บททั้งหมดของ หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***: บทที่ 21 - บทที่ 30

48

21.แผลในใจที่ไร้รอยเย็บ

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พยาบาลนัท ย่อตัวลงบนพื้นดินแห้งๆ ชุดเครื่องแบบพยาบาลสีขาวของเขามีฝุ่นแดงเกาะติดอยู่บ้างจากการทำงานกลางแจ้งตลอดทั้งวันในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งนี้ แสงแดดยามบ่ายคล้อยยังคงร้อนแรง แต่เขาสร้างร่มเงาให้ตัวเองและผู้ป่วยตัวน้อยด้วยแผงผ้าใบที่กางขึ้นอย่างลวก ๆ“โอเคครับคนเก่ง แผลนี้ไม่ลึกมากนะ แต่เราต้องทำความสะอาดกันหน่อย จะได้ไม่ติดเชื้อ” นัทพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยน ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกแก๊ปสีเข้มมองไปยังข้อเท้าของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่ชื่อน้องเต้ย แผลถลอกขนาดไม่ใหญ่มากแต่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการหกล้มวิ่งเล่นนัทเริ่มใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน มือของเขานุ่มนวลและมั่นคงจนน้องเต้ยทำได้แค่ขยับเท้าเล็กน้อยด้วยความจั๊กจี้มากกว่าความเจ็บปวด“พี่นัทมือเบาจังเลยครับ” น้องเต้ยเงยหน้าขึ้นมาชมเชย“ก็เพราะพี่อยากให้น้องเต้ยหายไวๆ จะได้กลับไปเตะฟุตบอลไงครับ” นัทส่งยิ้มให้ขณะที่นัทกำลังบรรจงแปะพลาสเตอร์ยาขนาดเหมาะมือลงบนแผลอยู่นั้น เงาของใครบางคนก็ทาบทับลงมา“เป็นไงบ้างครับพยาบาลนัท วันนี้ภารกิจสำเร็จลุล่วงดีไหม”เสียงทุ้มนุ่มนวลและคุ้นเคยทำให้ นัท เงยหน้าข
อ่านเพิ่มเติม

22.สายโทรศัพท์ที่มอบความเจ็บปวด

นัทนับวันได้เลยว่าเขาไม่ได้รับการติดต่อจากหมอภีมมาสามวันเต็มแล้ว โทรศัพท์ของเขานอกจากจะเป็นเครื่องมือสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานแล้ว ก็เป็นเพียงก้อนอิฐที่ไร้ความหมาย เขาพยายามโทรหาคนรักอีกครั้งเมื่อคืนนี้ และเหมือนเช่นเคย... ถูกตัดสายหลังจากเสียงรอสายดังไปเพียงสองครั้งอาการว้าวุ่นใจเริ่มกลายเป็นความเจ็บปวด นัทพยายามคิดหาเหตุผลนับร้อยให้กับความเงียบของแฟนตัวเอง ทั้งอุบัติเหตุโทรศัพท์พัง หรือป่วยหนักจนยกสายไม่ไหว แต่เหตุผลเหล่านั้นก็ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ว่าหมอภีมสามารถตัดสายเขาได้หากตอนนี้ มีผู้ช่วยชั้นดีอย่างผีลุงจันทร์อยู่ด้วย นัทคงไม่ต้องทุกข์ใจขนาดนี้ และนี่ก็เป็นครั้งแรก ที่หลานชายคิดถึงผีลุงแท้ๆ ของตัวเอง อยากให้ท่านมาปรากฏกายให้เห็นเช่นครั้งก่อนๆ ..เวลายี่สิบนาฬิกาของวันต่อมา นัทปลีกตัวมานั่งในห้องเก็บของเล็กๆ ที่ใช้เป็นห้องพักผ่อนชั่วคราว เขาตัดสินใจโทรศัพท์หาใครบางคนที่น่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของหมอดี และคนที่เขาเลือกนั้น คือพี่น้ำหวาน เธอคือพยาบาลรุ่นพี่ที่ทำงานในแผนกศัลยกรรมเช่นเดียวกับเขา“ฮัลโหลพี่หวาน...” นัทพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูร่าเริงที่สุดเสียงพี่น้ำหวานตอบกลับมาตาม
อ่านเพิ่มเติม

23.วิญญาณพ่อปกป้องลูกชาย

(ย้อนเวลามาที่โรงพยาบาล) หลังจากที่หมอภีมออกมาจากห้อง ICU เขาเดินตรงไปที่ห้องพักแพทย์และพบกับหมอเจตน์ ที่กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างเงียบๆ“ภีม! ฉันได้ยินว่านายตัดสินใจจะรับเด็กคนนั้นไปดูแลเองเหรอ?” เพื่อนสนิทถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวลอย่างชัดเจนหมอภีมพยักหน้าอย่างเหนื่อยล้า “ใช่เจตน์ เขาความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลย ฉัน...ฉันต้องรับผิดชอบเรื่องนี้”“ฉันเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบนะภีม แต่ การรับเด็กที่ไม่รู้จักมาอยู่ด้วย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ! ไหนจะเรื่องกฎหมาย เรื่องคดีรถชน เรื่องการรักษาต่อเนื่อง และที่สำคัญ...เรื่องพ่อแม่ของเด็ก นายคิดถึงเรื่องพวกนี้หรือยัง?” หมอเจตน์ถามด้วยความเป็นห่วงในฐานะเพื่อนหมอภีมทรุดตัวนั่งลงข้างๆ “ฉันคิดแล้วเจตน์ ฉันจะจัดการเรื่องเอกสารกับตำรวจเอง ส่วนเรื่องพ่อแม่เด็ก...ฉันจะพยายามหาต่อไป แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ฉันต้องมั่นใจว่าเขาปลอดภัย และมีที่พักพิงที่ดี”หมอเจตน์ถอนหายใจยาว “โอเค...ถ้านายตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ห้าม.. ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยสืบหาข้อมูลให้ได้ บอกฉันนะภีม ฉันจะช่วยนายทุกอย่าง”“ขอบใจมากนะเจตน์” หมอภีมตอบรับด้วยความซึ้งใจ...เวลาต่อม
อ่านเพิ่มเติม

24.ความสับสนทางอารมณ์ของหมอภีม

สองสัปดาห์ต่อมา ลูกกวาดเริ่มฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ บาดแผลทางร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเขาเริ่มมีสีหน้าสดใสขึ้นภายใต้การดูแลของหมอภีม แม้ความทรงจำจะยังคงเป็นสีขาวโพลน แต่เด็กน้อยก็เริ่มผูกพันกับผู้ช่วยชีวิตและผู้ให้ที่พักพิงคนนี้แล้วลูกกวาดจะคอยนั่งรอหมอภีมกลับจากโรงพยาบาลเสมอ และจะเดินตามหมอภีมไปทั่วบ้านราวกับลูกแมวตัวเล็กๆวันหนึ่งขณะที่หมอภีมกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องหนังสือ ลูกกวาดเดินถือแก้วน้ำมาให้“หมอภีมครับ...ดื่มน้ำหน่อยนะครับ” ลูกกวาดพูดเสียงเบาหมอภีมเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงาน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า “โอ้ะ ขอบใจมากนะลูกกวาด” เขาใช้ชื่อนี้เรียกเด็กในการดูแลของเขาไปพลางๆ เขาไม่รู้ที่มาที่ไปของชื่อนี้ด้วยซ้ำ แต่จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่าเด็กมันหน้าหวานเหมือนลูกกวาด เขาจึงใช้ชื่อนี้เรียกไปก่อน ก่อนจะรู้ชื่อจริง หากญาติของลูกกวาดตามมาพบน่ะนะ“ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยครับ” ลูกกวาดนั่งลงบนพื้นข้างเก้าอี้ของหมอภีม “ที่นี่อบอุ่นดี...ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมไว้”“ไม่เป็นไรครับ นี่คือสิ่งที่หมอควรทำ” หมอภีมตอบพลางวางมือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มเบา ๆ “นายปลอดภัยแล้วนะครับ”วิญญาณเข้ม ยื
อ่านเพิ่มเติม

25.กลิ่นหอมที่ว่างเปล่า

.แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผืนดินแห้งแล้งของศูนย์อพยพชายแดน นัทในชุดพยาบาลที่เขาใส่มาทำงานหลายวัน กำลังจัดกระเป๋าใบเล็กๆ ที่ข้างเตียงของเขา พลางเหลือบมองนาฬิกา... ถึงเวลากลับกรุงเทพฯ แล้ว ประตูห้องพักพยาบาลเปิดออก ร่างสูงของหมอธีร์ก้าวเข้ามา เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาว แต่ใบหน้ากลับดูหม่นหมองกว่าปกติ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปที่กระเป๋าเดินทางของพยาบาลนัทด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย "คุณนัท..." หมอธีร์เรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาเจ้าของชื่อหันมายิ้มให้ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกวูบไหวในใจไว้ใต้รอยยิ้มนั้น "อ้าว หมอธีร์... มาส่งผมเหรอครับ" หมอธีร์เดินเข้ามาใกล้ ยกมือขึ้นลูบผมของนัทอย่างอ่อนโยนจนนัทต้องชะงัก"นายรู้ไหม.." เขาเปลี่ยนจากพูดว่าคุณเป็นนายแทน เพราะอยากสนิทสนมกับนัทยิ่งขึ้น "ครับ" นัทตั้งใจฟัง"การได้มีนายมาอยู่ด้วยที่นี่หลายวัน มันเหมือน... เหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ ส่องเข้ามาในความมืด" ธีร์พูดเสียงพร่า "ฉันรู้ว่านายมีเรื่องไม่สบายใจเรื่องแฟน... เรื่องหมอภีม" นัทกัดริมฝีปากแน่น แค่ชื่อนั้นก็ทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบอีกครั้ง "ฉันไม่รู้ว่าฉันควรพูดคำนี้ไหม" ธีร์สูดหายใจลึกๆ ดวงตาฉายแววแน่วแ
อ่านเพิ่มเติม

26.อีเมลแห่งความทรยศ

ยามเช้ามาถึงพร้อมกับแสงสีเทาอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง แต่สำหรับนัทแล้ว ทุกอย่างยังคงมืดมิด เขาไม่ได้หลับเลยทั้งคืน ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักหน่วง จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่านัทหยิบโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมดขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวเลื่อนผ่านหน้าจออย่างเลื่อนลอย ก่อนจะไปสะดุดกับแจ้งเตือนอีเมลที่ค้างอยู่เขาเปิดแอปพลิเคชันอีเมลอย่างไม่คาดหวังนัก แต่แล้ว... ชื่อของผู้ส่งที่ปรากฏอยู่ก็ทำให้หัวใจเขาบีบรัดอย่างแรง: “ภีม (Pheem) ”นัทกดเข้าไปอ่านข้อความนั้นด้วยมือที่สั่นเทา และตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์ก็ตอกย้ำความเจ็บปวดให้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเนื้อหา: "น้องนัทครับ... เกิดอุบัติเหตุขึ้น ฉันขับรถชนเด็กคนหนึ่งเข้าเมื่อหลายวันก่อน เด็กคนนั้นความจำเสื่อมและไม่มีใครเลย ฉันเลยรับเขามาดูแลที่บ้านชั่วคราว...ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ สัญญาณในที่ๆ ฉันอยู่มันแย่มาก และฉันรู้สึกว่า... ฉันรักเขามากขอโทษนะนัท"โทรศัพท์แทบหลุดจากมือของนัท ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลมหายใจเข้าเล่นงานทันที"นี่เหรอ... นี่เหรอคือเหตุผล!" นัทเสียงสั่นเครือ แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ร
อ่านเพิ่มเติม

27.ผีนายเข้มขัดขวางหมอภีม

หมอภีมเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ด้วยความลนลาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความตื่นตระหนกที่ผสมปนเปในใจ"ฉันต้องไปแล้วเจตน์!"เขากำลังจะวิ่งออกจากหน้าห้องตรวจ แต่หมอเจตน์คว้าแขนเขาไว้แน่น "เดี๋ยวก่อนภีม! นายจะไปไหน!" คนเป็นเพื่อนสนิทถามเสียงเข้ม"ไปหาน้องนัทไง! ฉันต้องไปอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้กับเขา!" ภีมพยายามสะบัดแขนออกด้วยความเร่งรีบ"ตอนนี้เนี่ยนะ? ภีม แล้วนายรู้เหรอว่าน้องนัทอยู่ที่ไหน?" เจตน์ถามย้ำ ดวงตาจ้องเพื่อนอย่างต้องการคำตอบ"ฉันรู้สิ! นัทก็พักอยู่คอนโดของฉันนั่นแหละ!"เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ฟังอะไรแล้ว เจตน์จึงปล่อยแขนให้ภีมวิ่งออกไป แต่ยังคงตะโกนไล่หลังอย่างเป็นห่วง "เฮ้ย..แล้วเรื่องข้อความพวกนั้นล่ะ มันหมายความว่าไงวะภีม.."แล้วเจตน์ก็คิดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เขาพูดขำๆ กับตัวเองว่า "เชี่ย..อย่างบอกนะว่าผีทำ.."ร่างสูงของหมอภีมไม่สนใจคำถามใดๆ จากเพื่อนร่วมอาชีพอีก เขาพุ่งตัวไปยังที่จอดรถใต้อาคารopd คว้ากุญแจรถเก๋งคันสีดำ แล้วเหยียบคันเร่งออกจากโรงพยาบาลด้วยความเร็วเต็มพิกัด เมื่อเห็นว่าถนนว่างพอดี โดยมุ่งหน้าสู่คอนโดฯ ใจกลางเมืองของเขา ที่ที่เขาคิดว่าภรรยาของเขาจะต้อ
อ่านเพิ่มเติม

28.เมื่อผีสั่งให้จูบ

เวลาสิบห้านาฬิกา กลิ่นหอมหวานของกะทิอุ่นๆ ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวของบ้านหลังงาม นายลูกกวาดสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีหวาน กำลังยืนหน้าเตาแก๊สด้วยใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อและรอยยิ้ม ในหม้อสเตนเลสขนาดกลางนั้น มีเม็ดบัวลอยสีพาสเทลกำลังลอยตัวอวดความนุ่มนิ่มอยู่เหนือน้ำกะทิที่เดือดปุดๆ ลูกกวาดใช้ทัพพีค่อยๆ คนอย่างเบามือ บัวลอยไข่หวาน สูตรที่เขาเรียนจากยูทูป เพื่อรอต้อนรับการกลับมาของคนสำคัญ นั่นก็คือท่านเจ้าของบ้านผู้ใจดีอย่างหมอภีมเด็กหนุ่มวัยสิบแปดตั้งใจว่าเมนูนี้จะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะตอนที่หมอภีมกลับจากโรงพยาบาลตอนหัวค่ำ หลังจากที่พี่หมอต้องเข้าเวรยาวมาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็ม ๆ คุณหมอภีมคือผู้มีพระคุณสำหรับเขา อนุญาตให้เด็กไร้ที่พึ่งอย่างเขาเข้ามาอาศัยอยู่ชั่วคราว หรือจนกว่าจะหาญาติพบ ระหว่างนี้ เด็กลูกกวาดจึงอยากจะตอบแทนความเมตตานี้ด้วยขนมอร่อยๆ สักอย่าง และเขาก็ตั้งใจทำมันมาก หากหมอภีมได้ลิ้มรสสักคำ รับรองต้องชอบแน่ๆ “อีกนิดเดียว... ไข่หวานคงจะสุกพอดี” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความหวัง..ทว่าในจังหวะนั้น หูของลูกกวาดพลันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา คนกำลังตั้งใจทำขนมเกิดความสงสัยว่า
อ่านเพิ่มเติม

29.แผนการเผชิญหน้า

เสียงกรีดร้องของพยาบาลเมย์ทำลายความเงียบสงบของบ้าน หมอภีมพยายามจัดชุดกราวน์ที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงของเขาเอาไว้ให้ได้“เมย์! มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดนะ!” หมอภีมพูดขึ้นอย่างติดๆ ขัดๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความละอายและตกใจกับการกระทำของตัวเองพยาบาลเมย์ไม่ฟังคำแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ในเมื่อภาพตรงหน้าได้ฟ้องจนหมดสิ้นแล้ว เธอจ้องมองมาที่หมอภีมและลูกกวาดสลับไปมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ใช่แบบที่ฉันคิดเหรอคะหมอ! นี่มันคาตาเลยนะคะ!" เธอชี้นิ้วไปที่ลูกกวาด "เด็กคนนี้... เด็กที่มาอาศัยบ้านหมออยู่... หมอทำแบบนี้ได้ยังไง!” เธอตะโกนออกมาอย่างขาดสติ ทั้งที่เธอเองก้รู้ว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น ทว่าภาพบาดตาตรงหน้า เมย์กลับควบคุมอารมณ์โมโหจนเลือดเข้าตาของตัวเองไม่ได้.. หมอภีม เธอหลงรักมานานหลายปี ถ้าไม่ถูกไอ้นัทชิงตัดหน้าไปก่อน ป่านนี้เธอคงได้หมอภีมมาเป็นสามีแล้ว พอมาถึงตอนนี้อีกล่ะ นอกจากไอ้นัท พยาบาลรุ่นน้องตัวแสบแย่งหมอภีมไปได้แล้ว ยังมีไอ้เด็กหลงบ้านอย่างไอ้ลูกกวาด บังอาจมาแย่งหมอภีมของหล่อนไปต่อหน้าต่อตา แล้วอย่างนี
อ่านเพิ่มเติม

30.พักผ่อนยามบ่าย และถูกขโมยจูบ

วันหยุดสุดสัปดาห์ร่างสูงของหมอภีมนอนแผ่หลาอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบตัวยาวริมสระน้ำในบ้านตัวเอง ตัวเก้าอี้นั้น ถูกจัดวางอย่างดีให้อยู่ภายใต้ร่มเงาหนาแน่นของต้นหูกวางขนาดใหญ่ ลมพัดเอื่อยๆ ยามบ่ายคล้อยหอบเอาความเย็นสบายของไอน้ำจากสระมาปะทะร่างกายเขา แม้จะตั้งใจแค่นอนพักสายตาเพียงชั่วครู่ แต่ความนิ่งสงบของบรรยากาศก็ทำให้เปลือกตาหนักอึ้งและพาเขาเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุดใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยแววเคร่งขรึมยามตรวจคนไข้ ตอนนี้ผ่อนคลายลงจนหมดสิ้น เผยให้เห็นโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบรับกับสันจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักได้รูปเผยอเล็กน้อยรับลมหายใจแผ่วเบาลูกกวาดเดินถือจานใส่คุกกี้โฮมเมดที่อบเสร็จใหม่ๆ มาอย่างเงียบเชียบ หวังจะเอามาเสิร์ฟให้คุณหมอที่ทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์ แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะงักฝีเท้า'คุณหมอภีมหลับไปแล้ว...'จังหวะที่ดวงตาคู่กลมทอดมองใบหน้าที่หลับสนิทของฝ่ายตรงข้าม ความรู้สึกวาบหวามจากวันก่อนก็พุ่งเข้าสู่ห้วงความคิดอย่างห้ามไม่ได้ จูบนั้น... จูบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน อ่อนโยน และทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นไหวหัวใจของลูกกวาดเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขามองซ้ายขวา เพื่อให้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status