บททั้งหมดของ เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม: บทที่ 61 - บทที่ 70

223

บทที่ 12 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 12 : ทางเลือกของเชลยสาว หลังจากถูกเหล่าสาวใช้จับขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดหมดจด พรมน้ำหอมกลิ่นบุปผาจนหอมฟุ้งไปทั่วเรือนร่าง มู่หลาน ในอาภรณ์ผ้าไหมสีกลีบบัวเนื้อดี ที่ขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูนวลเนียนตา ก็ถูกพาเดินลัดเลาะระเบียงทางเดินยาวเหยียด มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายเคร่งขรึมและทรงอำนาจ 'ห้องทรงอักษร' ของอ๋องจวิ้นเจี๋ย ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านธรณีประตู กลิ่นหอมเย็นๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสานกับกลิ่นไม้จันทน์หอมอวลจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก สร้างความรู้สึกสงบแต่กดดันในคราเดียว ภายในห้องกว้างขวางถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าหรูหราสมฐานะ ชั้นหนังสือไม้สักทองสูงจรดเพดานเรียงรายเต็มผนัง อัดแน่นไปด้วยตำราเก่านับหมื่นเล่ม โต๊ะทรงงานทำจากไม้พะยูงดำมันวับตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ด้านหลังโต๊ะคือฉากกั้นไม้แกะสลักลวดลาย 'พยัคฆ์ลงเขา' ที่ดูดุดันราวกับมีชีวิต บุรุษผู้เป็นเจ้าของห้องนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะ บนโต๊ะมีม้วนกระดาษวางเรียงราย เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา เขาจึงวางพู่กันในมือลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาพึงพอใจ "งดงาม..." เขาเอ่ยชม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13: เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 13 งานบนเตียงหนักยิ่งกว่างานแบกปูน กาลเวลาผันผ่านราวกับสายน้ำไหล... เผลอเพียงครู่เดียว เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปกว่าสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ มู่หลาน ตกปากรับคำยอมทำสัญญา 'แลกเปลี่ยน' เพื่อแลกกับลมหายใจและอิสรภาพ (ในกรงทอง) ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย นั้นชัดเจนมาตั้งแต่ต้น... มันคือผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไร้ซึ่งพันธะทางใจ และไม่มีสิ่งใดให้ต้องรู้สึกหวั่นไหว... อย่างน้อยนางก็พยายามบอกตัวเองเช่นนั้น มู่หลานกวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนพักส่วนตัวอันโอ่อ่าภายในจวนอ๋อง บัดนี้นางมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถวิลหาเมื่อยามหลุดเข้ามาในยุคโบราณใหม่ๆ ... เตียงนอนบุฟูกหนานุ่มดุจปุยเมฆ อาหารรสเลิศครบสามมื้อโดยไม่ต้องแย่งชิง และที่สำคัญที่สุด คือนางไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายเปื้อนเลือดฆ่าฟันผู้ใดเหมือนเมื่อก่อน นางพึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ในตอนนี้... พอใจจนน่าใจหาย เหล่าข้ารับใช้และบ่าวไพร่ในจวนต่างรู้ดีว่า นางคือ 'คนโปรด' ของท่านอ๋อง แม้จะไม่มีตำแหน่งเป็นทางการ แต่ทุกคนต่างยำเกรงและนอบน้อม เพราะไม่เคยมีสตรีหน้าไหนได้รับอนุญาตให้ปรนนิบัติใกล้ชิดท่านอ๋องถึงเพียงนี้มาก่อน ข่าวลือหนา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 14 แสงตะวันยามสายสาดส่องลงมากระทบแนวหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตของร้านรวงในเมืองหลวง สะท้อนประกายระยิบระยับล้อแสงแดดราวกับเกล็ดมังกรที่กำลังเริงระบำ นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มู่หลาน ถูกแต่งตั้ง (แกมบังคับ) ให้ดำรงตำแหน่ง 'องครักษ์ส่วนตัว' ที่นางได้รับอนุญาตให้ออกมาเปิดหูเปิดตาเดินดูโลกภายนอก ...แม้จะต้องเดินตามหลังเขาต้อยๆ ในฐานะผู้ติดตามก็ตามเถอะ ดวงตากลมโตภายใต้หมวกสานปีกกว้างกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ 'ตลาดตงซื่อ' ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดและเจริญที่สุดในเมืองหลวงช่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่วางขายสินค้านานาพรรณ ตั้งแต่ผ้าไหมเนื้อดีจากแดนใต้ เครื่องเคลือบดินเผาลวดลายวิจิตรบรรจง เครื่องเทศที่ส่งกลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงขนมหวานนานาชนิดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าแข่งกับเสียงดนตรีเปิดหมวก ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ โอ้โห... นี่มัน สยามพารากอน เวอร์ชันจีนโบราณชัดๆ! มู่หลานลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก เมื่อเดินผ่านร้านซาลาเปาไส้หมูแดงที่ควันฉุย นางอยากจะแวะซื้อสักลูกมาประทังความหิว แต่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 15 ทันทีที่ล้อรถม้าบดเบียดกับพื้นหินหน้าจวนอ๋องจนหยุดสนิท บรรยากาศภายในจวนดูเคร่งขรึมขึ้นทันตา พ่อบ้านชราและเหล่าบ่าวไพร่ที่ตั้งแถวรอรับเสด็จต่างพากันก้มหน้ามองพื้นต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ที่กำลังประคองร่างของแม่นางมู่หลานลงจากรถม้าอย่างทะนุถนอม มู่หลานก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความขัดเขิน ยิ่งเขาแสดงออกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกับนางต่อหน้าธารกำนัลมากเท่าไหร่ นางยิ่งวางตัวไม่ถูกมากเท่านั้น นางพยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุมของเขาเบาๆ "หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ..." นางกระซิบเสียงอ้อมแอ้ม ยอมรับตามตรงว่าการต้องมาอยู่เคียงข้างเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ ทำให้นางประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ยิ่งบางครั้งเผลอพูดจาห้วนๆ ไร้สัมมาคารวะกับเขาไปด้วยความเคยชิน แต่ก็นับว่าเป็นโชคมหาศาลที่จวิ้นเจี๋ยไม่เคยถือสาหาความ จวิ้นเจี๋ยกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์... แปลกนัก ยิ่งนางพยายามผลักไสหรือขัดขืน เขากลับยิ่งอยากเอาชนะและดึงนางเข้ามาให้แนบชิดกว่าเดิม พรึ่บ! "ว้าย!" มู่หลานหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงสง่าก็ช้อนร่างของนางลอยหวือขึ้นจากพื้นใน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 16 ณ เรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่บริเวณท้ายจวนอ๋อง... บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด วังเวง ทว่าแฝงไปด้วยความตึงเครียดเข้มข้นจากบรรดา 'องครักษ์เงา' ฝีมือฉกาจนับสิบชีวิตที่ซ่อนเร้นกายอยู่ตามมุมมืดและแมกไม้ คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยดุจตาข่ายฟ้าที่ไม่มีวันยอมให้มดสักตัวเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้ มั่วเหยียน วางร่างที่ไร้สติของ ซูเจิน ลงบนเตียงตั่งอย่างระมัดระวังตามบัญชาของท่านอ๋อง ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกบ่าวรับใช้หญิงเข้ามาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และเช็ดตัวให้แก่นาง เพื่อชำระล้างคราบโลหิตและฝุ่นโคลนจากการต่อสู้เสี่ยงตายเมื่อครู่ เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปมอดไหม้... เมื่อสาวใช้จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและถอยฉากออกไปอย่างรู้งาน มั่วเหยียนจึงก้าวเท้าหนักแน่นกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์สีดำสนิท ยืนกอดอกพิงเสาไม้ต้นใหญ่ที่มุมห้อง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองไปยังสตรีที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงไม่วางตา บัดนี้... คราบเพชฌฆาตเปื้อนเลือดได้เลือนหายไปจนสิ้น... หลงเหลือเพียงดรุณีน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณขาวซีดทว่านวลเนียนดุจหิมะแรกฤดู อาภรณ์สีอ่อนสะอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 17 เงาร่างสูงใหญ่ของ มั่วเหยียน ยืนนิ่งสงบจนแทบจะกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล ที่ระเบียงด้านนอกเรือนไม้หลังเล็ก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและสม่ำเสมอจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและคำสัตย์สาบานระหว่างสตรีสองนางในห้อง ลอดผ่านผนังไม้บางๆ เข้ามาสู่โสตประสาทของยอดฝีมือเช่นเขาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ... ทุกประโยคที่พวกนางเอื้อนเอ่ย... ปราศจากแผนการร้าย... ไร้ซึ่งความอาฆาตมาดร้ายต่อนายเหนือหัว... มีเพียงความรัก ความผูกพันอันลึกซึ้ง และคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นว่า 'จะอยู่และตายพร้อมกัน' หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งแกร่งดุจศิลา จากการกรำศึกและฆ่าฟันผู้คนมาครึ่งค่อนชีวิต กลับรู้สึกสั่นไหวอย่างประหลาด ความภักดีที่ยอมแลกด้วยชีวิต... ช่างเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและน่าสะเทือนใจนักในยุทธภพที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง มั่วเหยียนหลับตาลงชั่วครู่ ขับไล่ความรู้สึกอ่อนไหวที่ไม่ควรมีทิ้งไป ก่อนจะเร้นกายหายวับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ห้องทรงอักษรเพื่อรายงานนายเหนือหัว ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงัด มีเพียงเสียงเปลวเทียนปะทุเบาๆ อ๋องจวิ้นเจี๋ย นั่งฟังรายงานจากหัวหน้าองครักษ์คนสนิทด้ว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 18 มู่หลานก้าวเท้าเดินออกมาจากเรือนไม้หลังเล็กอย่างเชื่องช้า... ราวกับวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่าง ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนทางเดินหินขรุขระ ช่างหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วพันชั่งมาถ่วงขาเอาไว้ สมองของนางเอาแต่วนเวียนคิดถึงคำพูดของซูเจิน และความลับสวรรค์ที่นางเพิ่งได้รับรู้มาหมาดๆ นางพยายามจะแค่นหัวเราะออกมา... พยายามคิดเสียว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขัน เป็นพล็อตนิยายแฟนตาซีสุดเพี้ยนที่นางบังเอิญหลุดเข้ามาเจอ แต่ทว่า... ภายในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทง ความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้นางตาสว่างวาบ... สิ่งที่ อ๋องจวิ้นเจี๋ย ปฏิบัติต่อนางมาโดยตลอด... ความหวงแหนที่แสดงออก... ความเอาใจใส่ในยามเจ็บป่วย... หรือแม้แต่อ้อมกอดที่อบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่นั้น... ทั้งหมดทั้งมวล... มิใช่เพราะความรัก หรือความพิศวาสในตัวนางแต่อย่างใด มันเป็นเพียงเพราะ 'ผลประโยชน์' ล้วนๆ เขาแค่ต้องการร่างกายของนางเพื่อรักษาพิษร้ายของตนเอง... นางเป็นเพียง 'ยาถอนพิษที่มีชีวิต' ที่เขาจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ทิ้งขว้างไม่ได้... ก็เท่านั้นเอง "โง่จริงมู่หลาน... เธอนี่มันโง่บัดซบ" นางพึมพำด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 19 บรรยากาศภายในห้องหนังสืออันกว้างขวางในยามสาย ช่างน่าอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "เคร้ง!" เสียงวัตถุกระทบแท่นหินดังสนั่น อ๋องจวิ้นเจี๋ย กระแทกพู่กันราคาแพงในมือลงบนแท่นฝนหมึกอย่างแรงด้วยโทสะ จนน้ำหมึกสีดำสนิทสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษราชการจนเสียหาย ความหงุดหงิดงุ่นง่านที่สะสมมาหลายวัน เริ่มพุ่งสูงขึ้นจนแตะขีดสุดประดุจลาวาที่พร้อมปะทุ สายตาคมกริบตวัดมองสตรีในชุดองครักษ์สีดำทะมัดทะแมง ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างๆ มู่หลาน ยืนหลังตรงแน่ว แผ่นหลังเหยียดตึง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ราวกับนางไม่ได้อยู่ที่นั่น หลายวันมานี้... นางทำตัวเหมือน 'ตุ๊กตาไร้จิตใจ' ไม่มีผิด! แม้แต่ยามค่ำคืน... ยามร่วมอภิรมย์บนเตียงที่เขามอบความเร่าร้อนให้ถึงเพียงไหน นางก็ตอบสนองเพียงแค่ร่างกาย... แต่ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่า ล่องลอย และไร้ความรู้สึก นางยืนอยู่ข้างกายเขาแท้ๆ ... ใกล้จนสัมผัสลมหายใจได้ แต่เขากลับรู้สึกว่านางอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ราวกับนางได้ขังจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ในที่ที่เขาเอื้อมมือไปไม่ถึง ความห่างเหินนี้... มันช่างกวนใจเขาจนทำงา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 20ณ ศาลาริมน้ำอันวิจิตรตระการตาภายในอุทยานหลวงสายลมยามบ่ายพัดผ่านกอไผ่และใบบัวในสระ ส่งเสียงเสียดสีกันแผ่วเบาราวกับดนตรีธรรมชาติ กลิ่นหอมกรุ่นของชาชั้นดีลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้ในสวน บรรยากาศในศาลาเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและอบอุ่น ซึ่งหาได้ยากยิ่งในราชสำนักที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทว่า... สำหรับสามพี่น้องสายเลือดมังกรแห่งราชวงศ์สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัว ที่พวกเขาจะได้ปลดปล่อยหัวโขนอันหนักอึ้ง และพูดคุยกันประสาพี่น้องร่วมสายเลือดโดยไม่ต้องระแวดระวังภัยองค์รัชทายาท พี่ชายคนโต ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม นั่งจิบชาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความสุขสงบ มือข้างหนึ่งถือพู่กันตวัดเขียนบทกลอนรักหวานซึ้ง เพื่อเตรียมนำไปมอบให้แก่พระชายาคู่ทุกข์คู่ยากถัดไปไม่ไกลคือ อ๋องจวิ้นอวี้ น้องชายคนเล็ก ผู้มีนิสัยมุทะลุและเอาแต่ใจ เขานั่งพิงเสาไม้แดงด้วยท่าทีเกียจคร้าน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย แต่มุมปากกลับยกยิ้มจางๆ อยู่ตลอดเวลา นิ้วเรียวยาวหมุน 'ปิ่นปักผมหยกขาว' เล่นไปมา... ปิ่นราคาแพงที่เขาเพิ่งแอบซื้อเตรียมไว้ง้อพระชายาจอมพยศของตนและสุดท้าย... อ๋องจ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 21 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ

บทที่ 21รัตติกาลนี้... นครหลวงอันยิ่งใหญ่ไร้ซึ่งความมืดมิดทั่วทั้งท้องถนนและตรอกซอกซอยน้อยใหญ่ ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟกระดาษหลากสีสันนับหมื่นดวง แสงสีแดง ส้ม เหลือง นวลตา ส่องสว่างแข่งกับแสงจันทร์เพ็ญบนฟากฟ้า ราวกับมีธารดาราไหลรินลงมาอาบไล้โลกมนุษย์ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความฝันกลิ่นหอมหวานของถังหูหลู (พุทราเคลือบน้ำตาล) ขนมแป้งทอด และของกินเล่นนานาชนิดลอยอบอวลไปในอากาศ ผสมผสานกับเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงแว่วหวาน และเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของผู้คนนับหมื่นที่หลั่งไหลกันออกมาเฉลิมฉลอง เทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ)บรรยากาศช่างคึกคัก มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยกลิ่นอายสีชมพูแห่งความรัก ของเหล่าหนุ่มสาวที่ออกมาเดินชมโคมไฟเคียงคู่กัน เพื่ออธิษฐานขอพรเรื่องความรักทว่า... ความงดงามตระการตาของแสงโคมไฟทั้งเมืองหลวง กลับดูหมองหม่นและจืดชืดลงไปถนัดตา...เมื่อเทียบกับสตรีผู้หนึ่ง ที่กำลังก้าวเท้าเรียวงามเดินออกมาจากรถม้าคันหรูของจวนอ๋องมู่หลาน ในค่ำคืนนี้... มิใช่นักฆ่าชุดดำผู้เปื้อนเลือด หรือองครักษ์หน้านิ่งในชุดบุรุษทะมัดทะแมงอีกต่อไปนางถูกเหล่าสาวใช้รุมจับแปลงโฉมจนงดงามปานเทพธิดาจำแล
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
56789
...
23
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status