้มรับเต็มใบหน้า

            เบญญามองหลานด้วยความรักใคร่พร้อมเอ่ยออก “แล้วพ่อหนูทั้งสองไม่มาด้วยเหรอคะ”

            “หนูไม่มีพ่อค่ะ” ฉายระวีตอบเสียงไม่เบาไม่ดังแต่ได้ยินอย่างชัดเจน

            เบญญาได้ยินดังนั้นถึงกับหน้าเจื่อน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เงยหน้ามองจันดีด้วยความรู้สึกผิดที่ถามออกไปอย่างนั้น

            “จริงเหรอจันดี”

            “เรื่องมันยาวค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยเล่าให้พี่ฟัง” สายตามองไปที่ท้องของอีกฝ่าย “พี่เบญท้องได้กี่เดือนแล้วคะ”

            “ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว”

            “อ้อ”

            “เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ รอพ่อแกกับไอ้ยมกลับมาก่อนค่อยคุยทีเดียว อ้อ แกขี่รถไปเรียกไอ้ยุตมากินข้าวเย็นที่นี่หน่อยนะ”

            “ค่ะแม่” เบญญารับปาก สายตายังมองจันดีด้วยความกังขา แสดงว่าจันดีต้องมีเรื่องแน่ ๆ

            จันดีพาลูกทั้งสองไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นจึงไปช่วยเบญญาทำอาหารเย็น แต่กว่าจะกล่อมให้ลูกทั้งสองอยู่กับยายเฉิดได้ก็ทำเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะเด็กทั้งสองยังไม่สนิทกับใครจึงรู้สึกกลัวอยู่บ้าง

            ขณะที่กำลังทำอาหารเบญญาจึงถามขึ้นอย่างอดใจไม่อยู่ “พ่อของเด็กไปไหน”

            “เลิกกันแล้วค่ะ”

            “อ้าว ทั้งที่มีลูกด้วยกันนี่นะ”

            “เขาไม่รู้ว่าฉันท้องหรอกค่ะ”

            “อ้าว เป็นงั้นไป แล้วแกบอกเขาหรือยัง”

            “ไม่ได้บอกค่ะ และฉันก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วย”

            “เฮ้อ! แล้วก็ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนี่นะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะฉันเลี้ยงไหว”

            เบญญามองด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนัก “หนีใครมาหรือเปล่าเนี่ย เล่าให้พี่ฟังได้นะ”

            “ไม่ได้หนีจริง ๆ ค่ะ ฉันกับลูกอยากมาอยู่ที่นี่จริง ๆ” เธอจะหนีทำไมล่ะ กระทั่งหน้าพ่อเด็กเธอยังไม่เคยเห็น ที่มาที่นี่ ส่วนหนึ่งก็เพราะมาตามหาเขาคนนั้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เธอมีลางสังหรณ์ว่าเขาอาจจะเป็นคนในหมู่บ้านนี้ และถึงไม่รู้ว่าจะเจอเขาคนนั้นหรือไม่ แต่เธอก็ได้ทำตามความตั้งใจเดิมของเจ้าของร่างนี้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 54 ความลับไม่มีในโลก (จบ)

    สุริยายิ้มกว้าง โอบกอดภรรยาไว้แน่น เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมา เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินทองมากขนาดนี้มาก่อน “แล้วยังมีอีกไหม” เขาถามเสียงสั่น ที่เขาถามไม่ใช่เพราะความโลภ แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะอย่างไร เรื่องเงินเขาก็ให้ภรรยาจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งเธอยังฝากเงินให้เขากับลูกไม่เคยขาด“มีค่ะ แต่เอาไว้วันหน้าเราค่อยขุดกันนะคะ วันนี้เราเอาเงินในนี้ไปฝากธนาคารก่อนค่ะ” ไหแรกเธอนำไปซื้อรถ และฝากให้เขากับลูกหมดแล้ว ส่วนไหนี้เธอจะเอาไปฝากให้ตัวเองให้มากหน่อย และแบ่งฝากให้ลูกกับสามีอีกคนละหนึ่งล้านบาท และคงเอาไปฝากครั้งเดียวไม่ได้ อีกทั้งต้องทยอยนำทองคำออกไปฝากด้วยเช่นเดียวกันเงินไหที่สองจันดีหยิบไปฝากธนาคารบ้างแล้ว ส่วนไหที่สาม และสี่เธอยังไม่ได้หยิบออกไปใช้ เพราะรายได้ที่ได้จากการทำสวนดอกไม้และปลูกแตงยังมีเหลือเฟือให้ใช้จ่าย และเก็บออม แถมยังใช้เป็นต้นทุนในการทำสวนอีกด้วย เพราะในหนึ่งปีครอบครัวของเธอใช้เงินไม่ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท และไม่มีหนี้สินทางอื่น เงินที่ได้จากการทำสวนจึงนับว่าเพียงพอ แต่เมื่อลูกทั้งสามเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เธอคิดว่าต้องได้ใช้เงินพวกนี้เป็นแน่“ท่านทั้งสองคงเอ็

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 53 ขุดสมบัติ

    ในวันที่จันดีปลูกแตงโมกับแตงไทย รำเพยกับสมจิตยังไปช่วยปลูก แต่จันดีก็จ่ายค้าจ้างให้ทุกคน นอกจากนั้นยังมีชยุต พิมพา และยมนาด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องไถดินแรกนา ซึ่งจันดีใช้เวลาปลูกสี่วันก็เสร็จ ในขณะที่คนในหมู่บ้านปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง จันดีปลูกแตงไทยกับแตงโม และผลผลิตที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ แตงโมได้กำไรเจ็ดหมื่นบาท ส่วนแตงไทยได้กำไรแปดหมื่นบาท ภายในเวลาสามเดือนจันดีมีกำไรจากการปลูกแตงสองชนิดถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คนในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อน และอยากทำตาม โดยเฉพาะรินรดากับอาทิตย์ พวกเขาอยากได้กำไรมากเหมือนจันดี จึงแบ่งพื้นที่นาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกปลูกแตงโมแตงไทย ส่วนที่สองปลูกดอกไม้ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ขาดทุนเพราะแตงโมกับแตงไทยทั้งแตกทั้งมีรสจืด เพราะช่วงที่ใกล้เก็บเกี่ยวนั้นฝนกำลังตกชุก พอหันมาปลูกดอกไม้ตอนปลายฤดูฝนก็น้ำท่วม เพราะพื้นที่นาของอาทิตย์เหมาะสำหรับปลูกข้าวมากกว่า ทั้งสองจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น “เป็นไง พี่บอกแล้วว่าอย่าทำตามเขา ทีนี้จะทำยังไง ปีนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน” เพราะข้าวปีก่อน ๆ ก็ขายออกเกือบหมดแล้ว

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 52 ช่วยเหลือครั้งสุดท้าย

    เช้าวันต่อมาฉวีตบหน้าจันทร์แรมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พร้อมเสียงด่าทอ “ทำไมแกโง่อย่างนี้ฮะ แล้วทีนี้เราจะไปอยู่ที่ไหน”“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้นี่แม่ ใครจะไปรู้ว่าจันดีมันจะตื่นมาเจอฉันพอดี” จันทร์แรมพูดอย่างหน้าไม่อาย“แล้วแกจะให้มันเป็นยังไง แกจะให้คนนินทาไปทั่วเหรอว่าแกอยากได้ผัวน้องสาวจนตัวสั่น” เรื่องนี้ฉวีไม่ได้เข้าข้างจันทร์แรมเลยสักนิด“แม่!”เพียะ!ฉวีตบหน้าลูกอย่างแรงอีกครั้ง “หุบปาก” พูดแล้วหันไปมองลูกสาวคนเล็ก กล่าวออกเสียงอ้อนวอนว่า “จันดี ให้โอกาสพี่เขาอีกสักครั้งเถอะนะลูก แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”“สุริยาส่ายหน้าให้ภรรยาเป็นคำตอบ เธอจึงบอกออกไปว่า “อย่าทำร้ายความรู้สึกกันมากไปกว่านี้เลยค่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ”“แต่ว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วนะจันดี” ขุนบอกลูกสาวเสียงเศร้า“ให้โอกาสฉันเถอะนะจันดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกจริง ๆ นะ ๆ” จันทร์แรมจับแขนน้องสาวเขย่า แต่จันดีสะบัดออก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์“พี่แสงช่วยไปหยิบกระเป๋าผ้าบนบ้านมาให้ฉันหน่อยค่ะ”สุริยาเดินเร็วขึ้นไปบนบ้านตามคำไหว้วานของภรรยารับกระเป๋ามาแล้ว มือเล็กล้วงเ

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 51 อยากเป็นใหญ่

    ตลอดทางกลับบ้านจันทร์แรมก็คิดหาวิธีที่จะอยู่ในบ้านของน้องสาวตลอดไป จันดีมีทุกอย่างในเวลาไม่ถึงปี ถึงแม้เงินที่นำมาซื้อทุกอย่างจะเป็นเงินกู้ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเธอตอนนี้ อย่างน้อยอยู่บ้านจันดีก็มีทุกอย่าง หากเธอไปอยู่ที่อื่นต้องลำบากมากแน่ เช่นนั้นเธอจะทำทุกวิถีทางให้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อไป และขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ช่วงบ่ายจันทร์แรมจึงทำทีเข้ามาช่วยงานน้องสาว เพียงแต่จะเลือกทำงานใกล้สุริยามากกว่า และยังสวมชุดเดรสตัวใหม่ที่แหวกอกจนเห็นเนินเนื้อมาทำงานที่เรือนเพาะชำด้วยสุริยารู้สึกอึดอัดจนยากจะระงับความรังเกียจเอาไว้ได้เขาแอบเดินมาคุยกับภรรยา “ถ้าเธอให้จันทร์แรมอยู่ที่นี่ถึงสิบห้าวันพี่ทนไม่ไหวแน่”“ทำไมคะ” จันดีรู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังถาม“เธอไม่เห็นกิริยาที่พี่สาวเธอทำหรือไง” ชอบเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขา ยามก้มก็ไม่ระมัดระวังตัวสักนิด สุริยาไม่ได้อยากดูของไร้ค่าพวกนั้นสักหน่อย“ทนอีกนิดนะคะ พี่แสงก็อย่าไปสนใจก็แล้วกัน ฉันเชื่อค่ะ ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอก” อีกหน่อยก็คงเผยธาตุแท้ออกมาวันนี้สุริยาจึงอาสาไปรับลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 50 มีคนคิดไม่ซื่อ

    ฉวีพยักหน้า ขุนจึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ไม่นานหรอกนะจันดี”“อยู่กี่วันคะ”จันทร์แรมทนไม่ไหวจึงพูดแทรกขึ้น “แกกับลูกก็เคยอยู่บ้านฉันมาหลายปีนะจันดี ฉันหวังว่าแกคงไม่ใจดำเกินไป” พูดพร้อมกับปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องสาวด้วยดวงตาวาววาม“บังเอิญว่าฉันเป็นคนใจดำด้วยสิ” จันดีเอ่ยขึ้นไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น“ให้พวกเขาปลูกกระท่อมอยู่ชั่วคราวก็ได้จันดี แต่จะให้อยู่กี่วันจันดีตัดสินใจเองก็แล้วกัน” เฉิดฉันกล่าวขึ้น“อย่างน้อยฉันก็คลอดแกมา แกก็ควรแสดงความกตัญญูรู้คุณบ้าง” ฉวีเริ่มทวงบุญคุณจันดีมองหน้าลุงกับป้า พวกเขาพยักหน้าน้อย ๆ เธอจึงเอ่ยออก “ฉันให้อยู่ได้แค่สิบห้าวันค่ะ จะขายที่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไป” จันดียื่นคำขาดฉวีกับขุนจึงยิ้มออก มีเพียงจันทร์แรมที่มองน้องสาวด้วยแววตาเกลียดชัง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “รวยขนาดนี้ยังแล้งน้ำใจอีก”“หรือจะไม่อยู่ล่ะ ฉันไม่ติดอะไรนะ” จันดีพูดอย่างไม่ยี่หระ“อยู่จ้ะอยู่” ฉวีหันไปหยิกแขนจันทร์แรมพร้อมถลึงตาใส่ ค่อยหันกลับมาถามจันดี “แล้วนี่ผัวแกเหรอ”“ค่ะ”สุริยายกมือไหว้ตามมารยาท นัยน์ตายังมีแววกรุ่นโกรธ“ฉัตรกับฉายมาหายายสิลูก ยายคิดถึงพวกเรามากเล

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 49 ขออาศัยอยู่ด้วย

    สามคนพ่อแม่ลูกนิ่งงัน ฉวีตกอยู่ในภวังค์อยู่นาน แสดงว่าเงินที่จันดีใช้หนี้คืนเธอ เป็นเงินของจันดีจริง ๆ “แล้วมันไปทำอะไรมาถึงได้รวยขนาดนั้นคะ” ความอิจฉาเข้าครอบงำจันทร์แรมขึ้นทันตา “ทำสวนดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ” “ทำสวนดอกไม้อย่างนั้นเหรอ” ฉวี “ค่ะ ถ้าถึงแล้วฉันจะชี้ให้ดูนะคะ ตอนนี้เขาปิดไปแล้วค่ะ” รินรดา ทุกคนเงียบไปเกือบสิบนาที อาทิตย์ก็ชะลอรถอีแต๊ก และชี้ให้ทุกคนดู “นั่นไงครับ สวนดอกไม้จันดี” ฉวี ขุน และจันทร์แรม มองไปยังสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ ในพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ มันยังคงดูสวยงาม แม้ดอกไม้เริ่มร่วงโรยไปบางส่วนแล้ว แต่เฟื่องฟ้ายังชูใบดอกอวดอ้างสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาหลายหลากสีเช่นเดียวกับพวงครามที่ยังมีพวงดอกสีม่วงสดให้คนชื่นชมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จันดีจึงเลือกปลูกเฟื่องฟ้า และพวงคราม เพราะมันทั้งทนแดดและออกดอกตลอดทั้งปี อีกทั้งใบดอกยังมีสีสันสวยงาม รถอีแต๊กเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้จันดีไปแล้ว ฉวีจึงเอ่ยถาม “คนมาเที่ยวเยอะไหมคะ” “เยอะค่ะ วันนึงน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคนค่ะ” ร

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 35 ทางหมาลอด

    จันดีจึงชี้นิ้วบอกและรู้สึกโล่งอกเป็นที่สุด “เริ่มจากแปลงต้นดาวกระจายก่อนเลยค่ะ ลุงกับป้าและพี่แสงทำได้คนละครึ่งแปลงแล้วมั้ง” พิมพามองดูพ่อปู่แม่ย่า และสุริยาก็เห็นจริงตามนั้น พลางคิดในใจว่าสามีของอาเบญคงไปตัดหญ้าตามคันนาเหมือนกับสามีของเธอ เขาจึงไม่ได้มาช่วย แต่พูดว่ามาช่วยก็ไม่ถูกต้องเสี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 32 สมบัติไหที่สี่

    ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ หัวร่อต่อกระซิกกันอยู่เกือบครึ่งค่อนคืน รินรดารู้สึกว่าเข้ากันได้ดีกับอาทิตย์อย่างรวดเร็ว เสียดายเวลาที่ก่อนหน้านี้ มัวแต่ยึดติดอยู่กับสุริยาเป็นนานสองนานผ่านไปสามวันรำเพยจึงมีโอกาสเจอหน้าลูกเลี้ยง และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ทุกคนในครอบครัวกินข้าวเย็นด้วยกันอย่างพร้อมหน้า

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 42 อาจจะเป็นคนนั้น

    ส่วนจันดีพอมาถึงบ้านป้าก็ตรงไปหาเบญญาทันที เอ่ยปากถามอย่างรีบร้อน “พี่เบญจำได้ไหมตอนที่ฉันมาเที่ยวที่นี่เมื่อห้าปีก่อน”“จำได้สิ วันนั้นแกเมามาก กลับจากดูหมอลำ ยังวิ่งไปอ้วกอยู่หลังบ้านอยู่เลย” เบญญาจำได้แม่น เพราะหลังจากนั้นครอบครัวของจันดีก็ไม่ได้มาที่บ้านเธออีกเลย และหลังจากนั้นจันทร์แรมก็ไปทำงา

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 36 สวนดอกไม้จันดี

    หลายวันต่อมาเมื่ออยู่กับสามีตามลำพังรำเพยจึงถือโอกาสคุยเรื่องสุริยา “ถ้าไอ้แสงมันไปคบกับจันดีพี่จะว่ายังไง” รำเพยลองหยั่งเชิงสามีเพื่อดูทิศทางลมเสียก่อน ดวงตาสมจิตไหววูบ แต่เพียงไม่นานก็กลับสู่ปกติ “จันดีรวยปานนั้นไอ้แสงมันไม่กล้าอาจเอื้อมหรอก” ลูกชายเขาเป็นคนถ่อมตน เขาย่อมรู้ว่าอะไรควร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status