ไฟปรารถนา พร่าผลาญหัวใจ의 모든 챕터: 챕터 11 - 챕터 20

74 챕터

บทที่ 10

มนสิชามองบ้านที่มีแต่ความทรงจำระหว่างเธอกับพ่อ เมื่อศรันย์ต้องไปนอนอยู่โรงพยาบาล บ้านที่เคยดูอบอุ่นสำหรับเธอ บัดนี้กลับเศร้าหมองเหลือเกิน ส่วนวิจิตรานั้นหายไปตั้งแต่วันที่ได้เงินหนึ่งแสน ไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมหรือโทรถามไถ่อาการศรันย์เลยสักนิดขาเรียวสวยก้าวลงจากแท็กซี่พร้อมกับกระเป๋าเดินทางซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวของเธอ มนสิชามองคอนโดมิเนียมหรูที่เธอพึ่งได้เข้าไปเหยียบมาเมื่อวาน และวันนี้ต้องกลับมาที่นี่อีก ด้วยความที่ไม่รู้เบอร์ติดต่อของดนย์ จึงต้องนั่งรออยู่โซฟาบริเวณโถงกลางที่ทางคอนโดจัดไว้ให้แขกนั่งพักหนึ่งชั่วโมงผ่านไป มนสิชาที่เผลอหลับสนิท รู้สึกเหมือนใครมาสะกิดปลุกให้ตื่น“ตื่น!”เธอรู้สึกหงุดหงิดเพราะกำลังนอนหลับสบาย แต่เมื่อเห็นว่าคนที่มาปลุกคือดนย์ สมองและสองขารีบทำงานทันที “คุณ” หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นจากท่านอนมาเป็นท่านั่ง“มานอนอะไรตรงนี้” ดนย์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยใบหน้าที่ดูเงียบขรึมเหมือนผีดิบของดนย์ ทำให้มนสิชานึกกลัว “มารอคุณ”“แล้วทำไมไม่โทรหา”“ฉันไม่มีเบอร์ของคุณ จะโทรหาคุณได้ไง”“งั้นตามมา” ดนย์รู้สึกหัวเสียนิดๆ ที่แม่ตัวดีมานอนเป็นอาหารตาให้ผู้ชายที่เดินผ่านไปผ่า
더 보기

บทที่ 11

หัวใจของมนสิชากระตุกวูบ พ่อพูดราวกับว่ากำลังสั่งเสียเพื่อเตรียมตัวจากไปในที่ไกลแสนไกล ที่ที่เธอไม่อาจไปถึง “พ่อจ๋า.. ม่อนสัญญา ม่อนจะไม่ทิ้งการเรียน และม่อนจะดูแลตัวเองให้ดี ม่อนเก่งเหมือนพ่อ” เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้าง แต่ทว่าข้างในร้องไห้จนน้ำตาแทบไม่มีจะไหลแล้ว มันรวดร้าวและเจ็บปวดเหลือเกิน..“ดีแล้วลูก.. พ่อขอโทษที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่ลูกประสบความสำเร็จ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ดูแลรักษาเนื้อรักษาตัว จำเอาไว้นะ ความรักของพ่อกับแม่จะอยู่กับม่อนตลอดไป”ใบหน้าของศรันย์อิ่มใสเหมือนคนป่วยที่ใกล้จะหาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอแสงอบอุ่น มนสิชาจ้องมองมันเนิ่นนานอย่างพยายามบันทึกลงไปในความทรงจำว่าดวงตาคู่นี้ของพ่อเธอนั้นอบอุ่นเพียงไหน “พ่อจ๋า ม่อนรักพ่อนะ” มนสิชากราบที่อกพ่อ ก่อนจะโอบกอดศรันย์หลวมๆ ด้วยกลัวว่าพ่อจะเจ็บ“พ่อก็รักม่อน นายช่างใหญ่ของพ่อ”“ม่อนจะเป็นนายช่างใหญ่ ม่อนจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบและทำฝันของตัวเองให้สำเร็จให้ได้ ม่อนสัญญา”“พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อทำได้”หลังจากใช้เวลาอยู่กับพ่อจนถึงห้าโมงเย็น หญิงสาวก็ขอตัวกลับ กว่าจะถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม เพราะระยะทางจากโรงพยาบาลมาที่บ้า
더 보기

บทที่ 12

ดนย์มองกลีบปากอวบอิ่ม ที่มันช่างเย้ายวนตาเขาเหลือเกิน จนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบ“อือ..” มนสิชารู้สึกตัวตื่นเพราะโดนคนขโมยจูบ เธอรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ เพราะจูบที่เขาปรนเปรอให้ช่างอ่อนหวานและนุ่มนวลเสียเหลือเกิน เนิ่นนานหลายนาทีดนย์จึงถอนริมฝีปากออกมนสิชารีบลุกขึ้นและวิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันทีเพราะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกดนย์มองกิริยานั้นแล้วยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว “ยัยเด็กบ้า”เวลาเกือบสองเดือนแล้วที่มนสิชามาอยู่กับดนย์ หญิงสาวใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน เช้าไปโรงพยาบาล เย็นๆ หลังจากพยาบาลพิเศษมาแล้ว เธอก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ ‘นางบำเรอ’ ให้เขา“เดี๋ยวสิ มากินข้าวด้วยกันก่อน” ดนย์เอ่ยเรียกหญิงสาวที่กำลังจะออกจากบ้านมนสิชาเดินมานั่งโต๊ะ และรับประทานอาหารกับเขา ดนย์จึงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจออกไปข้างนอกทุกวัน “เธอจะไปไหนเหรอ” ถึงแม้จะอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมนสิชาเลย ตลอดเวลาสองเดือนมานี้ เห็นเพียงแค่ว่าหญิงสาวรีบออกจากบ้านไปแต่เช้า และกลับมาตอนเย็นๆ แต่เธอก็ไม่เคยบอกเขาว่าไปไหนหรือไปทำอะไร“ไปธุระค่ะ”มนสิชาตอบแค่นั้น โดยไม่ได้ขยายค
더 보기

บทที่ 13

“ปะ..เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน เรียกก็ไม่ได้ยิน”“เออคือ..” ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา ปากอุ่นๆ ของดนย์ก็ประกบลงมาชิมปากหวานล้ำก่อนเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มลงช้อนร่างอรชร และวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แต่ก่อนที่ไฟปรารถนาจะโหมกระหน่ำทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์ของมนสิชาก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวแปลกใจมาก ว่าใครโทรมาเวลานี้ เธอจึงเบี่ยงตัวออกจากร่างของดนย์ที่ทับอยู่บนตัวเธอ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะปลายข้างเตียงขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกดรับด้วยใจที่กลัวกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับศรันย์‘สวัสดีค่ะพี่อ้อย’ หญิงสาวกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ และเงียบฟังสิ่งที่ปลายสายพูด เมื่อพยาบาลอ้อย พยาบาลพิเศษที่เธอจ้างมาดูแลพ่อพูดจบ พลันโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น เพราะมือของหญิงสาวบัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง“ม่อนๆ ..” ดนย์เขย่าเรียกให้มนสิชาที่นั่งนิ่งเหมือนคนช็อกไป ให้ได้สติ“คุณดนย์คะ ตอนนี้ฉันขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ” มนสิชาส่งสายตาขอร้อง และยกมือไหว้ ดนย์รีบจับมือที่หญิงสาวยกไหว้เขาลง และดึงเธอเข้ามากอด“เธอเป็นอะไร บอกฉัน
더 보기

บทที่ 14

แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปลุกให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีรู้สึกตัวตื่น ข้างกายของเธอเป็นหมอนข้างที่ดนย์คงจะนำมาให้เธอก่ายกอดแทนตัวเขาซึ่งมักจะตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เสมอมนสิชารีบไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง เพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ดนย์เหมือนเช่นทุกเช้าตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ศรันย์จากไป เช้าวันนี้ก็เช่นกัน เจ้าหล่อนมาช่วยมะลิและป้าสมรที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่“ให้หนูช่วยนะคะ”“อุ๊ย! ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณม่อน” ถึงแม้เจ้านายหนุ่มจะไม่ได้บอกว่ามนสิชามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แต่ทั้งป้าสมรและมะลิก็พอจะรู้ ด้วยว่ามะลิต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของดนย์และมนสิชาทุกวัน สาวใช้ประจำบ้านที่เห็นเตียงนอนห้องดนย์ตึงเปรี๊ยะเหมือนกับไม่เคยมีใครนอน ต่างกับเตียงที่ห้องมนสิชา ซึ่งยับยู่ยี่ราวกับผ่านสงครามมายังไงยังงั้น ทีแรกมะลิเองก็ไม่แน่ใจ แต่หลังๆ มาเริ่มเห็นดนย์ออกจากห้องของมนสิชาในตอนเช้าบ่อยๆ ก็เริ่มแน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาแน่นอน“ให้ม่อนช่วยเถอะค่ะ ม่อนอยู่เฉยๆ กินแรงพี่มะลิกับป้าสมร ม่อนรู้สึกเกรงใจ”ความขี้เกรงใจและความไม่
더 보기

บทที่ 15

“อร๊าย!” หญิงสาวตกใจที่โดนรวบกอดจากด้านหลัง“คิดถึงจัง”“คิดถึงอะไรคะ เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน” มนสิชางงเพราะจู่ๆ ชายหนุ่มก็มาเป็นอารมณ์เหมือนคนหื่นแทนตาลุงขี้เก๊กแบบเมื่อกี้“คิดถึงกอด แล้วก็คิดถึงจูบ” ดนย์หมุนร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วจุมพิตชิมปากหวานของเธออย่างโหยหา กลิ่นสบู่เด็กที่มนสิชาชอบใช้ กระตุ้นให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่านได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ทัน ใบหน้าที่แดงซ่านช่างดูน่ารักยิ่งนัก เขากำลังหลงเด็กหรือนี่“คุณดนย์อะ ทำอะไรก็ไม่รู้” มนสิชารีบซุกหน้าลงที่อกแกร่ง เพื่อหลบสายตาหวานเชื่อมยามที่เขามองมายังเธอ“ก็หนูม่อนน่ารัก จนฉันอดใจไม่ไหวนี่”ดนย์เรียกเธอว่าหนูม่อน ตามที่เธอบอกให้ป้าหมอนเรียก ทำให้หญิงสาวยิ่งเขินเข้าไปอีกยังไม่ทันที่มนสิชาจะเอ่ยอะไรออกมา คำพูดของเธอก็โดนกลืนด้วยปากอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว ดนย์ถอนจูบออกจากปากหวานล้ำ แล้วเลือนริมฝีปากลงมาสำรวจที่ซอกคอขาวของสาวเจ้า มือหนากวาดเอกสารบนโต๊ะทำงาน แล้วอุ้มมนสิชาขึ้นนั่ง จัดท่าจัดทางแล้วพาเธอไปวิ่งเล่นบนทุ่งดอกไม้แสนหวานที่หญิงสาวพึ่งเคยพานพบ“คุณดนย์! ม
더 보기

บทที่ 16

มนสิชาตกใจที่จู่ๆ ดนย์ซึ่งมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้ากระชากแขนเธอ จนหญิงสาวต้องลุกขึ้นยืนข้างๆ เขา “อะไรกันคุณดนย์!”“กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้”ศิวัฒน์ที่ไม่รู้ว่าดนย์เป็นใคร และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมนสิชายังไงยังงั้น “อะไรกันคุณ ปล่อยม่อนเดี๋ยวนี้นะ”“อย่าเสือก!!”ถ้อยคำผรุสวาทที่ดนย์พูดออกมาทำให้มนสิชาเหลืออด อะไรกัน เขาทำเหมือนกับว่าเธอไปทำอะไรผิด“คุณดนย์! กรุณาสุภาพกับเพื่อนฉันด้วย”“ทำไมฉันต้องสุภาพกับมันด้วย ไม่จำเป็น!”“งั้นถ้าคุณไม่สามารถทำตัวเป็นคนที่มีมารยาท หรือสุภาพกับคนอื่นได้ มาทางไหน เชิญคุณกลับไปทางนั้นเลยค่ะ”ดนย์โกรธที่มนสิชาปกป้องศิวัฒน์ ชายหนุ่มจึงดึงแขนเจ้าหล่อนแล้วพาเดินออกจากร้าน ศิวัฒน์เห็นดังนั้นรีบเดินตามไปทันที“คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ”“อย่ามายุ่ง! เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว”ศิวัฒน์โกรธมากเมื่อได้ยินดนย์พูดเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีของมนสิชา จะเป็นไปได้ยังไง ที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนในฐานะแฟน คนที่ใกล้ชิดกับมนสิชาที่สุดก็คือเขา แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใคร“ม่อน! ไม่จริงใช่ไหม” ศิวั
더 보기

บทที่ 17

“เหอะ! แล้วที่นอนเอากับฉันทุกคืนเรียกว่าอะไร อ้อ! ลืมไป นางบำเรอสินะ งั้นตอนนี้เธอก็ทำหน้าที่เลยเป็นไง” ดนย์พูดจบแล้วช้อนร่างของหญิงสาวอุ้มพาเข้าบ้านไป“ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่มีอารมณ์จะมีเซ็กซ์กับคุณตอนนี้”“อย่ามาเล่นตัว ฉันจ่ายให้พวกเธอไปตั้งครึ่งล้าน!” ทันทีที่วางมนสิชาลงบนเตียง เขาก็ขึ้นคร่อมร่างบางของหญิงสาว แล้วโหมกระหน่ำรสจูบที่รุนแรงราวกับไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างใส่เธอทันทีเพลงรักครั้งนี้ของดนย์รุนแรงจนมนสิชารู้สึกว่าเขากำลังลงโทษเธอ เมื่อทุกอย่างเดินมาใกล้สุดทางแล้ว หญิงสาวจึงร้องเตือนเขาให้ใช้เครื่องป้องกันก่อนเหมือนทุกครั้ง "คุณดนย์ ใส่ถุงยางก่อนค่ะ"ดนย์ชะงักเมื่อได้ยินมนสิชาพูดเช่นนั้น เขาเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหล่อนรังเกียจ จึงทำในสิ่งตรงกันข้ามกับที่เธอบอก“ไม่! ทำไมฉันต้องใส่ด้วย”พูดจบเขาก็โหมกระหน่ำไฟรักมาแผดเผามนสิชาจนหญิงสาวรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะไหม้เป็นจุณ เมื่อทุกอย่างจบลงไฟเหลือเพียงแค่ควันกรุ่นๆ อารมณ์ของดนย์ก็คล้ายจะคลายลงเช่นกัน ความรู้สึกผิดจึงเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธเมื่อสักครู่ แต่ความปากหนักยังมีมากกว่า จึงไม่ได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกไปหลายวันแล้
더 보기

บทที่ 18

“คุณดนย์เธอโทรมาบอกว่าลืมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้วันนี้น่ะค่ะ รบกวนคุณม่อนเอาไปให้เธอที่บริษัทด้วยนะคะ”“ได้ค่ะ ม่อนขอเก็บของแป๊บนะ”“เออ... คุณคะ” มนสิชาเรียกคนที่กำลังนั่งทำงานอยู่เลขาฯ สาวหันหน้าขึ้นมา มองเห็นหญิงสาวที่เธอเคยเจอครั้งหนึ่งแล้วที่ห้างฯ เมื่อครั้งที่ไปพบลูกค้ากับเจ้านาย และได้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ที่เป็นต้นเหตุให้เจ้านายของเธออาละวาดและเกเรงานช่วงบ่ายของวันนั้น ทั้งๆ ที่ปกติดนย์ไม่เคยทิ้งงานเลย ขนาดช่วงที่เตรียมงานแต่ง ยังสนใจงานบริษัทมากกว่าเจ้าสาวกับงานแต่งด้วยซ้ำ แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ต้องสำคัญกับเจ้านายเธอมาก นึกได้ดังนั้น ศจีจึงรีบยกมือไหว้หญิงสาว “สวัสดีค่ะ มาพบคุณดนย์หรือคะ”“ค่ะๆ ไม่ต้องไหว้หนูหรอกนะคะ” มนสิชารีบรับไหว้ศจีเห็นท่าทางที่ถ่อมตัว อดนึกเปรียบเทียบกับจิรัญญาไม่ได้ รายนั้นดีแค่ต่อหน้าดนย์ ลับหลังยังกับนางร้ายในละคร แต่หญิงสาวตรงหน้าเธอตอนนี้ ช่างดูสวยทั้งหน้าตาและกิริยามารยาทยิ่งนัก ถ้าได้มาเป็นนายหญิงของอาณาจักรภาณุเกียรติกรุปก็คงจะดีไม่น้อย“เดี๋ยวดิฉันเรียนคุณดนย์ให้นะคะ ว่าคุณ... เออ”“มนสิชาค่ะ เรียกม่อนก็ได้นะคะ”“ค่ะ คุณม่อน รอสักครู่นะคะ”หลังจากที
더 보기

บทที่ 19

“หนูม่อน”“คะ?”“ถ้าอยากไปฟรี ต้องเรียกแทนตัวเองว่าหนูม่อน แล้วเรียกพี่ว่าพี่ดนย์”มนสิชาเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “พี่ไม่น่าไหวอะ ลุงน่ะพอจะได้อยู่” เธออดไม่ไหวที่จะรวนเขาทำเอาคนที่โดนเรียกว่าลุงลมออกหู อะไรกันเขายังไม่แก่เสียหน่อย “ลุงเหรอ! มานี่เลยยัยตัวดี” ดนย์นั่งลงบนโซฟาข้างๆ เธอ รวบเจ้าของร่างบางขึ้นมานั่งบนตัก แล้วใช้คางเกยที่หัวไหล่ของเจ้าหล่อน“หายโกรธพี่หรือยังครับ”เสียงออดอ้อนงอนง้อที่ดนย์ใช้กับมนสิชา ทำให้หญิงสาวรู้สึกปั่นป่วนที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ดนย์เวลาปรกติเขาดูนิ่งและขรึม แต่ดนย์ยามนี้ขี้อ้อนยังกับไอ้ด่าง แมวที่เธอชอบให้ข้าวให้น้ำมันกิน“ไม่รู้”“งั้นคงจะง้อบนโซฟาแบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะ ง้อบนโต๊ะเหมือนตอนที่หนูม่อนเอากาแฟไปให้พี่ในห้องทำงานที่บ้านเป็นไง”“คุณ!”“จ๋า .. เรียกพี่เสียงดังแบบนี้ แสดงว่าหายโกรธแล้วสิ”“ก็ได้ แต่ฉันขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม”น้ำเสียงและท่าทางจริงจังของมนสิชา ทำให้ชายหนุ่มนึกสงสัยว่าเธอจะขออะไรกับเขา“ได้สิ”“ปีหน้าฉันอยากจะขอเรียนต่อมหา’ ลัย”“แค่นี้เอง ค่าใช้จ่ายในการเรียนเท่าไหร่ บอกพี่ได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค
더 보기
이전
123456
...
8
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status