บททั้งหมดของ เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม: บทที่ 51 - บทที่ 60

223

บทที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 2 : จากพนักงานบัญชีมาสวมร่างเป็นนักฆ่า หลายชั่วยามผ่านไป... ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่ห้วงสำนึกอย่างช้าๆ ราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าขาว นางคือนักฆ่าฝีมือฉกาจ ผู้ดับลมหายใจปลิดชีพผู้คนมานับไม่ถ้วน และนามของนางคือ ‘มู่หลาน’ ส่วน ‘มีนา’ คือตัวตนของนางในโลกที่จากมา... โลกที่นางเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง “ท่านหัวหน้า! เราต้องหนีกันแล้ว!” เสียงร้องเตือนจากลูกน้องสาวทำให้มู่หลานสลัดภวังค์ทิ้ง นางรีบพาร่างที่บาดเจ็บเร่งรุดหนีออกมาตามคำบอกทันที สายลมหวีดหวิวปะทะใบหน้า ความมืดรอบกายเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพติดตา มู่หลาน... หรืออดีตผู้ตรวจสอบบัญชีสาวในร่างใหม่ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง สองขาของนางกำลังก้าวทะยานไปบนยอดไม้อย่างแคล่วคล่อง พลิกตัวหลบคมอาวุธลับที่พุ่งตามมาประดุจห่าฝน ก่อนจะดีดตัวข้ามโขดหินสูงชันด้วยท่วงท่าเบาหวิวดุจปุยนุ่น ทั้งที่สมองของนางยังมึนงงและร้องประท้วงด้วยความหวาดเสียว แต่ร่างกายนี้กลับขยับไปเองตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาจนเข้ากระดูกดำ! ให้ตายเถอะ! ฉันทำแบบนี้ได้ยังไงกัน? ปกติแค่เดินขึ้นบันไดออฟฟิศเพียงสามชั้น นางก็หอบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 3 : ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเป็นนักฆ่ากัน! ใครจะไปเชื่อว่า... ในรังนักฆ่าที่มืดมนและอับชื้นประหนึ่งขุมนรกแห่งนี้ จะมีสวรรค์ชั้นย่อมซ่อนตัวอยู่ มู่หลานเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลอยล่องม้วนตัวขึ้นมาจากบ่อน้ำแร่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะลงไปในชั้นหิน กลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรป่าที่ถูกโรยไว้ ลอยมาแตะจมูกชวนให้จิตใจที่ปั่นป่วนสงบลงอย่างน่าประหลาด แสงเทียนที่จุดไว้ตามโขดหินส่องกระทบผิวน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ ตัดกับความมืดมิดภายนอกอย่างสิ้นเชิง “เชิญเจ้าค่ะหัวหน้า” ซูเจินผายมือเชิญ หลังจากช่วยเปลื้องชุดที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อออกจนหมดสิ้น มู่หลานค่อยๆ หย่อนกายลงในบ่อน้ำอุ่นจัด ความร้อนที่พอเหมาะโอบล้อมผิวกายที่หนาวเหน็บมาตลอดคืน ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อค่อยๆ คลายลงอย่างช้าๆ ราวกับว่าสายน้ำนี้กำลังชะล้างความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวให้มลายหายไปจากจิตวิญญาณ “อ่า...” นางเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว พิงศีรษะกับขอบหินเย็นเยียบแล้วหลับตาลง ซึมซับความสบายที่หาได้ยากยิ่งในสถานการณ์ความเป็นตายเช่นนี้ ทว่าช่วงเวล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 4 : นักฆ่าชั้นต่ำ... บังอาจแตะต้องคนของข้า แสงจันทร์นวลตา สาดส่องลงมากระทบยอดไม้ในป่าทึบ ทว่าไม่อาจส่องลอดผ่านกิ่งก้านหนาทึบลงไปถึงพื้นเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาสีดำหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ซุ่มเสียง มู่หลานในอาภรณ์สีดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาคู่คมปลาบที่วาววับท่ามกลางความมืด นางยืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เบื้องหลังมีซูเจินและนักฆ่าสาวฝีมือดีอีกสองนางหมอบต่ำกลืนไปกับเงามืด ทั้งหมดต่างเฝ้ารอคอยสัญญาณจาก ‘หัวหน้า’ อย่างใจจดใจจ่อ มู่หลานลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว สายตาจ้องเขม็งไปยังเป้าหมายเบื้องล่าง บ้านไม้ร้างผุพังตั้งตระหง่านอยู่กลางป่ารก หลังคามุงจากเปื่อยยุ่ย ฝาผนังที่โหว่จนเห็นแสงตะเกียงวูบไหวจากภายใน ดูราวกับภาพวาดที่จงใจจัดวางไว้เพื่อสร้างบรรยากาศวังเวง ช่างเป็นโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบเหลือเกิน... นางคิดประชดประชันในใจ เหมาะสำหรับเป็นหลุมศพของตัวประกอบเกรด B ในนิยายไม่มีผิด! เพียงแต่ว่า... ที่นี่ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ซีรีส์ และไม่มีผู้กำกับคอยสั่งคัท หากพลาดพลั้งคือนางต้องตายจริง เจ็บจริง “หัวหน้า...” ซูเจินกระซิบเร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 5 : เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก บรรยากาศหน้าเรือนร้างอันเงียบสงัด เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เพิ่งจะมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ “ขอบพระทัยท่านอ๋อง... ขอบพระทัยที่เสด็จมาช่วยชีวิตกระหม่อมได้ทันเวลาพะยะค่ะ!” ใต้เท้าเสิ่นทรุดกายลงโขกศีรษะกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งใจจนสุดพรรณนา ร่างท้วมยังคงสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำที่เพิ่งรอดพ้นจากคมเขี้ยวนักฆ่า ข้างกายคือฮูหยินและบุตรสาวที่โอบกอดกันร่ำไห้ด้วยความขวัญเสีย มืออันสั่นระริกของใต้เท้าเสิ่นรีบล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบม้วนเอกสารบัญชีลับออกมาส่งมอบให้แก่บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ราวกับมันเป็นถ่านร้อนที่พร้อมจะลวกมือหากถือไว้เนิ่นนานกว่านี้ “นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่กระหม่อมเพียรรวบรวมมา... เชิญท่านอ๋องรับไปเถิดพะยะค่ะ!” เดิมทีเขาตั้งใจจะเก็บมันไว้มอบแด่ฮ่องเต้ด้วยตนเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทว่าเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อครู่เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า ศัตรูมิตั้งใจจะปล่อยให้เขามีลมหายใจจนถึงรุ่งสาง หากมิได้ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ส่งยอดฝีมือมาคุ้มกันไว้ทัน เขาและครอบครัวคงกลายเป็นวิญญาณเฝ้าป่าไปเสียแล้ว จวิ้นเจี๋ยรั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 6 : ขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า เวลาผ่านพ้นไป... นับตั้งแต่ดวงวิญญาณของสาวออฟฟิศผู้เคราะห์ร้ายได้พลัดหลงเข้ามาอยู่ในร่างของยอดนักฆ่าสาวผู้นี้ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ ‘มู่หลาน’ ตระหนักได้แน่ชัดในยามนี้คือ... สวรรค์ยังคงมีเมตตาต่อนางอยู่บ้าง! หลังจากต้องทนซุกหัวนอนบนเตียงแข็งในถ้ำอันอับชื้น และขบเคี้ยวหมั่นโถวแห้งกรังประทังชีวิตมานานนับเดือน การได้เหยียบย่างเข้าสู่เมืองหลวงและแทรกซึมเข้ามาใน ‘หอหมื่นบุปผา’ แห่งนี้ สำหรับนางแล้วมันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตจากดินสู่ฟ้าโดยแท้จริง! เตียงกว้างที่หนานุ่มราวกับปุยนุ่น ผ้าห่มแพรไหมเนื้อละเอียดที่กรุ่นกลิ่นเครื่องหอมจรุงใจ และอาหารเลิศรสที่วางเรียงรายยั่วน้ำลายอยู่เบื้องหน้า... ฉันขอลาออกจากการเป็นนักฆ่า แล้วมาสมัครเป็นนางรำถาวรเลยได้ไหมเนี่ย! มู่หลานคร่ำครวญในใจด้วยความซาบซึ้ง อยากจะล้มตัวลงกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงนี้ไปตลอดกาล ทว่าติดตรงที่ภารกิจสำคัญ (และยาพิษในกาย) ยังคงค้ำคอเป็นโซ่ตรวนให้นางต้องเดินหน้าต่อ “พวกเจ้าสองคน... ช่างเป็นเพชรในตมโดยแท้!” เสียงอุทานด้วยความพึงพอใจของ ‘แม่เล้าจู’ เจ้าของหอหมื่นบุปผา ดังขึ้นหลังจากได้ชมการแสดงทดส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7: เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 7: ใครแพ้ต้องเห่าเหมือนหมา เสียงปรบมือเกรียวกราวและสุ้มเสียงโห่ร้องชื่นชมค่อยๆ แผ่วจางลง ยามที่ม่านไหมผืนหนาปิดตัวลงสนิทเพื่อสิ้นสุดการแสดง มู่หลาน ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทันทีที่พ้นจากสายตาผู้ชมบนเวที นางก็แทบจะโยนมาดนางพญาผู้สูงศักดิ์ทิ้งไปในทันที ไหล่บางห่อลงด้วยความเหนื่อยล้าเกินจะกล่าว การที่ต้องมานั่งกรีดนิ้วบนสายพิณ พร้อมกับปั้นหน้าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้บุรุษนับร้อยนี่มันช่างบั่นทอนกำลังกายยิ่งกว่าการกวัดแกว่งอาวุธเสียอีก! “หึ... แสดงได้มิเลวนี่” เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง มิต้องหันไปมองนางก็รู้ซึ้งว่าเป็นผู้ใด หงเหลียน เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มักใช้ประดับกายอยู่เป็นนิจ “ทว่า... สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการแสดงเห็นจะเป็นแขกผู้ทรงเกียรติในเขตพิเศษแถวหน้าสุดมากกว่า” หงเหลียนจีบปากจีบคอเอ่ย สายตาฉายแววท้าทายอย่างไร้ปิดบัง “ข้าเห็นนะ... อ๋องจวิ้นเจี๋ย เป้าหมายที่เจ้าเพิ่งจะทำภารกิจล้มเหลวมิเป็นท่า นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น” มู่หลานกรอกตามองบนด้วยความระอาในใจ... เออ เห็นแล้วย่ะ! “แล้วอย่างไร?”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8: เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 8: กล้าหนีข้าไปงั้นรึ วินาทีนั้น... เสียงรอบกายพลันเงียบงันราวกับกาลเวลาถูกหยุดนิ่ง ความหนาวเหน็บสายหนึ่งแล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นมาเกาะกุมดวงใจจนสั่นสะท้าน คำว่า ‘ความแตก’ วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดซ้ำไปซ้ำมาราวกับกงล้อที่มิอาจหยุดยั้ง แต่ทว่า... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนางสู้ชีวิตทำงานรวดเร็วยิ่งกว่าสติสัมปชัญญะ จะยอมรับไม่ได้เด็ดขาด! ขืนพยักหน้ายอมรับในยามนี้ เท่ากับนางเดินเข้าคุกหลวงด้วยเท้าตนเอง หรือมิเช่นนั้นอาจถูกบั่นคอทิ้งเสียตรงนี้ให้กลายเป็นผีเฝ้าหอ! มู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความตระหนก ปรับเปลี่ยนแววตาที่สั่นไหวให้กลายเป็นแววตาหวานเชื่อม หยาดเยิ้มไปด้วยจริตมารยาแห่งอิสตรีที่เพียรฝึกปรือมาจากสำนักโคมเขียว ริมฝีปากอิ่มสีชาดยกยิ้มยั่วยวน พลางขยับกายเข้าไปแนบชิดร่างสูงใหญ่อย่างใจกล้าบ้าบิ่น “ท่านอ๋องกล่าวอันใดหรือเจ้าคะ...” นางหัวเราะเสียงใส ฟังดูไร้เดียงสาปนขบขัน “นักฆ่ากระนั้นหรือ? มือของข้าน้อยนุ่มนิ่มเพียงนี้ วันๆ จับเป็นแต่พู่กันเขียนคิ้วและดีดสายพิณ... จะไปมีเรี่ยวแรงจับดาบไล่เข่นฆ่าผู้ใดได้เล่าเจ้าคะ” ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามแผงอกแกร่งของบุรุษต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 9 : ยอมตายเพื่อได้กลับไปโลกเดิม แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของหลังคาผุพัง ทอประกายจับฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศราวกับละอองเวทมนตร์ หากแต่สถานที่จริงกลับห่างไกลจากคำว่า ‘งดงาม’ ยิ่งนัก มู่หลาน ทรุดกายลงนั่งพิงเสาไม้ต้นเก่าอย่างหมดสภาพ เสียงหอบหายใจของนางดังประสานไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่กรีดปีกระงมทั่วบริเวณ หลังจากที่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจาก หอหมื่นบุปผา ราวกับสุนัขจนตรอก โดยมี ซูเจิน ติดตามมาด้วย ทว่าลูกน้องคนสนิทคู่ใจผู้นี้กลับยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความตื่นตระหนกได้ราวกับรูปปั้นหิน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ "ป่านนี้ที่หอคงกำลังโกลาหลวุ่นวายกันน่าดู..." มู่หลานพึมพำกับตนเอง พลางยกมือทาบอก อย่างน้อยนางก็ยื้อลมหายใจมาได้อีกหนึ่งวัน ยัยหงเหลียนนั่นบ้าบิ่นเกินกว่าที่นางคาดคิด ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? คงมิใช่ถูก อ๋องจวิ้นเจี๋ย จับตัวไปขังคุกแล้วหรอกนะ? แต่จะว่าไป ความวุ่นวายนั่นก็นับเป็นระฆังช่วยชีวิต นางกับซูเจินจึงอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีออกมาได้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย... และแน่นอนว่านางมิใช่คนโง่ที่จะหวนกลับไปให้แม่เล้าจูจับได้ หรือรอให้ท่านอ๋
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 10 : อย่าหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้ ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ท้องนภาถูกกลืนกินด้วยสีหมึกแห่งรัตติกาล เงาร่างบอบบางในชุดดำรัดกุมเคลื่อนไหววูบไหวไปตามแนวสันหลังคา จวนอ๋องจวิ้นเจี๋ย อย่างเงียบเชียบประดุจแมวขโมยตัวน้อยที่กำลังย่องเบาเข้าบ้านเศรษฐี มู่หลาน กัดฟันแน่นข่มความหวาดกลัวที่เต้นตุบๆ ในอก อาศัยความทรงจำและสัญชาตญาณดิบของร่างกายเจ้าของเดิม หลบหลีกสายตาเวรยามที่เดินตรวจตราอย่างเข้มงวดทุกฝีก้าว พลั่ก! ตุบ! เสียงกระทบของเนื้อและกระดูกดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทหารยามเคราะห์ร้ายสองนายที่เฝ้าอยู่หน้าประตูชั้นใน ถูกฟาดด้วยสันมือเข้าที่ท้ายทอยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ร่างหนาหนักร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแม้แต่ครึ่งคำ มู่หลานรีบลากร่างไร้สติของพวกเขายัดเข้าไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้หนาทึบ พลางปาดเหงื่อและระบายลมหายใจยาวเหยียด "ขอโทษนะพี่ชาย... นอนพักสักตื่นเถอะนะ" แม้วรยุทธ์ของร่างเดิมจะร้ายกาจถึงขั้นปลิดชีพคนได้ในชั่วพริบตา แต่จิตวิญญาณข้างในของนางยังคงเป็น สาวออฟฟิศยุค 2025 ผู้รักสงบและกลัวเลือด นางฆ่าคนไม่ลงจริงๆ อย่างมากสุดก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 11: เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 11 บทลงโทษของผู้บุกรุก ร่างสูงใหญ่ของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของมู่หลานขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย ราวกับนางเป็นเพียงปุยนุ่นที่ไร้น้ำหนัก ฤทธิ์ของ 'โอสถลวงใจ' ที่เขายัดเยียดให้นางกลืนลงไปกำลังแผลงฤทธิ์อย่างบ้าคลั่ง สติสัมปชัญญะของนางเริ่มพร่าเลือน ผิวกายขาวผ่องร้อนผ่าวและแดงระเรื่อราวกับจับไข้ "ปล่อย... ปล่อยข้านะ..." มู่หลานพยายามฝืนแรงทุบตีไหล่กว้างของเขา แต่มือไม้กลับไร้เรี่ยวแรงดั่งคนเมาหมัด กำปั้นน้อยๆ ที่เคยล้มบุรุษร่างยักษ์ได้ในหมัดเดียว บัดนี้กลับดูเบาหวิวคล้ายการหยอกล้อของคู่รักเสียมากกว่า "เก็บแรงอันน้อยนิดของเจ้าเอาไว้เถิด..." จวิ้นเจี๋ยกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ขณะเดินตรงดิ่งไปยังเตียงกว้างหลังใหญ่ "เพราะคืนนี้... เจ้ายังต้องใช้มันอีกเยอะ" ตุบ! ร่างบางถูกวางลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ทะนุถนอมนัก ความนุ่มนิ่มของเตียงที่นางเคยโหยหาและใฝ่ฝัน... บัดนี้กลับเปรียบเสมือน แท่นประหาร ที่คอยตรึงนางไว้มิให้หนีไปไหนได้ ไม่รอให้ตั้งตัว จวิ้นเจี๋ยตามลงมาทาบทับทันที กักขังนางไว้ใต้ร่างกำยำที่แผ่ไอร้อนระอุออกมาไม่แพ้กัน "ท่านมัน... คนสารเลว..." มู่หลาน
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
23
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status