All Chapters of ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ: Chapter 41 - Chapter 50

65 Chapters

บทที่ 40 วันหยุดที่ไม่คาดคิด

บทที่ 40วันหยุดที่ไม่คาดคิดลมปลายยามเช้าพัดกรูแผ่วเบา ใบไม้บางส่วนหลุดร่วงลงจากต้นแม้ยังไม่ทันเปลี่ยนสี อากาศในเมืองเฟิ่งเซียงเริ่มแห้งเย็นขึ้นอย่างชัดเจน แดดสว่างจ้าแต่ไม่ร้อนระอุเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่ลู่ชิงหรูทำงานในคฤหาสน์ของหยวนเหวินซี แม้เจ้าบ้านจะหายดีจากพิษนานแล้วคนที่มีความสุขที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ...ระบบในหัวของนางหยางอิ๋นรายงานอย่างอารมณ์ดีว่า คะแนนความพึงพอใจที่ได้จากหยวนเหวินซี ทำให้นางมีคะแนนสะสมสูงขึ้นหลายพันเท่าจนสามารถเปิดฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติมได้เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็คือแปลงปลูกผักได้แล้วยิ่งไปกว่านั้น รายได้รายวันจากการทำอาหารในจวนหยวนสูงลิ่วจนนางสามารถแลกเป็นตั๋วเงินได้หลายฉบับ ชีวิตในฐานะบ่าวรับใช้และคนครัว ณ เวลานี้ของชิงหรู แทบไม่ต่างจากเศรษฐีเริ่มต้นลมปลายฤดูสารทแม้ไม่หนาวแต่ก็เย็นแห้งผิว นางจึงจัดสำรับกลางวันให้เหมาะกับอากาศแบบแห้ง ๆ เช่นนี้ไอน้ำจากหม้อดินลอยขึ้น มาพร้อมกลิ่นขิงและเต้าหู้ถั่วหมักที่เคี่ยวกับน้ำกระดูกไก่ผสมเห็ดหอมแห้ง เส้นบะหมี่ไข่สีเหลืองนวลลวกพอเหนียวนุ่ม วางเรียงในชามเงาวับ สีสันดูน่ากินข้างกันมีเกี๊ยวนึ่งไส้ผักที่ห่อบางเฉียบจ
Read more

บทที่ 41 แผนการสะท้อนกลับ

บทที่ 41แผนการสะท้อนกลับแม้ขณะนี้สวนในระบบยังอยู่ในช่วงเพาะปลูก แต่วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อผลผลิตออกผล…นางจำต้องหาลู่ทางค้าขายให้ได้เผื่อไว้เช่นกัน นี่จึงเป็นต้นเหตุให้ชิงหรูมายังท่าเรือสำเภาอันเป็นจุดที่ชนชาติต่างแดนนำเข้าของแปลกตา ทั้งวัตถุดิบทำอาหาร พืชพันธุ์ผลไม้ สมุนไพรต่าง ๆ รวมถึงเครื่องประดับนานารูปแบบด้วยทว่า…ยังไม่มีสิ่งใดเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่นางสั่งผ่านระบบได้เช่นกัน นี่คือโอกาสหนึ่งของนางนางลอบจดจำเส้นทาง เรือสินค้า และตราสัญลักษณ์ที่ใช้กันไว้ในใจอย่างรอบคอบ แล้วจึงผละเดินเลียบไปตามซอยเล็กข้างท่าเรือเดินสำรวจแนวทางต่อ…เสียงโกลาหลเบา ๆ ดังขึ้นจากทิศเรือสำเนาสำหรับสัญจรเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นมาอย่างเชื่องช้า แต่ดูสง่างามจนแปลกตา ตัวเรือทาสีเข้มตัดทองอย่างประณีต มีม่านไหมโปร่งสีฟ้าปักลายคลื่นบังแสงอยู่ตรงห้องโดยสารด้านบนทั้งหมดเรือลำนี้มิใช่เรือขนสินค้าและก็ไม่ใช่เรือสัญจรของคนทั่วไปด้วยเช่นกันนอกจากการตกแต่งหรูหราแล้ว ยังมีชายชุดเกราะดำสิบกว่าคน ทำหน้าที่คุ้มกันแน่นหนา...คงเป็นขุนนางชั้นสูงหรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ ชิงหรูพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะเดินเบี่ยงหลบมายืนอยู่หลังเสาไม้
Read more

บทที่ 42 ไม่ต้องไปทำงานที่คฤหาสน์อีกต่อไป

บทที่ 42ไม่ต้องไปทำงานที่คฤหาสน์อีกต่อไปเช้านั้นแดดยามสายส่องลอดผ่านชายคาครัวหลังบ้าน แสงอ่อนลูบไล้ผิวโต๊ะไม้ที่บัดนี้วางเนื้อหมักหลากชนิดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นเนื้อแห้งตากแดดผสมน้ำซุปสมุนไพรบางเบาลอยอบอวล ลู่ชิงหรูกำลังคีบเนื้อแห้งที่หมักไว้บางส่วนลงกระทะ ทอดไฟกลางด้วยความชำนาญ ข้างกายคือกระบวยเหล็กที่ใช้น้ำมันเพียงน้อยนิดใส่ให้ผิวเนื้อกรอบนอกนุ่มในในบ้านลู่เทียนหรงกำลังหัดเขียนอักษรบนโต๊ะเล็กที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แต่ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงเมื่อมีเสียงคนผู้หนึ่งตะโกนเรียกมาจากหน้าบ้าน“แม่นางไป๋อยู่หรือไม่!”เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแปลกหน้า หากแต่คือสตรีสกุลหู กลุ่มคนที่ชิงหรูไม่ปรารถนาแม้จะเอ่ยชื่อนั่นเองชิงหรูมิได้ชะงักมือตามเสียงนั้น เพียงทอดเนื้อลงกระทะต่ออย่างเฉยเมย เสียงฉ่าของไขมันกระทบกระทะดังพอจะกลบความรำคาญได้ชั่วคราวเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังใกล้เข้ามาจากทางด้านหลังของตน นางไม่ต้องหันก็รู้ว่าเป็นใครไป๋อี้เหยา มารดาของนางยืนอยู่ที่ประตูครัว สีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างมีเรื่องบางอย่างกำลังขัดแย้งอยู่ในใจ“ชิงหรู...ในคลังเสบียงที่เจ้าเตรียมไว้ ยังมีเนื้อหมักแห้งอยู่มากหรื
Read more

บทที่ 43 เหมือนคฤหาสน์ร้าง

บทที่ 43เหมือนคฤหาสน์ร้างชิงหรูชะงักไปทันใดร่างกายพาให้ก้าวเข้าใกล้อย่างไม่รู้ตัว หิมะทับถมสูงเกือบถึงข้อเท้า พ้นทางเปิดปิดประตู ไม่มีแม้เงาองครักษ์ ไม่มีแม้เสียงฝีเท้าในลาน ไม่มีควันไฟจากโรงครัวด้วยซ้ำชิงหรูเดินอ้อมไปอีกมุมหนึ่งที่เคยเป็นจุดส่งวัตถุดิบ เดิมทีจะมีบ่าวเข้าออกแทบทั้งวัน แต่เวลานี้กลับว่างเปล่าอย่างน่าฉงน“เหมือนคฤหาสน์ร้าง...”‘พวกเขาย้ายออกไปแล้วหรือ?’ หยางอิ๋นก็งุนงงไม่แพ้กันลู่ชิงหรูยืนนิ่งอยู่นาน ลมหายใจเย็นเฉียบ แม้รอบกายจะเงียบงัน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม“...เขาไล่ข้าออกอย่างกะทันหัน แล้วยังให้เงินชดเชยมากมาย เจ้าจะให้พวกเขามารายงานเราทุกเรื่องอีกหรือ?...”‘ก็จริงอย่างที่นายท่านว่า...’ดวงตาทอดคมมองประตูที่ปิดเงียบ สุดท้ายนางก็เลือกจะไม่เดินเข้าไปใกล้กว่านี้ หันหลังกลับ...นางกำลังจะก้าวเท้าผ่านพุ่มไม้สุดท้าย ก่อนเดินย้อนกลับทางเดิม ทว่า...ร่างกลับหยุดชะงักในฉับพลันเพราะบางสิ่งกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจากด้านหลัง !ลู่ชิงหรูเบี่ยงตัวตามสัญชาตญาณ หูได้ยินเสียงมีดฝ่าลมมาทางที่นางยืนอยู่“ฉึบ!”ปลายมีดเฉือนเฉียดลำคอ ทิ้งรอยบาดบางๆ สีแดงซึมของเลือดไหลซึมออกม
Read more

บทที่ 44 เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลย

บทที่ 44เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลยรถม้าหรูสามคันแล่นฝ่าหิมะที่ตกไม่แรงมากเข้าสู่ตัวเมืองเฟิ่งเซียงอย่างรวดเร็ว มาหยุดลงหน้าประตูโรงหมอประจำเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านการค้ารถม้าคันกลางคือคันที่ลู่ชิงหรูยังคงนอนสลบอยู่ภายใน ข้างกายมีลู่เทียนหรงนั่งเงียบไม่พูดไม่จา แต่สองมือน้อยกลับกอบกุมฝ่ามือของพี่สาวแน่นไม่ยอมปล่อย ขณะที่แม่นมติ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองเด็กชายด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ความใยดีไป๋อี้เหยาและป้าเจาถูกจัดให้นั่งรถม้าคนละคัน โดยอ้างว่าเพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนเต็มที่ แต่แท้จริงคือการแยกให้ออกจากกันโดยเจตนาของแม่นมติ่งนั่นเองเมื่อถึงโรงหมอ แม่นมติ่งเป็นคนแรกที่ก้าวลงมาแล้วรีบสั่งให้บ่าวบุรุษอุ้มร่างลู่ชิงหรูเข้าไปด้านใน เด็กชายตัวเล็กก็ยังไม่ยอมปล่อยมือแม้แต่น้อย สีหน้าไม่แสดงออก แต่แววตาดื้อเงียบกลับฉายชัดเจนว่าไม่ชอบใจคนแปลกหน้าพวกนี้มากแค่ไหนหมอวัยกลางคนเร่งเข้าตรวจอย่างละเอียด จับชีพจรดูแล้วก็รู้ที่มาทันใดว่าพิษในกายต้นตอคือรอยของมีคมบาดที่ต้นคอนั่นเอง“บาดแผลนี้แม้จะเล็ก แต่...มีพิษติดมาเล็กน้อย”คำพูดนั้นทำให้ทั้งป้าเจาและไป๋อี้เหยยาที่เพิ่งตามมาถึงหน้าซีด เด็กชา
Read more

บทที่ 45 หนทางที่ไป๋อี้เหยาเลือก...

บทที่ 45หนทางที่ไป๋อี้เหยาเลือก...เมื่อถึงหน้าประตูเมืองยามสนธยา เทียนหรงก็ถูกผลักลงจากรถม้าทันที“ที่นี่แหละ” เสียงขององครักษ์เย็นชา ดังขึ้นเทียนหรงยังไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กก็ทรุดลงกับหิมะ ข้อมือข้างหนึ่งหักพับจากการพยุงผิดจังหวะเจ็บ... เจ็บเสียจนพูดไม่ออกแต่เด็กน้อยก็ยังพยายามยันตัวขึ้น... มือเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลากตัวขึ้นจากพื้นหิมะเย็นเฉียบเพื่อพยุงร่างให้ลุกขึ้น“ไม่… ข้า…จะกลับไปหาพี่… ข้าจะ…ปกป้องพี่…”เสียงร้องสั่นเครือเบาหวิวราวจะปลิวหายไปกับลม แน่นอนว่าไม่ทำให้องครักษ์ของจวนตระกูลลู่หันหลังกลับมาได้ พวกเขาขับรถม้าจากไปอย่างไม่ลังเล...ท่ามกลางความเงียบในยามหิมะโปรยนั้น เทียนหรงนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยน้ำหิมะที่ละลายแล้ว ข้อมือขวาบวมช้ำจนขยับไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหน ไม่มีแม้กระทั่งแรงจะลุกยืนด้วยซ้ำฟันน้ำนมกระทบกันจนเกิดเสียงแก้มใสซีดเผือดน้ำมูกน้ำตาไหลปนกันจนไม่รู้ว่าตรงไหนคืออะไรแต่เด็กน้อยคนนั้นก็ยังไม่ร้องไห้ออกมา…เขาเพียงแค่กัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเลือดซึม มองไปยังเส้นทางที่รถม้าจากไปดวงตากลมนั้นเปล่งแสงอ่อนแรง แต่ดื้อดึงเขาสาบา
Read more

บทที่ 46 คุณหนูใหญ่…ฟื้นแล้ว!

บทที่ 46คุณหนูใหญ่…ฟื้นแล้ว!หลังจากเดินทางฝ่าลมหนาวมาเนิ่นนานนับเดือน รถม้าคันหรูของจวนสกุลลู่ก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูเมืองหลวงในยามเช้าตรู่ แสงแดดสีจางส่องลอดม่านหิมะโปรย ราวกับม่านหมอกสีเงินที่ปกคลุมเมืองหลวงให้ดูหนาวเหน็บยิ่งกว่าเคยรถม้าคันกลางที่บรรทุกลู่ชิงหรูที่นอนยังไม่ตื่นนั้นเงียบงัน ร่างของแม่นางนอนนิ่งไม่ไหวติงมาตลอดทาง ใต้ผ้าห่มหนา ดวงหน้านางซีดขาวราวกระดาษ เพราะแม่นมติ่งสั่งให้บ่าวใส่ยานอนหลับผสมในน้ำอย่างสม่ำเสมอ มิให้ได้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีก ตลอดทางนั้นนางไม่เคยได้ลืมตาด้วยสติของตนเองแม้เพียงครู่เดียวเมื่อเข้าสู่จวนสกุลลู่แล้ว ทั้งหมดก็ถูกแยกย้ายให้พักในเรือนหลังเก่าอันแยกออกมาจากเรือนใหญ่ชัดเจน โดยมีแม่นมติ่งเป็นผู้ดูแลทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียวขณะเดียวกัน ภายในเรือนหลังกว้างประดับหรูซึ่งเป็นที่พำนักของฮูหยินรองเวินซื่อ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้จันทน์ยังคงอบอวลทั่วห้อง ดวงตาเรียวยาวใต้คิ้วโก่งของเวินซื่อจ้องมองแม่นมติ่งที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างพินิจ“กลับมาพร้อมกันทั้งอี้เหยาและลูกสาวนางเช่นนั้นหรือ?!”น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงรังสีไม่พอใจชัดเจน แม่นมติ่งก้มหน้าลงต่ำ
Read more

บทที่ 47 ของพระราชทาน

บทที่ 47ของพระราชทาน“ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ! คุณหนูใหญ่…ฟื้นแล้ว!”ป้าเจาที่เพิ่งเช็ดน้ำตาให้คุณหญิงอี้เหยา หันขวับทันที ส่วนอี้เหยาเบิกตากว้างราวถูกแรงสะกิดจากสวรรค์ มือที่เคยกำเสื้อแน่นคลายออก ดวงใจที่หนักอึ้งพลันเต้นรัวอีกครา“เจ้าว่า…ชิงหรู…ฟื้นแล้วหรือ?”“เจ้าค่ะ! เมื่อครู่นี้บ่าวเพิ่งเข้าไปเปลี่ยนน้ำล้างหน้า ก็เห็นคุณหนูลืมตา”อี้เหยาไม่รอช้า คว้าชายแขนป้าเจาแล้วลุกขึ้นด้วยแรงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ดวงหน้าอันซีดเซียวพลันมีสีเลือดไหลเวียนขึ้นน้อย ๆ“ไป… รีบพาข้าไปดูนาง”สองสตรีผู้สูงวัยพากันพยุงกายเร่งไปยังห้องไม่ไกลที่ปิดเงียบมานานเป็นเดือน ภายในเรือน กลิ่นยาสมุนไพรยังอวลอยู่ในอากาศ ดวงตาที่เคยปิดสนิทเนิ่นนานคู่นั้น…บัดนี้กลับลืมขึ้นอย่างแผ่วเบาลู่ชิงหรูกะพริบตาถี่ ๆ ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วเบา ๆ ความมึนงงถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นที่ซัดกระหน่ำในหัว‘ที่นี่…ที่ไหนกัน…?’สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความแห้งผากในลำคอจนเจ็บเหมือนมีเศษกระดาษขูดอยู่“ข้า…ขอน้ำหน่อย”บ่าวผู้เฝ้าอยู่ข้างเตียงยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้อย่างเร็ว ลู่ชิงหรูจิบทีละน้อยด้วยท่าทีระวัง ไม่ทันไรเสียงฝีเท้าหนักเบาสองคู่ก็เร่งเข้
Read more

บทที่ 48 คุณหนูใหญ่ยอมจำนนแล้ว

บทที่ 48คุณหนูใหญ่ยอมจำนนแล้วภายในเรือนท้ายจวน บรรยากาศอึมครึม ลู่ชิงหรูที่เพิ่งฟื้นจากการหลับใหลยาวนาน ในตอนแรกยังอ่อนแรงจนแทบขยับตัวไม่ไหว แต่เพียงไม่นานหลังจากรู้ข่าวว่าน้องชายหายตัวไประหว่างที่นางหมดสติ และเรื่องที่เกิดขึ้นและที่ว่าสถานที่ไม่คุ้นตาแห่งนี้คือจวนสกุลลู่“ข้าจะไปตามหาอาหรง…!”น้ำเสียงแหบพร่าพร้อมกับร่างที่พยายามจะลุกจากเตียงในทันที หม้อยาต้มที่ตั้งอุ่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกระเด็นตกลงพื้นแตกกระจาย บ่าวสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาถือผ้าจะช่วยประคองรีบถอยหลังอย่างตื่นตกใจนางสาวเท้าเปล่าออกจากเรือน ไม่สนเสียงร้องห้าม แม้ร่างจะยังเซไปเซมาอย่างไม่มั่นคง แต่ก็ยังฝืนเดินตรงไปยังลานหน้าจวน พยายามหาทางหลบผู้คนที่มาขวาง หาทางออกเวินซื่อที่เพิ่งเสร็จจากการต้อนรับขบวนกงกงก็รีบตามมาด้วยสีหน้าเย็นชาปนรำคาญ ยืนอยู่หน้าประตูเรือน จ้องมองเด็กสาวในชุดสีซีดที่ยืนเซจะล้มแหล่อยู่ใต้แดดยามสายดวงตาของสตรีมากอำนาจนิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำกับองครักษ์ด้านข้าง“จับนางไว้ขัง อย่าให้วิ่งหนีออกไปได้”“อย่าแตะข้า!”เสียงตะคอกของลู่ชิงหรูดังก้อง นางหันไปปัดมือของบ่าวที่วิ่งเข้ามาใกล้ ร่างเล็กสะบัดจนอี
Read more

บทที่ 49 ข้าเกลียดนาง

บทที่ 49ข้าเกลียดนางลู่ชิงหรูนิ่งเฉยไม่สร้างเรื่องมาได้สามวันเต็ม เพราะนางต้องทำให้อีกฝ่ายตายใจช่วงเวลานั้นนางอดทนต่อคำพูดลอยลมของบ่าวในจวนที่ลอบซุบซิบนินทา พวกนั้นคิดเพียงว่าชิงหรูเป็นหนูใหญ่ที่ยอมจำนนแล้วในที่สุดแต่แท้จริงนางกำลังชำเลืองจับตามองทางเข้าออกแต่ละเรือนอย่างเงียบงัน จดจำลำดับการเฝ้ายาม เวรที่เปลี่ยนผลัด และทางหนีทีไล่ภายในจวนสกุลลู่ราวกับกลับไปสู่ชีวิตเดิมยามยังเป็นสายลับในชาติก่อนครั้นถึงวันที่สาม ข้าวของในห้องพักของนางไม่ถูกตรวจค้นอีก ประตูก็มิได้ล็อกจากภายนอกดังแต่ก่อน บ่าวที่เคยคอยจับตาก็เพียงส่งข้าวส่งน้ำตามหน้าที่ ก่อนจากไปโดยไม่แลตามองนางอีกช่วงสายวันนั้น ลู่ชิงหรูเดินออกจากเรือนอย่างสงบเสงี่ยม ท่าทีไม่ต่างจากบุตรสาวในจวนผู้หนึ่งที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย นางไม่ถือร่ม ไม่พาบ่าวติดตาม กระทั่งไม่ถือพัดบังแดด มือเรียวเปลือยเปล่าข้างลำตัวไร้เตาพกที่เจ้านายในจวนมีปลายทางของนางคือเรือนท้ายจวน...ซึ่งถูกจัดให้เป็นที่พักของอดีตฮูหยินใหญ่ อี้เหยา มารดาของนางนั่นเองเรือนหลังนี้เล็กและแยกออกไปจากตัวจวนใหญ่ ราวกับเป็นเพียงเรือนที่ทิ้งร้างสำหรับเก็บของมาก่อน การที่อี้เหยาถูกเ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status